[GOT7] ทรราชล่ารัก : ท่านต้วนผู้นั้นกำลังล่ารัก

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13 บทเพลงจากนางมารตัวน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 276 ครั้ง
    27 เม.ย. 63

ร่างเล็กถูกป้อนไปสองไม้ชินอ๋องก็ส่งจานให้บ่าวนำไปเก็บ ดวงตากลมโตมองตามจานถังหูลู่และหันกลับมามองหน้าชินอ๋องด้วยความรู้สึกว่าอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง

“กินจนอิ่มมิได้ ฝีมือของพ่อครัววังต้วนอี้ยังมีอีกหลายจานให้เจ้าลิ้มรส เอานี่ ดื่มน้ำชาล้างคอเสียหน่อย”

“หอม หวานนิดๆด้วย”เมื่อรสชาติชาและกลิ่นกระจายไปทั่วปาก ก็หลับตาพริ้มดื่มด่ำ

“ชาร้อยบุปผา ชาสำหรับฮองเฮา”

“แค่ก แค่ก หม่อมฉัน แค่ก เป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็กๆเท่านั้น”ร่างเล็กถึงกับสำลัก เมื่อรู้ว่าชานี่คือชาอะไร

“ไม่เป็นไร แม้จะเป็นชาของฮองเฮา แต่เมื่อเปิ่นหวางออกปากอยากได้มาให้เจ้า ฮ่องเต้ย่อมทรงยินดีประทานให้”ฟังดูพิเศษมาก สมแล้วที่ฮ่องเต้ทรงรักและเอ็นดูอนุชาผู้นี้มากกว่าใครๆ จนถึงขั้นอยากยกตำแหน่งไท่จื่อให้

“กล่าวถึงฮ่องเต้ พระองค์ทรงตัดสินโทษคุณหนูโจวอย่างไรเพคะ?”

“พระองค์ทรงสั่งห้าม มิให้นางรำดาบรำกระบี่ตลอดชีวิต”

“ดาบและกระบี่?”

“ใช่ ฮ่องเต้ทรงเกรงว่าหากห้ามนางรำดาบ นางจะหันไปรำกระบี่แทน จึงห้ามทั้งสองอย่าง”ดาบกับกระบี่ต่างกันตรงที่ดาบมีคมเดียว กระบี่มีสองคม ที่แคว้นต้วนผู้คนนิยมทั้งสองอย่าง

“นางดูภูมิใจในฝีมือรำดาบของตนเองมาก น่าเสียดายยิ่ง”

“อืม... นอกจากนี้แล้วฮ่องเต้ทรงสั่งห้าม มิให้นางสมรสกับเชื้อพระวงศ์ และมิให้นางเหยียบย่างเข้าวังหลวงตลอดชีวิต”ชินอ๋องเอ่ยถึงโทษอีกสองประการ ซึ่งแบมแบมเองก็เห็นด้วย สกุลโจวมิได้ซื่อตรงเปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรมอยู่แล้ว การที่คุณหนูโจวจื่อวีแต่งให้เชื้อพระวงศ์ไม่ได้นั้นเป็นเรื่องดี การแต่งงานของนางจะได้ไม่เสริมอำนาจสกุลโจว

“แล้ววันนั้น ชินอ๋องทรงทราบได้อย่างไรเพคะว่า คุณหนูโจวมีปากเสียงกับองค์หญิงลี่ซือและหม่อมฉัน?”แบมแบมเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจมาหลายวัน

“เปิ่นหวางอ่านปาก”

“อ่านปาก?”

“เจ้าได้ยินไม่ผิด”ชินอ๋องตอบย้ำแล้วยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม

ในขณะที่ร่างเล็กใจกระตุกวูบนึกถึงวันนั้น โชคดียิ่งที่ตอนใช้วิชากลืนใจกับคุณหนูโจว เขาเรียกให้นางมองตา ใช้ปราณธาตุมืดครอบงำนาง แล้วสั่งนางด้วยจิต ไม่ขยับปากพูด ไม่เช่นนั้นป่านนี้ชีวิตของเขาคงหาไม่ไปแล้ว

“พระองค์เคยลอบอ่านปากผู้อื่นเสมอเลยหรือเพคะ?”ร่างเล็กถามด้วยดวงตาใสซื่อ

นางมารน้อย!

ชินอ๋องปรามาสนางในใจ คิดว่าเขาจะเชื่อแววตาใสซื่อของนางอย่างนั้นหรือบอกเลยว่าไม่ นางมิได้ถามด้วยความไร้เดียงสา นางกำลังตำหนิที่เขาไร้มารยาทอ่านปากนาง!

“เฉพาะคนที่เปิ่นหวางสนใจ”

น่าขนลุก!

แบมแบมคิดในใจ! แต่ภายนอกริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มไร้เดียงสา

“หม่อมฉันยินดียิ่งที่ชินอ๋องทรงสนใจเด็กซุกซนเช่นหม่อมฉัน มีผู้คนพูดว่าพระองค์อายุมากกว่าจนสามารถเป็นบิดาหม่อมฉันได้ ไม่มีทางที่พระองค์จะสนใจหม่อมฉันได้เลย แต่นี่กลับไม่เป็นเช่นนั้น นับว่าเป็นวาสนาของหม่อมฉันเพคะ”

“ช่างพูด”ชินอ๋องบีบจมูกของนางเบาๆ ในใจรู้สึกคันยุบยิบ นางพูดเหมือนเด็กไม่คิดลึกซึ้ง แต่เขารู้ดีว่าไม่ใช่ นางจงใจว่าเขาว่าแก่คราวบิดา!

ส่วนโหย่วเจียนที่ได้ยินคำพูดของน้องสาว พยายามกลั้นขำสุดกำลัง ถึงชินอ๋องจะเป็นเจ้านาย แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าพระองค์อายุมากกว่าน้องสาวคนโปรดมากเกินไป

“ชินอ๋องเพคะ ขอหม่อมฉันเล่นกู่เจิงถวายนะเพคะ”จะตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆ แบมแบมไม่รอช้าทำตามแผนที่วางมาทันที

“เจ้าอยากเล่นกู่เจิงให้เปิ่นหวางฟังเช่นนั้นหรือ?”

“ท่านแม่รองสั่งว่า ต้องทำให้พระองค์เกษมสำราญจากฝีมือกู่เจิงของหม่อมฉันเพคะ”

“ถ้าแม่รองของเจ้าไม่สั่ง เจ้าคงไม่อยากเล่นให้เปิ่นหวางฟัง”ชินอ๋องถามเหมือนจะแง่งอนใส่

แบมแบมอยากเบะปากใส่ ทำเป็นแง่งอนใส่เด็กอายุแค่สิบปี ไม่ได้ทำให้ดูดีขึ้นมาหรอก!

“ย่อมไม่เป็นเช่นนั้น หม่อมฉันเพิ่งฝึกฝนเพลงใหม่มาพอดีเพคะ”แต่ถึงจะคิดเช่นนั้น แต่ภายนอกก็ต้องทำเป็นใสซื่อ

“เช่นนั้นเปิ่นหวางก็อยากฟังเพลงที่เจ้าฝึกฝนมา”พอชินอ๋องอนุญาต ร่างเล็กขยับที่นั่ง เพื่อขยายพื้นที่สำหรับแสดงฝีมือ โดยมีบ่าววังต้วนอี้คอยช่วยดูแล จากนั้นเสี่ยวลี่ก็นำกู่เจิงเข้ามา ซึ่งเป็นกู่เจิงของฮูหยินสี่ ตัวเดิมที่เขาเล่นในงานชมเหลียนฮวา

มือเล็กลูบไล้กู่เจิงตัวงาม เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะกรีดกรายนิ้วดีดสายเป็นทำนองออกมา

“เพลงนี้...”ชินอ๋องขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าเพลงนี้เป็นเพลงใด

ส่วนโหย่วเจียนนั้นรู้สึกตกใจเป็นห่วงน้องน้อยขึ้นมา กลัวว่านางจะได้รับโทษจากชินอ๋อง เพลงที่นางเล่นชื่อเพลงว่า“สิ้นกลิ่นบุปผา”เป็นเพลงที่คนไม่นิยม แต่ที่โหย่วเจียนรู้จักเพราะในยามเด็ก มารดามักแอบบิดาเล่นให้เขาฟังบ่อยๆ

ความหมายของเพลงเล่าถึงเด็กหญิงตัวน้อย อายุยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ก็ถูกบิดามารดาบังคับให้แต่งเป็นอนุชายแก่

นางต้องทนทุกข์ทรมานจากชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ต้องทอดกายให้ชายแก่ยามค่ำคืนด้วยใจไม่ยินยอม ความสดใส ความไร้เดียงสาหายไป ถูกความเศร้า ความทรมานกลืนกิน นางอยากเป็นอิสระ แต่มันไกลเกินเอื้อม จึงได้แต่สาปแช่งชายแก่ผู้นั้นผ่านเสียงกู่เจิงไปวันๆ

เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่มีเอาไว้ด่าทอชายที่เห็นแก่ตัวทุกคน ที่เอาเปรียบเหยียบย่ำความรู้สึกของสตรี

แม้โหย่วเจียนจะรักน้องสาวผู้นี้เพียงใด แต่เขารู้ดีว่านางมิได้ไร้เดียงสาเสียทีเดียว เพราะหากนางไร้เดียงสา นางคงไม่แสร้งทำตัวเชื่อฟังฮูหยินรองม่านหลิวมาจนถึงทุกวันนี้ ฉะนั้นการที่นางเล่นเพลงนี้ นางอาจจงใจต่อว่าชินอ๋อง!

“ตึ้ง ตึ้งงงง”เสียงเพลงดังเรื่อยๆ ร่างเล็กเล่นได้ดียิ่ง ชินอ๋องรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับบทเพลง ช่วงแรกรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัว ต่อมารู้สึกเจ็บปวดทรมาน และมาช่วงท้ายๆนี่ เขารู้สึกได้ถึงความแค้น!

แบมแบมเงยหน้ามองชินอ๋องที่ถือถ้วยชาค้างแล้วใจยิ่งปะทุไปด้วยความแค้น เรียวนิ้วดีดด้วยความหนักหน่วง! ต่อจากนี้ผู้ฟังจะต้องรู้สึกราวได้กระอักเลือดไปพร้อมกับความแค้นนี้!

“ตึ้ง!”

ทว่า! สายกู่เจิงขาด!

ยังไม่ถึงท่วงทำนองแบมแบมตั้งใจเลยด้วยซ้ำ!

“หนี่ว์เอ๋อร์...”ชินอ๋องได้สติ หันไปมองร่างเล็กตรงหน้า ที่กำลังจ้องมองกู่เจิงด้วยแววตาคาดไม่ถึงและตกใจ

“สายขาดเพคะ”

“เปิ่นหวางเห็นแล้ว ไหนให้เปิ่นหวางดูเสียหน่อย เจ้าถูกสายบาดหรือไม่?”ร่างสูงขยับเข้ามาหา คว้ามือเล็กไปตรวจหาแผล ส่วนแบมแบมนั้นใจอยู่กับกู่เจิงตรงหน้า

ก่อนจะออกจากเรือนเขาตรวจดูแล้ว กู่เจิงตัวนี้สมบูรณ์ดีทุกอย่าง! และการเล่นในวันนี้แม้จะใส่อารมณ์ไปด้วย แต่มันไม่ได้รุนแรงพอที่จะทำให้สายขาด

หรือว่า...

แบมแบมฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ หันไปมองเสี่ยวลี่ นางดูตระหนกเมื่อสบตากับเขา จากนั้นก็ทำสีหน้าโง่ๆออกมา ราวกับตนเองไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

แต่มันช้าไปเสียแล้ว!

เขาจับได้แล้วว่าเสี่ยวลี่กระทำบางอย่างกับกู่เจิง เขาจะจดจำความแค้นนี้ไว้ อีกสามปีนางจะได้รับคืนเป็นเท่าตัว

“หนี่ว์เอ๋อร์มีแผลหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”โหย่วเจียนที่มีใจเป็นห่วงน้องทูลถามชินอ๋องขึ้น

“ไม่มี ดียิ่งที่เจ้าไม่ได้รับบาดแผลใดๆ บางทีสายกู่เจิงตัวนี้อาจจะเก่าแล้ว เดี๋ยวเปิ่นหวางจะสั่งให้บ่าวนำไปขึงสายให้ใหม่”

“ไม่เป็นไรเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันเอาไปขึงเองที่บ้านก็ได้เพคะ”

“อย่าได้เกรงใจ เปิ่นหวางเป็นคู่หมั้นของเจ้า สมควรที่จะต้องจัดการให้ พ่อบ้านซ่ง”ชินอ๋องไม่ยอมถูกบ่ายเบี่ยง ส่งเสียงเรียกพ่อบ้าน

“พ่ะย่ะค่ะ”

“นำกู่เจิงตัวนี้ไปจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อย”

“พ่ะย่ะค่ะ”พ่อบ้านอุ้มกู่เจิงออกไปอย่างระมัดระวังยิ่ง ดวงตากลมโตจ้องมองตามด้วยความขุ่นมัว ฮูหยินสี่สละมันมาให้เขาใช้ แต่เสี่ยวลี่กลับอาจหาญทำเช่นนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางไม่อยากให้เขาเอาใจชินอ๋องสำเร็จ ดั่งที่ลู่จื้อและฮูหยินรองม่านหลิวคาดหวัง นางคงกลัวว่าเขาจะได้ดีเกินหน้าเกินตาลู่เซียน

“ไม่เป็นไร เปิ่นหวางมีของรางวัลให้เจ้า”ชินอ๋องเอ่ยขึ้น เขาเห็นนางนิ่งเงียบ จึงคิดไปว่านางเสียดายที่เล่นไม่จบเพลง

“หม่อมฉันเล่นไม่จบเพลง ไม่สมควรได้รับรางวัล”

“แม้เปิ่นหวางไม่รู้จักเพลงนี้ และแม้ว่าเจ้าจะเล่นไม่จบเพลง แต่เจ้าก็ทำได้ดี สมแล้วที่ฮ่องเต้ชื่นชมว่าเจ้าเป็นมือหนึ่ง”ชินอ๋องกล่าวชม แต่แบมแบมไม่ดีใจสักนิด เขาเล่นเพลงด่าทอชินอ๋องมาตั้งนาน แต่ชินอ๋องไม่รู้จักมัน แล้วจะมีประโยชน์อันใดเล่า

“จะทำได้ดีจริงๆ สมควรต้องเล่นให้จบเพลง ชินอ๋องมิควรปลอบใจ หากไปประลองกับผู้อื่นแล้วสายขาดเช่นนี้ ก็ต้องถูกตัดสินแพ้อยู่ดี”

“คิดมากเกินเด็ก เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ วันหลังเจ้ามาแสดงฝีมือให้เปิ่นหวางชมใหม่ ส่วนวันนี้มิต้องคิดเล็กคิดน้อยอีก”พอชินอ๋องเสนอเช่นนั้น ร่างเล็กก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า แม้อีกฝ่ายจะไม่รู้จักเพลงนี้ แต่เขาได้เล่นด่าทอไปเรื่อยๆและหัวเราะในความโง่งมของชินอ๋องก็ย่อมสุขใจ

“ชินอ๋องเมตตาหม่อมฉันยิ่ง หม่อมฉันจะเล่นให้สุดความสามารถเพคะ”แววตาใสซื่อที่แสดงออกมานั้นทำให้ชินอ๋องคันยุบยิบในใจ ด้วยรู้ว่าไม่จริง

แม้นางจะแนบเนียนเพียงใด แต่เขาเคยเกือบถูกนางฆ่า และส่งยิ้มโง่งมให้อย่างไม่รู้สึกผิด มีหรือจะจับผิดนางไม่ได้ แม้จะเพียงนิดเดียว แต่ระดับแววตาของนางยามเจรจาพาทีกับเขานั้น แข็งกร้าวกว่าตอนที่คุยกับโหย่วเจียนและองค์หญิงลี่ซือเสี้ยวหนึ่ง

“เปิ่นหวางจะรอชม และเมตตาเอ็นดูเจ้าให้หนักๆ”ชินอ๋องพูดไปก็บีบจมูกเล็กไป จนแบมแบมนึกโมโห พยายามปัดออก แต่อีกฝ่ายวกกลับมาบีบใหม่ไม่ยอมล่าถอย

“อย่าทรงแกล้งหม่อมฉัน ปล่อยได้แล้ว จะเจ็บแล้ว”

โป้ปด

ชินอ๋องคิดในใจ เขาบีบเบาๆ มิได้ลงน้ำหนักสักนิด นางไม่มีทางเจ็บ ข้ออ้างไม่ให้เขาโดนตัวเสียมากกว่า

“ก็ได้ เปิ่นหวางสมควรยอมเจ้า เอาล่ะยกสำรับได้”ชายมากยศยอมปล่อยจมูกเล็กโด่งรั้นให้เป็นอิสระ แล้วหันไปสั่งบ่าวให้ยกสำรับมื้อเที่ยงเข้ามา

อาหารเลิศรสสำหรับเชื้อพระวงศ์ถูกลำเลียงนำมาวางที่โต๊ะ แบมแบมมองแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือศิลปะ

“ลองชิมจานนี้ดู เปิ่นหวางว่าเจ้าน่าจะชอบ”ชินอ๋องไม่พูดเปล่า แต่ตักใส่ถ้วยให้ด้วย แบมแบมอิดออดไม่อยากเอาเข้าปาก แต่แววตาคมกริบของชินอ๋องจับจ้องอยู่จึงต้องจำใจ

“เลิศรสยิ่ง”พอได้ลิ้มรสแล้ว ก็เข้าใจเลยว่าพ่อครัวที่ทำอาหารถวายเชื้อพระวงศ์นั้น แตกต่างจากพ่อครัวของสามัญชน ชั้นเชิงในการปรุงรสแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ที่บ้านมักมีแต่อาหารเลี่ยนๆ แต่ที่นี่มีเปรี้ยวหวานมันเค็ม บางจานก็มีรสเผ็ด

“ซีอิ๊วที่ใช้การปรุงรส หมักแบบพิเศษใช้เวลานานเป็นปี” ชินอ๋องกล่าวต่อ ดวงตาคมมองแก้มนุ่มนิ่มของเด็กน้อยขยับเคี้ยวอาหารหยุบหยับแล้วคลี่ยิ้ม

ตอนนี้นางมารน้อยกลายเป็นกระต่ายน้อยแล้ว!

กว่าจะมีโอกาสได้เห็นดวงตาอ่อนลงไร้ความเสแสร้งก็ต้องล่อลวงด้วยอาหาร ช่างน่าสมเพชตนเองยิ่งนัก!

พอจบมื้ออาหารเจรจากันอีกเล็กน้อย คู่หมั้นตัวน้อยก็เกริ่นถึงการกลับบ้านขึ้นมา

“ก่อนจะกลับ อย่าลืมรับรางวัลจากเปิ่นหวางเสียก่อน พ่อบ้านซ่ง”

“พ่ะย่ะค่ะ”พ่อบ้านรับคำและอุ้มกู่เจิงตัวหนึ่งเข้ามา ร่างเล็กขมวดคิ้วจ้องมองกู่เจิงตัวงามนี้ไม่วางตา

“งดงามหรือไม่?”

“เพคะ”ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงัก กู่เจิงตัวนี้สะกดเขาจนแทบไม่อาจละสายตาได้ ตัวไม้สีดำสนิทเงาวาว แกะสลักลายหงส์งดงามประณีต

“มันมีชื่อว่าหงส์คร่ำครวญ”พอได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้ามอง ในดวงตาสั่นระริกราวกับกำลังไม่เชื่อ

“กู่เจิงหงส์คร่ำครวญเป็นหนึ่งไม่มีสอง เป็นกู่เจิงที่ดีที่สุดในใต้หล้า ไยพระองค์ประทานให้หม่อมฉันเล่าเพคะ?”

“เจ้าเป็นมือหนึ่งไม่มีผู้ใดเทียมทานเจ้าได้ กู่เจิ่งตัวนี้เหมาะที่จะเป็นของเจ้า”

“หม่อมฉันมิอาจรับเพคะ”แม้จะยั่วยวนใจเพียงใด แต่เขาเลือกตัดใจ ไม่รับกู่เจิงตัวนี้ เพราะในเนื้อเรื่องชินอ๋องจะประทานให้ลู่เซียน นางจะเล่นกู่เจิง ในงานต้อนรับคณะฑูตจากต่างแคว้น ผู้คนต่างชมเชยนางว่าเล่นได้ดี ทั้งที่นางเพิ่งหัดกู่เจิงได้ไม่นาน

“เปิ่นหวางต้องการให้เจ้ารับไว้”

“หม่อมฉันมิอาจรับเพคะ เกรงว่าวันหลังถูกทวงคืนขึ้นมาจะตัดใจมิลง”

“ปากคอเราะร้าย ผู้ใดจะกล้าทวงคืนของที่ให้ผู้อื่นไปแล้ว”ชินอ๋องบีบจมูกของร่างเล็กเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว

“หากพระองค์ไม่ทวงคืน หม่อมฉันจะขอรับไว้เพคะ”ว่าแล้วก็พยายามปัดมือของอีกฝ่ายออก หากอีกฝ่ายไม่ทวงคืน ของมีค่าเช่นนี้ไม่รับไว้ก็โง่เขลาเต็มที แม้มันจะผิดเพี้ยนจากเนื้อเรื่องไปบ้างก็ตามที

“ดียิ่ง ส่วนกู่เจิงของเจ้า เมื่อซ่อมแซมเสร็จแล้วจะให้คนนำไปส่ง”

“เพคะ ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาบ่ายคล้อยแล้ว เห็นทีหม่อมฉันต้องกลับแล้วเพคะ”

“ได้ เปิ่นหวางจะให้คนไปส่ง เจ้าจะได้เดินทางกลับอย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวล”

“ขอบพระทัยเพคะ พี่ใหญ่...”แบมแบมเอ่ยขอบพระทัยชินอ๋อง ก่อนจะหันไปมองพี่ชายตนด้วยความออดอ้อน อยากให้อีกฝ่ายอาสาตามไปส่งตนเอง โหย่วเจียนก็เข้าใจสายตานาง แต่บัดนี้เป็นหัวหน้าองครักษ์ หน้าที่คือตามติดเจ้าชีวิตแทบทุกเวลาจึงต้องแข็งใจบ่ายเบี่ยงน้อง

“หนี่ว์เอ๋อร์ พี่จะตามไปหาเจ้าวันพรุ่งนี้”

“เจ้าค่ะ หนี่ว์เอ๋อร์จะรอ”แม้จะมีแววตาผิดหวัง แต่ก็ยอมเข้าใจแต่โดยดี

“องครักษ์จั่น องครักษ์เจา ดูแลคู่หมั้นตัวน้อยของเปิ่นหวางให้ดี”ชินอ๋องมีใจนึกอิจฉาอยู่นิดๆ เห็นนางแสดงความห่วงหา ออดอ้อนผิดกับยามอยู่กับตน ดูนางระแวดระวังตัวมากกว่า แต่พยายามข่มเอาไว้ไม่แสดงออก หันไปย้ำกับองครักษ์ทั้งสองที่รับหน้าที่อารักขากันหนี่ว์ไปส่ง

“พ่ะย่ะค่ะ”ทั้งสองรับคำสั่ง แล้วเปิดประตูรถม้าให้ร่างเล็ก

“ทูลลาเพคะ”แบมแบมถวายบังคมลา จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถม้า จากนั้นไม่กี่อึดใจก็เคลื่อนพ้นผ่านประตูวังจนลับตา

“ผู้ใดรู้จักเพลงที่คู่หมั้นตัวน้อยของเปิ่นหวางเล่นให้ฟังบ้าง”ชินอ๋องถามด้วยใจยังค้างคาเรื่องนี้ ทำเอาโหย่วเจียนหน้าซีดเผือดใจกระตุกวูบ

“เพลงนั้นออกจะคุ้นๆ”พ่อบ้านซ่งพึมพำ โหย่วเจียนเห็นท่าไม่ดีแน่รีบชิงทิ้งตัวลงคุกเข่า!

“ชินอ๋อง หนี่ว์เอ๋อร์ยังเยาว์ นางไม่ทันคิด ขอชินอ๋องเมตตา”

“หืม...”ชินอ๋องหรี่ตาลง เห็นท่าทางโหย่วเจียนก็เข้าใจทันที ว่าคู่หมั้นตัวน้อยแผลงฤทธิ์ใส่เข้าให้แล้ว บทเพลงนั้นความหมายต้องไม่ดีแน่นอน

“หึ นางมารน้อย”ชินอ๋องแค่นเสียงออกมา จากนั้นก็กลับเข้าตำหนักใหญ่ ไม่เค้นถามชื่อเพลง หรือความหมายจากโหย่วเจียน เขาจะเค้นถามนางและลงโทษนางในคราเดียวกัน

 

 

 

มีอีบุควางขายใน MEB ค่ะ

ทรราชล่ารัก เล่ม 1

ทรราชล่ารัก เล่ม 1

Get it now


เล่มหนึ่งประกอบไปด้วยเนื้อหาตอนที่ 1-31

ตอนพิเศษ สาเหตุที่ไม่เคยสงสัย (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ ยอมรับหัวใจตัวเอง (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ กับผู้ที่ชอบลอบกัดไม่จำเป็นต้องสู้ซึ่งๆหน้า (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ วันพักผ่อนกับคู่หมั้นตัวน้อย (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ ฐานะที่แตกต่าง (โหย่วเจียน)
ตอนพิเศษ คนในความทรงจำ (ท่านหมอหวัง)
 

ทรราชล่ารัก เล่ม 2 (เล่มจบ)

ทรราชล่ารัก เล่ม 2 (เล่มจบ)

Get it now

เนื้อหาประกอบไปด้วยตอนที่ 32 - จบ
ตอนพิเศษ กาลกิณี (จินจู)
ตอนพิเศษ อดีตที่หวนคืน (หรงไจ้)
ตอนพิเศษ ในที่สุดก็ลงเอย (หรงไจ้)
ตอนพิเศษ ความรู้สึกของเจ้า (ไจ้ฟ่าน)
ตอนพิเศษ ง้อชินอ๋อง (แบมแบม)
ตอนพิเศษ กำเนิดพยานรักตัวน้อยๆ (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ บัลลังก์มังกรกับผู้ที่คู่ควร (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ ชีวิตคู่หลังสละบัลลังก์ (แบมแบม)

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 276 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,900 ความคิดเห็น

  1. #13783 1988yongsi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:47
    ลำใยสาวใช้มาก อีกตั้ง3ปีเชียวหรือกว่าจะตายอ่ะ
    #13,783
    0
  2. #13591 grapeberryz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 03:03
    หลุดขำตรงองครักษ์จั่น องครักษ์เจา นึกหน้าพี่มาร์คเป็นเปาบุ้นจิ้นละ
    #13,591
    1
    • #13591-1 11014975(จากตอนที่ 14)
      12 กรกฎาคม 2563 / 00:35
      ก็ว่าอยู่ทำไมชื่อคุ้นๆ พอตัวออกหน้าเปาบุ้นจิ้นลอยมาเหมือนกันค่ะ5555😂
      #13591-1
  3. #13430 NNNNNNNNK (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 02:50
    สงสารชินอ๋องเขานะคะ5555555
    #13,430
    0
  4. #12165 parita98765 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:58
    5555555555555+(ไปถึงดาวอังคารเลย)
    #12,165
    0
  5. #12164 Kamonnet223 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:42
    งื้อออน้องลูกด่าเขาแต่เขาไม่รู้จัก
    #12,164
    0
  6. #12163 ปีใหม่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:30

    ช่วงเด็กชอบฉากที่พระนางยุด้วยกันที่สุด><

    #12,163
    0
  7. #637 pairtuan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 22:16
    สะดุ้งมากนึกว่าวันนี้มาอีกตอน โอโอพี่มาร์ค14ปี พอแบมถึงวัยปักปิ่นพี่มาร์ค29พอดี กินเด็กไปอีกกกกกก
    #637
    0
  8. #636 _gujellal_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 22:16
    เห็นอายุแล้วถึงกับจับขมับเลย ชินอ๋องนั้นโคตรจะเด็กเลยนะเว้ย ห่างกันตั้ง14ปี โอ้แม่เจ้า! ยอมใจคุณชายท่านแกเลยจ้าาากินซะแบบเด็กมาก อยากเป็นอมตะหรือไงกัน!! 55555555
    #636
    0
  9. #634 MTBB2014 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 22:16
    กว่ากันหนี่ว์จะได้แต่งชินอ๋องก็จะ30แล้ว? 5555?
    #634
    0