[GOT7] Crazy Love ||MarkBam,BNior,JackJae||จบ

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 15 ดูถูก-อิมแจบอมคนโง่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

เป็นเพราะความร้อนรนยองแจจึงผลักประตูห้องของแจ็คสันโดยไม่มีการเคาะก่อน ทำเอาอีกฝ่ายที่กำลังหยิบกระเป๋าเดินทางมาจัดมองผู้บุกรุกด้วยความไม่ชอบใจนัก

“ที่บ้านไม่ได้สอนมารยาทเหรอครับ?”

“ขอโทษ...พอดีฉันมีเรื่องจะคุยด้วยเลยรีบร้อนไปหน่อยอ่ะ” ถ้าเป็นปกติอาจจะเถียงกลับเจ็บๆแสบๆ แต่นี่มีเรื่องที่กำลังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอีกฝ่ายดังนั้นยองแจจึงจำต้องยอมอ่อนข้อให้

“ช่างเถอะ พูดกับคุณไปก็เท่านั้น แล้วเรื่องที่ว่าจะคุยด้วยคือเรื่องอะไรล่ะ?”

“อยากขอกลับเกาหลีด้วยคน”

“ง่ายไปหน่อยมั้งครับคุณหนูยองแจ คุณพ่อของคุณยังจัดการเรื่องที่ฝ่ายเราขอไปไม่เรียบร้อยเลย” มือขวาหนุ่มเมินคำขอก่อนจะหันไปหยิบข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าเดินทาง

“แต่คุณมาร์คอนุญาตให้ฉันกลับไปเยี่ยมที่บ้านได้ แค่นายต้องพาไปเท่านั้นเอง”

“ไปออดอ้อนท่าไหนเข้าล่ะ เจ้านายของผมถึงได้ยอม?”

“ห๊ะ? นายพูดอย่างนี้หมายความว่าไง?” คำถามที่ย้อนกลับมาทำให้ยองแจมองอีกฝ่ายอย่างหน้าชา เข้าใจความหมายนะแค่ไม่อยากจะเชื่อว่าจะโดนอีกฝ่ายมองในแง่นั้น

“ผมรู้ว่าคุณเข้าใจดี ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าเจ้านายมีคนที่รักอยู่แล้ว”

“ใช่ นายบอกแล้ว แต่ฉันไม่เข้าใจ ทำไมนายมองฉันในแง่นั้น” คุณหนูตัวร้ายจ้องอีกฝ่ายกลับด้วยแววตาไม่พอใจ ในขณะที่แจ็คสันยิ้มเยาะก่อนจะขยับเข้ามาใกล้

“สายตาคุณไง ผมเห็นนะว่ามองเจ้านายแบบไหน”

“อ๋อ! นายจะบอกว่ามองสายฉันออกงั้นสิ ถ้างั้นลองบอกมาสิว่าฉันมองคุณมาร์คแบบไหน? หวังว่านายคงตอบได้ถูกจริงๆนะ”

“หึ! ยังจะมีหน้ามาถามอีก ก็ได้ สายตาอยากได้ไงล่ะ”

“อคติ! นายอคติกับฉันเกินไปแล้วนะ ฉันไม่ได้มองคุณมาร์คแบบนั้นสักหน่อย ฉันแค่ชื่นชมความรักที่เขามีต่อน้องแบมแบม ได้ยินไหมว่าฉันมองเขาแบบชื่นชม!” ยองแจจ้องตาอีกฝ่ายด้วยความโกรธที่ถูกหยาม เล่นเอามือขวาหนุ่มที่จ้องตาด้วยใจหายวูบ รู้สึกแล้วว่าที่กำลังได้ยินอยู่มันคือความจริง แววตาที่ไม่โกหกนั่นทำเอาเขาเริ่มรู้สึกผิดแต่ยังไม่ยอมเอ่ยปากขอโทษ หนำซ้ำยังพูดให้อีกฝ่ายโมโหเพิ่มขึ้นด้วย!

“จะเชื่อได้เท่าไหร่กันเชียว”

“หึ! ไม่เชื่อก็ตามใจ แล้วตกลงจะพาไปเยี่ยมบ้านไหม?” ด้วยความไม่พอใจจึงตัดสินใจไม่ชักจูงให้ใครเชื่อ หนำซ้ำยังตวัดเสียงถามด้วย และไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกันแน่ถึงเอาแต่เงียบไม่ตอบ ยองแจจึงสะบัดหน้าแล้วเดินไปที่ประตูเชื่อมระหว่างห้อง

“ก็ได้! ในเมื่อไม่พาไปฉันไปเที่ยวไร่องุ่นก็ได้!” เจ้าตัวพูดทิ้งท้ายก่อนจะปิดประตูเสียงดังใส่หน้าแจ็คสัน

มือขวาหนุ่มมองตามก่อนจะเดินไปพิงประตูอย่างคนคิดหนัก ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน ต้องมองคุณหนูตัวแสบในแง่ร้ายแบบนั้น หนำซ้ำยังรู้สึกขัดหูขัดตาเวลาอีกฝ่ายอยู่ใกล้เจ้านายของตนด้วย

“บ้าน่า...ไม่คิดอะไรบ้าๆแบบนั้นหรอก” เมื่ออยู่ๆมีคำตอบหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวเขาก็จัดการไล่มันไป ไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาด ชีวิตทั้งชีวิตถูกลิขิตมาให้รับใช้มาร์คต้วนไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกอะไร ดังนั้นคำตอบที่ว่ามันช่างไร้สาระ

แต่ถึงจะดันทุรังคิดแบบนั้นได้ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี เมื่อครู่เขารู้ตัวดีว่าผิดที่ไปดูถูกยองแจแบบนั้น และเขาก็ควรจะขอโทษ

ก็อกๆ ก็อกๆ

มือหนาเคาะประตูสามสี่ครั้ง หากแต่ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา

“นี่คุณหนูยองแจ ผมจะเข้าไปแล้วนะ”

“ไม่ต้องเข้ามาเลยนะ นายมันแย่ที่สุดดูถูกฉันและยังจะใจร้ายอีก ฉันเกลียดนาย!” คำว่า ”เกลียด” ทำให้ใจของแจ็คสันกระตุกผิดจังหวะ แต่ก็พยายามปล่อยไปไม่เก็บมาคิดให้เกิดความวุ่นวายใจ

“จะเกลียดก็ตามใจคุณ ผมแค่อยากขอโทษเรื่องเมื่อครู่”

“ตบหัวแล้วไม่ต้องมาลูบหลังเลย”

“ผมเปล่าลูบหลัง ผมรู้สึกผิดจริงๆ และเรื่องที่คุณขอ ผมตกลงนะ” เขาไม่ได้ใจอ่อนหรอกนะ ก็แค่ต้องการไถ่โทษ อีกอย่างแค่หิ้วกลับเกาหลีไปให้ทางโน้นเห็นหน้าสักหน่อยก็ไม่ได้ลำบากเท่าไหร่

“พูดจริงเหรอ?” ยองแจเปิดประตูออกมาเผชิญหน้าแล้วถามเพื่อความมั่นใจ

“จริง ถ้าจะไปก็เตรียมตัว อีกสองชั่วโมงจะออกเดินทางแล้ว”

“ฉันไม่มีอะไรต้องเตรียมสักหน่อย แค่ใส่รองเท้าก็ไปได้แล้ว” ไม่ได้หายเคืองเพียงแต่อยากกลับบ้านไปเจอหน้าพ่อหน้าแม่เลยยอมกดความโกรธเคืองที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้

“งั้นนั่งรอไปก่อนแล้วกัน ผมขอตัวจัดการในส่วนของผมก่อน” แจ็คสันพยักหน้ารับรู้ถึงความพร้อมเดินทางของยองแจ ก่อนจะหันไปจัดการข้าวของส่วนตัวต่อ โดยมียองแจนั่งรอเงียบๆอย่างใจจดใจจ่อ คิดถึงวินาทีที่จะได้เจอกับพ่อแม่ของตน

 

ขณะเดียวกันแจบอมกำลังรู้สึกเป็นห่วงเพื่อน เขาโทรไปชวนสองคนมาดื่มเย็นนี้เลยรู้เรื่องเมื่อคืน เลยอดไม่ได้ที่จะกังวล ถึงสองคนนั้นจะเก่งแค่ไหนแต่มันก็เสี่ยงเมื่อต้องสู้กับคนที่ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นใคร 

“ท่านครับ” เสียงเรียกทำให้แจบอมกลับมาให้ความสนใจกับอีกฝ่าย

“มีอะไรเหรอจินยอง?”

“อาหารกลางวันครับ ผมเห็นว่าท่านไม่ลุกจากเก้าอี้สักทีก็เลยถือวิสาสะสั่งมาให้ครับ” ไม่พูดเปล่าคนเป็นเลขาวางจานอาหารพร้อมน้ำผลไม้ลงบนโต๊ะด้วย ทำให้ร่างสูงมองนาฬิกาที่ข้อมือแล้วยิ้มบางๆ

การกระทำของเลขาคนนี้เหมือนเจ้ากี้เจ้าการนิดๆ แต่แปลกที่คนอย่างอิมแจบอมกลับไม่เคยรู้สึกรำคาญเลยสักครั้ง หากมาลองคิดๆดูแล้วนี่อาจจะเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งในชีวิตของเขาเลยก็เป็นได้ เพราะเอาจริงๆทุกคนต่างกลัวพื้นที่ส่วนตัวของเขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะทำบางอย่างที่ควร หากยังไม่ถูกสั่ง แต่จินยองต่างออกไป กล้าที่จะเข้ามาดูเรื่องส่วนตัวด้วย แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ

“แล้วคุณล่ะจินยอง?”

“อยู่ที่โต๊ะครับ” จินยองตอบพลางชี้ไปทางประตูห้องเมื่อนายถามถึงส่วนของตน

“อะไรกัน คุณจะปล่อยให้ผมทานคนเดียวเหรอ? เอามาทานในห้องกับผมเถอะ”

“ผมคิดว่าจะไม่เหมาะนะครับท่าน”

“ใครเป็นคนตัดสินว่าไม่เหมาะ เร็วสิไปเอามานั่งทานด้วยกันผมหิวแล้ว” คำพูดเร่งเร้าติดเอาแต่ใจของท่านประธานอิมทำให้จินยองต้องออกไปยกจานอาหารเข้ามานั่งทานในห้องด้วย

หลังจากนั่งทานไปไม่กี่คำ ดวงตาภายใต้แว่นหนาก็ฉายแววไม่พอใจขึ้น จนร่างสูงที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดีอดที่จะถามไม่ได้

“มีอะไรหรือเปล่าจินยอง? มองผมแปลกๆ?”

“เปล่านี่ครับ ท่านทานต่อเถอะ” ร่างบางส่ายหัวปฏิเสธหากแต่คนอย่างอิมแจบอมก็ยังไม่หยุดสงสัยอยู่ดี

“จะเปล่าได้ยังไง ก็เห็นคุณจ้องอยู่”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็เห็นว่าท่านทานแต่พวกเนื้อไม่ทานผักบ้างเลยก็เท่านั้นแหละครับ”

“เรื่องแค่นี้เอง ผมไม่ใช่เด็กนะจับผิดไม่เข้าท่า” แจบอมยังคงเน้นทานเนื้ออยู่เหมือนเดิม ทำให้อีกคนถึงกับส่ายหัวกับความดื้อของเจ้านาย

“ผมแค่เป็นห่วงสุขภาพของท่านครับ เรื่องอาหารการกินมันส่งผลในระยะยาวนะ ถ้าทานดีร่างกายก็จะยิ่งดี”

“นี่ถ้าคุณไม่ได้มาในฐานะเลขา ผมคงคิดว่าพาเมียมาด้วย” ร่างสูงบ่นเมื่อเจอการร่ายยาว ในขณะที่จินยองชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าขึ้นสีกับคำพูดนั้นจากนั้นก้มหน้าก้มตาทานข้าวในส่วนของตัวเองไม่ปริปากพูดอะไรอีก

 ทุกอย่างเกือบจะตกอยู่ในความเงียบถ้าไม่ติดว่า...

เคร้ง! 

อยู่ๆแจบอมก็ทำช้อนหลุดมือ คนเป็นเลขาเงยหน้าขึ้นมองถึงขั้นตกใจกับสิ่งที่เห็น! ใบหน้าของคนเป็นนายซีดเผือดและมีอาการเหมือนคนกำลังจะวูบ

“เกิดอะไรขึ้น! ท่านครับท่านเป็นอะไร!”

“สงสัยจะแพ้อาหาร” ร่างสูงตอบเสียงอ่อน ทำให้จินยองพยายามตั้งสติก่อนจะถลาไปคว้าโทรศัพท์เรียกคนขึ้นมาช่วย!

สุดท้ายแจบอมก็มาถึงมือหมอและปลอดภัยในเวลาต่อมา หากแต่จินยองกลับรู้สึกมีความผิดติดตัวจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร เอาแต่นั่งเฝ้าไข้เจ้านายจนดึกดื่นไม่ยอมพักผ่อน

“อืม....” เสียงทุ้มของคนป่วยครางออกมาเบาๆ ทำให้ร่างบางขยับมาข้างเตียงเพื่อดูอาการใกล้ๆ พอเห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกตัวใบหน้าใต้แว่นหนาเชยๆก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ

“ท่านรู้สึกตัวแล้ว เป็นไงบ้างครับ รู้สึกอะไรผิดปกติหรือเปล่า? เอ่อ...แล้วหิวน้ำไหมครับ ไม่สิเรียกหมอดีกว่าเนอะ”

“เอาเถอะจะทำอะไรก็ทำสักอย่างเถอะ” คนป่วยพูดประชดเมื่อเห็นว่าเลขาดีอกดีใจจนลำดับไม่ถูกว่าจะทำอะไรก่อน

“โธ่...ก็ผมดีใจนี่นา เอาเป็นว่าเรียกหมอก่อนแล้วกัน”

“อืม ดีเหมือนกันจะได้เช็คเอาท์กลับเลย”

“ห๊ะ? ท่านว่าอะไรนะ?” คำพูดนั้นทำให้จินยองชะงัก ก่อนจะหันไปถามให้แน่ใจว่าสิ่งที่ตนได้ยินมันถูกต้องจริงๆ

“จะกลับ”

“ไม่ได้นะครับ ท่านต้องพักที่โรงพยาบาล”

“แต่ผมไม่ชอบโรงพยาบาล ผมจะกลับช่วยจัดการให้ด้วย” สั่งเอาแต่ใจไม่พอยังทำท่าจะลุกจากเตียงด้วย แต่จินยองหาญกล้าดันอกอีกฝ่ายให้นอนลงไปตามเดิม

“ไม่ได้ครับ”

“ปาร์คจินยอง!”

“อิมแจบอม!” ร่างบางสวนกลับทันทีที่อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่ ไม่ชอบใจกับความเอาแต่ใจอย่างไร้เหตุผลนั้น แน่นอนว่าแจบอมถึงกับอ้าปากค้างไม่คิดว่าจะโดนคนๆนี้ตะโกนใส่หน้ากลับอย่างไม่กลัวเกรง

“นี่คุณ...”

“ผมผิดที่พลาดเรื่องอาหาร ไม่ตรวจสอบให้ดีว่าพ่อครัวใช้เครื่องเทศอะไรถึงทำให้ท่านเป็นแบบนี้ แต่ผมจะไม่ยอมผิดซ้ำสองปล่อยให้ท่านออกจากโรงพยาบาลแล้วอาการทรุดแน่ครับ”

“ผมไม่ได้โทษคุณนะ”

“ผมรู้ครับว่าท่านไม่โทษผม แต่ผมให้อภัยตัวเองไม่ได้จริงๆ ท่านรู้ไหมตอนที่ท่านวูบน่ะผม...” ดวงตาของเลขาเศร้าหมอง จนแจบอมอดรู้สึกใจหายไม่ได้ จริงอยู่ที่จินยองไม่ใช่คนร่าเริงแต่เจ้าตัวก็ไม่เคยแสดงแววตาที่เศร้าขนาดนี้ให้เห็นมาก่อน

“ผมไม่เป็นไรแล้ว คุณอย่ากังวลไปเลย”

“ไม่กังวลไม่ได้หรอกครับ ผมขอร้องเถอะนะครับ อยู่โรงพยาบาลจนกว่าจะหายดีเถอะนะ”

“แต่...”

“นะครับ ผมจะคอยเฝ้าท่านเอง อยากได้อะไรแค่บอกผมจะจัดการให้ทุกอย่าง ขออย่างเดียวอยู่จนกว่าจะหาย” ยามอ้อนวอนดวงตาของร่างบางมีน้ำตาเอ่ออยู่นิดๆด้วย ทำให้แจบอมรู้สึกว่ามันผิดที่จะปฏิเสธคำขอจนทำให้ดวงตาคู่นั้นมีน้ำตาไหลออกมาจริงๆ

“ก็ได้...ผมจะอยู่”

“งั้นผมเรียกหมอมาตรวจอาการให้นะครับ” ไม่พูดเปล่าจินยองคลี่ยิ้มด้วย โดยไม่รู้ตัวสักเลยนิดว่ารอยยิ้มนั้นมันเป็นรอยยิ้มที่หวานและอ่อนโยนจนทำให้คนบางคนรู้สึกใจกระตุกขึ้นมา

อันที่จริงมันเป็นอย่างนี้มานานแล้วเมื่อใดที่หันไปเห็นรอยยิ้มแบบนี้แจบอมรู้สึกแปลกๆทุกที

หากแต่มันน่าเศร้าที่คนอย่างแจบอมไม่เคยรักใครจริง จึงไม่เอะใจกับความรู้สึกของตัวเองสักนิด

แจบอมช่างเป็นคนโง่ทั้งๆที่ไม่สมควรโง่

หากให้ฉลาดขึ้นคงต้องมีใครบางคนมากระตุ้น!
 

หมอถูกเรียกเข้ามาตรวจแต่แจบอมกลับรู้สึกว่าคนที่หมอสนใจไม่ใช่ตนเลยสักนิด จินยองต่างหากที่หมอคนนี้สนใจจนออกนอกหน้า เป็นผู้หญิงแท้ๆควรจะรักนวลสงวนตัวแต่กลับแสดงท่าทีว่ากำลังทอดสะพานให้เลขาของเขาอย่างน่าเกลียด

“จินยองคะ ถ้าไม่รังเกียจออกไปดื่มกาแฟกันไหมคะ?”

“ดื่มกาแฟตอนดึกจะดีเหรอครับหมอเจีย” เรียกชื่อกันซะสนิทชิดเชื้อแบบนี้ทำเอาร่างสูงนอนกลอกตาไปมา ไม่รู้สองคนนี้ไปสนิทกันแต่ชาติปางไหน

“แหม ก็เจียต้องอยู่เวรทั้งคืนนี่คะ หรือว่าจินยองไม่ชอบดื่มกาแฟ?”

“ใช่ครับ จินยองเขาไม่ชอบ อีกอย่างนี่ก็ดึกแล้ว ออกไปไหนมาไหนเอายามนี้คงไม่เหมาะ” เป็นท่านประธานอิมที่เอ่ยแทรกขึ้นโดยที่เลขายังไม่ทันอ้าปากพูดอะไร

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านประธานอิม หมอไม่ถือค่ะ อีกอย่างให้จินยองไปด้วยหมออุ่นใจกว่าค่ะ”

“นั่นสิครับ ผมไปเป็นเพื่อนคงจะดีกว่า” คนๆนี้ก็ช่างไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกทอดสะพาน คิดเพียงแต่ว่าปล่อยให้หมอไปดื่มกาแฟคนเดียวดึกๆดื่นๆมันน่าอันตราย

“แล้วผมล่ะ? คุณออกไปแล้วผมจะอยู่ยังไง?”

“เอ่อ...” งานนี้จินยองสมองหยุดสั่งงานไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าอยู่ๆคนเป็นเจ้านายจะพูดออกมาเหมือนเด็กเอาแต่ใจแบบนี้

“งั้นไม่เป็นไรค่ะ ดูท่าทางจินยองจะไม่สะดวกซะแล้ว เอาเป็นว่าเจียจะชงดื่มที่โรงพยาบาลแล้วกันนะคะ” หมอเจียเห็นว่าจินยองมีท่าทีลำบากใจขึ้นมา เลยตัดใจเลิกชวนอีกฝ่ายออกมาด้วย

“ขอโทษนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเจียขอตัวก่อนนะคะ” เธอยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เจ้านายและเลขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง

“ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“กับหมอเจียน่ะเหรอครับ?”

“อืม ดูเหมือนคนรู้จักกันมานานเลย” ร่างสูงถามออกมาน้ำเสียงเรียบนิ่ง รู้สึกไม่ชอบใจจริงๆที่อยู่มีคนมาแสดงออกว่าสนใจเลขาของเขาอย่างออกนอกหน้า

“เพิ่งรู้จักกันครับ ตอนที่ท่านยังไม่ได้สติ หมอเจียมาดูแลท่านแล้วก็คอยพูดให้ผมใจสบายใจขึ้น เลยรู้สึกเหมือนเข้ากันได้?”

“เข้ากันได้? พูดอย่างนี้จะจีบหมอคนนั้นเลยรึไง?”

“ห๊ะ? ท่านพูดแบบนี้หมายความว่าไงครับ?” จินยองออกจะงงๆที่อยู่ๆเจ้านายพูดออกมาทำนองเหมือนกับว่าจะหึง?

“ช่างเถอะ ผมรู้สึกเหนียวตัว ช่วยเช็ดตัวให้หน่อยได้ไหม?”

“เช็ดตัว? กะ...ก็ได้ครับ” ร่างบางขยับไปนำน้ำอุ่นพร้อมผ้าขนหนูมาวางที่โต๊ะข้างเตียง ในขณะที่แจบอมพยายามถอดเสื้ออย่างเก้ๆกังๆเพราะมีสายน้ำเกลือติดอยู่ที่หลังมือ

“ให้ตายเถอะ ทำไมต้องมาผูกเงื่อนตายด้วยเนี่ย” 

“ผมช่วยนะครับ” จินยองหันมาช่วยแก้เชือกผูกเสื้อโรงพยาบาลออกให้ จนในที่สุดท่อนบนของแจบอมก็เปล่าเปลือย ทั้งๆที่ผู้ชายเหมือนกันแต่ร่างกายช่างแตกต่าง ของเขานั้นดูอรชนอ้อนแอ่นเหมือนผู้หญิง แต่อีกฝ่ายกลับเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อดูแข็งแกร่ง

 “จ้องขนาดนี้ไม่กินผมซะเลยล่ะคุณเลขา”

“ผะ...ผมขอโทษครับ ผมนึกชมว่าท่านหุ่นดีน่ะ” เมื่อโดนทักแบบนั้นเข้า ร่างบางก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมาเสียดื้อๆ จนต้องเบนสายตาไปมองทางอื่น

“ผมแค่แซวเล่นน่ะ รบกวนหน่อยนะจินยองผมทำเองไม่ค่อยถนัด”

“ครับ...” อันที่จริงชักเริ่มอยากปฏิเสธการเช็ดตัวให้ แต่พอเขาพูดออกมาแบบนี้ก็ต้องจำใจหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาเช็ดไล้ตามแขนและแผ่นอกเปล่าเปลือยให้

ตึก ตึก ตึก

เป็นเพราะคำแซวเล่นๆของเจ้านายแท้ๆ ทำให้จินยองรู้สึกใจเต้นแปลกๆนอกจากนี้ยังรู้สึกว่าแก้มมันร้อนๆอีกต่างหาก รู้สึกเหมือนมันต้องใช้สมาธิอย่างหนักกว่าการเช็ดตัวจะจบลง

เช้าวันต่อมา

หลังจากที่จินยองดูแลป้อนข้าวป้อนยาให้แจบอมในช่วงเช้าเสร็จ ร่างบางก็ขอตัวกลับไปเอาเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้สำหรับการเฝ้าไข้อีกคืนที่โรงแรม แจบอมจึงต้องนอนดูทีวีในห้องพักฟื้นอยู่ตามลำพัง

ก็อก ๆ

“เข้ามา” ประตูห้องถูกเปิดเมื่อเขาเอ่ยอนุญาต แต่พอได้เห็นแขกผู้มาเยือนใบหน้าคมก็ง้ำงอขึ้นมาทันที

“สวัสดีค่ะ จินยองไม่อยู่เหรอ?”

“ถ้าอยู่คุณคงเห็น” เสียงทุ้มตอบกลับเรียบนิ่งหากแต่ความหมายมันช่างกวนเบื้องล่างจนหมอเจียเบ้ปากนิดๆ

“หมอถามดีๆนะคะ”

“แล้วผมตอบไม่ดีตรงไหน?”

“โอเคค่ะ คุณตอบดีก็ได้ หมอคงคิดในเชิงลบไปเอง นี่ดอกไม้ค่ะ” เธอเป็นฝ่ายยอมลดข้อให้จากนั้นก็ยื่นดอกไม้ช่อโตให้กับร่างสูง

“คุณหมอซื้อดอกไม้มาเยี่ยมผมด้วยเหรอ?”

“เยี่ยมคุณ? เปล่านี่คะ ดอกไม้นี่หมอฝากให้จินยองค่ะ” เมื่อเอ่ยชื่อจินยองเธอคลี่ยิ้มหวานจนแจบอมเป็นฝ่ายเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ขึ้นมาบ้าง

“นึกยังไงถึงซื้อดอกไม้ให้เลขาของผม”

“ก็ไม่นึกอะไรมากหรอกค่ะ แค่อยากให้จินยองเขาเป็นผู้ชายอบอุ่น สาวๆที่ไหนก็ชอบค่ะ” เธอพูดออกตัวแรงไม่น้อยจนคนฟังถึงขั้นอึ้ง

“นี่คุณ...”

“เอาเป็นว่าฝากให้จินยองด้วยนะคะ ตอนนี้หมอต้องออกเวรก่อน คุณเองก็พักผ่อนเยอะๆนะคะจะได้หายไวๆ” หมอเจียเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะทิ้งแจบอมไว้กับช่อดอกไม้ช่อโต

มือแกร่งจับดอกไม้พลิกไปพลิกมาจากนั้นก็หยิบการ์ดสีชมพูที่เสียบไว้ขึ้นมาอ่าน ดวงตาคมไล่อ่านทุกตัวอักษร ทั้งๆที่เป็นข้อความที่ไม่หวือหวาไม่ออกตัวแรงให้ลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆอย่างจินยองตื่น แต่แจบอมกลับรู้สึกชิงชังหมอสาวคนนั้นเอามากๆ

“...ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่นะคะ จากเจีย... แน่ใจนะว่าอยากเป็นแค่เพื่อนดูดอกไม้ซิ แดงมาเชียวไหนจะการ์ดชมพูนี่อีก แค่นี้ก็รู้ล่ะว่าจะสื่ออะไร” ร่างสูงพึมพำก่อนจะทิ้งดอกไม้ทั้งช่อลงถังขยะข้างเตียงอย่างไม่ใยดี เขาไม่ใช่พ่อสื่อนะแล้วก็ไม่คิดจะเป็นด้วย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรับฝาก!

แต่!

แจบอมน่าจะคิดสักนิดว่าควรเอาออกไปไกลๆกว่านี้

“ทำไมดอกไม้ช่อนี้มาอยู่ในถังขยะแบบนี้ล่ะครับ?” จินยองกลับมาได้สักครู่หันมาเห็นดอกไม้ช่อสวยในถังขยะจึงเอ่ยถามขึ้น

“อย่าไปสนใจเลยน่า”

“แต่ดอกไม้สวยๆ ไปอยู่ในถังขยะแบบนั้นมันน่าสงสารนะครับ” ร่างบางไม่พูดเปล่าเดินมาหยิบดอกไม้ขึ้นมาจากถังขยะด้วย

“หยุดนะจินยอง ทิ้งมันไปเดี๋ยวนี้”

“แต่มันไม่ได้เสียหายอะไรนี่ครับ”

“มันถูกทิ้งลงถังขยะแล้วนะ สกปรกทิ้งมันไปซะ” ร่างสูงสั่งให้เลขาทิ้งช่อดอกไม้ด้วยน้ำเสียงเข้ม

“ในถังขยะนี่มีแค่ชื่อดอกไม้ไม่ได้มีขยะอย่างอื่น ไม่สกปรกหรอกครับ”

“จิน....” ร่างสูงกำลังจะออกคำสั่งซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าจินยองเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า!

“อ๊ะ...มีการ์ดด้วยนี่น่า เดี๋ยว...หมายความว่านี่ดอกไม้ของผม ทำไมท่านถึงทิ้งลงถังขยะแบบนั้นล่ะ?” จินยองเอ่ยถามด้วยแววตาคาดคั้นถึงเหตุผลที่เจ้านายทิ้งของๆเขาลงถังขยะ

“ผมเกลียดดอกกุหลาบ”

“แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ท่านต้องทิ้งของๆผมลงถังขยะนะครับ”

“เงียบซะจินยอง แล้วทิ้งมันไปซะอย่าให้ต้องโมโห บอกให้ทิ้งก็คือทิ้ง” เมื่อเถียงด้วยเหตุผลไม่ได้ก็เลือกใช้อำนาจในทางที่ผิด จินยองเม้มปากเข้าหากันไม่อยากทำตาม แต่อิมแจบอมยามโกรธไม่มีใครอยากปะทะด้วย จินยองก็เช่นกันสุดท้ายต้องยอมทำตามอย่างจำใจ

จนเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆคนเป็นเลขาก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดนั่นคือ ‘เงียบ’ ทำให้ร่างสูงที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง เหลือบมองแล้วมองอีก จนทนไม่ไหวเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมา

“ทำไมคุณเอาแต่เงียบ”

“ก็ท่านบอกว่าไม่ให้พูด” จินยองสวนกลับทำให้คนฟังเม้มปากระงับอารมณ์ไม่พอใจที่ในชักจะเริ่มคุกรุ่นขึ้นมา

“คนที่เพิ่งจะรู้จักกัน มีอิทธิพลต่อ ถึงขั้นทำให้คุณกล้าประชัดประชันผมเลยเหรอ?”

“เฮ้อ...ผมไม่อยากจะเถียงอะไรทั้งนั้นแหละครับ” ร่างบางเอ่ยขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปทิ้งให้แจบอมนอนอยู่ในห้องพักคนเดียว

“นั่นคุณจะไปไหน? กลับมานะ” คนเป็นเจ้านายส่งเสียงเรียกแต่ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะเดินกลับเข้ามา

“บ้าจริง ไปไหนนะ” ร่างสูงลุกออกจากเตียงแล้วก้าวขาตามออกไป

ในตอนนี้อิมแจบอมจะรู้ไหมนะ ว่าตัวเขาทำเหมือนกำลังเริ่มโมโหหึงเลขาของตนเอง

จินยองเดินทอดน่องมาเรื่อยๆตามทางเดิน กะว่าจะยืดแข้งยืดขาหาของทานเล่น แล้วค่อยกลับเข้าไปใหม่ เจ้าตัวเดินมองโน่นนี่โดยไม่ทันสังเกตว่ามีคนเดินตามหลังมาจนกระทั่งมีมือแกร่งคว้าเข้าที่ต้นแขน

“อ๊ะ!? โธ่...ตกใจหมดเลย ท่านลุกมาทำไมครับ?”

“ก็คุณงอนผมไม่ใช่หรือไง?” แจบอมเอ่ยขึ้นใบหน้าเคร่งเครียด

“งอน?”

“ใช่ ถ้าไม่งอนแล้วคุณเดินหนีทำไมกันล่ะ”

“เปล่าครับผมไม่ได้งอน ก็แค่ออกมาเดินเล่นรอให้ท่านอารมณ์ดี มีเหตุมีผลก่อน แล้วค่อยเข้าไปครับ” จินยองคลี่ยิ้มบางๆ เลขาอย่างเขาจะมีสิทธิ์อะไรไปงอนเจ้านายกันล่ะ

“งั้นเหรอ เออ...งั้นช่างเถอะ จะกลับเลยไหมล่ะ?”

“ผมเพิ่งออกมานะครับ ว่าจะซื้อของว่างหน้าโรงพยาบาล ท่านอยากทานอะไรไหมครับ?”

“ไม่ล่ะ งั้นผมกลับห้องก่อนแล้วกัน”

“นั่งรถเข็นดีกว่าไหมครับ เพราะนี่ก็ไกลจากห้องเหมือนกัน”

“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ผมไม่ได้แต่ถึงขั้นเดินไม่ไหว คุณก็รีบไปรีบมา ก็แล้วกัน” แจบอมปฏิเสธก่อนจะหันหลังแล้วเดินถือถุงน้ำเกลือกลับไปที่ห้อง

แม้เจ้านายจะบอกให้รีบไปรีบมา แต่จินยองกลับเพิกเฉยไม่ได้รีบอะไรทั้งนั้น เขาเดินทอดน่องไปเรื่อยแวะร้านขนมร้านโน้นร้านนี้จนพอใจถึงจะหันหลังเดินกลับมาที่โรงพยาบาล และทันทีที่เปิดประตูห้องพักฟื้นของเจ้านายออกก็ต้องยืนตาค้างกับภาพที่เห็น!

“ใครส่งดอกไม้มาเยี่ยมท่านครับ? ทำไมช่อใหญ่ขนาดนั้น” จินยองชี้ไปที่ช่อกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ที่มองๆแล้วก็พอจะเดาได้ว่าวงแขนของเขาคงโอบไม่มิดแน่

“ไม่รู้สิ อย่ากวนนะผมจะนอน” ดูเหมือนว่าแจบอมจะไม่ใส่ใจหันหลังนอนเงียบ ร่างบางเองก็ไม่กล้ารบกวนแต่ความสงสัยมันก็ยังอยู่เดินไปด่อมๆมองๆดอกกุหลาบช่อโต

“ใครส่งมานะ” จินยองพึมพำเบาๆและในใจก็อคคิดไม่ได้ว่า คนส่งมาช่างเว่อร์ได้อีก อย่างกับจะขอสาวแต่งงานอย่างนั้นแหละ และในที่สุดความสงสัยมันก็ชนะ เขาหยิบการ์ดที่แนบอยู่ออกมาดูเผื่อจะรู้จักคนที่ส่งดอกไม้ช่อนี้มาให้เจ้านายของตน 

‘ขอโทษ...หวังว่าช่อนี้จะทดแทนได้

จาก แจบอม’

เมื่อจับใจความได้ริมฝีปากสวยก็คลี่ยิ้มออกมา เขารู้จักคนส่งเสียด้วยสิ เพิ่งจะรู้นะว่าเจ้านายก็เว่อร์ไม่น้อยเหมือนกัน

“ขอบคุณนะครับท่าน” จินยองหันไปขอบคุณ แต่คนบนเตียงไม่หือไม่อือทำราวกับว่าตัวเองหลับสนิทไปแล้ว คนเป็นเลขาเองก็ไม่ได้จับผิดอะไร หันมาถ่ายรูปช่อดอกไม้เก็บเอาไว้ในมือถือก่อนจะจัดทั้งหมดใส่แจกันไม่ให้มันเหี่ยวเฉาไปก่อนเวลาอันควร...

ท่าทางของจินยองที่จัดดอกไม้ไปนั่งยิ้มไปนั้นถูกลอบมองอยู่ตลอดเวลา ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อนึกได้ว่าท่าทางของตนมันเหมือนกับคนอารมณ์ไหน?

ที่จริงเขาก็เป็นคนใจนักเลงนะ ถ้าถูกใจก็ยอมรับทันทีว่าถูกใจ 

แต่!

เสียทีที่คนอย่างเขาไม่เคยรักใครเลยไม่รู้ว่ารักมันเป็นยังไง เลยไม่รู้ว่าที่รู้สึกอยู่มันใช่ความรักหรือไม่...

มันอาจจะแค่เหมือน แต่ไม่ใช่ก็ได้....

 

Crazy love บ้าอ้อนรักนายมาเฟีย

Crazy love บ้าอ้อนรักนายมาเฟีย

Get it now

 

ภายในเล่มประกอบด้วยเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ และตอนพิเศษอีก 6 ตอน

ตอนพิเศษ1ความรู้สึกที่มั่นคง

ตอนพิเศษ2คนรักของมาเฟียกับชีวิตมหาลัย

ตอนพิเศษ3อ้อน

ตอนพิเศษ4เปิดตัว

ตอนพิเศษ5แบมแบมไม่ชอบรังแกใคร

ตอนพิเศษ6รางวัลของมาร์คต้วน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,795 ความคิดเห็น