[GOT7] Crazy Love ||MarkBam,BNior,JackJae||จบ

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12 แค่สั่งสอน - ความไม่พอใจของยูคยอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

“ฉันไม่ผิดนะ ไอ้เด็กบ้านี่ต่างหากที่เป็นคนมาชนฉันก่อน” ลูกสาวท่านฑูตโวยวายทันทีที่เข้ามานั่งที่ห้องรับรองแขก ในขณะที่แจ็คสันมองทั้งสองฝ่ายสลับไปมา

“แล้วทำไมคุณถึงไปเดินอยู่ในสวนได้ล่ะครับ แม่บ้านให้คุณนั่งรอผมที่ห้องรับแขกไม่ใช่เหรอ?”

“ฉัน...” เมื่อเจอคำถามนี้ถึงกับไปไม่เป็น เพราะแม่บ้านบอกเธอแล้วว่าให้นั่งรอแจ็คสันอยู่ในห้องรับรอง แต่เพราะเธออยากจะสำรวจความร่ำรวยของมาร์คต้วนจึงเดินไปรอบๆจนไปชนกับเด็กนั่นเข้า

“เรื่องชนกันคุณอาจจะโยนความผิดให้แบมแบมได้ แต่เรื่องที่คุณถือวิสาสะเดินไปทั่วก็ถือเป็นความผิดของคุณ”

“นี่แกจะโยนความผิดให้ฉันงั้นเหรอ? ไอ้เด็กนี่ต่างหากที่ผิด!”

“ไม่จริงมั้งคะ คุณหนูยองแจยังบอกเลยว่าคุณชนแล้วโทษแบมแบม” ซองฮีไม่อาจทนได้ที่อีกฝ่ายเอาแต่โทษแบมแบม จึงกล่าวถึงพยานอย่างยองแจขึ้นมา

“มันใส่ร้ายฉันต่างหาก!”

“เรียกคุณหนูยองแจมาถามดีไหมคะคุณแจ็คสัน?” เมื่อซองฮีกล้าเสนอแจ็คสันก็ต้องมีความเป็นธรรมให้เบิกพยานอยู่แล้ว ไม่กี่นาทียองแจจึงถูกเชิญให้มานั่งเล่าเหตุการณ์ด้วย

“ผมเห็นคุณหนูท่านนี้ ฉุดกระชากลากน้องแรงๆมีหยิกด้วย ทั้งๆที่น้องเอ่ยปากขอโทษแล้วแต่เธอก็ไม่หยุดการกระทำรุนแรง”

“แกโกหก!”

“งั้นรอยหยิกที่แขนแบมแบมคุณจะว่าไงคะ? จะแถอะไรช่วยละอายใจบ้างเถอะ” ซองฮียื่นแขนที่มีรอยแดงรอยหยิกให้แจ็คสันดู ซึ่งมันก็ไม่ใช่น้อยๆทำเอามือขวาหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเจ้านายเห็นรอยพวกนี้ หายนะที่จะมาเยือนมันจะร้ายแรงแค่ไหน!

“คุณทำร้ายแบมแบมจริง”

“แล้วไง มันก็แค่ขี้ข้า กล้าทำให้ฉันเจ็บยังไงก็ต้องรับผิดชอบ”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าแบมแบมเป็นแค่ขี้ข้า” เสียงทุ้มเรียบนิ่งดังขึ้นทำให้ทุกคนชะงักแล้วหันไปมองต้นเสียง

“คุณมาร์คคะ...เอ่อ...เด็กนี่ทำร้ายโซยอนค่ะ” หญิงสาวทำใจดีสู้เสือ คิดว่ายังไงตนก็เหนือว่าทุกคนที่นี่เดินเข้าไปกอดแขนชี้ให้ชายหนุ่มมองตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอเจ็บ

“ซองฮีพาแบมแบมออกไปก่อนไป” มาเฟียหนุ่มไม่ได้เอ่ยตำหนิเพียงแต่สั่งให้แม่บ้านพาออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้อยู่ในสถานการณ์เครียดๆแบบนี้ หากแต่คนบางคนกลับคิดไปไกล!

“ไม่เอามาร์คอย่าไล่แบมนะ...แบมจะอยู่กับมาร์ค...ฮึก....” น้ำตาถึงขั้นเอ่อไหลออกมาอีกรอบ คิดว่าอีกฝ่ายกำลังไล่ตนเหมือนที่โดนขู่เอาไว้

“หึ! ใครเขาอยากจะอยู่กับขี้ข้าอย่างแกกัน”

“คุณโซยอนคะ เจ้านายยังไม่พูดอะไรอย่าพูดแทนได้ไหมคะ?”

“แกก็อีกคนไม่มีสัมมาคารวะเลย คุณมาร์คคะแม่บ้านของคุณแย่มากเลยค่ะ” หญิงสาวชี้หน้าซองฮีแล้วหันไปฟ้องคนที่ยืนข้างๆหวังให้เขาจัดการกับคนต่ำๆที่ไม่รู้จักเคารพตน 

ทว่า...

บางครั้งก็ไม่อาจเป็นอย่างที่หล่อนหวังเสมอไป!

“คนของที่นี่จะมีสัมมาคารวะกับคนที่คู่ควร ส่วนพวกกาที่คิดว่าตัวเองเป็นหงส์ผมคิดว่ามันก็สมควรแล้วที่เขาจะไม่ก้มหัวให้” ไม่พูดเปล่ามือแกร่งแกะมือที่เหมือนปลิงของเธอออกไปจากแขนด้วย ทำเอาหญิงสาวสูงศักดิ์รู้สึกเหมือนกำลังถูกตบหน้าอย่างแรง

“คุณมาร์คคะ ทำไมคุณพูดแบบนี้กับโซยอนล่ะคะ?”

“แล้วคุณล่ะ สูงศักดิ์มาจากไหนทำไมถึงเข้ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่”

“ไม่ใช่แค่วุ่นวายนะครับคุณมาร์ค เธอทำร้ายน้องด้วย น้องมีแผลเต็มไปหมดเลยครับ” ยองแจที่นั่งประมวลเหตุการณ์อยู่ ได้ทีรีบใส่ไฟ ทำให้คนที่มีอำนาจสูงสุดในตอนนี้ก้าวตรงไปหาคนตัวเล็กที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของซองฮี

“คุณหนูยองแจพูดจริงค่ะเจ้านาย” ซองฮีเองก็รีบยืนแขนของแบมแบมให้ดูเช่นกัน ดวงตาคมอ่อนล้าเพราะพิษไข้ฉายแววโกรธจัดขึ้นมาทันที

“ปิดตาแบมแบมทีซิ”

“เอ่อ...ค่ะ” ซองฮีงงกับคำสั่งแต่ก็ยอมปิดตาของคนตัวเล็ก และทันทีที่ดวงตาใสซื่อถูกปิดจนมองไม่เห็นอะไร มาร์คต้วนก็หันหลังเดินตรงกลับไปหาโซยอนและใช้มือข้างเดียวบีบคอเธออย่างแรงจนยองแจกระโดดกอดแจ็คสันด้วยความตกใจ

“แค่กๆ...คะ...คุณมะ...”

“เธอกล้าดียังไงมาทำร้ายเด็กคนนี้ ฉันถนอมยิ่งกว่าอะไรดี แต่ดูเธอทำสิ อยากให้พ่อแม่ของเธอได้แขนขาเธอกลับไปดูต่างหน้ามากใช่ไหม?” น้ำเสียงที่มาร์คต้วนใช้ไม่ได้ตวาดเสียงดัง มันเบาแต่เย็นยะเยือกจนทุกคนที่ยืนอยู่รู้สึกชาวาบ โดยเฉพาะลูกสาวท่านฑูตและบรรดาแม่บ้านที่เคยอิจฉาริษยาแบมแบม

“ฉะ...ฉัน...ไม่รู้...ได้โปรด...” 

“ไม่รู้ แต่เธอก็ไม่สมควรทำร้ายคนในบ้านของฉัน ฉันจะทำยังไงกับเธอดี ลองตอบฉันมาซิคุณหนูโซยอน” มือแกร่งคลายออกจากลำคอแล้วเปลี่ยนมาบีบแก้มแทน! ในขณะที่หญิงสาวหวาดกลัวจนน้ำตาไหลพราก

“คุณชะ...ชอบฉันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมคุณถึงได้...”

“หึ! คุณนี่ช่างน่าสมเพชจังเลยนะครับ คิดว่าการที่เจ้านายไปมาหาสู่ท่านฑูตเพราะสนใจลูกสาวอย่างคุณล่ะก็คุณคิดผิดแล้วล่ะ เจ้านายก็แค่ผูกมิตรกับพวกคุณไว้ใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าโดยไม่ต้องใช้กำลังก็แค่นั้นแหละครับ” เป็นแจ็คสันที่พูดขึ้นมาแทน ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้หญิงมาสำคัญตัวผิดไปจากความจริง แต่ไม่มีใครกล้าถึงขั้นเข้ามาสร้างปัญหาถึงที่นี่เหมือนผู้หญิงคนนี้

“ไม่จริงใช่ไหมคะ?”

“จะคิดเองเออเองก็ช่วยอายบ้างเถอะ ทั้งที่ท่านไม่เคยพูดว่าชอบหรือสนใจคุณ อันที่จริงรู้สึกว่าคุณจะไม่เคยได้รับเกียรติให้ขึ้นเตียงกับท่านด้วยซ้ำไป แค่นี้ก็น่าจะประเมินค่าของตัวเองได้แล้วนะครับ”

“อย่างที่แจ็คสันพูดนั่นแหละ คุณไม่ได้มีค่าอะไรกับผมเลย ไม่เหมือนแบมแบม...” มาเฟียหนุ่มพูดเห็นด้วยก่อนจะปล่อยมือจากเธอแล้วเดินไปคว้าแบมแบมเข้ามาสู่อ้อมอกของตน

“เจ้านายคะ ทำให้ชัดเจนไปเลยค่ะ คนอื่นจะได้ไม่กล้ารังแกแบมแบมอีก”

“ซองฮีที่เธอพูดก็ถูก ฉันควรจะชัดเจนเสียที ขอทุกคนรู้เอาไว้แบมแบมคือคนสำคัญของฉัน จะขึ้นเป็นนายหญิงของที่นี่ทันทีที่หายดี และใครก็ตามที่กล้ารังแก ไม่ว่าจะเป็นการกระทำคำพูดหรือแววตา ฉันจะไม่ปล่อยเอาไว้” มาร์คต้วนประกาศหนักแน่น คุณหนูโซยอนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตนไม่มีค่าอะไรสำหรับผู้ชายคนนี้เลยถึงขั้นเข่าอ่อน ในขณะที่ซองฮียิ้มอย่างพอใจกับผลที่ได้ ส่วนแจ็คสันนั้นกำลังจดจำทุกคำพูดของเจ้านายเพื่อประกาศต่อกับผู้ที่อยู่ใต้อำนาจอีกที

“เอ่อ...แล้วคุณมาร์คจะทำไงกับเธอคนนี้ครับ?” ยองแจเป็นคนถามชะตาของลูกสาวท่านฑูตขึ้นมา ในขณะที่หล่อนเงยหน้าขึ้นสบตามาเฟียหนุ่มเหมือนกำลังขอความเมตตา

“คุณหนูโซยอน ยังไงพ่อของคุณก็ยังมีประโยชน์ เอาเป็นว่าผมจะให้คุณกลับบ้านก็แล้วกัน”

“เจ้านายคะฉันจะไปส่งคุณหนูโซยอนที่รถเองค่ะ” ซองฮีอาสาขึ้น ดวงตาของแม่บ้านผู้เคยอ่อนโยนแสดงความร้ายออกมาจนมาร์คกระตุกยิ้มบางๆ

“อืม ไปสิ”

“ค่ะ...เชิญค่ะคุณหนูโซยอน” ซองฮีผายมือเชิญอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม อีกฝ่ายรีบคว้ากระเป๋าอย่างลนลานแล้วเดินออกไปตามคำเชื้อเชิญนั้น หากแต่เมื่อประตูห้องรับแขกถูกปิดลงมาร์คก็ต้องรีบเอามืออุดหูของแบมแบมเอาไว้แทบจะทันที!

เพี๊ยะ!!!

“โอ้ย! … กรี๊ดดดดด!” เสียงหวีดร้องของคุณหนูโซยอนดังลั่น ทำเอาแม่บ้านคนอื่นๆสะดุ้งกันเป็นแถว คนที่น่ากลัวไม่ใช่แค่เจ้านายกับมือขวาอย่างแจ็คสัน แต่ซองฮีก็น่ากลัวไม่แพ้กัน ฟังจากเสียงฝ่ามือกระทบเนื้อ ที่นอกห้องแล้ว คุณหนูผู้สูงศักดิ์คงโดนจัดหนักไม่ใช่น้อย

“มาร์คปิดหูแบมทำไม แบมไม่ได้ยินเลย...” คนตัวเล็กเริ่มไม่ยอมอยู่นิ่งๆ เมื่อตนไม่ได้ยินเสียงรอบด้านเลย

“เธอน่ะออกไปบอกซองฮีให้ไปสั่งสอนกันไกลๆหน่อย ฉันไม่อยากให้แบมแบมได้ยิน”

“ค่ะเจ้านาย” แม่บ้านคนหนึ่งที่โดนแววตาคมตวัดมองรีบโค้งผงกแล้ววิ่งออกไปจากห้อง จากนั้นไม่กี่วินาทีเสียงด้านนอกก็เงียบลง มาเฟียหนุ่มจึงปล่อยมือแล้วดึงคนตัวเล็กมากอดปลอบขวัญ

“แบมได้ยินแล้ว”

“ครับมาร์คขอโทษนะ ที่ปิดหูแบมก็เสียงมันดัง มาร์คกลัวว่าแบมจะตกใจไง”

“ดังเหมือนฟ้าผ่าไหม?” คนตัวเล็กเอียงคอถามโดยที่ดวงตาและพวงแก้มยังมีน้ำตาเลอะอยู่ทำให้มาร์คนึกสงสารขึ้นมาจับใจ

“เหมือนครับ มาร์คเลยต้องปิดหูแบมไว้ไง”

“มาร์คจะไล่แบมไหม? คนนั้นเขาบอกจะให้มาร์คไล่แบม” แบมแบมถามพลางกอดอีกฝ่ายอย่างอ้อนๆ ในใจยังนึกกลัวว่าจะถูกไล่

“ไม่เอานะครับ อย่าไปจำคำพูดของคนอื่น มาร์คไม่ไล่แบมไปแน่นอนเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเลย”

“จริงนะ... มาร์คอยู่กับแบมนะ” คนตัวเล็กทั้งอ้อนทั้งกอด ส่วนมาร์คนอกจากจะพร่ำบอกว่าจะอยู่ด้วยกันแล้วจูบเรือนผมนุ่มเบาๆเหมือนเป็นการยืนยันความหนักแน่นของตัวเองกลายๆด้วย ซึ่งเขาก็มัวแต่ปลอบจนไม่ได้สังเกตว่าทั้งคำพูดและการกระทำของตนกับแบมแบมนั้น ถูกยองแจมองอยู่และเริ่มรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

“น้องเขา...”

“ถ้ารู้แล้วก็เงียบนะครับ อย่าพูดอะไรที่ไม่ควรพูด” แจ็คสันกระซิบเตือนทำให้ยองแจรีบเอามือปิดปากตัวเอง โดยที่ดวงตายังมองคนตัวเล็กด้วยความสงสาร
 

เกาหลี

แจบอมวางสายที่เพิ่งจะคุยกับแจ็คสันด้วยใบหน้ายิ้มๆ แม้จะทึ่งที่มาร์คประกาศชัดเจน โดยที่คู่ตุนาหงันยังไม่หายจากอาการป่วย แต่เขาก็รู้สึกยินดีที่เพื่อนรู้ใจตัวเองและดูท่าว่าจะมั่นคงในรักครั้งนี้เอามากๆ

“ท่านครับ พาสปอร์ตของเลขาจินยองเรียบร้อยแล้วครับท่าน” ซึงลองที่ยืนรอให้ผู้เป็นนายคุยโทรศัพท์เสร็จมากว่ายี่สิบนาทีเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นพาสปอร์ตให้

“ขอบใจ ว่าแต่เรื่องเดวิลเป็นยังไงบ้าง”

“เอ่อ...” คนถูกถามถึงกับไปไม่เป็นได้แต่อ้ำอึ้งหลบตาคม

“ซึงลอง นายเป็นคนสนิทที่ทำงานดีมาตลอด แต่ทำไมกะอีแค่คนๆเดียวถึงตามมาให้ฉันไม่ได้”

“ผมขอโทษจริงๆครับท่าน ตั้งแต่วันนั้นเดวิลไม่ได้ไปที่ไนต์คลับอีกเลย นอกจากนี้ไม่มีใครรู้จักเดวิลในชีวิตจริง อูยองที่เป็นพี่ก็ไม่ยอมบอกอะไร จะใช้กำลังบังคับผมก็เกรงว่าคนอื่นจะมองท่านในแง่ลบเหมือนที่เลขาจินยองเคยพูด”

“งั้นสรุปว่าฉันจะไม่ได้ใช่ไหม?” ถึงแม้ว่าคนใต้อำนาจจะมีเหตุผล แต่คนอย่างอิมแจบอมตั้งแต่เกิดมาอยากได้อะไรก็ได้ตลอดจึงมองด้วยแววตากดดันที่แสดงความหมายตรงข้ามกับที่ถาม!

“เอ่อ...”

“ฟังนะซึงลอง ยิ่งได้มายากฉันยิ่งอยากได้ นายเข้าใจไหมว่าฉันกำลังจะบอกอะไรนาย?”

“เข้าใจครับ ผมจะหาเดวิลให้เจอครับ” ซึงลองตัดสินใจรับปาก แม้ก่อนหน้านี้ความมั่นใจทั้งหมดจะหายไปแล้วก็ตาม

“ดี...หวังว่าฉันกลับมาจากฮ่องกงเมื่อไหร่จะได้รับข่าวดีนะ”

“ครับเจ้านาย แต่ถ้าผมเจอเดวิลก่อนผมจะส่งตัวไปให้ที่ฮ่องกงครับ” ซึงลองพูดรับด้วยแววตาซาบซึ้ง เพราะจากความหมายที่อีกฝ่ายสื่อออกมานั้นเท่ากับว่าท่านตัดสินใจยืดเวลาให้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว

“จะวิธีไหนเสียเท่าไหร่ฉันไม่ว่าขอให้ได้มาเป็นพอ”

“ครับท่าน” ซึงลองก้มหัวรับอีกครั้ง ส่วนคนเป็นนายถอนหายใจเฮือกยาวแล้วเปิดพาสปอร์ตเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย จากนั้นก็โทรบอกเพื่อให้เลขาเตรียมตัวเดินทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
 

หลังจากวางสายที่คุยกับเจ้านาย จินยองก็ต้องเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เพื่อไปทำงานที่ฮ่องกงในวันจันทร์ที่กำลังจะมาถึง หากแต่มันกลับรู้สึกแปลกๆกับสายตาของยูคยอมผู้เป็นน้องชาย

“มีอะไรหรือเปล่า? จ้องอยู่ได้”

 “เปล่าหรอก” ปากก็บอกว่าเปล่าแต่สายตาของเด็กหนุ่มไม่ใช่เช่นนั้นเลยยังคงจ้องผู้เป็นพี่แล้วหรี่ตาเหมือนครุ่นคิดบางอย่างอยู่

“เชื่อตายล่ะ มีอะไรก็พูดๆมาเลย พี่ไม่ชอบนะจ้องๆแล้วก็บอกว่าเปล่า”

“โอเค ถามก็ได้ ตกลงความสัมพันธ์ของพี่กับเจ้านายเป็นไงกันแน่ถึงได้มีมาง้อกันยันบ้าน”

“บ้า! ไม่ได้ง้ออะไรสักหน่อยท่านก็แค่มาถามเรื่องงานน่า” จินยองรีบโวยเมื่อน้องชายพูดเข้าประเด็นสงสัยแบบไม่มีเกรงใจ

“ไม่เห็นต้องเขินเลย ความรักเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าพี่จิ๊จ๊ะกับเจ้านายของพี่ ผมก็ไม่ว่าหรอกนะ อายุอานามของพี่มันก็ถึงเวลาแล้วนี่”

“ย๊า!! หยุดพูดไปเลยนะไอ้น้องบ้า!” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเขินหรือโกรธกันแน่ ขวดน้ำหอมในมือเกือบจะลอยใส่หัวเด็กหนุ่มอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นช่วยชีวิตเสียก่อน

กิ๊งก่อง!

 “โอ๊ะ! อย่าเหวี่ยงมานะ เรามีแขกมาเราต้องสงบศึกก่อน” ยูคยอมรีบปรามก่อนจะวิ่งจู๊ดไปเปิดประตู ทิ้งให้พี่หายใจฮึดฮัดอย่างขัดใจ

 ด้านยูคยอมเมื่อเปิดประตูมาเห็นผู้เป็นแขกทั้งสองก็แทบจะปิดใส่หน้า หากแต่แขกที่ว่ารู้ทันเลยดันประตูเอาไว้เสียก่อน จึงจำยอมต้องเผชิญหน้ากัน

“นิสัยแย่จริงๆเลยนะ ที่จะปิดประตูใส่หน้าฉันกับแม่”

“ก็แขกไม่ได้รับเชิญนี่ครับ ก็ไม่อยากจะต้องรับสักเท่าไหร่” เด็กหนุ่มตอบอย่างถือดี ทำให้เจ้าของมือนั้นทุบประตูด้วยความโมโห

“ไอ้เด็กบ้า! คิดว่าพ่อเดียวกันแล้วฉันจะไม่กล้าลงไม้ลงมือกับแกใช่ไหม!” เสียงต่อว่าดังลั่นเดือดร้อนให้จินยองที่อยู่ด้านในต้องวิ่งออกมาดู

“มีอะไรกันน่ะ? เอ๊ะ! คุณน้า พี่โบรัม มากันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”

“ก็ตั้งแต่ที่น้องชายของเธอเปิดประตูไง นิสัยแย่จริงๆไม่มีสัมมาคารวะ” งานนี้เป็นหญิงวัยกลางคนที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาชิงชัง

“ยูคยอม ขอโทษคุณน้ากับพี่โบรัมเดี๋ยวนี้”

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“ยูคยอม” จินยองพูดเสียงนิ่งๆ หากแต่สายตายามมองน้องนั่น เต็มไปด้วยความขอร้องไห้ยอมทำตามจนอีกฝ่ายต้องจำใจยอม

“ขอโทษครับ”

“ทีหลังให้มันรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่บ้าง แล้วก็หลีกสิยืนขวางประตูอยู่ได้” ทั้งสองคนไม่รอคำเชิญพอตำหนิเสร็จก็พากันเดินเข้ามานั่งที่โซฟาด้านในราวกับว่าเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านนี้

“น้ำเย็นๆครับ”

“ขอบใจ นี่ ได้ข่าวว่าเลิกไปที่คลับแล้วเหรอ?” คนที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงเอ่ยถามเป็นประเด็นและดูท่าว่าจะถ่อมาถึงนี่ก็เพื่อเรื่องนี้ทำเอายูคยอมใจเต้นริ้วๆไปด้วยความไม่พอใจ

“ใช่ และพี่จินยองก็จะไม่ไปอีก”

 “ฉันไม่ได้ถามแก อย่าสอดเวลาผู้ใหญ่เขาคุยกัน ว่าไงจินยองไม่คิดจะช่วยพี่ชายหรือไง เธอรู้ไหมว่าคลับต้องขาดทุนเท่าไหร่กับความเห็นแก่ตัวของเธอ”

“ใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว! อย่าว่าพี่ของผมแบบนี้นะ!” ยูคยอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจ้องมองสองแม่ลูกด้วยความโกรธ ที่อีกฝ่ายพูดว่าเป็นความผิดของจินยอง แถมเนื้อหานั้นเชิงบีบให้กลับไปที่ไนต์คลับเพื่อผลประโยชน์อีกต่างหาก!

“ยูคยอมไม่เอาน่า”

“พี่จินยองนั่นแหละอยู่เฉยๆไปเลยผมไม่ยอมแล้วนะ คุณน้ากับพี่โบรัมก็เหมือนกัน ไม่เอ็นดูเราสองคนผมไม่ว่านะแต่ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย รู้หรอกว่าพ่อทำผิดที่นอกใจน้าจนมีเราแต่พ่อกับแม่ก็ตายไปแล้ว มันก็ไม่ใช่ความผิดของเราสองคนซะหน่อยอย่ามาลงที่เราสิ” ยูคยอมพูดอย่างอัดอั้น ตัวเขาไม่เท่าไหร่แต่จินยองผู้เป็นพี่โดนมาเยอะ

“ไอ้ยูคยอม! พอโตขึ้นหน่อยทำปากดีนะ!” โบรัมลุกขึ้นผลักไหล่อย่างไม่พอใจ แต่ยูคยอมนั่นไม่สะเทือนเพราะเป็นผู้ชายที่ตัวสูงใหญ่กว่าหลายขุม จินยองเห็นท่าไม่ดี รีบลุกขึ้นมาขวางกลัวว่าน้องชายที่เป็นพวกไม่ยอมคนจะสวนกลับพี่สาวต่างแม่

“พอเถอะครับ ผมขอโทษแทนน้องด้วย แกยังเด็กเลยพูดอะไรไม่คิด”

“หึ! ถ้าฉันไม่เห็นแก่เธอมันโดนดีไปแล้ว ปากดีนักนะ แก” โบรัมชี้หน้าอย่างคาดโทษ แต่เด็กหนุ่มจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัวเลยสักนิด

“พอเถอะครับ ผมขอร้อง”

“ก็ได้ ... แล้วเธอจะเอายังไงตกลงจะทำหรือไม่ทำ จะตัดสินใจยังไงก็คิดให้ดีหน่อยละกัน บ้านหลังนี้ก็ของพี่อูยองเห็นแก่พี่เขาบ้าง”

“ผมทราบดีครับคุณน้า และผมกลับไปทำแน่ๆแต่อาจต้องขอเวลาสักนิด เพราะผมต้องไปดูงานที่ฮ่องกงกับเจ้านาย” เมื่อจินยองพูดรับปาก แขกทั้งสองยิ้มอย่างพอใจ ในขณะที่ยูคยอมหายใจฮึดฮัดด้วยความเคือง ตอนพ่อตายทรัพย์สมบัติอะไรไม่มีกระเด็นมาสักชิ้น ที่โยนมาให้ก็มีแต่หนี้สิน

“อืม ได้ฟังคำตอบฉันก็พอใจ หวังว่าจะไปไม่นานนะ ไม่งั้นพี่ชายเธออาจจะลำบาก”

“ครับ คุณน้า”

“งั้นฉันกลับล่ะ แล้วก็ช่วยอบรมน้องชายหน่อยล่ะ นิสัยมันแย่ลงทุกวัน” แม่เลี้ยงพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปพร้อมลูกสาว โดยมียูคยอมมองตามด้วยแววตาโกรธเคือง

“พี่ยอมมันทำไม?” ยูคยอมรีบเปิดประเด็นด้วยความไม่พอใจจนคนเป็นพี่ต้องเดินมากอดตบไหล่เบาๆให้น้องชายใจเย็นๆ

“ไม่ได้ยอม แต่พี่ต้องกลับไปอยู่แล้ว หนี้สินเรามีเยอะแยะถ้าไม่ไปเต้นจะเอาเงินที่ไหนไปใช้เขา”

“แย่ที่สุดเลย! สมบัติเอาไปหมดแต่โยนหนี้มาให้เรา ที่จริงเราไม่ต้องใช้ก็ได้เราเป็นลูกนอกสมรสนะ ถ้าเราไม่ใช้ใครก็เอาผิดเราไม่ได้ พวกนั้นก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ” ยูคยอมเอ่ย เขาไม่อยากเห็นพี่ต้องรับผิดชอบอะไรที่เกินตัวอีก

“แต่พ่อกับแม่ของเราทำให้พวกเขาเจ็บช้ำมาเยอะนะ พี่ว่า...”

“พี่ก็พูดแต่แบบนี้ มันเรื่องในอดีตเป็นเรื่องของคนที่ตายกันไปแล้ว ทำไมต้องมาลงที่เราทุกเรื่อง ผมไม่อยากให้พี่กลับไปทำงานที่นั่นแล้วนะ ถึงพี่อูยองจะดีกับเราแค่ไหน แต่ผมไม่เห็นด้วยที่พี่จะตอบแทนด้วยการเอาตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้ ผมกลัวทุกครั้งที่พี่ขึ้นเวที กลัวว่าจะมีไอ้บ้ากามที่ไหนมันลากพี่ไป พอกันที! ผมไม่ยอมหรอก!” ยูคยอมไม่ยอมฟังอะไรจากคนที่เป็นพี่อีก ผละออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายแล้วเดินออกไปจากบ้าน ไม่วายทิ้งท้ายด้วยการปิดประตูเสียงดัง

“พี่ก็ไม่ได้อยากทำนะยูคยอม” จินยองพึมพำตามหลังน้องด้วยความเครียด พอคนที่บ้านใหญ่มาทีไร ยูคยอมเป็นแบบนี้ทุกที ไม่เว้นแม้กระทั่งกับอูยองด้วย

ยูคยอมกลับเข้าบ้านอีกทีก็ดึกดื่นมืดค่ำ หนำซ้ำยังมีท่าทีตะบึงตะบอนใส่จนจินยองต้องพยายามหาทางง้อให้กลับมาเป็นน้องชายที่แสนน่ารักตามเดิม

“ยูคยอม พี่ทำคิมบับของโปรดของนายไว้ ลองกินดูสิ”

“ไม่หิว”

“จริงอ่ะ เสียดายจังอร๊อยอร่อย รู้ไหมถ้าวันนี้นายไม่กินละก็ จะไม่ได้ลิ้มรสฝีมือพี่อีกเป็นนานเลยนะ” คำพูดของจินยองทำให้คนเป็นน้องชำเลืองมองคิมบับเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบแบบเนียนๆ

“ก็ใช้ได้นี่”

“แหม!! อยากชมว่าอร่อยก็พูดออกมาเถอะน่า”

“ชริ! เห็นว่าต้องไปต่างประเทศหรอกนะถึงได้ยอมอ่ะ” ยูคยอมพูดเหมือนว่ายอมคืนดีด้วยเพราะพี่จะไม่อยู่ด้วยอีกนาน แต่นั่นก็ทำให้จินยองยิ้มออกรู้ดีว่าน้องชายหายเคืองแล้ว

“จ้ะ... พี่รู้ว่าน้องพี่ไม่โกรธนานหรอก ก็รักพี่ออกจะขนาดนี้”

“ก็แน่แหละ มีกันแค่นี้แหละ ที่ผมทำก็เพื่อพี่นะ” ยูคยอมพึมพำเบาๆมองร่างบางที่กำลังเดินไปหยิบคิมบับในครัวมาเพิ่มด้วยสายตากึ่งรู้สึกผิด แม้ว่าจะทำไปเพื่อพี่แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการหักหลังอยู่ดี

 

ในที่สุดวันเดินทางไปฮ่องกงก็มาถึง ซึงลองเป็นคนขับรถมาส่งแจบอมและจินยองที่ลานจอดเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว และบ่อยครั้งที่ซึงลองเผลอลอบมองจินยองจนทำให้คนบางคนเกิดความรู้สึกขัดลูกหูลูกตา!

“ซึงลองนายมีอะไรหรือเปล่า? ฉันเห็นลอบมองจินยองอยู่นานแล้ว” คำพูดของคนเป็นเจ้านายนอกจากจะทำให้ซึงลองสะดุ้งแล้วยังทำให้จินยองสะดุ้งด้วยเช่นกัน เจ้าตัวหันไปมองหน้าซึงลองด้วยความรู้สึกหวาดๆ แต่พยายามไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา

“เปล่าครับ ผมก็แค่รู้สึกว่าคุณเลขาดูดีขึ้น”

“ห๊ะ? นายพูดแบบนี้ อย่าบอกว่าจะจีบนะ”

“ผมไม่แย่งเลขาของท่านหรอกครับ เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ” ซึงลองพูดปฏิเสธก่อนจะโค้งลา ในขณะที่จินยองนั้นเดินขึ้นเครื่องนำหน้าเจ้านายด้วยความรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของซึงลองในประโยคที่ว่า “เลขาของท่าน” 

Crazy love บ้าอ้อนรักนายมาเฟีย

Crazy love บ้าอ้อนรักนายมาเฟีย

Get it now

 

ภายในเล่มประกอบด้วยเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ และตอนพิเศษอีก 6 ตอน

ตอนพิเศษ1ความรู้สึกที่มั่นคง

ตอนพิเศษ2คนรักของมาเฟียกับชีวิตมหาลัย

ตอนพิเศษ3อ้อน

ตอนพิเศษ4เปิดตัว

ตอนพิเศษ5แบมแบมไม่ชอบรังแกใคร

ตอนพิเศษ6รางวัลของมาร์คต้วน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,795 ความคิดเห็น

  1. #4770 praew-yyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 10:54
    น้องแบมตอนอ้อนน่ารักที่สุดแล้วค้าบ
    #4,770
    0
  2. #4238 Janriel (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 19:44
    รู้จักพี่มาร์คน้อยไปแล้วคุณโซยอน
    #4,238
    0
  3. #216 pedfay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 01:49
    ต่อๆนะไรต์ สู้ๆน่ะ
    #216
    0