ซาตานพยศรัก

ตอนที่ 9 : บทที่ 2 อดีตที่ไม่เคยลืม [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62





บทที่ 2 อดีตที่ไม่เคยลืม [1]

 

รถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาในรั้วคฤหาสน์ปัทมนันท์อย่างเงียบเชียบ แม้จะเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ไฟบนชั้นสามของตัวตึกใหญ่ยังคงเปิดอยู่ แสดงชัดว่ายายแม่มดร้ายกับลูกชายตัวแสบยังไม่เข้านอน ริมฝีปากหนาเหยียดออกเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเกียรติก้อง ปัทมนันท์ มีชื่อเล่นว่ากบ แต่เขามักเรียกมันว่าไอ้กร่าง!

ทำไมน่ะเหรอ...ก็เพราะมันเป็นน้องเล็กคนที่สี่ซึ่งเกิดจากคุณอังคณา ผู้ที่สถาปนาตนเองเป็นใหญ่รองจากคุณปู่ เพราะถือว่าตนเองเป็นเมียแต่ง ไอ้กร่างไม่เคยญาติดีกับพี่ๆ คนไหน ไม่สิ! มันไม่เคยคิดว่าเขาเป็นพี่ชายของมัน อย่างที่เขาเองก็ไม่เคยเห็นมันเป็นน้อง!

ความโกรธเกลียดนี้ไม่ใช่มีแค่เขากับเกียรติก้องเท่านั้น ยังรวมไปถึงอัครัชและนาธานอีกด้วย พวกเขาเป็นพี่น้องพ่อเดียวกันที่เกลียดกันชนิดไม่เคยญาติดี แม้อัครัชกับนาธานจะไม่ทำให้เขาเกลียดได้เท่ากับเกียรติก้อง แต่ความสัมพันธ์ที่ควรแนบแน่นแบบพี่น้อง กลับห่างเหินและพูดคุยกันราวกับเป็นคนอื่น

ชายหนุ่มขับรถผ่านคฤหาสน์หลังใหญ่ไปยังด้านหลัง บ้านของเขาอยู่ฝั่งซ้ายของคฤหาสน์ เป็นบ้านสองชั้นติดแม่น้ำเจ้าพระยา หลังไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่จนเกินไปนัก เขาจอดรถแล้วก้าวลงมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้าน ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

ที่เขายังทนอยู่ที่นี่ก็เพราะคุณปู่ เขารักคุณปู่ นอกจากมารดาแล้วก็มีคุณปู่ เขารักและเคารพท่านเหนือสิ่งอื่นใด หากวันใดสิ้นต้นโพธิ์ต้นนี้ เขาคงพามารดาออกไปจากที่นี่ทันที ไม่คิดอยากอยู่ร่วมชายคากับคนน่ารังเกียจบนตึกใหญ่แม้เสี้ยววินาทีเดียว

เมื่อเขาก้าวลงจากรถก็พบกับน้องชายคนที่สอง...อัครัช ที่เพิ่งกลับมาเหมือนกัน เมื่อเจอหน้ากันจังๆ ภีมวัจน์จึงเอ่ยทักทายอย่างรักษามารยาท

“เพิ่งกลับเหรอ”

“ครับ”

อีกฝ่ายตอบกลับมาสั้นๆ ภีมวัจน์พยักหน้าแล้วไม่คิดซักถามอะไรอีก เพราะเขาสี่พี่น้องไม่เคยสนใจหรือยุ่งวุ่นวายเรื่องของกันและกัน ไม่สิ...ยกเว้นน้องชายคนสุดท้าย ไอ้กบกร่างหรือเกียรติก้อง...ที่มักจับผิดคนอื่นๆ ทำตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน คอยสอดส่องเพราะกลัวว่าพวกเขาจะเข้าไปขอเงินจากคุณปู่

ทว่าตัวเองนั้นกลับไม่ได้วิเศษวิโสกว่าคนอื่น ออกจะแย่ที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมดด้วยซ้ำ เพราะปล่อยตัวอ้วนเผละ เอาแต่กิน นอน ออกเที่ยว งานการไม่รู้จักทำ นี่พอเขาได้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทปัทมนันท์ก็เต้นผาง โวยวายแล้วหนีออกจากบ้าน ทำตัวเหมือนเด็กวัยรุ่นทั้งที่อายุสามสิบกว่าแล้ว แต่หัวสมองกลับมีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียว

ดีหน่อยที่น้องชายต่างมารดาอีกสองคนของเขาทำงานมั่นคง นอกจากจะช่วยกิจการของตระกูลแล้วยังมีกิจการของตัวเองกันอีกด้วย แม้ทั้งสองคนจะได้นิสัยเจ้าชู้ประตูดินจากเกื้อกูลผู้เป็นบิดามาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเอามาปะปนจนเสียงานเสียการ



อีบุ๊คกดที่รูปเลยค่ะ >>  <<อีบุ๊คกดที่รูปเลยค่ะ 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

13 ความคิดเห็น