ซาตานพยศรัก

ตอนที่ 8 : บทที่ 1 ยื่นซองขาว [6]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62




บทที่ 1 ยื่นซองขาว [6]

 

“แล้วนั่นแกจะไปไหน คิดจะโผล่หัวมาก็มา คิดจะไปก็ไป”

“ไปหาเหล้ากระแทกปากแก้เซ็ง” อเล็กซ์หันกลับมายักไหล่เล็กน้อย “ว่าแต่แกกำลังเซ็งอยู่หรือเปล่า ถ้าเซ็งก็ตามไปเจอฉันที่เดิม” หนุ่มลูกครึ่งเดินออกไป ทิ้งให้เพื่อนสนิทนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยท่าทางเคร่งเครียด

ภีมวัจน์ยกโทรศัพท์ขึ้นกดโทร.ไปยังห้องผู้ช่วยของเขาทันที  “คุณอนันต์...เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอก คุณมีงานด่วนอะไรเอาเข้ามาให้ผมเซ็นได้เลย อ้อ...บอกฝ่ายบุคคลให้เปิดรับสมัครเลขาฯ ด้วย แต่ ครั้งนี้ผมจะเป็นคนสัมภาษณ์เอง”

ชายหนุ่มวางโทรศัพท์เมื่อสั่งงานผู้ช่วยเรียบร้อยแล้ว ปรับเก้าอี้ทำงานขนาดใหญ่ให้เอนนอนแล้วยกมือขึ้นกอดอก ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ มีหลายเรื่องวิ่งวุ่นอยู่ในห้วงความคิด เขาไม่อาจวางมันลงได้เลยแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว

ใครเลย...จะรู้ว่าชีวิตที่ใครๆ ต่างก็อิจฉา และยกย่องให้เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังหนุ่ม อย่างภีมวัจน์ ปัทมนันท์นั้นจะมีความทุกข์ฝังใจอย่างแสนสาหัส

เขาเป็นถึงประธานบริษัทปัทมนันท์ บริหารโรงแรมในเครือปัทมนันท์ทั้งหมด 9 สาขา 7 สาขาในประเทศไทย และอีก 2 สาขาที่สิงคโปร์และเวียดนาม ยังไม่รวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีกมากมาย ตระกูลปัทมนันท์ร่ำรวยจนเจ้าสัวเกริกไกร...คุณปู่ของภีมวัจน์ติดอันดับ 7 บุคคลที่รวยที่สุดในเอเชีย ส่วนเขาเองได้ชื่อว่าเป็นเสือดาวหนุ่มผู้มองการณ์ไกล  ชายหนุ่มเข้ามาศึกษาตลาดหุ้นตั้งแต่ยังเรียนมัธยมปลาย จากการใช้เงินเก็บของตนเองซื้อหุ้นเล็กๆ น้อยๆ ในความดูแลของสิทธิชัย ทนายประจำตระกูล

กระทั่งชายหนุ่มก้าวย่างเข้าเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย เขาก็กระโจนลงไปในสนามหุ้นเต็มตัว ด้วยสายตาแหลมคมและมักวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ภีมวัจน์ทำกำไรจากการกว้านซื้อและเทขายหุ้นได้ปีละหลักล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็นหลายสิบล้านอย่างรวดเร็ว

จนมีนักข่าวเศรษฐกิจให้สมญานามแก่ชายหนุ่มว่า พรานหนุ่มผู้จับเสือมือเปล่า[1]

ภายนอกเขาคือชายหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จยากที่ใครจะเทียบได้ แต่จะมีสักกี่คนที่ล้วงลึกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจที่แสนขมขื่น หลานชายคนโตของตระกูลปัทมนันท์ไม่ได้โก้หรูอย่างที่สังคมภายนอกรับรู้ เมื่อมารดาของเขาเป็นเพียงภรรยาซึ่งขยับฐานะจากสาวใช้ในคฤหาสน์ ไม่ได้รับเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรีเทียบเทียมภรรยาน้อยที่ได้แต่งงานออกหน้าออกตาขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาตีทะเบียน เชิดหน้าชูคอว่าตนเองนั้นสูงเสียดฟ้า แต่แท้จริงแล้วก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาน้อยอยู่วันยังค่ำ! แม้จะบอกใครต่อใครประหนึ่งตนเองเป็นภรรยาหลวง แต่ความจริงก็คือความจริงที่ไม่อาจหนีพ้น

สงครามระหว่างมารดาของเขากับคุณอังคณาจึงระอุและพร้อมปะทุอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บ้านไม่เคยมีคำว่าสงบสุข แต่ที่ยังนิ่งสงัดราวกับลาวาร้อนรอปะทุ ก็เพราะยังมีคุณปู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรทอดกิ่งก้านให้ร่มเงาแก่ลูกหลานคนอื่นๆ ได้สงบสุขบ้าง

ต้นเหตุทั้งหมดมาจากเกื้อกูล...บิดาจอมเจ้าชู้ตัวพ่อที่ไข่ทิ้งไว้ทั่ว ทำให้มีบุตรชายถึงสี่คนจากภรรยาทั้งสี่ นี่ยังไม่นับรวมหากว่าในอนาคตจะมีใครมากล่าวอ้างว่าเป็นบุตรที่เกิดจากบิดาของเขาอีก เขาก็คงไม่แปลกใจเลย เพราะหากบิดายังมีชีวิตอยู่ เขาอาจมีน้องชายหรือน้องสาวคราวลูกก็เป็นได้ เพราะเชื่อได้เลยว่าบิดาคงไม่หยุดเจ้าชู้ กระทั่งก่อนหมดลมหายใจสุดท้ายบิดาของเขาก็ยังมิวายไว้ลายเหลือร้าย โดยการสิ้นใจตายคาอกหมอนวดสาว ลาโลกใบนี้ไปอย่างอัปยศ

ฉาวโฉ่เสียจนคุณปู่ถึงกับล้มป่วย...

สายเลือดคาสโนวาถูกส่งต่อมายังเขา แม้เขาจะเจ้าชู้แต่ก็รอบคอบพอที่จะไม่ไข่ทิ้งไว้ให้เป็นภาระทีหลัง และเขาจะไม่มีทางจริงใจกับผู้หญิงคนไหน เพราะรู้ว่าท้ายที่สุดแล้วจุดจบของผู้หญิงดีๆ คนหนึ่งคงไม่ต่างไปจากมารดาของเขา ดังนั้นเขาจึงเลือกผู้หญิงรักสนุกไม่คิดผูกพัน มีข้อตกลงที่พอใจกันทั้งสองฝ่าย สุขสมแล้วก็แยกทางกันไป

ซึ่งเขามองว่ามันยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย...



[1] จับเสือมือเปล่า หมายถึง การแสวงหาผลประโยชน์โดยตัวเองไม่ต้องลงทุน


อีบุ๊คกดที่รูปเลยค่ะ >>  <<อีบุ๊คกดที่รูปเลยค่ะ 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

13 ความคิดเห็น