ซาตานพยศรัก

ตอนที่ 26 : บทที่ 5 สุภาพบุรุษจำเป็น [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    11 มิ.ย. 62





บทที่ 5 สุภาพบุรุษจำเป็น [1]

 

รถยุโรปราคาแพงแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร็วสูง ภีมวัจน์เหลือบตามองรถที่ขับตามมาจากกระจกมองหลังด้วยความแปลกใจ เมื่อจู่ๆ รถคันนั้นก็ชะลอแล้วเลี้ยวกลับเสียดื้อๆ เขาจึงขับต่อไปอีกสักพักก่อนจะเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน อย่างน้อยปั๊มน้ำมันก็ยังมีผู้คนพลุกพล่าน หากพวกมันย้อนกลับมาคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

วาดตะวันตัวสั่นงันงก เหลียวมองหลังด้วยท่าทางหวาดระแวง เมื่อหันกลับมามองคนที่ช่วยเหลือเธอก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปหลายอึดใจ ผู้ชายตรงหน้ามีหน้าตาหล่อชนิดที่เรียกว่าเหลือร้าย หน้าตาคมเข้ม ผิวสีแทน รูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง กอปรกับชุดสูทหรูหราและรถที่เขาขับ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าเขาอยู่คนละโลกกับเธอ

ไม่ต่างจากเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเธอเอาไว้ ผิดแปลกแต่เธอไม่ใช่เจ้าหญิง แต่เป็นสาวชาวบ้านจนๆ เท่านั้น

“เธอเป็นยังไงบ้าง”

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบทุ้ม ดวงตาคมมองหญิงสาววาววับ แม้เธอจะดูกระเซอะกระเซิง ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาและมาสคาร่าจนแทบดูไม่ได้ ทว่ามีสิ่งที่น่าดูยิ่งกว่านั้น นั่นก็คือเนินอกสวยตัดกับเดรสสีเขียวน้ำทะเล ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมานั่งพิจารณาหน้าอกของเธอ เขาจึงถอดสูทออก แต่การกระทำเช่นนั้นทำให้หญิงสาวเบิกตากว้าง ถอยหนีจนแผ่นหลังชิดประตูรถ

“สวมไว้เสียสิ ชุดเธอขาดหมดแล้ว”

วาดตะวันก้มลงมองตัวเองพลันใบหน้าก็แดงระเรื่อ เมื่อเนินอกทะลักพ้นชุดเดรสตัวสวยออกมาเกือบครึ่ง กระโปรงฉีกขึ้นสูงจนเห็นกางเกงชั้นในลูกไม้สีขาว เธอเกือบเปลือยต่อหน้าเขา! หญิงสาวรีบรับสูทของชายหนุ่มมาสวมทันที ก่อนจะเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงตื้นตัน

“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณช่วยเอาไว้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแทนบุญคุณของคุณครั้งนี้อย่างไร” หญิงสาวสะอื้นไห้อย่างเสียขวัญ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเธอก็ห่อไหล่เข้าหากัน ตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด

ภีมวัจน์บอกตัวเองว่าเขาไม่ใช่คนแพ้น้ำตาผู้หญิง เขาเห็นน้ำตาของผู้หญิงมาเยอะ แต่ทว่าน้ำตาของผู้หญิงตรงหน้ากลับทำให้เขาหวิวโหวงที่หัวใจอย่างน่าประหลาด

“ฉันไม่ถามหรอกนะว่าเธอกับไอ้พวกนั้นมีปัญหาอะไรกัน มีคนเดือดร้อนอยู่ตรงหน้าอย่างไรฉันก็ต้องช่วย มันคือพื้นฐานมนุษยธรรมที่มนุษย์พึงมี เพราะต่อให้ไม่ใช่เธอ จะเป็นใครก็ช่าง ฉันก็ต้องช่วยเหลืออยู่ดี ฉะนั้นอย่าถือว่าเป็นบุญคุณ และก็ไม่ต้องมาตามชดใช้อะไร” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แม้คำพูดของเขาจะดูใจร้ายและหยิ่งทะนง กระนั้นมันก็คือความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

“ขอบคุณมากค่ะ”

หญิงสาวไม่เคยพบเจอการพูดจาที่ดูเหมือนทะนงตน แต่ก็แฝงความมีน้ำใจอยู่ในประโยคได้อย่างน่าฟัง โดยรวมก็คือเขาไม่ต้องการให้เธอเก็บไปคิดมากว่าต้องตามชดใช้บุญคุณในครั้งนี้ เพราะเขาพอใจที่จะช่วยเหลืออย่างไม่มีข้อแม้นั่นเอง



อีบุ๊คกดที่รูปเลยค่ะ >>  <<อีบุ๊คกดที่รูปเลยค่ะ 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

13 ความคิดเห็น