ซาตานพยศรัก

ตอนที่ 15 : บทที่ 3 หนีเสือปะซาตาน [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62





บทที่ 3 หนีเสือปะซาตาน [1]

 

ประตูรั้วสีขาวหน้าคฤหาสน์ปัทมนันท์ถูกเปิดกว้าง โต๊ะพับถูกกางออกแล้วปูทับด้วยผ้าคลุมโต๊ะลูกไม้สีขาว ขันเงินใส่ข้าวสวยกรุ่นไอร้อนลอยเอื่อยขึ้นในอากาศวางบนโต๊ะ ข้างกันเป็นอาหารหลายชนิดบรรจุใส่ถุงไว้เรียบร้อย พานสีทองวางดอกบัวสีขาวเอาไว้หลายมัด พรรณียืนรอบุตรชาย โดยมีสายใจแม่บ้านเก่าแก่ยืนคอยเตรียมอาหารสำหรับตักบาตร

แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าบุตรชายจะตามมาเสียที...

“พระมาแล้วค่ะคุณณี” สายใจบอกพรรณีเมื่อเห็นพระสามรูปกำลังเดินบิณฑบาตตรงมา

 พรรณีพยักหน้าแล้วมองกลับเข้าไปในอาณาเขตของคฤหาสน์ ถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อคิดว่าบุตรชายคงไม่มาตักบาตรกับเธอแน่ๆ

“นิมนต์ค่ะพระคุณเจ้า” พรรณีถอดรองเท้าแล้วหยิบขันเงินขึ้นมา ตักข้าวลงในบาตรพระแล้วหยิบอาหารใส่ตามลงไป กำลังจะหยิบดอกบัวมือใหญ่ของบุตรชายก็หยิบไปเสียก่อน

ภีมวัจน์วางดอกบัวลงบนบาตรพระที่ปิดฝาเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้กับมารดา ทั้งสองคุกเข่าลงรับพรจากพระสงฆ์

“อายุ วัณโณ สุขัง พลัง”

เมื่อพระสงฆ์เดินผ่านไปแล้วพรรณีจึงหันไปยิ้มให้บุตรชาย “แม่นึกว่าภีมตื่นไม่ทันเสียอีก เพราะเมื่อคืนกว่าจะนอนก็ดึกมากแล้ว” พูดพลางจับแขนบุตรชายเอาไว้

“ผมรับปากคุณแม่ไว้แล้ว ยังไงผมก็ต้องมาครับ ผมบอกแล้วไงครับ อะไรที่เป็นความต้องการของคุณแม่ ผมยินดีทำให้ทุกอย่าง”

“ถ้าอย่างนั้นก็หาสะใภ้ให้แม่เสียทีสิภีม”

“ยกเว้นเรื่องนี้ครับคุณแม่” ชายหนุ่มปฏิเสธทันควัน

“แต่มันเป็นความต้องการของแม่ แม่อยากอุ้มหลาน ทำเพื่อแม่ไม่ได้เหรอภีม ที่ผ่านมาแม่ก็ไม่เคยขออะไรเลย ปีนี้ลูกก็อายุสามสิบหกแล้ว แต่งงานมีหลานให้แม่อุ้มเสียทีเถอะนะ ก่อนที่แม่จะแก่ไปมากกว่านี้จนอุ้มไม่ไหว” พรรณีไม่ระย่อ เธอยังคงเกลี้ยกล่อมบุตรชายเรื่องนี้ทุกครั้งเมื่อสบโอกาส

“เราไม่พูดเรื่องนี้กันดีกว่านะครับคุณแม่ ผมไปทำงานก่อนนะครับ”

ปี๊น! ปี๊น! ปี๊น!

ชายหนุ่มโน้มตัวลงกำลังจะหอมแก้มมารดา เสียงบีบแตรก็ดังลั่นขึ้นเสียก่อน ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองรถสีทองน่าเกลียดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

ขณะที่พรรณีสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ เสียงบีบแตรก็ดังลั่น รีบยกมือขึ้นทาบอก เรียกขวัญกลับมาอยู่กับตัว

“หัวใจแม่จะวายเข้าสักวัน คนบ้านนี้ขับรถเร็วไม่พอยังใจร้อนอีก” บ่นพึมพำแต่ก็รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ไปตักเตือนใครทั้งนั้น

“ผมละสังเวชใจจริงๆ ไอ้รถสีทองติดทองคำเปลวเนี่ย ขับไปที่ไหนก็เป็นมลพิษทางสายตา รสนิยมเห่ยบรม ไม่อายบ้างหรือไงก็ไม่รู้”



อีบุ๊คกดที่รูปเลยค่ะ >>  <<อีบุ๊คกดที่รูปเลยค่ะ 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

13 ความคิดเห็น