เสน่หาอินคา

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,946 Views

  • 42 Comments

  • 246 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    17,946

ตอนที่ 46 : บทที่ 9 พลทหารยาปา-2 [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 ม.ค. 61








 

บทที่ 9

พลทหารยาปา (2)

 

 

“อะไรนะ! ข้าต้องเข้าเฝ้าเจ้าชายทูปัก วีรา งั้นหรือ” พลทหาร
ยาปาร้องถามเสียงหลง องครักษ์วาคัคได้ยินเสียงโวยวายจึงหันมามองเชิงตำหนิ ก่อนจะตบที่ต้นคอตัวเองหลายครั้งเพื่อขับไล่อาการมึนเมาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ สงสัยต้องหาอะไรร้อนๆ ดื่มเพื่อให้สร่างเมา ขืนไปทำงานเช่นนี้เจ้าชายต้องกริ้วแน่ๆ

 

“เจ้าเป็นทหารของเจ้าชาย ไม่รายงานตัวกับเจ้าชายแล้วเจ้าจะไปรายงานตัวกับใคร”

 

“เอ่อ...ข้า ข้าแค่คิดว่ามันรวดเร็วไปหน่อย” ยาบารีในคราบ
พลทหารยาปาอึกอักรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก หากเธอบอกเจ้าชายว่าเป็นแฝดน้องของตนเอง เจ้าชายจะเชื่อเธอได้อย่างสนิทใจเหมือนองครักษ์วาคัคหรือไม่ เธอคาดเดาไม่ได้จริงๆ

 

“ไปเถอะ อย่าช้า” องครักษ์หนุ่มตบหลังพลทหารยาปาให้เดิน ทว่าคนร่างบางกลับเซจนแทบหน้าทิ่ม องครักษ์หนุ่มเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าระอากับความอ่อนแอของพลทหารคนใหม่ ไม่รู้ว่าเอาชนะโทฮุยร่างยักษ์จนสลบเหมือดได้อย่างไร โชคเข้าข้างแท้ๆ เชียว...

 

ยาบารีหัวใจเต้นแรง เมื่อวาคัคพาเธอเข้ามาในวังหลวง วังจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่ซากหินปรักหักพังอย่างที่เธอเคยเห็น ช่างงดงามจนหญิงสาวตื่นตาตื่นใจ พระราชวังนั้นถูกแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ตัวอาคารทำจากหินก้อนใหญ่ซ้อนทับกันเป็นระเบียบราวกับได้รับการตัดขัดเกลาเป็นเหลี่ยมเรียบผสานติดกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนหลังคานั้นมุงด้วยหญ้าคาสีเหลืองนวล

 

ผังเมืองต่างๆ ของอาณาจักรอินคาคล้ายคลึงกัน โดยทุกเมืองจะมีวังที่ประทับขององค์จักรพรรดิ มีที่พักของผู้ว่าการประจำเมือง มีถนนหนทางเชื่อมและมีจุดรับข่าวสารคีปู[1] ใจกลางเมืองเป็นพลาซ่าสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ รอบๆ จะมีศูนย์บริหารบ้านเมืองตั้งอยู่ ใกล้วังที่ประทับมีวิหารพระอาทิตย์ไว้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ถัดออกไปมีเขตที่พักของนางห้าม และบริเวณตะวันตกเฉียงใต้จะมีอาคารเสบียงอาหารซึ่งเก็บไว้ใช้บริโภคตลอดปี ด้านตะวันตกเป็นเขตที่พักของเหล่าช่างฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่างทอง ช่างเงิน ช่างไม้ ช่างแกะสลัก และช่างทอผ้า

 

และเขตวังจะสร้างอาคารล้อมรอบ โดยส่วนในสุดเป็นตำหนักที่ประทับ บริเวณรอบๆ จะเป็นที่พักของเหล่าขุนนาง ถัดออกมาคือที่พักทหารชั้นผู้น้อยลดหลั่นลงมา ซึ่งตรงนี้คือที่พักของยาบารีนั่นเอง

 

และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้เดินเข้าไปในพระราชวังซึ่งประดับด้วยทองคำมากมาย ความโอ่อ่าของตัวพระราชวังชั้นในทำให้หญิงสาวตื่นตะลึงจนลืมความกลัวที่จะต้องเข้าเฝ้าเจ้าชายทูปัก วีรา กว่าจะรู้ตัวเจ้าชายก็ประทับอยู่เบื้องหน้าเธอเสียแล้ว

 

“เกล้ากระหม่อมนำตัวพลทหารยาปามาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

 

“ยาบารี!

 

เจ้าชายหนุ่มขมวดพระขนงเข้าหากัน เมื่อวานนี้ที่ลานประลองพลทหารยาปามอมแมมมีแต่คราบดำๆ ที่ใบหน้า พระองค์เองไม่ได้สนพระทัยพิจารณาว่าหน้าตารูปร่างอย่างไร เมื่อต้องพระทัยก็ทำการขอตัวมาช่วยเหลืองานทันที ทว่าวันนี้เมื่อได้ทอดพระเนตรใกล้ๆ จึงเห็นว่าพลทหารยาปาแท้ที่จริงแล้วคือยาบารีนั่นเอง

 

“หาใช่ยาบารีไม่พ่ะย่ะค่ะเจ้าชาย นี่คือยาปาน้องชายฝาแฝดของยาบารี คราแรกเกล้ากระหม่อมก็เข้าใจผิดเช่นกัน” วาคัคกราบทูลทว่าเจ้าชายกลับประทับนิ่ง ทรงเพ่งพิศพลทหารคนใหม่อย่างไม่ยอมละสายพระเนตร

 

“งั้นหรือ”

 

“ว่าแต่พระองค์ทรงรู้จักยาบารีด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มแปลกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเจ้าชายจะทรงรู้จักกับหญิงสาวชาวบ้าน ถึงขนาดรู้จักชื่อเช่นนี้ แต่หากคิดอีกมุมก็คงไม่แปลกเพราะยาบารีเป็นคนสวย หากพระองค์เคยทอดพระเนตรก็คงต้องพระทัยอย่างไม่ต้องสงสัย

 



[1] คีปู หมายถึง เชือก ปม หรือเงื่อน คีปูมิใช่การเขียน แต่เป็นวิธีที่ใช้ในกระบวนการบันทึกความจำเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่สื่อสารระหว่างกันในชนเผ่าอินคา คีปูประกอบด้วยเชือกหลายเส้น ปมเงื่อนที่ผูกไว้สามารถแสดงสัญลักษณ์เรื่องราวต่างๆ ได้ โดยอาศัยขนาดปมและสีสันต่างๆ (ข้อมูลจากหนังสือ อาณาจักรลับอินคา แผ่นดินแห่งเลือดและทองคำ โดย บรรยง บุญฤทธิ์ เรียบเรียง)










ฝากแฟนเพจด้วยนะคะ 
กดที่รูปการ์ตูนสะมะเรียได้เลยค่ะ



เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น