เสน่หาอินคา

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,929 Views

  • 42 Comments

  • 246 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    25

    Overall
    17,929

ตอนที่ 43 : บทที่ 8 พลทหารยาปา [6]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    17 ม.ค. 61








 

 

ยาบารีสงบพอจะมองโทฮุยอย่างแน่วแน่ ในขณะที่โทฮุยโมโหที่เธอทำให้เขาเสียหน้าท่ามกลางผู้คนหลายร้อยเช่นนี้

 

“เมื่อครู่ข้าอ่อนข้อให้เจ้า คงถึงเวลาที่ข้าต้องเอาจริงแล้วสินะ” โทฮุยหักนิ้วดังกร๊อบ หมุนคอไปมาแล้วสาวเท้าวิ่งเข้าใส่ยาบารี หวังทุ่มไอ้หนุ่มผอมแห้งขี้โรคให้ลงไปกองกับพื้นภายในครั้งเดียว ทว่ายาบารีนั้นว่องไว เธอหลบเมื่อเขาปราดเข้ามาประชิดก่อนจะใช้สันมือสับลงไปที่ต้นคอของโทฮุยเต็มแรง

 

โทฮุยทรุดฮวบมึนงงไปหมด เขารีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ย๊าก!” แล้วยกเท้าขึ้นสูงหมายจะเตะเข้ากลางลำตัวยาบารี ทว่าหญิงสาวกลับหมุนตัวหลบแล้วกระโดดสูงเตะเข้าที่ปลายคางโทฮุยเต็มแรง เพียงเท่านั้นเองโทฮุยก็ล้มตึงสลบเหมือดทันที ผู้คนที่ดูการประลองครั้งนี้ต่างอ้าปากค้าง ก่อนจะส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ฮือฮาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

 

“พลทหารยาปาคือผู้ชนะคนล่าสุด!

 

...” เงียบกันไปหมด เมื่อผู้ชายส่วนใหญ่แพ้พนัน และแน่นอนวาคัคจำคำพูดของตนเองได้เป็นอย่างดี ยิ่งได้ยินเสียงพระสรวลของเจ้าชายทูปัก วีรา องครักษ์หนุ่มก็หน้าหดเหลือสองนิ้ว

 

“พลทหารคนต่อไป...”

 

“เดี๋ยวขอรับ ข้าไม่แข่งต่อได้หรือไม่” หญิงสาวเอ่ยถาม เธอเหนื่อยจนขาสั่นไปหมดแล้ว ขืนให้เธอสู้ต่อสุดท้ายเธอก็ต้องถูกคู่ต่อสู้อัดจนน่วมเพราะหมดแรงแน่ๆ

 

“ไม่ได้ เจ้าต้องแข่งจนกว่าจะแพ้”

 

“ได้สิ!” เจ้าชายทูปัก วีรา ทรงพระดำเนินลงจากแท่นหินมายังสนามประลอง แล้วมองหน้าพลทหารยาปาใกล้ๆ พระขนงหนาสีดำสนิทขมวดเข้าหากัน พลทหารคนนี้เหตุใดจึงคุ้นหน้านัก ทว่าคราบถ่านที่ทาหน้าไว้ทำให้พระองค์ทอดพระเนตรได้ไม่ถนัดนัก

 

“ข้าขอตัวพลทหารยาปามาทำงานให้ข้า ข้าคิดว่าองครักษ์วาคัคอยากได้ผู้ช่วยอยู่พอดี”

 

“แต่ว่าเกล้ากระหม่อม...”

 

“สอนงานให้พลทหารยาปาหรือจะแก้ผ้าตรงนี้ ข้าอนุญาตให้เจ้าเลือก” ตรัสเช่นนั้นแล้วก็หมุนพระวรกายกลับ สาวพระบาทเสด็จออกไปจากสนามประลอง องครักษ์วาคัคยิ้มแหยมองหน้าพลทหารยาปาอย่างไม่ถูกชะตานัก

 

ทว่าคนที่ทำอะไรไม่ถูกจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นคือพลทหารยาปา โอ้! ชีวิต ทำไมฉันถึงซวยแบบนี้นะ! เป็นอย่างนี้เจ้าชายทูปัก วีรา ต้องจับได้แน่ๆ ว่าเธอคือกระต่ายน้อยหาใช่พลทหารยาปาที่อุปโลกน์ขึ้น

 

 

 

 

“นี่คือที่นอนของเจ้า ส่วนเครื่องแบบข้าจะให้ทหารนำมาให้เจ้าภายหลัง ต่อไปข้าจะเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลเจ้าเอง สงสัยอะไรตรงไหนก็ถามข้าได้เลย” องครักษ์วาคัคอธิบายด้วยน้ำเสียงห้วนอย่างมะนาวไม่มีน้ำ นั่นเพราะการชนะของพลทหารยาปาทำให้เขาขายหน้า หากว่าเจ้าชายทูปัก วีรา ทรงอยากแกล้งเขา เขาก็จำต้องแก้ผ้าที่ลานประลองจริงๆ ซึ่งเชื่อว่าการที่พระองค์ให้เขาเป็นพี่เลี้ยงพลทหารยาปาแทนการแก้ผ้านั้น คงเพราะไม่อยากเสียสายพระเนตรมากกว่า

 

“ขอรับท่านองครักษ์” ยาบารีรับคำ ทว่าใจนั้นคิดไปต่างๆ นานาวุ่นวายสับสนกลัวถูกจับได้

 

“เป็นทหารของเจ้าชายทูปัก วีรา งานหนักกว่าคนอื่นๆ เพราะต้องเป็นทหารและต้องช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย เจ้าชายจะทรงสอนวิธีล้างแผล และช่วยคนเจ็บอย่างง่ายๆ ให้เจ้า เมื่อต้องติดตามพระองค์ไปช่วยคนป่วยตามสนามรบต่างๆ เจ้าจะได้ทำได้”

 

พูดจบแล้วทว่าพลทหารร่างอ้อนแอ้นยังยืนนิ่ง วาคัคก็ชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ “ได้ยินที่ข้าพูดหรือเปล่ายาปา” เท่านั้นเองยาบารีก็สะดุ้งโหยง

 

“ดะ...ได้ยินค่ะ เอ้อ...ได้ยินขอรับ” หญิงสาวตะกุกตะกักเผลอพูดค่ะออกมาเพราะความใจลอยจนไม่มีสติ วาคัคนิ่วหน้า

 

“เสียงเจ้า หน้าตาเจ้า เหมือนคนที่ข้าเคยรู้จักมาก เจ้ามีพี่น้องที่ไหนหรือเปล่า” วาคัคจ้องหน้าหญิงสาวจนใกล้เสียยิ่งกว่าใกล้ ยาบารีไม่รู้จะทำเช่นไร ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ต้องถูกจับได้อยู่ดี แต่จะให้บอกความจริงตอนนี้เลยงั้นหรือ แล้วจุดมุ่งหมายของเธอมิพังทลายหรอกหรือ

 

“ว่ายังไง อ้ำอึ้งอยู่ได้ ข้าถามทำไมไม่ตอบ” วาคัคคาดคั้น ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหน้า

 

“ขะ...ข้า...” ยาบารีเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า ติดอ่างไปชั่วขณะ

 

“ทำไมต้องทำท่าลนลานขนาดนั้นด้วย เจ้ามีอะไรปิดบังงั้นหรือ” องครักษ์หนุ่มย่างสามขุมเข้าหา มองหน้าพลทหารยาปาอย่างจ้องจับผิด

 

“ขะ...ข้า...ข้าเป็นน้องชายของยาบารี”

 










ฝากแฟนเพจด้วยนะคะ 
กดที่รูปการ์ตูนสะมะเรียได้เลยค่ะ



เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น