ตอนที่ 19 : บทที่ 4 หลงกาลเวลา [4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 พ.ย. 60








 

แปลก...เธอไม่เคยรู้เลยว่าแถบมาชูปิกชูยังคงอนุรักษ์การแต่งกายและการพูดแบบโบราณเอาไว้ ไม่มีพาหนะ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ หากเทียบกับชาวเขาทางภาคเหนือของประเทศไทยก็ยังมีไฟฟ้า มีโทรทัศน์ไว้ใช้ มีเสารับสัญญาณคลื่นโทรศัพท์ แต่ที่นี่กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

 

หญิงสาวหยุดพักเป็นระยะ พักดื่มน้ำ รับประทานมันและเผือกเผาที่โรปาห่อใส่ผ้าผูกเป็นย่ามสะพายบ่ามาด้วย หลายครั้งที่เจอกับคนพื้นเมืองด้วยกัน เขาก็จะหันมาหาเธอแล้วเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้เธอพูด ยาบารีทำได้แค่เพียงยืนงง ฟังพวกเขาพูดคุยกันก่อนจะต่างแยกย้ายกันเดินทางต่อไป

 

“โรปาอีกนานมั้ยคะ” หญิงสาวก้มตัวลงแล้วทุบที่ต้นขา เธอออกเดินตั้งแต่เช้ามืดจนบ่ายคล้อย แต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะถึงที่หมายเลย

 

“กุสโก อีกไกลมาก ไกล...” โรปาอธิบาย มองดูก็รู้ว่าหญิงสาวเหน็ดเหนื่อยจากการรอนแรม แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเร่งฝีเท้า เพื่อพักค้างแรมที่หมู่บ้านข้างหน้า ขืนพักในป่าคงได้โดนเสือสิงห์ลากไปกินแน่ๆ

 

“ไกล” หญิงสาวทวนคำพูดของโรปา

 

“ใช่ ไกลมาก” เขาชี้มือไปยังภูเขาอีกลูกหนึ่ง แล้วทำมือโค้งเป็นสัญลักษณ์ว่าต้องข้ามเขาลูกนั้นไปจึงจะถึง ยาบารีมองตามแล้วก็ท้อ

 

“กุสโกเลยเหรอคะ แต่ฉันอยากไปแค่สถานีรถไฟ ฉันเดินเท้ากลับกุสโกแบบโรปาไม่ไหวหรอกค่ะ พาฉันไปที่ถนนหน่อยได้มั้ยคะโรปา” หญิงสาวโอดครวญแล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อ คนที่นี่เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมจึงเดินเท้า แล้วถนนหนทางก็เป็นถนนดินไม่ใช่คอนกรีต ไม่มีรถสักคันแล่นผ่าน นานๆ จะมีเกวียนลากพืชผลทางการเกษตรผ่านมาสักที

 

หรือว่าเธอหลงทาง โรปาพาเธอเดินเข้ามาในป่าลึก ไม่พาเธอเข้าไปในตัวเมืองอูรูบัมบา หากเป็นเช่นนั้นเธอควรทำอย่างไรดี หนีจากโรปาแล้วหาทางกลับเองงั้นเหรอ หญิงสาวเหลียวมองไปรอบๆ กาย มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ และผู้คนที่ต่างพูดภาษาพื้นเมือง โรปาคือที่พึ่งสุดท้ายของเธอ แต่เขาไว้ใจได้แค่ไหน และจะพาเธอไปที่ไหน เธอไม่อาจรู้ได้เลย หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โฮด้วยความสับสน

 

ชายร่างท้วมวางมือลงบนไหล่หญิงสาวก่อนจะตบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

 

“ยาบารี”

 

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินโรปาเอ่ยเรียก เมื่อเห็นท่าทางของโรปาก็ทำให้หญิงสาวร้องไห้หนักกว่าเดิม เมื่อเขาค้อมตัวลงแสดงชัดว่าหากเธอเดินไม่ไหว เขายินดีให้เธอขี่หลัง

 

“ขอบคุณค่ะโรปา หนูจะอดทนค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้นยืนทำท่าทางเข้มแข็ง โรปาเห็นดังนั้นจึงเดินกลับมาลูบผมหญิงสาวด้วยท่าทางอ่อนโยน

 

“เดินทางกันต่อเถอะเด็กน้อย”

 

 

 

 

“ขบวนเสด็จอยู่ข้างหน้า”

 

โรปามีท่าทางตกอกตกใจไม่น้อย ดึงร่างหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายให้หลบเข้าข้างทาง ยาบารีซึ่งอ่อนแรงจากการเดินป่ามาถึงสามวันโงนเงนคล้ายจะเป็นลม แต่ก็พยายามแข็งใจฝืนยืน เมื่อโรปากดไหล่ให้หญิงสาวนั่งลง เธอจึงเห็นว่ามีขบวนอะไรบางอย่างกำลังมุ่งหน้ามาทางเธอ

 

ผู้ชายแต่งกายคล้ายทหารอินคา ตัวโต สูงใหญ่ ผิวสีสนิมเกรียมแดด ผมดำ หน้าเหลี่ยมดูดุดัน สวมชุดสีเหลืองจัด สวมหมวก และถือหอกปลายแหลมเดินนำหน้า ด้านหลังเป็นเสลี่ยงขนาดไม่ใหญ่นัก เสลี่ยงงดงามประดับด้วยทองคำหรือทาสีทองเธอก็แยกแทบไม่ออก เพราะทองที่สะท้อนมานั้นงดงามจนเธออดคิดไม่ได้ว่าอาจเป็นทองแท้ แต่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ใครจะบ้าเอาทองแท้มาประดับเสลี่ยงเช่นนี้

 

บนเสลี่ยงมีชายหนุ่มผิวสีแทนดูขาวกว่าใครทั้งหมด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่แตกต่างจากทหารคนอื่นๆ ด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับดูประณีต ที่ศีรษะสวมรัดเกล้าขนาดใหญ่สีทองมีขนนกแซมอยู่ด้านหน้า เขาดูหล่อเหลาจนเธอแอบคิดว่าเขาอาจเป็นดาราหรือนายแบบของเปรูก็เป็นได้

 

“ขบวนการแสดงอะไรหรือคะโรปา” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ชี้ไปที่ขบวนทว่าโรปากลับรีบดึงมือหญิงสาวกลับมา

 

“ชี้ไม่ได้ นั่นคือเจ้าชายทูปัก วีรา โอรสของอดีตจักรพรรดิวา
นาคาแพ็ค และเป็นพระอนุชาของจักรพรรดิวาส การ์ แต่มารดาของพระองค์เป็นชนเผ่าชันคาเช่นเดียวกับเจ้า เจ้าน่าจะรู้จักพระองค์” โรปาอธิบายทว่ายาบารีได้แต่ฟังอย่างไม่เข้าใจ

 

“กระต่าย! โรปาคนพวกนั้นจะเหยียบกระต่าย” หญิงสาวตกใจเมื่อเห็นกระต่ายป่าวิ่งอยู่บนถนนดิน ทว่าคนเหล่านั้นที่แต่งตัวคล้ายทหารกลับเดินเฉย ไวกว่าความคิดหญิงสาวกระโจนออกไปขวางขบวนการแสดงประหลาด แล้วอุ้มกระต่ายน้อยเอาไว้ได้ทันท่วงที

 

ทว่า...

 









เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น