เสน่หาอินคา

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,931 Views

  • 42 Comments

  • 246 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    27

    Overall
    17,931

ตอนที่ 17 : บทที่ 4 หลงกาลเวลา [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 พ.ย. 60








 

 

ร่างบางทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น หอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อยล้า เธอเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายจนมาพบชายวัยกลางคนค่อนข้างเจ้าเนื้อแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอินคาโบราณ แบกเครื่องมือคล้ายจอบพาดไหล่แล้วออกเดินด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง

 

“คุณลุงคะ” หญิงสาววิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือจากชายวัยกลางคนทันที

 

“เจ้ามาจากไหน แล้วมาที่นี่ได้อย่างไร ไม่รู้หรือว่าที่นี่เป็นเขตหวงห้าม ห้ามชนเผ่าอื่นที่ไม่ใช่ชาวอินคาเข้ามาโดยเด็ดขาด” ชายวัยกลางคนตำหนิเสียงเข้มทว่ายาบารีไม่เข้าใจ

 

“หนูหลงทางค่ะ คุณลุงช่วยพาหนูไปส่งที่โรงแรมในอูรูบัมบาได้มั้ยคะ ถ้าไปตรงนั้นหนูพอจะโทรศัพท์บอกให้คุณย่าของหนูมารับได้บ้าง” หญิงสาวปล่อยโฮร้องไห้ฟูมฟาย เพราะเดินจนค่อนวัน เธอหลงวนไปมาอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าควรจะเดินไปทางไหน แล้วสติหญิงสาวก็แทบกระเจิงเมื่อพบว่าเธอเดินหลงวนกลับมาที่เดิม

 

“มาจากเผ่าไหนล่ะนี่ เผ่าชันคา หรือว่ามันตา”

 

“ชันคาหรือคะ” หญิงสาวทวนคำด้วยความสงสัย

 

“คนชันคางั้นเหรอ เจ้ามาอยู่ที่นี่ไม่ได้ ต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”

 

ยาบารีส่ายหน้าด้วยไม่เข้าใจว่าชายวัยกลางคนพูดว่าอะไร ชายวัยกลางคนเองเมื่อเห็นน้ำตาของหญิงสาวก็เงอะงะทำอะไรไม่ถูก จึงยืนนิ่งๆ ปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่แบบนั้นครู่ใหญ่

 

“หนูอยากกลับกุสโกค่ะ” ตอนนี้เธอไม่อยากอยู่เที่ยวมาชูปิกชูแล้ว ไม่สนด้วยว่าอาจารย์โซลาโน่จะอยู่ที่ไหน ในเมื่อเขาใจดำทิ้งเธอไว้คนเดียวแบบนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเขาอีก ดังนั้นเธอจะกลับไปหาคุณย่าโรมีนาที่กุสโกให้เร็วที่สุด

 

“กุสโกงั้นหรือ เจ้ามาจากกุสโกสินะ” ชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ส่วนยาบารีเมื่อได้ยินคำว่ากุสโกก็รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

 

“พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางกลับกุสโกอยู่พอดี ไปด้วยกันกับข้าก็แล้วกัน คืนนี้ข้าจะให้เจ้าพักที่บ้านข้า แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่เดินเพ่นพ่านจนใครมาเห็นเข้า” ชายวัยกลางคนมองหญิงสาวที่ยืนทำหน้าตาเหลอหลาไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

“ยืนคุยกันตรงนี้คงไม่ได้ความ ตามข้ามาก็แล้วกัน” ชายร่างท้วมเดินนำหน้าแล้วกวักมือเรียกให้หญิงสาวเดินตาม

 

ยาบารีไม่มีทางเลือก เธอไม่รู้หรอกว่าชายวัยกลางคนที่เดินนำหน้าเธออยู่ในขณะนี้ไว้ใจได้หรือไม่ เธอเชื่อในสัญชาตญาณ เธอเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการหลงทาง

 

ชายวัยกลางคนพาหญิงสาวเดินลัดเลาะผ่านเรือกสวนไร่นามาพอสมควร แล้วบ้านที่สร้างจากการซ้อนทับด้วยหิน ฉาบด้วยดินโคลนขนาดเล็กก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปพลางกวักมือให้หญิงสาวเดินตามมา ทว่ายาบารีส่ายหน้าเธอจะไว้ใจผู้ชายคนนี้ได้อย่างไร

 

“เข้ามาเร็วเข้าแม่หนู จะมัวยืนอยู่แบบนั้นไม่ได้”

 

ทว่ายาบารีไม่เข้าใจสิ่งที่ชายวัยกลางคนพูด จังหวะนั้นมีกลุ่มชาวบ้านเดินใกล้เข้ามา เสียงพูดคุยดังแทรกความเงียบ ชายวัยกลางคนเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงรีบดึงมือหญิงสาวให้ตามเข้าไปในบ้าน

 

“อย่า! ปล่อยนะ มาจับตัวฉันทำไม” หญิงสาวพยายามดิ้น ทว่าชายวัยกลางคนซึ่งแข็งแรงกว่ากลับปิดปากเธอไว้ แล้วเอานิ้วมือทำท่าเชือดคอ ยาบารีจึงเงียบแม้จะไม่รู้ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร แต่ก็รู้สึกได้ว่ามันต้องเป็นเรื่องอันตรายแน่ๆ

 

เธอลอบมองออกไป เห็นชาวบ้านแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองเดินมาเป็นกลุ่ม ทุกคนถืออุปกรณ์ที่คงเอาไว้ใช้ทำการเกษตร เดาว่าคงเพิ่งกลับจากไร่ เพราะพูดคุยกันไม่นานต่างคนก็ต่างแยกย้ายเข้าไปในบ้านที่มีลักษณะคล้ายบ้านที่เธอยืนอยู่ในขณะนี้

 

เมื่อยาบารีพบว่าเขาไม่ได้ทำร้ายเธอ เธอจึงมองไปรอบๆ บ้าน ด้านในไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือแม้แต่โทรทัศน์สักเครื่อง ไม่มีเตียงนอนมีแต่เศษผ้าขนสัตว์ที่เธอเดาว่าคงไว้ใช้เป็นผ้าห่ม บ้านที่ไม่มีประตูเปิดโล่งอย่างไม่กลัวโจร

 

บ้านแบบนี้...เหมือนอย่างที่เธอเคยอ่านในหนังสือ บ้านของชาวอินคาโบราณ นั่งนอนบนพื้นดิน เพราะบ้านเป็นเพียงแค่ที่หลบแดดหลบฝนและพักผ่อน ไม่มีประตู เนื่องจากในยุคสมัยนั้นไม่มีการขโมยไม่มีโจรลักทรัพย์บ้านคนอื่น เพราะชาวบ้านจะไม่มีสิทธิ์มีสมบัติติดตัวมากนัก

 

“คุณลุงคะ ที่นี่คือหมู่บ้านอนุรักษ์เหรอคะ แล้วมีเจ้าหน้าที่ที่พอจะพูดภาษาสเปนได้บ้างมั้ยคะ” หญิงสาวพยายามสื่อสารโดยพูดช้าๆ หวังว่าชายวัยกลางคนจะฟังที่เธอพูดออกบ้าง ทว่าสีหน้าและท่าทางของเขาก็แทนคำตอบได้เป็นอย่างดี...ว่าเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวพูดเลยแม้แต่น้อย

 

“ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรล่ะแม่หนู” ชายร่างท้วมมองหญิงสาวแล้วเอ่ยถามชื่อ ทว่าเผ่าชันคาคงฟังภาษาเกชัวไม่ออก ดังนั้นเขาจึงชี้ที่ตัวเขาแล้วบอกชื่อตัวเองออกไป

 

“โรปา”

 

ยาบารียังคงนิ่วหน้า จนกระทั่งลุงร่างท้วมชี้ที่ตัวเองแล้วย้ำอีกครั้ง

 

“โรปา ฉันชื่อโรปา แล้วหนูชื่ออะไร” ชี้ตัวเองแล้วก็ชี้ที่หญิงสาว ยาบารีเห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้าง เมื่อเข้าใจแล้วว่าคุณลุงต้องการจะถามชื่อเธอนั่นเอง

 

“ยาบารี” หญิงสาวชี้ตนเองแล้วย้ำหลายครั้ง

 

“โรปา” ชายวัยกลางคนชี้ตนเอง และเมื่อชี้หญิงสาวก็เอ่ยเรียกเธอว่า “ยาบารี” ก่อนจะหัวเราะชอบใจ “ชื่อเพราะมาก หิวหรือยัง หิว...” โรปาเอามือลูบท้องตนเอง และทำท่าเหมือนหยิบอะไรเข้าปาก

 

“หิว” หญิงสาวทวนคำพูดเป็นภาษาท้องถิ่น โรปาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อหญิงสาวสอนง่าย ดูเข้าใจอะไรต่างๆ ได้ดี ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกรักและถูกชะตา อาจเป็นเพราะยาบารีมีส่วนคล้ายกับลูกสาวที่เสียชีวิตไปแล้วของเขานั่นเอง

 

“รอ...รอตรงนี้ ห้ามออกไปข้างนอก เดี๋ยวฉันมา” โรปาจับไหล่แล้วกดให้หญิงสาวนั่งลงบนพื้น ทำท่าทางภาษากายให้หญิงสาวเข้าใจ

 

“รอ...ตรงนี้ เดี๋ยวฉันมา” ยาบารีทวนคำพูดของโรปาตามที่เธอพอจะจำได้ โรปาได้ยินดังนั้นก็หัวเราะถูกใจ แล้วเดินออกจากบ้านไป เมื่อโรปาเดินออกไปแล้ว ยาบารีจึงเดินสำรวจรอบๆ บ้าน ระหว่างที่เธอยังไม่สามารถกลับไปกุสโกได้ เธอคงต้องอยู่กับโรปาไปสักพัก แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะเธอจะได้เรียนรู้ภาษาพื้นเมืองไปด้วยในตัว

 

 











เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น