เสน่หาอินคา

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,931 Views

  • 42 Comments

  • 246 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    27

    Overall
    17,931

ตอนที่ 12 : บทที่3 มาชูปิกชู [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 พ.ย. 60







บทที่ 3

มาชูปิกชู

 

         เร็วเข้า ตามข้ามา!’


         เสียงฝีเท้านับสิบดังก้องไปทั่ว ยาบารียืนคว้างด้วยความมึนงง ก่อนจะมีมือหนามาคว้ามือเธอแล้วกระชากอย่างแรงให้ออกวิ่ง เธอไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วผู้ชายตัวสูงคนนี้จะพาเธอวิ่งไปยังแห่งหนใด เธอรู้แต่เพียงว่าเธอต้องวิ่ง วิ่ง และวิ่ง จนกว่าจะหมดแรงล้มลงขาดใจตาย


         เสียงปืนและเสียงผู้คนร้องระงมล้มเจ็บจากการต่อสู้ เพิ่มความหวาดกลัวจนเธอไม่อาจหยุดวิ่ง


         จับตัวไว้ให้ได้เสียงพูดภาษาสเปนทำให้หญิงสาวตกใจหันกลับไป ทว่ากลับต้องหวีดร้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อทหารสเปนนายหนึ่งตรงเข้ากระชากร่างเธอเอาไว้...


         กรี๊ด!’


         ร่างบางผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ เหงื่อหยดโตเกาะเต็มหน้าผาก ไรผมชื้นเหงื่อ ทั้งที่ในห้องพักเปิดแอร์เย็นฉ่ำ เธอยกมือขึ้นกุมหน้าอก หัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความตกใจ ยื่นมือไปเปิดไฟที่หัวเตียง แล้วรินน้ำจากเหยือกมาดื่มคลายอาการคอแห้ง


         ฝันอีกแล้ว...ความฝันที่เหมือนความจริงเสียเหลือเกิน


         ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทุกครั้งที่ฝันถึงเขาเธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยพูดคุย แต่กลับต้องไปพบเจอเหตุการณ์น่ากลัวราวกับ...สงคราม!


         สงครามที่ไหนกันทำไมมีทหารสเปน ทว่าผู้ชายที่พาเธอหนีกลับแต่งกายแปลกออกไป


         “เพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้วนะรี” หญิงสาวล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พยายามปัดภาพความฝันให้ออกไปจากห้วงแห่งความคิด ทว่าทันทีที่หญิงสาวเคลิ้มหลับเสียงเรียกจากที่ไกลแสนไกลก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง


         ยาบารี...

 



         วันรุ่งขึ้นโซลาโน่พายาบารีขึ้นรถมินิบัสออกเดินทางจากโรงแรมที่พักค้างคืนแต่เช้าตรู่ ปลายทางของมินิบัสคือเมืองโอลันเตย์ตัมโบ[1] จากนั้นจึงต่อรถไฟและมินิบัสอีกต่อหนึ่งเพื่อมุ่งหน้าไปยังมาชูปิกชู ระหว่างทางยาบารีเยี่ยมหน้ามองออกไปนอกตัวรถตลอดเวลา มีซากปรักหักพังของเมืองอินคาให้เห็นได้ตามสองข้างทาง ทุ่งหญ้าสีเขียวตองอ่อนสลับกับสีเขียวสดท่ามกลางหุบเขา ทำให้หญิงสาวไม่อาจละสายตาจากภาพตรงหน้าซึ่งงดงามราวกับภาพวาดจากจิตรกรชั้นเอก ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก โดยการปลูกพืชพรรณเมืองหนาว เลี้ยงสัตว์ และเลี้ยงอัลปากา[2] เพื่อนำขนมาทำเครื่องนุ่งห่ม ส่วนเนื้อก็สามารถใช้รับประทานและส่งออกขายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง


         “ไหวหรือเปล่าครับคุณรี เราเดินทางหลายชั่วโมงแทบไม่ได้พักเลย” อาจารย์หนุ่มหันมาถามหญิงสาวร่างบางที่เดินตามหลังเขาโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ


         หญิงสาวเงยหน้าซีดเผือดขึ้นฝืนยิ้มให้ชายหนุ่ม เธอจะบอกเขาได้อย่างไร ว่าเธอมีอาการผิดปกติมาตั้งแต่เริ่มนั่งรถไฟจากเมืองโอลันเตย์ตัมโบแล้ว มีเสียงเรียกเดิมๆ เรียกชื่อเธอดังขึ้นทุกที ดังเสียจนเธออยากจะยกมือปิดหูแล้วกรีดร้องไล่เสียงชายปริศนาออกไป แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้ เธอต้องอดทนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน


         แต่เมื่อเธอเดินทางมาถึงมาชูปิกชู เสียงเรียกนั้นก็ดังก้องจนความหวาดกลัวแล่นเกาะกุมหัวใจ เธอมือสั่น ใจสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


         “คุณรีเป็นอย่างไรบ้างครับ”



[1] Ollantaytambo เมืองหนึ่งในจังหวัดอูรูบัมบา

[2] อัลปากา (สเปน : alpaca) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vicugna pacos เป็นสัตว์เลี้ยงในตระกูลอูฐ (camelid) ในทวีปอเมริกาใต้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับตัวยามา อัลปากาเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูง พบได้ในที่สูงบริเวณแถบเทือกเขาแอนดีส ทางตอนใต้ของประเทศเปรู ตอนเหนือของประเทศโบลิเวีย ประเทศเอกวาดอร์ และตอนเหนือของประเทศชิลี โดยจะอยู่บริเวณที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 3,500 เมตร (11,000 ฟุต) ถึง 5,000 เมตร (16,000 ฟุต)

  อัลปากามีลักษณะคล้ายตัวยามา แต่จะแตกต่างกันตรงที่ไม่ได้นำมาใช้งานขนของ แต่จะถูกเลี้ยงเพื่อนำขนมาทำเป็นเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ขนอัลปากานำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ผ้าห่ม เสื้อหนาว หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และเครื่องนุ่งห่มประเภทต่างๆ โดยขนของอัลปากาตามธรรมชาติมีหลายสี โดยในเปรูมีการจำแนกสีขนออกเป็น 52 สี ขณะที่ทางออสเตรเลียจำแนกไว้ 12 สี และสหรัฐอเมริกาจำแนกเป็น 16 สี

 










เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น