บุพเพร้ายแสนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 935 Views

  • 7 Comments

  • 25 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    194

    Overall
    935

ตอนที่ 8 : บางทีก็ตั้งใจ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

วันนี้เป็นวันที่นนทพัฒน์ต้องเอาแบบเข้าไปให้เจ้าของบ้านดู เมื่อไปถึงเธอกลับเห็นรถจอดอยู่แล้วสองคัน แน่ล่ะว่าคันหนึ่งต้องเป็นเจ้าของบ้านส่วนอีกคันเธอไม่รู้

“รู้งี้น่าจะโทร.มาถามก่อนว่ามีแขกหรือเปล่า” เธอพึมพำ

แต่เมื่อมาถึงแล้วหญิงสาวกลับต้องกดกริ่งเพราะถ้าจะให้กลับตอนแดดเปรี้ยงอย่างนี้เห็นทีว่าจะไม่ได้เมื่อตอนมาเธอมาแท็กซี่แต่ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะกลับรถอะไรเพราะบอกพักตราไว้ว่าให้มารับตอนเย็น คนไม่มีรถก็เป็นอะไรที่ลำบากอย่างนี้แหละ หญิงสาวคิดอย่างปลงตก

ปิ๊งป่อง

“เอ้า! น้องหนึ่ง!

นนทพัฒน์ยกมือไหว้พี่พิมพ์อีกฝ่ายรับไหว้ก่อนเลื่อนประตูออกเพื่อเปิดทางให้เธอเข้าบ้าน

“หนึ่งเอาแบบมาให้ตามทีนัดไว้ค่ะ”

“เชิญเลยค่ะ”

“เอ่อ...พี่พิมพ์มีแขกหรือคะ หนึ่งรบกวนหรือเปล่า”

“ไม่เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจรุ่นน้องที่เคยเรียนกับสามีพี่เขามาเยี่ยมน่ะค่ะ” นนทพัฒน์ค่อยโล่งอกเมื่อได้ฟังคำจากเจ้าของบ้าน

สองสาวเดินเข้าไปในตัวบ้านแต่นนทพัฒน์กลับเอาแต่ก้มหน้าหยิบแบบงานจากกระเป๋าจึงไม่ทันได้เห็นสายตาของหนึ่งบุรุษที่นั่งอยู่

“น้องหนึ่งมาแหนะทัพ” หญิงสาวเจ้าของบ้านบอกกับสามีใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเดินแบกตัวออกไปเอาน้ำเปล่ามารับรองแขกคนใหม่

“สวัสดีครับน้องหนึ่ง” เจ้าบ้านอีกคนทักทายแขกสาวที่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากการค้นหาอะไรสักอย่างในกระเป๋าผ้าที่สะพายไหล่

“เอ่อ...สวัสดีค่ะพี่ทัพ” หญิงสาวตอบอย่างไม่เต็มเสียงเมื่อลำดับแรกที่เงยหน้าขึ้นมาสายตาดันปะทะเข้ากับคนที่ทำให้เธอปอดแหกแล้วจึงค่อยๆ แย้มยิ้มให้เจ้าของบ้านอย่างคนวางหน้าไม่ถูก

“เชิญนั่งก่อนครับ ตรงนี้เลย”

ตรงนี้เลยที่เจ้าของบ้านบอกคือโซฟารับแขกฝั่งตรงข้ามกับที่เจ้าของบ้านนั่งอยู่และแน่นอนว่าเธอได้นั่งคู่กับ เขา

“เอ่อ...ค่ะ”

ภูธิปมองอาการประหม่าของหญิงสาวอย่างขบขัน เขาจำได้อย่างแม่นยำตั้งแต่เห็นเจ้าหล่อนที่หน้าประตูบ้านแล้ว ถึงแม้ว่าส่วนมากเขาจะเจอเธอในลุคเท่ห์ๆ แต่วันนี้เธอก็ยังคงแต่งตัวทะมัดทะแมงเพียงแต่ใบหน้านั้นปราศจากเครื่องสำอางมีเพียงลิปกลอสที่เคลือบปากอวบอิ่มไว้เท่านั้น

“นี่ค่ะแบบที่หนึ่งจะเอามาให้ดูวันนี้” หญิงสาวกดอาการประหม่าไว้ให้ลึกสุดกำลัง เมื่อบางจังหวะแขนของเธอดันไปโดนแขนของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจแต่กลับเหมือนมีไฟวิ่งพล่านไปทั่วกาย

นี่ขนาดมีเสื้อกั้นนะเนี่ย!

วันนี้เธอสวมเสื้อยืดสีขาวผ้าลื่นแขนสั้นกางเกงยีนส์รัดรูปรองเท้าผ้าใบตามด้วยเสื้อคลุมตัวหน้าสีน้ำตาล ส่วนเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนไปถึงข้อศอกกับกางเกงผ้าเดนิมสีเข้มเพียงแค่นี้เขาก็ดูดีอย่างเหลือร้าย!

“อื้อ...พี่โอเคเลยนะนายว่าไงภูมิ” สติของหญิงสาวกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเจ้าของบ้าน

พี่ทัพส่งแบบให้รุ่นน้องหนุ่มดูพอดีกับที่พี่พิมพ์เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมของว่างในมือผู้เป็นสามีจึงปราดเข้าไปช่วยถืออย่างไว

นนทพัฒน์มองภาพนั้นอย่างอบอุ่นหัวใจ ดวงตากลมโตสุกใสจนคนข้างๆ เผลอมองอยู่นาน “สองคนนี้รักกันมากครับ ตั้งแต่สมัยเรียนนู่น”

“เหรอคะ” เธอไม่รู้ว่าควรตอบอะไรที่ดีกว่านี้เมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นมา...ยังไม่แน่ใจเลยว่าพูดกับเธอหรือพึมพำกับตัวเอง

“นี่ค่ะน้องหนึ่งน้ำส้มกับขนม พี่ทำเองกับมือเลยนะ”

“ขอบคุณมากค่ะพี่พิมพ์” หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณจึงได้รับรอยยิ้มเจือเอ็นดูจาดทั้งสามโดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตเห็น

“ตกลงแกว่าแบบนี้โอเคมั้ย” พี่ทัพหันไปถามรุ่นน้องหนุ่มหล่อ อีกฝ่ายพยักหน้าก่อนจะส่งแบบคืนเจ้าของบ้าน

“ผมว่าโอเคแล้วนะแต่ก็ต้องให้พี่พิมพ์ดูก่อนล่ะครับ”

สามีพยักหน้ารับก่อนจะยื่นแบบนั้นให้คนรักดู “เป็นไงจ๊ะ”

นนทพัฒน์เผลอยิ้มออกมาเมื่อฝ่ายชายพูดกับแฟนสาวด้วยน้ำเสียงหวานหูต่างจากที่พูดกับรุ่นน้องลิบลับ

“พี่ชอบมากเลยค่ะหนึ่ง พี่เอาแบบนี้แล้วกันแต่ขอเน้นสีขาวกับน้ำตาลเยอะๆ นะคะ” รุ่นพี่สาวเอ่ยบอกอีกฝ่ายแล้วยื่นแบบให้อินทีเรียสาว “วันนี้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะเดี๋ยวพี่โชว์ฝีมือเอง”

นนทพัฒน์ยิ้มรับแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งโพล่งขึ้นมา “ยินดีครับผมไม่ได้รีบไปไหนอยู่แล้ว” เขายิ้มอย่างขี้เล่น เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงอ้าปากเตรียมจะขอตัวกลับเพราะทำตัวไม่ค่อยถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม

“หนึ่งไม่ได้เอารถมานี่พี่ไม่เห็นเลย ดีแล้ว...ทานข้าวเย็นด้วยกันเสร็จพี่จะได้ฝากให้ภูมิไปส่งน้องหน่อยไม่อยากให้กลับเองอันตราย” พี่พิมพ์สรุปเองเสร็จสรรพจนหญิงสาวไม่มีโอกาสที่จะได้แย้งเพราะไม่อยากทำลายความหวังดีของอีกฝ่ายจึงได้แต่ก้มหน้ารับ

ภูธิปมองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาขบขันแต่ใบหน้ากลับนิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์และไม่มีใครจับสังเกตอาการนั้นได้แม้แต่คนเดียว

“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งน้องเอง” เขาโมเมเรียกอีกฝ่ายว่าน้องจนสาวเจ้าถึงกับตาโตใจสั่นแต่เพราะว่าใบหน้านั้นยังก้มอยู่จึงไม่มีใครเห็นยกเว้นคนที่นั่งอมยิ้มข้างๆ

เป็นอันว่าอาหารเย็นสิ้นสุดเร็วกว่าที่คิดเมื่อญาติผู้ใหญ่ทางเจ้าของบ้านทั้งสองแวะมาทักทายโดยไม่บอกล่วงหน้า และทั้งคู่รู้ดีว่าไม่ควรอยู่เป็นส่วนเกินจนขอตัวกลับก่อน ภูธิปขับรถตามเส้นทางที่หญิงสาวบอกระหว่างทางมีสายเรียกเข้าชายหนุ่มจึงตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางเพราะภายในรถไม่มีอุปกรณ์เสริมใดๆ เนื่องด้วยเขาเพิ่งเอารถไปล้างมาเมื่อวันก่อน

“ครับน้าเข้ม” ชายหนุ่มกรอกเสียงทุ้มลงไปฟังปลายสายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับคำแล้วกดวาง “ผมคงต้องขอตัวเข้าไปเอาของก่อน คุณรีบหรือเปล่า”

“เอ่อ...” หญิงสาวมึนงงเนื่องจากพอเขาวางสายปุ๊บก็หันมาถามเธอทันที “ฉันกลับเองก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้หรอกผมรับปากพี่ทัพไว้แล้ว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ คุณไม่บอกฉันไม่บอกพี่ทัพไม่มีทางรู้แน่ๆ” เธอบอกพร้อมรอยยิ้ม แค่ติดรถมาก็เกรงใจจะแย่นี่เขาต้องไปทำธุระแล้วยังต้องวนรถไปส่งเธออีก...

ภูธิปยกยิ้มมุมปาก “ถ้าคุณพูดกับผมได้เป็นประโยคๆ อย่างนี้แสดงว่าคุณไม่รีบ...งั้นผมขอไปทำธุระแป๊บเดียว” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้อนุญาต รถยนต์สมรรถนะสูงก็แล่นฉิวออกสู่ถนนทันที

นนทพัฒน์อยากจะอ้าปากเถียงแต่เธอกลับนึกอะไรไม่ออก แค่อยู่ใกล้หัวใจเธอก็ทำงานมากพอแล้วยังจะต้องให้สมองเธอทำงานไปด้วยหรือไงกัน!

ทางที่ชายหนุ่มขับมาไกลจากห้องพักของเธอค่อนข้างมาก มองไปรอบๆ ก็เห็นแต่ตึกรามบ้านช่องหรูหราแถมยังมีรถไฟฟ้าพาดผ่านเป็นทางยาวบ่งบอกได้อย่างดีว่า...ไม่รวยจริงอยู่ไม่ได้ คิดได้ดังนั้นเธอจึงยิ้มออกในเมื่อแถวนี้มันย่านธุรกิจผู้คนพลุกพล่านถ้าจะต่อรถกลับที่พักก็คงไม่ยากเท่าไหร่ เขาเลี้ยวรถเข้าไปภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบเมื่อเทียบกับรอบนอกที่เพิ่งผ่านมา เดาได้ว่าที่นี่คงมีคนดังอาศัยอยู่ไม่น้อยถึงได้ดูเป็นส่วนตัวเสียขนาดนี้

ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูลงไปหญิงสาวที่นั่งมาด้วยทำหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะตามลงไปแต่โดยดี...จะให้ลงก็ไม่บอกกันก่อน! เธอมองผู้ชายรูปร่างและหน้าตาดีงั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ เขาเคยยิ้มบ้างหรือเปล่า นั่นคือคำถามที่เธอคิดที่จะถามออกไป

“ฉันกลับเองดีกว่าค่ะ รบกวนคุณเปล่าๆ ถ้าจะต้องวนไปส่งอีกรอบมัน...ไกล” เสียงตอนท้ายเริ่มแผ่วเมื่อเจอสายตาคมปราบมองมา ทั้งที่เขาก็มองเฉยๆ แต่ไม่รู้ทำไมถึงทำให้เธอรู้สึก ตัวลีบได้ก็ไม่รู้

“ตามผมมา” พูดแค่นั้นเขาก็เดินออกไปทิ้งให้เธอยืนคว้างมองตามงงๆ และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้เลยเดินย้อนกลับมาแตะแขนเธอให้เดินตามเขาไป

ขอเน้นย้ำว่า แตะจริงๆ แบบที่ใช้ปลายนิ้วทั้งห้าสัมผัสกับแขนเธอแล้วค่อยๆ เดินไป ทั้งๆ ที่ไม่ได้ออกแรงแต่เธอกลับเดินตามเขาไปอย่างว่าง่ายถ้าไม่ได้ตาฝาดเมื่อกี้ตอนที่เขาเดินกลับมาหาเธอ ใบหน้าที่ออกไปทางคุณชายนั้นแสดงอารมณ์ในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

...สะบัดหัวไปมาพร้อมกับถอนหายใจ

...ก็แล้วเธอทำอะไรผิดเล่า!

==============================

ฝากเรื่อง 

'พรหมลิขิตให้เจอ' 

 ด้วยนะคะ

ฝากเพจด้วยค่าาาาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น