บุพเพร้ายแสนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 925 Views

  • 7 Comments

  • 25 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    184

    Overall
    925

ตอนที่ 7 : ก่อนเกิดเหตุการณ์เสียใจ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ม.ค. 62

บ่ายคล้อยเป็นเวลาที่แดดจัด ใบหน้าที่ทาครีมกันแดดของนนทพัฒน์มีเม็ดเหงื่อไหลซึมออกมาตามไรผม มือบางขาวสะอาดยกปาดมันออกไปแล้วหลายรอบแต่ทว่ามันยังคงมีมาเรื่อยๆ

“ร้อนหน่อยนะคะน้องหนึ่ง เดี๋ยวพี่ให้พี่ทิมไปเอาผ้าเย็นมาให้ดีกว่า”

“รบกวนด้วยนะคะ” หญิงสาวยิ้มให้เจ้าของบ้านอย่างขอบคุณ วันนี้เธอเข้ามาดูบริเวณรอบบ้านเพื่อที่จะจัดสรรพื้นที่ได้ถูกหลังจากนั้นค่อยเข้าไปภายในบ้าน แต่โดยรอบแล้วทุกอย่างยังดูโอเคโดยคาดว่าแบบน่าจะเสร็จก่อนเดดไลน์เป็นแน่

“เป็นยังไงบ้างครับบ้านผม” เจ้าของบ้านอีกคนเดินนำผ้าเย็นมายื่นให้อินทีเรียสาวก่อนจะสอบถามอีกฝ่าย

“ไม่ถือว่าทรุดโทรมนะคะทุกอย่างยังใช้งานได้ดีอยู่ พื้นที่รอบบ้านเคยเป็นสวนมาก่อนหรือเปล่าคะ”

“ครับ”

“ดีเลยค่ะ เพราะเราแค่หาดอกไม้หรือจำพวกต้นไม้ยืนต้นมาลงก็น่าจะโอเค เพิ่มส่วนที่เป็นโซนปาร์ตี้หรือรีแลกซ์เข้าไปอีกนิดคงสวยน่าดูเลยค่ะ”

“เข้าท่าเลยครับ” เขาชมจากใจจริง

“งั้นขอหนึ่งเข้าไปดูข้างในได้ไหมคะ จะจัดวางเฟอร์นิเจอร์ยังไงก็บอกได้เลยค่ะเดี๋ยวหนึ่งจะร่างให้คร่าวๆ วันนี้ถ้าเกิดโอเคอาทิตย์หน้าหนึ่งจะส่งแบบจริงมาให้”

“งั้นเชิญเลยครับภรรยาผมอยู่ในบ้านพอดี”

เขาผายมือเข้าไปทางตัวบ้านก่อนจะเดินนำหน้าอินทีเรียสาวเข้าไป ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงในการเดินดูห้องต่างๆ และฟังความคิดเห็นของเจ้าของบ้านที่ต้องการใช้สิ่งของสไตล์และโทนสีอะไรเป็นหลัก หลังจากนั้นนนทพัฒน์จึงขอตัวออกไปนั่งทางศาลาริมน้ำเพื่อร่างแบบคร่าวๆ ให้คู่สามีภรรยาอีกราวๆ สองชั่วโมง กว่าทุกอย่างจะเสร็จและผ่านไปได้ด้วยดีก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว สองสามีภรรยาจึงเชื้อเชิญให้เธอร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเสียเลย

“ขอบคุณมากนะคะน้องหนึ่งสำหรับวันนี้”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่พิมพ์ หนึ่งขอบคุณสำหรับมื้อเย็นนะคะ อร่อยมาก” หญิงสาวเอ่ยปากชมพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้อีกฝ่าย “งั้นหนึ่งลาล่ะค่ะพี่พิมพ์พี่ทิม สวัสดีค่ะ”

หญิงสาวยืมรถของพักตรามาใช้ชั่วคราวอีกฝ่ายเต็มใจโดยไม่มีเกี่ยงงอน เธอออกจะเกรงใจอยู่เล็กน้อยแต่เล็กน้อยจริงๆ นะ นนทพัฒน์คิดให้อย่างขำๆ ก่อนจะขับรถกลับคอนโดฯ ที่เธออาศัยอยู่

“วันนี้ไปมั้ย” แค่ตัวพ้นประตูห้องเข้ามาเธอก็เจอคำถามจากเพื่อนสนิททันที

“อะไรของแก”

“เอ้า! แกนี่ถ้าจะเบลอนะวันนี้ ที่เราคุยกันเมื่อวานไงว่าวันนี้จะออกไปโจ๊ะพรึมๆ”

นนทพัฒน์เขวี้ยงกุญแจแหวกอากาศไปทางเพื่อนสนิทเมื่ออีกฝ่ายพูดจาให้ชวนคิดอยู่เรื่อย ดีทว่าพักตราหลบทันและเก็บกุญแจรถของตัวเองเขากระเป๋ากันไม่ให้ลอยไปลอยมาอีก

“แกนี่รุนแรง”

“เมื่อกี้น่าจะโดนปากแกนะจะได้สมน้ำหน้า”

“ใจร้าย” พักตราทำหน้าง้ำ ปากเบะ...นนทพัฒน์เห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนจะเดินเข้าห้องไปไม่วายตะโกนกลับมาหาอีกฝ่าย

“ไป...แต่ของีบก่อน”

ปัง!

 

21.40 น.

สามสาวและสี่หนุ่มต่างเข้ามานั่งจับจองโซนที่คาดว่าจะสงบที่สุด หนึ่งในกลุ่มยกมือเรียกพนักงานก่อนจะสั่งเครื่องดื่มตามชอบของแต่ละคนแล้วค่อยสอดส่ายสายตามองคนนู้นทีคนนี้ที

“แฟนไม่มาระริกระรี้เลยนะมึง” ธากรเอ่ยกับจักรินซึ่งส่งยิ้มให้กับสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล

“ก็แค่มองเว้ยกูไม่ได้คิดจริง” เขาเอ่ยแก้ตัวพลางยกคิ้วขึ้น

“เออ...วันหลังถ้าเจอเมียมึงกูจะฝากคำนี้ไปบอก” ธากรชี้หน้าเจื่อนของเพื่อนรักแล้วเสียงหัวเราะก็ตามมาติดๆ

นนทพัฒน์มองขึ้นไปทางบันไดเผื่อคนที่อยากเจอจะอยู่แถวๆ นั้นแต่ก็เปล่า ห้องปิดสนิทแถมยังติมฟิล์มดำมืดเธอจึงไม่รู้ว่าภายในนั้นมีใครอยู่หรือไม่

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“ตามสบาย” เมื่อเพื่อนรับรู้เธอจึงเดินอย่างไม่เร่งรีบไปที่บาร์เครื่องดื่มก่อนจะทำทีเป็นสั่งอะไรนิดๆ หน่อยๆ แล้วนั่งปักหลักอยู่บริเวณนั้น

บาร์เทนเดอร์ที่จำหน้าหญิงสาวได้ดีมองตามสายคู่นั้นโดยที่เจ้าหล่อนไม่รู้ตัว และแน่นอนว่าเธอไม่มีโอกาสเห็นประกายตาระแวงจากเด็กหนุ่มแน่นอน

บ้าเปล่าวะ...เด็กหนุ่มเกาหัวแกรกๆ แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเจ้านายกำลังเดินตรงมาทางนี้

ภูธิปเห็นพนักงานตนเองมองหญิงสาวคนหนึ่งแปลกๆ จึงรีบเดินเข้าไปดูเผื่อมีอะไรให้ช่วยเหลือก่อนจะโบกมือให้ลูกน้องกลับไปทำหน้าที่ฝ่ายบาร์เทนเดอร์ผงกหัวให้แล้วกลับไปชงเครื่องดื่มให้กับแขกคนอื่นต่อ เจ้าของผับมองแผ่นหลังบอบบางที่มีเสื้อตัดแขนเว้าลึกสีขาวสวมอยู่ ผมหยักศกที่ปล่อยไว้ถึงกลางหลังทำให้เขาอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสความนุ่มนั้น...แล้วสติเขาก็ค่อยๆ กลับมา

“ขอโทษครับ มีอะไรให้ช่วยมั้ย” เขาถามอย่างสุภาพทันได้เห็นอีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อยทำให้มุมปากของเขาค่อยๆ โค้งขึ้นแล้วต้องหุบลงเมื่ออีกฝ่ายหันมา

นนทพัฒน์ตกใจเสียงเรียกจากด้านหลังก่อนจะค่อยๆ หันไปหาอย่างสงสัยเพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคุยกับเธอหรือเปล่าแล้วดวงตาเรียวก็เบิกโพลงอย่างตะลึง...คนที่เธอแอบมองเขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!

“ว่าไงครับ”

“เอ่อ...ไม่มีหรอกค่ะ ขอตัวนะคะ”

ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางไว้บางเบาแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ภูธิปมองใบหน้านวลยามต้องกับแสงไฟนั้นอย่างคุ้นตา ไม่รู้ว่าเขินหรือเมากันแน่แต่ที่แน่ๆ เขาเคยเจอเธอมาก่อน...เขาจำได้แล้วก็ต้องค่อยๆ เปิดยิ้มเมื่ออีกฝ่ายรีบเดินราวกับว่าของมีค่าได้หายไปแล้วเธอกำลังตามอยู่ พอลับสายตาร่างบางเขาจึงเดินขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นที่ทำงานและที่พักของเขาไปในตัวแต่รอยยิ้มยังไม่หายไปจากใบหน้าคมคายแต่เนียนกริบจนผู้หญิงยังอาย

ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนจำใครไม่ค่อยได้แต่ไม่รู้ทำไมกับหล่อนเพียงแค่ครั้งเดียวเขากลับจำได้ขึ้นใจ

 

นนทพัฒน์เดินออกมาเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านนอก ในดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำจนเจ้าของกลัวเหลือเกินว่ามันจะหลุดออกมาจากอก มือน้อยยกขึ้นทาบก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“แกจะตื่นเต้นอะไรเนี่ยไอ้หนึ่ง!

เธอล่ะอยากจะกรี๊ด...พอบทอยากจะมีใครสักคนมาดูแลกลับทำเป็นปอดแหกไม่เข้าเรื่อง ห่วยสิ้นดี!

พักตรามองเพื่อนที่เพิ่งเดินเข้ามาหลังจากที่บอกจะไปเข้าห้องน้ำเมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเธอจะเข้าไปตามถึงห้องน้ำเลย!

“ปวดหนักหรือไงดูทำหน้าเข้า” เธอประชดเข้าให้

“อือ” หญิงสาวพยักหน้ารับคำอืออาแล้วคีบน้ำแข็งใส่แก้วของตัวเอง เธอเพิ่งเห็นว่าเพื่อนๆ ได้เปลี่ยนรสชาติของแอลกอฮอล์ที่มีความรุนแรงกว่าเรียบร้อยแล้ว

“กะจะเมา?” เธอถามธากรที่นั่งข้างๆ

“ก็นิดหน่อย ถ้าเมาจริงก็ยังมีไอ้ปอยคอยขับรถส่งถึงบ้านน่า” ธากรพาดพิงไปถึงเพื่อนสาวอีกคนที่นั่งข้างๆ พักตรา

“พวกแกนินทาอะไรฉัน” ปวีณาขึงตาโตๆ ใส่เพื่อน

“ไอ้กรมันบอกจะให้แกไปส่งบ้านน่ะเพราะมันจะเมา”

“เอ้าชน!!!

ปวีณาทำหน้าเซ็ง มาดื่มกันทีไรก็ไม่พ้นเธอที่ต้องรับภาระเพราะทั้งกลุ่มมีแค่เธอคนเดียวที่ไม่แตะต้องของมึนเมาและเพื่อนๆ รู้ดีว่าให้เธอมีสติจะปลอดภัยที่สุด!

“ฉันไม่ค่อยดื่มเท่าไหร่แกไม่ต้องไปส่งพวกฉันหรอก” นนทพัฒน์บอกกับปวีณาเมื่อต่างคนต่างกึ่งแบกกึ่งลากเพื่อนสนิทออกจากผับมาด้วย

“แล้วแกสามคนอ่ะ” หญิงสาวคนเดียวที่ไม่ได้แตะต้องของมึนเมาร้องถามเพื่อนชายที่เหลือ

“ฉันขับได้ ไม่ต้องห่วงส่วนไอ้กรเดี๋ยวฉันพามันกลับบ้านฉันเอง” จักรินบอกกับเพื่อนสาวพร้อมกับที่ค่อยๆ รับร่างอันหนักอึ้งของธากรมาไว้กับตัว

“งั้นกลับกันดีๆ ล่ะ ถ้าไม่ไหวจอดข้างทางนะเว้ยหรือไม่ก็โทร.บอกฉันเดี๋ยวตามไปเก็บ”

“คร้าบแม่” จักรินหยอกเย้าแล้วก้าวขึ้นรถของตัวเองไปอีกสามสาวก็เช่นกัน

“แกนี่มันเมาได้ตลอดเวลาจริงๆ ไอ้นัท” นนทพัฒน์บ่นให้กับเพื่อนที่นั่งคอพับคออ่อนอยู่ข้างๆ แล้วเธอก็ต้องแบกมันขึ้นบันไดตั้งหลายชั้นเพราะสภาพนี้ให้เดินเองคงมีหวังตกลงมาคอหักแน่ๆ หญิงสาวคิดอย่างปลงตกก่อนจะชำเลืองมองคนข้างกายอีกครั้ง

วันหลังฉันจะเมาให้แกแบกบ้าง!

=====================================

ตอนนี้ยาวมากเนื่องจากแบ่งตอนผิด

เค้าขอโต๊ดดดดดด

มาให้พิเศษวันแรกของปีใหม่ค่าาา

แล้วเจอกันทุกวันเสาร์ตามปกตินะคะ

สวีสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุขกันทุกคน

เดินทางปลอดภัย พบเจอแต่สิ่งดีๆ นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น