บุพเพร้ายแสนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,660 Views

  • 22 Comments

  • 78 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,066

    Overall
    4,660

ตอนที่ 2 : ความเจ็บที่มีเสียง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 890
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61

หลังม่านสีขาวสะอาดคือผู้หญิงรูปร่างเพรียวดวงหน้ากลมมนไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม ดวงตาคู่เศร้าเหม่อมองออกไปไกลแสนไกลอย่างไร้จุดหมาย ไม่ได้ยินสรรพเสียงรอบกายแม้จะมีคนเดินเข้ามา

“สวัสดีครับ วันนี้ดีขึ้นหรือยัง” คุณหมอสาวเจ้าของคนไข้ยิ้มให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมดอกกุหลาบขาวช่อโตก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป

“หมอขอตัวนะคะ”

เขาพยักหน้ายิ้มน้อยๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่หญิงสาวซึ่งเป็นคนป่วยอีกครั้ง

“ว้า...แย่จัง เมื่อวานก็ไม่คุยวันนี้ก็ไม่คุย ผมเสียใจน้า...” เขาทำน้ำเสียงทะเล้นก่อนจะวางดอกไม้ไว้บนโซฟารับแขกใกล้ๆ แล้วนั่งลงที่ปลายเตียงผู้ป่วยเพื่อมองแผ่นหลังบอบบางของ น้องสาวที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจออีกแล้ว

หญิงสาวที่นั่งมองทิวทัศน์ในสวนหย่อมของโรงพยาบาลผ่านกระจกใสค่อยๆ ยิ้มออกทีละนิด ใบหน้าเกลี้ยงเกลาดูมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นอีกเท่าตัว

“ทีนี้คุณพอบอกชื่อกับผมได้หรือยังเอ่ย”

เขาเดินอ้อมมาด้านหน้าย่อกายลงใช้ปลายเท้าเป็นหลักยึดเพื่อให้ตัวเองมีระดับความสูงเทียบเท่ากับคนป่วย

“ผม...ติณณภพหรือป้องครับ” เขายิ้มละไมมองดูหน้าน้องสาวที่ค่อยๆ แย้มยิ้มด้วยหัวใจที่เบิกบานขึ้นเรื่อยๆ

“นนทพัทธ์ค่ะ...หนึ่ง” หญิงสาวค่อยๆ ยิ้มออกเมื่อคนตรงหน้าที่เฝ้าเพียรมาหาแถมยังชวนพูดคุยดูท่าจะใจดี...ไม่รู้สิเธอแค่รู้สึกว่าอยู่ใกล้เขาแล้วปลอดภัยเท่านั้นเอง

ปรี๊นนนนนน!!!!!

“เป็นอะไรมั้ยครับคุณ!

น้ำเสียงที่ดูตกอกตกใจทำให้เธอพยายามที่จะเปิดตาดูสิ่งรอบตัว ใบหน้าเลือนรางและน้ำเสียงร้อนรนทำให้เธอค่อยๆ ปิดเปลือกตาเชื่อว่าเขาต้องทำให้เธอปลอดภัย

“คนไข้แค่ช็อกเท่านั้นค่ะ ไม่มีบาดแผลหรืออะไรก็ตามที่เกิดจากอุบัติเหตุแต่ดูจากสภาพและไข้ที่ขึ้นสูงแล้วคาดว่าคนไข้คงตากฝนเป็นเวลานานและมีเรื่องอะไรที่กระทบกระเทือนจิตใจมาก่อนหน้า หมอคงต้องขอดูอาการสักวันสองวันนะคะ”

“ครับ”

เธอได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน และคุณหมอเดาอาการเธอไม่ผิดหรอก เธอมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจและตากฝนมาเป็นเวลานานจริงๆ

หลังจากนั้นเธอไม่รับรู้อะไรอีกเลยจนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเมื่อวาน แล้วเห็นผู้ชายคนนี้ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวเทพบุตรแต่ในตานั้นมันมีแต่ความกังวลเต็มไปหมดแม้จะเห็นว่าเขาดีใจที่เห็นเธอฟื้นขึ้นมาแต่นั่นก็เป็นเพียงเวลาอันสั้น เขารีบกดกริ่งเรียกพยาบาล เฝ้าถามอาการเธอกับหมอในทุกๆ ชั่วโมงที่มีการตรวจร่างกาย

มีด้วยหรือคนที่ช่วยใครสักคนจะเป็นห่วงคนๆ นั้นได้มากเท่านี้

ติณณภพถอยเท้าออกจากห้องพักผู้ป่วยเมื่อคนไข้ทานข้าวทานยาและหลับไป เขามองหน้าลูกน้องคนหนึ่งที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลแล้วไพล่นึกถึงเหตุการณ์วันที่เขาขับรถเกือบชนน้องสาวตัวเอง

“ฤทธิ์ นายช่วยหาประวัติผู้หญิงคนนี้ให้หน่อยสิแล้วติดต่อญาติของเขาด้วย”

“เธอชื่ออะไรครับ”

“นั่นเป็นหน้าที่นาย เพราะวันนั้นเธอไม่ได้พกอะไรติดตัวเลย”

“ครับ”

เพียงไม่ถึงห้าชั่วโมงลูกน้องคนสนิทนำซองเอกสารที่มีทั้งประวัติพร้อมรูปถ่ายคนไข้ในห้องพักมายื่นให้เจ้านายที่ยังคงเฝ้าดูอาการของผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ขยับไปไหน

“นี่ครับ”

เขายังจำความรู้สึกวันนั้นได้ดี วันที่หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างไม่น่าเชื่อและความหวังที่ริบหรี่กลับเรืองรองอีกครั้ง “นนทพัฒน์ วรรณะ”

“ป้อง...ฉันมีอะไรจะบอกกับแก”

“ครับ”

ในวันที่บิดากล่าวลาเขาเป็นครั้งสุดท้ายตอนที่เขาอายุเพียงยี่สิบห้าปี มันทำให้ร่างเขาชาไปทั้งแทบ

“พ่อขอโทษนะ...พ่อเคยมีอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่งและเธอตั้งท้องลูกของพ่อ พ่อตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอไม่รู้ว่าสองแม่ลูกตอนนี้จะมีชีวิตยังไง”

“พ่อรู้ได้ไงครับว่าเธอท้อง” น้ำเสียงตอนนั้นมันสั่นพอๆ กับหัวใจที่รู้ว่าพ่อ...นอกใจแม่

“เขาส่งผลตรวจมาให้ที่บ้านพร้อมกับที่สองวันต่อมาเขาอุ้มเด็กผู้หญิงทารกคนหนึ่งเข้ามาด้วย”

“ผู้หญิง...”

“ใช่ น้องของลูกเป็นผู้หญิง พ่อฝากตามหาพวกเขาที ฝากบอกด้วยว่าพ่อขอโทษ พ่อไม่อาจทำร้ายแม่แกได้พ่อเลยให้เงินก้อนหนึ่งพวกเขาไปตั้งหลัก พอแม่แกเสียพ่อตั้งใจว่าจะรับเขามาอยู่ด้วย แต่ก็สายไปแล้ว”

“เขาชื่ออะไรครับ” แม้จะกัดฟันถามเพื่อไม่ให้น้ำเสียงสั่นไหวแต่ก็ห้ามได้ยากเต็มที

“รุจี วรรณะ เธอไม่มีญาติพี่น้องเธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว”

หลังจากวันที่พ่อเสียเขาเฝ้าตามหาน้องสาวต่างมารดาแทบพลิกแผ่นดินแต่ไม่เจอ คงเป็นเพราะโชคชะตาเห็นสมควรว่าครอบครัวของเขาสมควรได้รับการให้อภัยจากสิ่งที่บิดาทำเลยทำให้เขาเจอเธอง่ายกว่าที่คิด

ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเออีกครั้งเพื่อให้แน่ใจแค่เห็นดวงตาของบิดาในดวงตาของเธอพร้อมทั้งความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาผูกพันแค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะเชื่อได้ว่าเธอคือน้องสาวของเขาจริงๆ

“ผมมาตามหาคนที่ชื่อรุจี วรรณะกับลูกสาวเธอครับพอดีเขาเคยให้ที่อยู่กับผมไว้เมื่อนานมาแล้วไม่ทราบว่าเธออยู่แถวนี้หรือเปล่า”

“โอ๊ยพ่อหนุ่ม แม่จีน่ะตายไปตั้งหลายปีแล้วนะส่วนลูกสาวก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นตั้งสี่ห้าปีแล้วเห็นบอกอยากไปอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยป่านนี้คงเรียนจบทำงานทำการไปแล้วล่ะ”

ในวันนั้นเขาเหมือนคนสิ้นหวัง ที่อยู่สุดท้ายที่พอจะตามหาได้กลับไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้เลย...สี่ห้าปีแล้ว น้องสาวเขาคงย้ายออกไปก่อนที่พ่อเขาเสียหลายปีและคงไม่ย้อนกลับมาอีกเป็นแน่ หลังจากวันนั้นเขาก็หยุดเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับญาติคนเดียวที่เหลือเพื่อรอให้ถึงเวลา...เวลาที่จะได้เจอกันแบบวันนี้

ติณณภพเฝ้าวนเวียนดูแลน้องสาวถึงสามวันเต็มๆ แม้หมอจะบอกว่าคนไข้กลับบ้านได้แล้วตั้งแต่เมื่อวานแต่เขายังไม่วางใจ อาการเหม่อลอยและดวงตาเศร้าสร้อยทำให้เขาทั้งสงสัยและไม่สบายใจ

น้องสาวเขาเป็นอะไร

“วันนี้กลับบ้านได้แล้วน้า” เขาทำน้ำเสียงทะเล้นพร้อมรอยยิ้มชวนฝันแล้วก็ไม่ผิดหวังเมื่อคนที่นั่งบนเตียงยิ้มกลับมา

“ฉันกลับเองก็ได้ค่ะ ฉันอยู่แถวๆ...”

“ไม่จ้ะสาวน้อย” หญิงสาวไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยจนจบประโยคดีเสียงคนที่ช่วยชีวิตเธอดังขัดขึ้นเสียก่อน “หนึ่งต้องกลับบ้านกับผม” หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างตกใจการที่เขาเฝ้ามาวนเวียนอยู่ใกล้เธอทำให้เธออบอุ่นและเชื่อใจเขาได้ก็จริงแต่การที่จะให้เธอไปอยู่กับเขามันคงไม่ดีเป็นแน่

“อย่ามองผมอย่างนั้น” เขายิ้มกว้าง “ที่ที่คุณอยู่ดูไม่ค่อยจะปลอดภัยเท่าไหร่ผมเป็นห่วงสวัสดิภาพของคุณ อีกอย่างคุณยังไม่หายดีถ้าคุณจะกลับบ้านก็รอให้แข็งแรงกว่านี้ก่อนนะ”

“ทำไมคุณถึงช่วยฉันมากมายขนาดนี้”

“อะไรกัน ผมเป็นคนทำให้คุณเจ็บนะครับถ้าผมจะช่วยก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด ช่วยให้เต็มที่”

“ขอบคุณนะคะแต่คุณจะลำบาก”

พี่ปล่อยให้เราลำบากมามากพอแล้ว “ไม่เลยครับ ลุกเถอะผมเตรียมรถไว้แล้ว”

ชายหนุ่มค่อยๆ พยุงหญิงสาวให้เดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ โดยมีสายตาคู่หนึ่งของคุณหมอสาวมองตามด้วยความเจ็บปวด

“พี่รักเบลไหมคะ”

“รักครับ”

“งั้นพี่ป้องสัญญากับเบลได้ไหมว่าเราจะไม่ทิ้งกัน”

“พี่สัญญา”

ในวันนั้นคงมีแค่หญิงสาวโลกสวยที่เชื่อมั่นคำสัญญาโง่ๆ นั่นแต่ไม่ว่ายังไงเธอก็เลิกรักเขาไม่ได้สักที...ตอนคบกันเขาไม่เคยพูดว่ารักเธอเลย เธอรู้ว่าเพราะอะไร...เพราะเขามีใครอีกคนอยู่ในใจแล้วไงล่ะ

ยอมรับว่าพอได้มาเจอกันอีกทีเธอตกใจไม่น้อยแต่เขา...กลับนิ่งจนเธอวูบโหวงในอก ภาพความทรงจำเก่าๆ ทะลักเข้ามาราวกับน้ำป่าไหลหลาก

“นี่ใช่ไหมคะคือผู้หญิงที่พี่ป้องรัก”

“...”

“...”

“ใช่”

“เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วนะคะ เขามีทางเดินเป็นของเขาแล้วเขามีคนรักแล้ว!

“พี่ทนเห็นน้ำตาของเธอไม่ได้ เธอกำลังเสียใจเบลจะให้พี่ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวเหรอ!

“แล้วน้ำตาเบลล่ะคะเคยมีความหมายกับพี่ป้องบ้างหรือเปล่า”

“...”

“เราจบกันแค่นี้ดีไหม เบลอยากมีภาพความทรงจำดีๆ ระหว่างเราเก็บเอาไว้ เราหยุดแค่นี้นะคะ”

เธอไม่รู้ว่าเดินออกมาจากตรงนั้นได้ยังไงทั้งๆ ที่น้ำตามันบดบังการมองเห็น เธอเหมือนคนเลื่อนลอยที่ไม่รับรู้อะไรรู้แค่ว่าพอถึงบ้านทุกอย่างก็เหมือนถูกตัดขาดและเธอก็ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่เหลือโดยไม่มีเขาคอยรับคอยส่งเช่นเดิม

===============================

ดราม่าไม่มากอ่านกันได้เพลินๆ เลยค่าาา

มาให้อีกตอนกลัวจะลืมกัน TOT

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น