fantasy of ures worl 1 เร็วๆ นี้กับสนพ.ธิ๊งค์ บียอนค่ะ

ตอนที่ 19 : ตอนที่สิบเก้า เยือนหมู่เกาะไฟท์ เกาะแรกพิจิก แมงป่องสุดร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ก.ค. 51

ตอนที่สิบเก้า เยือนหมู่เกาะไฟท์ เกาะแรกพิจิก แมงป่องสุดร้าย

 

                พรมเหาะของเฟียสเตอร์เหาะนุ่มนวลกว่าพรมรับจ้างมาก คิมหันต์ตอนแรก ๆ ก็เกร็ง ๆ พอตอนหลังนอนเหยียดยาวแล้วก็หลับ อายูเองก็พิงกองสัมภาระเคลิ้มหลับไป ไวน์นั่งอ่านหนังสือที่หยิบติดมือมาจากบ้านของเฟียสเตอร์ (การปรับตัวของวูฟแฟล็กซ์กับเผ่าต่าง ๆ โปรดจงดำรงศักดิ์ศรีของเราไว้ !!! โดย เอสมิดาลอส) ส่วนเฟียสเตอร์นั่งครุ่นคิดอะไรเงียบ ๆ ตามองเหม่อไปไกล พรมเหาะแล่นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งภาพหมู่เกาะขนาดใหญ่ปรากฏอยู่กับพื้นเบื้องล่าง

                เฟียสเตอร์ขยับตัวทันทีที่เห็นหมู่เกาะเบื้องล่าง บังคับให้พรมเวทมนต์หยุดลอยค้างบนอากาศ เขาเปิดกระเป๋าที่คาดเอวไว้เพื่อจะหยิบการ์ดแล้วก็ทำหน้าเครียด

                ตายละ ! ลืมสนิทเลยว่า ที่นี่ใช้การ์ดหักเงินจากบัญชีไม่ได้ ไม่รับเงินเหรียญรับแต่ทองคำด้วยสิทำยังไงดี สงสัยต้องใช้ยูนิคอน เขาบ่นมือควานหากระบอกอักขระในกระเป๋า

                คุณเฟียสเตอร์ครับ เสียงทุ้มไพเราะดังขึ้นเบื้องหลังชายหนุ่มพร้อมกับมือขาวบางยื่นถุงผ้าสีน้ำเงินให้เขาสองถุง นี่ครับ  ท่านฮิลก้าฝากมาให้เป็นค่าเดินทางของพวกผม และได้โอนเงินเข้าบัญชีของคุณอีกจำนวนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายด้วยครับ

                เฟียสเตอร์สั่นหน้าไม่ยอมรับถุงผ้าที่ไวน์ยื่นให้เขาปฎิเสธเสียงนุ่ม

                คงไม่รับหรอกไวน์ เพราะงานคราวนี้มันเกี่ยวพันกับฉันด้วยเหมือนกันการที่ฉันมาช่วยพวกนายก็เพราะต้องการช่วยน้องสาวของฉันด้วย เงินเก็บของฉันมีมากพอ

                ไวน์ยัดถุงผ้าใส่มือเฟียสเตอร์แล้วยิ้ม

                ไม่ได้หรอกครับ ถ้าคุณเฟียสเตอร์ไม่รับเท่ากับว่าปฎิเสธและดูถูกพวกเราเหล่าเกรท รับไปเถอะครับมันมีมากพอที่เราจะใช้ในการเดินทาง พวกเราเหล่าเกรทปกติไม่ต้องใช้เงินทองอะไรอยู่แล้ว เงินที่นครต่าง ๆให้มาเราก็ใช้เพื่อยูเรสและปกป้องอาณาจักรของเราเท่านั้นเอง คุณไม่ต้องเกรงใจพวกเราหรอกครับ อย่างน้อยก็เป็นค่ากินอยู่ของคุณอายูกับคุณคิม

                เฮ้อ !! เธอพูดถึงขนาดนี้ถ้าไม่รับก็คงน่าเกลียด เป็นอันว่าถ้าจบงานฉันจะขอคืนเงินที่เหลือทั้งหมดให้กับพวกเธอก็แล้วกัน

                ถ้าคุณทำแล้วสบายใจยังไงก็ได้ครับ ไวน์ ยิ้มแล้วหันไปปลุกคิมหันต์กับอายู เฟียสเตอร์บังคับพรมให้ค่อย ๆ ร่อนลงกับท่ารับผู้มาจากเมืองอื่น มีทหารสองคนเฝ้าประตูเมืองไว้ เจ้าหน้าที่หน้าตายูยี่เหมือนคนพึ่งตื่นนอน นั่งอยู่ในป้อมหล่อนอ่านหนังสือง่วนอยู่ (ดูจากหน้าปกน่าจะเป็นนิตยสารมากกว่าจะเป็นหนังสืออย่างอื่น เพราะมีสาวสวยเป็นรูปหน้าปก)  ตรงท่าเข้าเมืองของที่นี่ไม่คึกคักเหมือนของอมาเรสและไดมอนเนสที่เฟียสเตอร์เคยเห็น ดูโกโรโกโส และเวิ้งว้างยังไงพิกลเหมือนไม่มีคนมาเยือนที่นี่นานแล้ว

                ทุกคนถึงพื้นอย่างนิ่มนวลเฟียสเตอร์ม้วนพรมเก็บไว้และเสกพรมและสัมภาระกองใหญ่ให้หดเล็กลงและเก็บไว้ในกระเป๋าเป้ ทหารสองคนเห็นเฟียสเตอร์ใช้เวทย์มนต์ก็ขยับปืนในมือทำท่าเตรียมพร้อมขึ้นมาทันที คิมหันต์มองอย่างหวาด ๆ มือเกาะแขนไวน์ที่ยังคงดำรงความเคร่งขรึมและเรียบเฉยไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย อายูมองทหารสองคนอย่างระวังตัว ส่วนเฟียสเตอร์ เขาล้วงไปในกระเป๋าและหยิบแผนที่ออกมากาง

                เกาะนี้คือเกาะพิจิก เกาะนี้อยู่ใกล้ที่สุดฉันเลยพาพวกเรามาลงที่นี่ พักที่นี่สักคืนกันก่อนนะ  หมู่เกาะไฟท์เราลงทะเบียนที่เกาะไหนก็ได้ อีก 11 เกาะที่เหลือก็ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่อีก ไวน์ไปกับฉันหน่อย อายูกับคิมรอที่นี่นะ ไวน์พยักหน้าแล้วเดินตามเฟียสเตอร์ไปที่ป้อมโกโรโกโสทันที

                ดูจากระยะไกลว่าป้อมนี้โทรมแล้ว ดูใกล้ ๆ ยิ่งเห็นร่องรอยของความเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไม้ที่มีฝุ่นพอกหนา ป้ายบอกให้ลงทะเบียนที่เอียงไปข้างหนึ่ง หลังคาทาสีดำกะเทาะจนเห็นสีเดิม แถมบางแห่งก็แตกพัง พนักงานเงยหน้าขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้เหมือนพวกเขาเข้าไปขัดภารกิจสำคัญของหล่อน

                ต้องการมาทำอะไรที่นี่ ? หล่อนถามเสียงไม่เป็นมิตร สอดคล้องกับหน้าตา ที่ย่นคิ้วอยู่ตลอดเวลาจมูกแหลม ๆ ของหล่อนสูดอากาศเข้าฟุดฟิดอยู่ตลอด (เหมือนจะดมกลิ่นพวกทั้งสองคนว่ามีอะไรแปลกปลอมมาด้วยหรือเปล่า)

                มาขายพรม และยาสมุนไพรครับ เฟียสเตอร์ตอบเสียงสุภาพ หยิบพรมที่โดนย่อส่วนให้เล็กลง  และขวดยาสมุนไพร สองสามขวดให้หล่อน หล่อนคว้าไปพร้อมทำจมูกฟุดฟิด ส่องดูขวดยาในมือ แล้วเปิดขวดออกดม พลางทำหน้าเบ้ !!

                ยาอะไรกลิ่นร้ายกาจจริง ๆ

                หึ หึ นั่นยาแก้เล็บขบกับตาปลาครับ เฟียสเตอร์กลั้นหัวเราะไว้อย่างสุดความสามารถ หล่อนทำหน้ารังเกียจที่เผลอไปดมเข้า เลื่อนของออกคืนเฟียสเตอร์ แล้วหยิบสมุดออกมาจด

                มากันกี่คน ? เผ่าอะไรบ้าง?

                สี่คนครับ วูฟแฟล็กซ์ 3 ไนท์ดาร์กอน 1

                รู้ใช้ไหมว่าคุณใช้เวทย์มนต์ที่เกาะของเราไม่ได้

                ทราบครับ

                งั้นก็ดี หล่อนเชิดหน้า  เรารังเกียจคนที่ผิดกฎอย่างมาก กรุณาเก็บไม้คทาของพวกคุณ กับดาบกระดูกมังกรของพวกคุณให้เรียบร้อย มิเช่นนั้นคุณจะต้องเสียใจที่ทำผิดกฎของเรา หล่อน หยิบกล่องไม้ขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วถามเสียงชาเย็นอีกครั้ง ต้องการไปกี่เกาะ 1 คนต่อทองหนึ่งก้อนต่อหนึ่งเกาะ

                12 เกาะครับ เฟียสเตอร์คิดในใจว่าค่าผ่านทางแพงเป็นบ้า เหมือนฮิลก้าจะรู้ว่าที่นี่ต้องใช้เงินมากถึงขนาดนี้ ถึงเอาทองมาไว้ให้เป็นค่าเดินทางมากมาย เขาล้วงมือเข้าไปในถุงผ้า นับทองและหยิบออกมาให้ครบจำนวนที่หล่อนเรียกเก็บก็เหลือทองอยู่ก้นถุงแค่ 3 4 ก้อนเท่านั้น

                ขอบคุณมากค่ะ นี่การ์ดผ่านทาง คุณแสดงการ์ดนี่ทุกครั้งเวลาผ่านป้อมรับลงทะเบียน สามารถอยู่ที่นี่ได้ 1 ปี แล้วก็เงินไฟท์แลกได้ที่ธนาคารประจำเกาะพิจิกเดินไปอีกประมาณ 200 เมตรนะคะหล่อนยื่นการ์ดแข็งส่งให้เขา 4 ใบ เฟียสเตอร์รับไว้และเก็บไว้ในกระเป๋าคาดเอว เขาและไวน์เดินมาหาอายูกับคิมหันต์ที่รออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

                ไปกันได้แล้ว  เดี๋ยวเราต้องไปแลกเงินที่ธนาคารอีก

                อาหารเย็นละครับ ประโยคนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าออกมาจากปากใคร

                ไม่ต้องกลัวอดหรอกน่า ที่นี่อาจจะดีกว่าร้านอาหารด่วนก็ได้ เฟียสเตอร์หัวเราะ อายูมองแล้วทำปากเบ้

                พวกเขาเดินผ่านทหารร่างใหญ่ที่สวมเกราะเหล็กเข้าไปในเมือง ภาพเมืองโทรม ๆ ปรากฎแก่สายตา ทุกอย่างดูเก่าโทรมไปหมด มีผู้ชาย 3 4 คน จับกลุ่มดื่มเหล้ากันที่หน้าบาร์ส่งเสียงกันดังลั่น พื้นดินเป็นสีแดงเหมือนดินลูกรัง ไม่ได้ปูกระเบื้อง หรือมีหญ้านุ่ม ๆ เดินในเมืองสักพักฝุ่นก็เริ่มจับตามเท้าเสื้อผ้าของพวกเขา

                เฟียสเตอร์นำกลุ่มมาถึงอาคารที่ทาสีฟ้าไว้ แต่โดนฝุ่นจับจนจำสีเดิมเกือบไม่ได้ อาคารนี้ไม่มีประตู แต่มีช่องหน้าต่างเปิดไว้ มีชายร่างท้วม หน้าตาแดงก่ำ (อาจจะเพราะความร้อน หรือน้ำสีทองที่วางอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่ทราบ) เฟียสเตอร์โน้มตัวเข้าไป ก็ได้กลิ่นเหล้าฟุ้งออกมา เขาทักทายเสียงอ้อแอ้

                มาทำอารายครับ เอื๊อก.... ขออำภัย วันนี้งดบริการฝากและถอนนะครับ

                ขอแลกเงินไฟท์หน่อยครับ เฟียสเตอร์เททองในถุงสองถุง ทั้งหมดลงบนเคาร์เตอร์ ตาแดงก่ำมองตาโตเมื่อเห็นจำนวนทองที่เฟียสเตอร์เทออกมา มืออวบอูมรีบโกยทองทั้งหมดแล้วนับ ตาก็มองซ้ายมองขวาไปด้วย พอนับเสร็จเขาก็หยิบเงิน 5 ปึกใหญ่ให้เฟียสเตอร์ แล้วกระซิบกระซาบกับชายหนุ่มเบา ๆ

                มาจากไหนกันเนี่ยพ่อหนุ่ม เอาทองมาแลกเยอะ ๆ แบบนี้ระวังโจรไว้หน่อยนะ พวกปล้นค่อนข้างเยอะมากเลยที่นี่ ฉันยังไม่กล้าทำประตูธนาคารเล้ย มาทำอะไรกันละ แต่พวกนายไม่ใช่พวกไฟท์แน่ ๆ เลยใช่ไหม ถ้าจะให้ดีไปแวะร้านขายปืนตรงถัดไปหน่อยก็ดี

                ขนาดนั้นเลยหรือครับ ? เฟียสเตอร์เลิกคิ้ว พลางยัดเงินทั้งหมดใส่กระเป๋าอย่างรีบร้อน

                น้อยไปนะสิ อ้อ ! ฉันชื่อวิลเป็นเจ้าของธนาคารโทรม ๆ นี่ พวกนายมาทำอะไรที่เกาะนี้ละ จะมาค้าขายรึไง .....นายควรจะไปที่เกาะเมษมากกว่า ที่เกาะนี่มันสุด ๆ ของความโหดและความจน เพราะเป็นที่ชุมนุมของทหารเกรด G เขาจะมาปล้นเงินนายมากกว่าซื้อของนายละสิ !! “

                หึ หึ ผมเป็นพ่อค้าเร่ ก็เลยไปทั่วละครับ เผอิญเกาะนี้อยู่ใกล้ที่สุด พวกเราไม่อยากจะนอกแกร่วบนพรมเหาะ แล้วกะจะไปให้ครบทั้ง 12 เกาะไม่ได้เจาะจงเกาะไหนเป็นพิเศษ สมองของเฟียสเตอร์เริ่มครุ่นคิด ถ้าอย่างนั้นคงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้นานเป็นแน่ และคงต้องหาปืนเป็นอาวุธ เพราะเขาไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ที่นี่ได้ ก็มีค่าเท่ากับคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง ไวน์ที่ยืนข้างคิมหันต์ก็เริ่มครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน

                งั้นคำแนะนำจากสำหรับเกาะนี้ให้นาย ก็คือนอนกอดปืนไว้ แล้วอย่าคิดขายอะไร อ้อ อีกอย่าง เขามองแม่สาวน้อยผมสั้นที่มองสำรวจทั่ว ๆ อย่างระมัดระวัง ระวังผู้หญิงของนายให้ดีด้วย !! “ เฟียสเตอร์พึมพำขอบคุณและหันมาพยักหน้ากับคณะเดินทาง

                ไปกันเถอะเราต้องแวะอีกหลายที่ ที่นี่บรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันคิดว่าจีน่าคงไม่อยู่ที่นี่หรอก อายูขอเตือนอะไรไว้บางอย่าง  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามใช้ดาบกระดูกมังกรของหนูเด็ดขาด

                ทำไมละคะ ? สาวน้อยเลิกคิ้ว แล้วถ้าเกิดมีอะไรขึ้นเราจะทำยังไง เมื่อพวกคุณถูกห้ามใช้เวทย์มนต์ หนูก็ดู ๆ แล้วที่นี่ไม่ค่อยจะปลอดภัยเท่าไหร่

                ตามฉันมาทางนี้ เจ้าของธนาคารบอกว่าตรงถัดไปมีร้านขายอาวุธ ฉันจะซื้อปืนให้พวกเราคนละกระบอกไว้ป้องกันตัว

                เห? ต้องให้ใช้ปืนเลยเหรอ คิมหันต์ยื่นหน้ามากลางเฟียสเตอร์กับอายูที่เดินคุยคู่กันอยู่ข้างหน้า ที่นี่มันดูน่ากลัวบอกไม่ถูก ยังกะหนังคาวบอยฝรั่งเลย

                ใช่เราต้องใช้ปืนเพราะฉันกับไวน์ใช้เวทย์มนต์ไม่ได้ อายูก็ถูกห้ามใช้ดาบกระดูกมังกร มีอย่างเดียวที่จะป้องกันเราได้คือปืน  !! “

                แต่ผมยิงไม่เป็นนี่นา

                ฉันจะหัดให้เอง....อายูสอดขึ้นมาบ้าง แต่นายต้องมาเป็นเป้าให้นะ

                โห....ขอบพระคุณแม่คุณอายูคนสวย ขึ้นต้นด้วยความกรุณาแต่จบแบบฆาตกรรมยังไงก็ไม่รู้ เห็นทีต้องไม่ขอรับความกรุณา คิมหันต์สะบัดหน้าใส่สาวน้อยแล้วถอยไปเดินกับไวน์ เฟียสเตอร์ส่ายหน้า

                สงบศึกกันสักพักไม่ได้เลยหรือไง

                คิดจะทำอยู่คะ อายูยิ้ม

                พวกเขาเดินมาจนถึงร้านที่มีรูปปืนสองกระบอกไขว้กันอยู่หน้าร้าน มีชายร่างผอมเกร็งกำลังเช็ดกระจกอยู่หน้าร้าน ในตัวเขาพกแต่ปืน จนเหมือนป้ายโฆษณาปืนเคลื่อนที่ เข็มขัดกระสุนปืนพาดไว้ทั้งบ่าซ้ายขวา มีปืนพกเสียบไว้ที่เอวสองกระบอก แถมด้วยปืนยาวที่คล้องไว้ข้างหลังอีก พอเขาหันมาหาพวกเฟียสเตอร์ ก็มีปืนพกที่หน้าอกอีกสองกระบอก คิมหันต์เห็นแล้วก็อ้าปาหวอ สงสัยว่าที่นี่โจรมันคงจะเยอะมากเพราะอีตานี่คนเดียวก็พกปืนปาเข้าไปตั้งห้ากระบอกแล้ว เวลาหยิบออกมามันจะใช้ยังไงกันนี่ ? แล้วก็ต้องตะลึงเข้าไปอีกเพราะเห็นแขนสองแขนงอกออกมาข้างหน้าอีกสองข้าง ชายผู้นี้มีสี่แขน ?????

                โอ้ แขกมาแล้วยินดีต้อนรับสู่ร้านปืนเน็ต ยินดีต้อนรับแขกต่างถิ่น เขาส่งเสียงแหลมทักทาย พอเขาถอดแว่นดำที่ใส่ออก พวกเขาเกือบอุทานพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ เพราะนอกจากตาปกติ ชายผู้นี้มีตาอยู่ข้างล่างอีก 4 ดวง มันจ้องพวกเขาอย่างสำรวจ ก่อนจะหยุดนิ่งที่เสื้อสีแสบของคิมหันต์

                พ่อหนุ่มมาจากไหนกันนี่ แต่งตัวได้เจ็บจริง ๆ

                เอ่อ พวกเรามาจากอมาเรสครับ เป็นพ่อค้าเร่มาค้าขายหมู่เกาะไฟท์ครับ คุณวิลแนะนำว่าเราควรมาซื้อปืนที่คุณถ้าเกิดนอนพักที่นี่ เฟียสเตอร์ที่หายตะลึงในรูปร่างหน้าตาของเน็ตแล้วกล่าว ขณะที่ไวน์ อายูและคิมหันต์ยังมองจ้องเน็ตกันอย่างลืมตัว ยิ่งจ้องตาหกดวงของเน็ตก็ยิ่งมึนงงเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เน็ตยิ้มแล้วรีบใส่แว่นดำเหมือนเดิมบดบังดวงตาข้างล่างเสีย พวกเขาถึงรู้สึกตัวว่าเผลอจ้องชายผู้นี้เหมือนคนเสียมารยาท

                ไม่เป็นไรหรอกคงโดยพลังสะกดของฉันเข้าไปนะ แม่ของฉันเป็นสัตว์วิเศษฉันเลยได้พลังนี้มา เอ้าเชิญเข้ามาในร้านก่อน เน็ตพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาและชินชาที่ใครเผลอมองตาวิเศษของเขานาน ๆ แล้วมักจะต้องงง จนต้องเผลอจ้องอย่างไม่วางตา

                คุณบอกว่าแม่คุณเป็นสัตว์วิเศษงั้นหรือ เฟียสเตอร์เผลออุทาน เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสัตว์วิเศษจะมีลูกกับเผ่าธรรมดาได้

                ใช่แล้วพ่อหนุ่ม พ่อของฉันเป็นวูฟแฟล็กซ์แม่ของฉันเป็นแททู เป็นแททูที่ได้รับพลังของสัตว์เทพเลยแปลงร่างเป็นคนได้ เลยกลายเป็นฉันไงละ เน็ตพ่อค้าปืนแห่งเกาะพิจิก เขาหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี และไม่ขัดเคืองในปมด้อยของตัวเองแม้แต่น้อย ผลักประตูนำพวกเขาเข้าไปในร้าน ร้านของเน็ตเป็นอาคารไม้กลางเก่ากลางใหม่ (ดูแล้วดีที่สุดในย่านนี้เลยก็ว่าได้) มีปืนสารพันเท่าที่คุณจะนึกได้ แม้กระทั่งปืนกลกระบอกเบ่อเร้อที่ยิงกระสุนได้ครั้งละ 500 นัดต่อครั้ง หรือปืนบาซูก้า ปืนพกมีทั้งกระบอกเล็กจิ๋ว แต่อานุภาพไม่จิ๋วเหมือนรูปลักษณ์เพราะกระสุนของมันอานุภาพสามารถฆ่าสัตว์ใหญ่อย่างช้างได้สบาย คิมหันต์หมุนซ้ายหมุนขวาอย่างตื่นตา อายูเดินไปที่มุมของปืนยาวหล่อนดูชอบใจกับกระบอกปืนที่เงาวับของมัน หล่อนหยิบมันขึ้นพลางลองประทับบนบ่า ไวน์ก็มอง ๆ ปืนสั้นที่วางเรียงอยู่ในตู้กระจกพิจารณาไปทีละอัน เฟียสเตอร์นั่งลงที่เคาท์เตอร์ที่จัดวางไว้ ตรงตู้ข้างหลังทำเป็นกระจก โชว์ปืนอานุภาพร้ายแรงไว้หลายกระบอกมีทั้งปืนสั้น ปืนยาว หรือปืนกล เน็ตยืนยิ้มอยู่หลังเคาท์เตอร์ สองมือคู่หน้าหยิบปืนมาเช็คถู สองมือคู่หลังก็เรียงกระสุนปืนลงกล่องที่วางไว้ทั้งข้างซ้ายข้างขวา พร้อม ๆ กัน เฟียสเตอร์มองอย่างทึ่ง ๆ ที่มือทั้งสี่สามารถทำงานได้หลาย  ๆ อย่างพร้อมกันได้

                จะเอากี่กระบอกละ เอาปืนแบบไหน แม่สาวน้อยนั่นคงสนใจปืนยาวดูท่าทางจะคล่องนะนั่น เขาบุ้ยปากมาทางอายูที่กำลังลองน้ำหนักปืนยาวกระบอกใหม่อยู่ อยากได้สักกี่กระบอกละพ่อหนุ่ม?  คนละกระบอกดีไหม? เฟียสเตอร์เรียกหนุ่มสาว มารวมตัวกันที่หน้าเคาท์เตอร์ของเน็ต

                ในฐานะที่เป็นพ่อค้าขายปืนคุณคิดว่าพวกเราควรใช้ปืนแบบไหน? เฟียสเตอร์ถามกลับ เน็ตมองสองหนุ่มหนึ่งสาวอย่างสำรวจ แล้วหยิบปืนยาวสีเงินวาวออกมากระบอกหนึ่งขนาดมันเล็กกว่าปืนยาวมาตรฐานนิดหน่อย ปืนสั้นออกมาสองกระบอก และปืนยาวสีดำมันอีกหนึ่งกระบอกออกมา พร้อมกระสุนอีกอย่างละ 3 กล่องเลื่อนให้พวกเขา

                ปืนยาวสีเงินนั่นให้แม่หนูตาโตนี่ เพราะดูท่าทางจะเคยใช้ปืนมาบ้าง มันเหมาะสำหรับผู้หญิงเพราะมีขนาดเบา แรงถีบมีไม่มาก บรรจุกระสุนได้คราวละ 10 นัด ยิงได้ทีละนัด หรือจะยิงทีละสองนัดก็ได้ แค่ปรับปุ่มตรงนี้ เน็ตยกปืนให้ดูตรงส่วนที่มีปุ่มให้ปรับการใช้งานอายูพยักหน้ารับปืนจากมือเขาไปลองดูน้ำหนัก หล่อนมีสีหน้าพอใจ ส่วนปืนสั้นสองกระบอกให้พ่อหนุ่มน้อยสองคนนี่เป็นปืนที่ใช้ง่ายที่สุดแค่ปลดเซฟแล้วก็ ปัง !!! เป็นปืนรุ่นใหม่นายจะยิงทีละนัดหรือยิงทีละหกนัดพร้อมกันได้เลย ระยะไกลสุด 1 กม.ไวน์หยิบไปสำรวจดู ส่วนคิมหันต์มือสั่นเล็กน้อยเมื่อหยิบมันขึ้นมาดูมันมีน้ำหนักพอเหมาะ เน็ตอธิบายว่าปลดเซฟปืนตรงไหนและปรับปุ่มใช้งานยังไงให้สองหนุ่ม เฟียสเตอร์หยิบปืนของเขาขึ้นมาสำรวจบ้าง มันมีน้ำหนักมากกว่าปืนของอายู บรรจุกระสุนได้มากกว่า อายูคือ 20 นัด ของนายก็ปืนยาวรุ่นใหม่ เล็งได้ในที่มืดท่าทางนายดูจะใช้เป็นอยู่เหมือนกัน ถูกใจไหม? มาที่ร้านฉันรับรองไม่ผิดหวัง ทั้งหมด 80,000 ไฟท์ รับเงินสด  ไม่รับทองคำเพราะฉันดูทองปลอมไม่เป็น เฟียสเตอร์นับธนบัตรและส่งให้เน็ต เขานับเงินด้วยมือสองคู่หน้า มือสองคู่หลังข้างขวาเปิดลิ้นชัก ข้างซ้ายหยิบเข็มขัดปืนออกมาสี่เส้น เขาเก็บเงินไว้ในกล่องเหล็กแล้วสอดไว้ใต้เคาร์เตอร์แล้วพูดกับตัวเองพึมพำ วันนี้เห็นทีต้องปิดร้านเร็วหน่อย เดี๋ยวไอ้พวกบ้านั่นมันจะได้กลิ่น เปลืองกระสุนปืนอีกพอดี เขาส่งเข็ดขัดปืนให้เฟียสเตอร์แล้วพูดอย่างหวังดี

                เอ้า !! ได้ปืนแล้วก็โชว์พวกมันหน่อย เดี๋ยวพวกทหารรับจ้างหิวเงินจะนึกว่าพวกนายเป็นหมูให้เคี้ยว รับรองตามพวกนายเป็นสิบแน่ ๆ อย่างว่าเกาะนี้เงินมันหายาก ที่นี่ไม่ค่อยมีคนมาจ้างเท่าไหร่อะไรที่พอจะกลายเป็นเงินได้พวกมันไม่เลือกวิธีการหรอก แล้วแนะนำอีกข้อนะให้พวกนายรีบไปที่โรงแรมของกินส์ ฉันไม่แน่ใจว่าเขาไปที่เกาะอื่นหรือเปล่า ถ้าไม่อย่างนั้นพวกนายก็ต้องไปพักที่บาร์ของคาลอสแต่ขอให้พวกนายระวังตัวให้ดีก็แล้วกันที่นั่นค่อนข้างอันตราย

                ขอบคุณมากครับ เออคุณเน็ตผมอยากจะถามอะไรคุณสักหน่อยคุณเคยได้ข่าวไฟท์ที่เป็นนักพยากรณ์ที่ชื่อว่าจีน่าไหม?

                ไม่แน่ใจนะเอ.............เขาทำท่าครุ่นคิดมือทั้งสี่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ถ้านายอยากหาไฟท์พยากรณ์ต้องไปหาที่เกาะเมษ พฤษก หรือไม่ก็ตุลย์ฉันไม่ค่อยได้ไปแถวนั้นเท่าไหร่ คงจะช่วยให้รายละเอียดพวกนายไม่ได้ ลองไปที่เกาะเมษสิเพราะที่นั่นเป็นศูนย์กลางของเกาะไฟท์

                ขอบคุณมากครับ อย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่าควรเริ่มต้นที่ไหน? เน็ตหรี่ตาทั้งหกมองลอดแว่นสีดำสำรวจพวกเขาอีกครั้ง

                ดู ๆ ท่าทางพวกนายไม่ค่อยเหมือนพ่อค้าเร่เท่าไหร่ แล้วการที่มาทำการค้าที่นี่มันไม่น่าจะคุ้ม นายมาทำอะไรกันแน่

                เราแค่หลงมาเท่านั้นละครับเฟียสเตอร์เสใส่กระสุนปืนลงในกระเป๋าเพื่อจะไม่ได้สบตากับเน็ต พ่อค้าวูฟแฟ็กซ์คนก่อนบอกว่าค้าขายที่นี่กำไรค่อนข้างดี เราก็เลยลองมาบ้าง

                ฉันก็แค่ลองถามดูเท่านั้นแหละ เพราะดูพวกนายไม่ค่อยเหมือนพ่อค้ากันเท่าไหร่ เน็ตยักไหล่ มือทั้งสี่เริ่มทำงานที่ค้างต่อ เลิกสนใจพวกเขาโดยสิ้นเชิง เฟียสเตอร์เดินนำออกมานอกร้าน พวกเขาเดินออกมานอกถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่น บรรยากาศข้างนอกเริ่มมืดลง อาคารและร้านต่าง ๆ เริ่มทยอยกันเปิดไฟ เฟียสเตอร์มองหาโรงแรมที่เน็ตพูด สายตาสะดุดกับอาคารไม้สองชั้นขนาดกลางเก่ากลางใหม่ มีป้ายเขียนไว้ว่า โรงแรมกินส์ หากแต่ไฟปิดสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ เฟียสเตอร์ถอนใจ กวาดสายตามองร้านตรงกันข้ามที่มีเสียงดนตรีและเสียงเอะอะดังลอดออกมา มีชายคนหนึ่งเปิดประตูเดินเซออกมา ป้ายเอียงกะเท่เร่เขียนโฆษณาไว้ว่า คาลอสบาร์ พร้อมบริการห้องพักราคาถูก อาหารรสชาติดี  เฟียสเตอร์มองอย่างชั่งใจ

                ยังไงก็คงต้องพักที่นั่น ถึงแม้จะดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ แต่พวกเราไม่มีทางเลือกระวังตัวไว้ก็แล้ว กันแล้วอย่าแยกกันไปไหนเข้าใจนะพวกเขาพยักหน้า แล้วก้าวเดินตามเฟียสเตอร์เข้าไปในบาร์ที่เห็นข้างหน้าทันที

                อากาศอับ ๆ ปนกลิ่นฉุนของยาสูบโชยมาเข้าจมูก  มีชายหนุ่มห้าถึงหกคนนั่งจับกลุ่มกินเหล้ากันอยู่ ส่งเสียงเอะอะ เสียงเพลงเปิดแผ่ว ๆ เป็นเพลงหวาน ๆ (ซึ่งเสียงสนทนาดังกลบหมด จนไม่รู้ว่าเปิดให้ใครฟัง ) ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมยืนใช้ผ้าขี้ริ้วที่จำสีเดิมแทบไม่ได้เช็ดแก้วง่วนอยู่ เหมือนเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในโลก ศีรษะของเขามีผมสีทองขึ้นอยู่หรอมแหรม ดวงตาสีฟ้าซีด จมูกโปน ริมฝีปากบาง ดูหน้าตาเจ้าเล่ห์อย่างประหลาด เฟียสเตอร์เดินนำพวกเขามองหาโต๊ะที่ว่างและไกลจากพวกที่ดื่มเหล้าอยู่ก่อน คิมหันต์กับไวน์เดินทาง อายูเดินรั้งท้าย ซึ่งพอหล่อนก้าวเข้าบาร์บรรยากาศก็เริ่มเงียบกริบ

                พวกผู้ชายที่จับกลุ่มดื่มเหล้ากันอยู่สังเกตเห็นหล่อนพากันสะกิดให้ดู พวกเขาชะงักค้างมองอายูด้วยสายตาแปลก ๆ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของบาร์ที่ยืนเช็ดแก้วอยู่ เขาเลิกเช็ดทันที และพยักหน้าให้พนักงานร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เดินมาบริการพวกเขาที่โต๊ะทันที

                ทำไมพอหนูเดินเข้ามาพวกเขาต้องมองกันขนาดนี้ด้วย อายูแอบกระซิบกับเฟียสเตอร์ เขายักไหล่ เหมือนจะบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน เมื่อพวกเขาหาที่นั่งได้ เฟียสเตอร์มองบรรยากาศรอบ  ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ยินเสียงเพลงชัดขึ้นเพราะพวกชายหนุ่มเหล่านั้นเริ่มซุบซิบกันเบา ๆ แล้วพากันบุ้ยใบ้มาทางโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ พากันยิ้มและหัวเราะอย่างมีเลศนัย ไวน์ก็มองอยู่เช่นกัน ส่วนคิมหันต์ที่ตอนนี้กำลังหูอื้อเพราะหิวจัดไม่ได้สนใจใครนอกจากสอดส่ายสายตาหาของกิน ดู ๆ แล้วที่นี่มันจะมีอะไรให้เรากินหว่า เพราะนอกจากบาร์เหล้าแล้วก็ไม่เห็นมีอะไร ไม่ได้กลิ่นของอาหารเลย เห็นแต่ถั่วอยู่จานเดียวที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะของโต๊ะที่เขาดื่มเหล้ากันอยู่ แถมถั่วมันก็ดูดำ ๆ สกปรก ๆ พิกล

                ชายร่างใหญ่ สวมเสื้อสีน้ำตาลตุ่น ๆ เดินมาที่โต๊ะพวกเขา เขามีผิวสีคล้ำจัด ดวงตาโปนโต นัตย์ตาสีน้ำตาลเข้ม จมูกใหญ่โต คิ้วบาง สวมผ้ากันเปื้อนสีตุ่น ๆ เขายิ้มเผยให้เห็นฟันเกเต็มปาก

                ต้องการอะไรครับ พวกท่านเป็นนักท่องเที่ยวกันละสิไม่เคยเห็นหน้า

                ปล่าวครับเป็นพ่อค้า พอดีเราลงผิดเกาะเลยต้องพักที่นี่คืนหนึ่ง ไม่ทราบว่าพอมีห้องว่างไหมครับ?

                อ๋อ มีครับต้องการกี่ห้องละครับ เราไม่มีใครมาพักที่นี่นานมากแล้ว สายตาของคนพูดเริ่มมองที่อายู แล้วฉายประกายประหลาด สาวน้อยหลบตาแล้วเสมองไม้ขีดที่วางอยู่บนโต๊ะ

                ห้องเดียวครับ เราต้องการพักด้วยกัน อ้อ แล้วที่นี่มีอาหารอะไรบ้าง? คิมหันต์หูผึ่งเมื่อเฟียสเตอร์พูดถึงอาหาร ส่วนสาวน้อยกับหนุ่มชาวเกรททำหน้านิ่วเมื่อได้ยินว่าเฟียสเตอร์จะให้พวกเขาพักรวมกัน

                เรามีห้องใหญ่ที่มีสองเตียงไว้บริการคืนละ 500 ไฟท์ แต่เราไม่มีห้องอาบน้ำนะครับอาหารเรามีซุปถั่วกับขนมปังครับจะรับเลยไหมครับ? เขากล่าวเสียงนอบน้อม เฟียสเตอร์พยักหน้า

                ขอบคุณมาก เราต้องการอาหารสามชุด ต้องจ่ายเงินเลยหรือเปล่า?

                โอ....ไม่ต้องครับ เขาเหลือบมองกระเป๋าสัมภาระที่วางอยู่ จะให้ผมยกของขึ้นไปให้เลยไหม? เฟียสเตอร์นึกถึงคำเตือนของวิลแล้วก็ส่ายหน้า ยิ้มให้บริกร

                ไม่เป็นไรครับ เขาโค้งให้ แล้วเดินไปซุบซิบอะไรบางอย่างกับเจ้าของบาร์ ดวงตาสีฟ้าซีดแวววาวขึ้นทันที ไวน์มองกริยาทั้งหมดอย่างสังเกตเงียบ ๆ

                ที่นี่ดูไม่ค่อยสะอาดเลยคุณเฟียสเตอร์ คิมหันต์บ่น

                บรรยากาศก็ดูแปลก ๆ ประโยคต่อมาเป็นของอายู ที่รู้สึกขยาดกับสายตาแปลก ๆ ที่จ้องมองหล่อน แต่ตอนนี้พวกที่ดื่มเหล้ากันก็เริ่มสนทนากันเสียงดังเอะอะเหมือนเคย ส่วนเจ้าของบาร์มักจะคอยเหลือบดูหล่อนเรื่อย

                ช่วยไม่ได้ นายเห็นที่ไหนดูสะอาดบ้างละตั้งแต่ก้าวขึ้นเกาะนี้มา แล้วที่นี่คงไม่ค่อยมีผู้หญิงสักเท่าไหร่ ฉันไม่เห็นใครที่เป็นผู้หญิงเลยนอกจากแม่สาวไฝที่ป้อมลงทะเบียน คงจะสวยที่สุดในเกาะนี้แล้วกระมัง เฟียสเตอร์พูดพลางอมยิ้ม แต่ในใจของชายหนุ่มก็สังเกตถึงสิ่งผิดปกติเหมือนกัน

                แล้วทำไมต้องให้เรานอนรวมกันด้วยละคะ?

                เราต้องผลัดกันนอนคืนนี้ เพราะฉันดูมันไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ประโยคหลังชายหนุ่มพูดเบา ๆ พอให้ได้ยินกันแค่ในกลุ่ม คิมหันต์ตบปืนที่คาดไว้ทันที

                ใครโผล่มา เดี๋ยวผมจะจัดการให้เอง

                หือ ? นายนะเหรอ อายูเลิกคิ้ว ปลดเซฟปืนให้ได้ก่อนเถอะแล้วค่อยมาคุย

                อาหารมาแล้วครับ !! “ เสียงขัดจังหวะดังขัดสงครามน้ำลายที่เริ่มจะเปิดศึก คิมหันต์หันขวับทันที บริกรวางชามซุป กับตระกร้าขนมปังวางพรวดให้ แล้วเหยือกน้ำที่ใส่มาในโถสกปรกวางให้พวกเขา ซุปมีกลิ่นเหม็นเอียน ๆ ขนมปังก็ดูกระดำกระด่าง คิมหันต์คนที่ตะกละที่สุดยังลังเลที่จะใช้ช้อนตักทาน

                มันกินได้ไหมเนี่ย?

                กิน ๆ ไปเถอะน่า อายูว่า พลางเลื่อนชามของตัวเองเข้ามาตักซุปขึ้นทาน หล่อนทำหน้าเฉย ๆ ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ เฟียสเตอร์ก็ทานอาหารในชามของตัวเองบ้าง คิมหันต์มองอย่างหวาด ๆ ก่อนจะฝืนใจตักขึ้นมาทานก่อนที่ช้อนจะทันเข้าปากแมลงสาบตัวเบ่อเริ่มก็บินมาตกตรงช้อนที่เขาจะกินพอดี

                เหวอ !! แมงสาบจ้า แมงสาบ อ้า กลัว แล้ว ไม่กินแล้ว !! “ คิมหันต์กระโดดโหยงเหยง ขว้างช้อนในมือทิ้ง ชามซุปของเขาหกกระจาย ยังไม่พอไปปัดชามของอายูกับเฟียสเตอร์ตกอีกต่างหาก คราวนี้ชายร่างผอมเจ้าของบาร์รีบเดินแกมวิ่งมาที่โต๊ะของพวกเขา

                มีอะไรเหรอครับ มีอะไร คิมหันต์น้ำหูน้ำตาไหลด้วยความกลัว แมลงสาบตัวก่อเหตุถูกอายูใช้ส้นรองเท้าจัดการซะแบนแต๋ดแต๋ ไวน์ช่วยเก็บชามที่กระจายเพราะฝีมือคิมหันต์ เฟียสเตอร์กลืนน้ำลายพลางยิ้มให้เจ้าของบาร์

                ไม่มีอะไรหรอกครับ น้องชายของผมเจอแมลงสาบบินเข้าตอนกำลังจะกินซุปของคุณพอดี

                โองั้นต้องขอโทษเป็นอย่างมาก จะรับอาหารชุดใหม่ไหมครับ? ชุดนี้เราไม่คิดเงิน

                ไม่เป็นไรครับ เราอิ่มแล้ว ขอขึ้นห้องพักเลยดีกว่า เฟียสเตอร์ยกน้ำในแก้วขึ้นดื่มพร้อมกับอายู คาลอสเจ้าของบาร์มองเขม็ง แล้วตะโกนเรียกบริกร

                “”ไฮน์ พาแขกของเราขึ้นห้องพักที ตามไฮน์ไปนะครับเขาจะพาพวกท่านไปพักผ่อน ค่าห้องพักก็จ่ายตอนออกได้เลย ขอให้หลับให้สบายนะครับ !! “ ชายร่างใหญ่พาพวกเขาขึ้นบันไดไปชั้นสอง แล้วเปิดประตูห้อง พร้อมเปิดไฟให้เสร็จสรรพ

                เชิญครับ เชิญหลับให้สบาย!! “  เขาย้ำประโยคเดียวกันกับเจ้าของบาร์เปี๊ยบ ไวน์มองแล้วหรี่ตาอย่างครุ่นคิด

                ห้องพักเป็นห้องโล่ง ๆ มีเตียงอยู่สองเตียงปูด้วยผ้าสีตุ่น ๆ มีโต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่มุมห้อง แต่กระจกมัวจนมองอะไรแทบไม่เห็น คิมหันต์นั่งลงบนเตียงแล้วก็เริ่มบ่น

                หิวจังเลย หิวจัง หิวจัง เฟียสเตอร์หัวเราะ ล้วงถั่วออกมาจากถุงผ้าที่ใส่ในกระเป๋าของเขาเม็ดหนึ่งยื่นให้คิมหันต์

                เอ้า !! ถั่ววิเศษเม็ดหนึ่งเท่ากับอาหารหนึ่งมื้อ คืนนี้คงต้องลืมนึกถึงเรื่องอาบน้ำ แล้วเลิกบ่นสักทีพวกเราต้องผลัดเวรกันนอน พ่อตัวดีคว้าถั่วเข้าปากแล้วกลืนลงคอ แล้วก็รู้สึกตื้อ ๆ ในท้อง ท้องที่ร้องโครกครากเพราะหิวอาหารค่อยสงบลง

                แปลกจัง ไม่หิวแล้ว อี๋แต่อาหารที่นี่ดูสภาพไม่น่ากินเลย พวกคุณกินเข้าไปได้ยังไงง่ะ

                เราไม่ใช่พวกที่อยู่เพื่อกินเหมือนนายนี่นา อายูว่า แล้วหาวหวอด เฟียสเตอร์มองแล้วก็ยิ้ม อายูหนู กับคิมนอนกันก่อนเถอะ ฉันกับไวน์จะอยู่ก่อน เที่ยงคืนแล้วค่อยพลัดเวรกัน หล่อนพยักหน้า ถอดรองเท้าออกแล้วปีนขึ้นเตียงอย่างว่าง่าย ไม่รู้ทำไมหล่อนถึงรู้สึกเพลียมากเป็นพิเศษและง่วงมากกว่าทุกที พอหัวถึงหมอนก็หลับไปเลย คิมหันต์ก็นอนกระสับกระส่ายอยู่สักพักก็เริ่มเคลิ้ม ส่วนไวน์นั่งอยู่บนเตียงเดียวกับคิมหันต์เหม่อมองประตู เฟียสเตอร์นั่งพิงเตียงที่อายูนอนอยู่มือลูบคลำปืนยาวไปมา ในห้องมีแต่ความเงียบสงบได้ยินแต่เสียงสนทนาข้างล่าง เสียงเพลงเบา ๆ และเสียงแมลงกลางคืน ดวงตาสีม่วงของเฟียสเตอร์เริ่มจะปิด ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกา เพิ่งจะ สามทุ่มกว่าเอง แต่ทำไมเขาถึงง่วงมากขนาดนี้ ร่างสูงเริ่มเอนมากขึ้น มือที่จับปืนอยู่เริ่มตกวางข้างตัว นัยน์ตาสีม่วงหรี่ปรือและหลับไปในที่สุด

 

..............................................................................................................................................

71 ความคิดเห็น