เด็กมันร้าย เพราะรักหนูต้องอ่อย

ตอนที่ 6 : มิตรภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ก.ย. 61

“ว่ายังไงล่ะ อีหนู 100%

เสียงห้าวๆ ดังคุกคามฉัน ไม่พอ...หมอนั่นพร้อมกับพรรคพวก ยังทรุดลงมานั่งข้างๆ ฉันกันทั้งฝูง ฉันพยายามทำไม่สนใจ เร่งเสียงเพลงในหูฟังดังขึ้นอีกหน่อย แล้วยกมือขึ้นพลางทำมือปัดๆ ก้มหน้าก้มตาสนใจหนังสือในมือ ฉันไม่อยากมีเรื่องน่ะค่ะ...อื้ม...เด็กใหม่ย้ายมากลางเทอม แถมยังเป็นเด็กโข่งกว่าชาวบ้านเค้าอีก ก็ต้องถูกเพ่งเล็งเป็นธรรมดา ฉันเรียนช้าไปปีหนึ่ง เพราะไม่ได้เรียนเพิ่มอะไรเลยตอนที่มัวแต่ไปเข้าวงการ คือ...ครูใหญ่ที่นี่ยอมรับฉันมาเรียน ก็บุญหัวล่ะค่ะ ไม่อยากก่อเรื่องอะไรให้ลุงพีร์ต้องหนักใจอีก

            “เฮ้...ลูกพี่ทัก ทำไมไม่ตอบอะ” อีตาอ้วนหน้าสิวว่า เขาทำท่าจะยกมือมาเชยคางฉัน แต่ลูกพี่ที่ว่าปัดไปก่อน

            “เฮ้ย...ห้ามแตะต้อง นี่เด็กกู”

            กูไปเป็นเด็กมึงตั้งแต่ตอนไหน?

            ถามเพียงในใจ แต่ก็ทำท่าไม่สนโลกเหมือนเดิม พวกมึงไม่ไปใช่มะ เออ...กูไปเอง

 คิดในใจ แล้วก็ลุกพรวดขึ้น ทำให้พวกมันตกใจเล็กน้อย แต่...ก็ยังไม่ยอมละความพยายาม ลูกพี่ใหญ่ ของพวกมัน เป็นคนตัวสูง ใส่เยลจนผมตั้งเด่ แต่งตัวได้แบบ...แฟชั่นวินาศสุดๆ คือเสื้อเชิ้ตลายสกอตตัวโคร่ง ข้างในเป็นเสื้อกล้ามลายพร้อย กางเกงยีนขาเดฟฟิตเปรี๊ยะ ขาดเป็นช่วงๆ รองเท้าผ้าใบสีแสบตาของไนกี้ คงนึกว่าหล่อสินะ แต่...หมอก็ดูดีมั้ง สำหรับเด็กวัยเดียวกัน แต่สำหรับฉันที่มีเป้าหมายคือลุงพีร์ หาสนใจคนวัยเดียวกันไม่ วันหลังฉันจะจับไปให้ลุงพีร์อบรมว่าใส่เสื้อลายสกอตยังไงให้ดูดี

            “หน้าตาคุ้นๆ มากเลยอะ ตัวเอง ตัวเองเคยเป็นดาราใช่ปะ”

อื้อหือ...ตัวเอง...ใครตัวเองกะแกรรรรร

            “...”

            “ใช่มะๆ พวกมึงดูสิ ใช่อะเปล่า น้องหน้าสวยขนาดนี้ ถึงขนาดมีฮู้ดบัง ยังสวยออร่าทะลุออกมาเลย”

            ย่ะ ขอบคุณ วันนี้ฉันใส่เสื้อมีฮู้ด แล้วก็เอามันคลุมหัวไว้เกือบตลอดวัน แล้วเลือกสีดำ ทั้งเสื้อ ทั้งกระโปรง ให้มันยาวรุ่มร่าม กระเป๋ายังสีดำเลยค่ะ ฉันตั้งใจ...เมื่อสองวันก่อนเด่นเกินไป พักนี้ก็พรางตัวแบบมืดๆ ดำๆ นี่ล่ะ ก็ได้ผลนะ ไม่ค่อยมีคนสังเกต ว่าฉันเป็นคนเดียวกับอีหนูเสื้อเขียวสีแสบซึ่งเป็นที่ลือลั่น ยกเว้นไอ้แก๊งค์นี้นั่นแหละค่ะ

 เฮ้อ...อะไรของพวกแกรรร

            “เออ หน้าคุ้นจริงๆ อะลูกพี่ เอ...เหมือนมารีอาเลยอะ ใช่มะ พวกมึงดูสิๆ”

            “ไหนต้องดูชัดๆ”

 มันดึงฮู้ดฉันลง ฉันหันขวับเหมือนแมวเลยทันที แล้วทำตาโตใส่พวกมัน เป็นการพลาดของฉันจริงๆ เพราะตัวหัวหน้าถึงกับร้องว๊ากกกกกกกกก เอ้า! แหกปากเพื่อ? เพื่ออะไร?

            “เฮ้ยยยยยยยยยยย มารีอา วอชิงตันจริงๆ ด้วย เฮ้ยยยยยยยยยยยย!

            เสียงแปดหลอดของอีตาบ้านั่นเรียกให้ทุกคนหันมามองฉันเป็นตาเดียว ฉันก็ไม่น่าพลาดหนีเข้ามาในโรงอาหารเลยง่า มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเดินหนีพวกมันนั่นล่ะ

            เสียงฮือฮาดังลั่นขึ้นทันที บางคนก็ถามกันว่าฉันเป็นใคร อะไร ยังไง แล้วทุกคนก็ก้มหน้ากับมือถือ (แอบดูล่ะสิ ว่าเค้าเป็นใคร เห้อ ไม่ใช่เอฟซีตัวจริงนี่นา) แล้วอีตาหัวหน้าลูกพี่ หรืออะไรนั่นล่ะ ก็เริ่มตื้อขอเซลฟี่กับฉัน ฉันใกล้จะหมดความอดทนแล้ว...ใกล้แล้ว ปัดก็แล้ว โน ก็แล้ว เดี๋ยวเถอะ!

            “ไอ้อ้วก!

 เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น ขัดความโกลาหลที่กำลังเกิดขึ้นกับฉัน ตอนนี้เกือบทุกคนที่มีมือถือ เอามันหันกล้องมาทางฉันกับกลุ่มพวกอันธพาลประจำโรงเรียน อีตาลูกพี่หันขวับไปทางต้นเสียง แล้วก็หน้าซีด หน้ามันซีดลงจริงๆ เลยนะคะ แถมกลุ่มลูกน้องก็ทำท่าเหมือนจะเตรียมวิ่ง เอ่อเห้อ...เกิดอะไรขึ้นกัน

            ผู้หญิงผิวดำ ตัวโตกว่าฉันสองเท่า เดินตึงๆ เข้ามา พร้อมกับทำหน้าถมึงถึง ข้างๆ มีสาวน้อยตัวอ้อนแอ้น แต่งตัวด้วยชุดพรุ้งพริ้งแบบพวกเชียร์ลีดเดอร์แต่งกัน หล่อนแจกยิ้มให้กับทุกคนในโรงอาหาร พร้อมกับโบกมือโบกไม้ไปด้วยยังกับนางงามแนะ

            “มะ มีอะไรอีเจ๊ยักษ์”

 ฉันไม่ตาฝาดใช่มะที่เห็นอีตานี่ปากสั่นอะ ตอนแรกฮีกร่างมาก ทำไมตอนนี้ปากสั่นเสียแล้วล่ะพี่

            “ยุ่งอะไรกับเด็กใหม่”

 แม่สาวฮีโร่ถาม พร้อมกับดึงฉันไปกอดคอ พระเจ้า ฉันตัวเล็กจิ๋วไปเลยเมื่อเทียบกับหล่อน แม่สาวเชียร์ลีดเดอร์ไปยืนข้างหน้าระหว่างสาวฮีโร่และอีตาหัวหน้าแก๊งค์ พร้อมกับเอามือของหล่อนจิ้มไปที่อกของตานั่น

            “ห้ามยุ่งกับมารีอานะยะ คนนี้ลักกี้สตาร์เชียวนะ”

            “ไม่ยุ่งก็ได้ ไปๆ ไม่ได้กลัวนะ ยัยพริตตี้ ไม่ได้กลัว ไม่ได้กลัวเล้ยยย”

ว่าแล้วก็วิ่ง...ก็วิ่งจริงๆ นี่คะ วิ่งเตลิด ฝุ่นตลบกันทั้งหมดนั่นล่ะ ฉันเห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ มือหนาของคนที่กอดคอฉันอยู่ ตบลงมาบนบ่าฉันดังป๊าบๆๆ ฉันเงยหน้ามองหล่อนพร้อมกับรอยยิ้ม

            “ขอบใจนะ”

            “ไม่เป็นไร ลักกี้สตาร์”

แนะ...นั่นมันหนึ่งในหนังที่ฉันเคยเล่น เรื่องแรกด้วยสิ อย่าบอกนะว่า...แม่สาวฮีโร่ยิ้มกว้างให้ฉัน หล่อนดัดฟันและใช้ยางสีชมพูแปร๋นเลย ชมพูพอๆ กับเดรสที่หล่อนใส่นั่นแหละค่ะ อื้อหือ...เทสต์เสื้อผ้านี่ช่าง สะดุดตาและไม่เกรงใจสายตาใครจริงๆ

            “มารีอาใช่ไหมอะ กรี๊ดๆ”

อีหนูฟู่ฟ่า เอ๊ย แม่สาวเชียร์ลีดเดอร์มาเกาะบ่าฉันอีกข้าง พร้อมกับเซลฟี่รัวๆ แม่สาวฮีโร่ขึงตาใส่เพื่อน แล้วแย่งเอาโทรศัพท์มาถือไว้

            “ขออนุญาตรึยัง พริตตี้? ให้ความเป็นส่วนตัวเค้าหน่อยสิ นี่มันลักกี้สตาร์เลยนะ”

ดูเหมือนสองสาวนี่จะชอบฉันในบทนี้มากๆ เลยแหะ

            “ยัง...มัวแต่ตื่นเต้น ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมอะ”

เธอหันมาทำตาปิ๊งๆๆ ใส่ฉัน ฉันพยักหน้า แล้วก็ยิ้มให้เธอ แล้วเราก็...กลายเป็นเพื่อนกัน ง่ายๆ แบบนั้นล่ะค่ะ

            ทั้งแม่ฮีโร่ เธอดันชื่อนี้จริงๆ แหะ ฮีโร่เป็นสาวผิวดำ ร่างใหญ่ ผมของหล่อนถักเปียไว้ทั้งหัว จุดเด่นนอกจากตัวใหญ่ยักษ์เกือบสองร้อยห้าสิบปอนด์ของหล่อนแล้ว นั่นก็คือสีเสื้อ ที่มาแต่ล่ะวัน สีแสบมากกก อ้อ...ขอบอกว่าอย่าได้แซว อย่าได้หือ นี่คือหนึ่งในทีมแชมป์ฟุตบอลหญิงระดับไฮสคูลนะคะ แถมพ่วงด้วยแชมป์คาราเต้ระดับตัวเยาวชน มิน่าล่ะ พวกนั้นถึงได้วิ่งกันฝุ่นตลบขนาดนั้น

            ต่อมาคือพริตตี้ นี่ก็ไม่เบาค่ะ เธอเป็นสาวพรุ้งพริ้ง ชอบอะไรฟูๆ หวานๆ ไม่แปลกถ้าวันไหนเจ้าหล่อนนุ่งกระโปรงฟูแบบกระโปรงบัลเล่ต์ มากับเสื้อยืดสีรุ้งวิบวับ เธอเป็นคนสวย ตัวเล็ก หน้าตาเหมือนตุ๊กตา แล้วก็เป็นสาวนักล่า...ล่าจนผู้ชายกลัวหมดทั้งโรงเรียน เง้อ...เธอเป็นหัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนค่ะ ตัวเก๋าของจริง ที่รุ่นพี่ยังต้องยอม ในความพรุ้งพริ้ง ความมั่น ความสวย และความเป็นซุปตาร์

            มารวมกับฉัน อีหนูร้อยเปอร์เซ็นต์ อดีตซุปตาร์เด็ก แก๊งค์ของเราจึงดูเด่นมากกก ไปโดยปริยาย แต่...เอาเถอะค่ะ ฉันคุ้นกับสายตา กับสีหน้า กับการถ่ายรูปมามากพอล่ะ แค่นี้เด็กๆ ค่ะ สนุกดีด้วย ครั้งแรกในชีวิตที่ฉันมีเพื่อนซี้ เพื่อนที่ฉันคุยไลน์ คุยแชทได้ แลกอินสตาแกรม สเนปแชต เฟสบุ๊คกัน มีเพื่อนให้ปรึกษาเรื่องเสื้อผ้า หน้าผม และรวมไปถึง การแอ๊วผู้ชาย

            เอ่อ...

            ค่ะ ในกลุ่มเรามีผู้เชี่ยวชาญเรื่องการแอ๊วผู้ชายขั้นเทพอย่างพริตตี้ ที่กวาดหนุ่มดาวโรงเรียนมาแล้วเกือบทั่วภูมิภาค (อันนี้เจ้าหล่อนโวด้วยตัวเองนะคะ) เปลี่ยนผู้ชายบ่อยเหมือนทิชชู ตอนนี้ยังโสดและมีเป้าหมายคือโค้ช? หืม...ค่ะ นางบอกว่านางจะกินโค้ชฟุตบอลของฮีโร่ โอ้โห...น่ากลัวไปไหมเพื่อนนนนนนน

            “คือ...”

ฉันทำใจกล้าเกริ่นกับพริตตี้ในวันหนึ่ง ขณะที่พวกเราเดินเตร่เล่นในเมือง และกินไอศกรีม เดินดูงานออกร้านด้วยกัน วันนี้มีงานออกร้านในเมืองค่ะ มีพวกซุ้มต่างๆ เรากำลังยิงปืน ล่ารางวัลกันอย่างสนุกเลยล่ะ

เนื่องจากการอยู่ร่วมบ้านกับลุงพีร์ เข้าสู่เดือนที่สามแล้ว และ...ไอ้ความสัมพันธ์ของฉันกับลุงพีร์ มันก็ไม่ได้ก้าวหน้าขึ้นเลย แถมด้วยพักหลังนี้ ลุงพีร์ไปหมกตัวที่ฟาร์มของเอ็ด แทบจะเรียกได้ว่าไม่ยอมกลับบ้าน ที่ฟาร์มกำลังมีปัญหาน่ะค่ะ เกี่ยวกับโรคระบาด แล้วก็เรื่องหนี้ๆ ของเอ็ดนั่นแหละค่ะ ฉันอยากจะไปช่วย แต่ลุงพีร์บอกว่าให้ฉันอยู่บ้าน ดูแลบ้าน ทำกับข้าวรอเขา แล้วก็ตั้งใจเรียนก็พอแล้ว เฮ้อ...ทำกับข้าวรอ...กลับมากินข้าวเสียที่ไหนกันอะ ลุงพีร์ที่รัก ฮือ...

            วันนี้เค้าก็บอกว่าไม่กลับบ้านค่ะ ต้องอยู่ดูแลพวกวัว อ้อ...วันหยุดนี้เป็นหนแรกที่เขาอนุญาตให้ฉันตามไปที่ฟาร์มได้ ฉันก็เลย คิดว่ามันอาจจะเป็นโอกาสอันดีที่จะทำคะแนน

            ฉันได้ไปกี่คะแนนแล้วหว่า ไอ้คะแนนสาวที่เพียบพร้อมสำหรับเขานี่?

            “มีอะไรจ๊ะ”

 แม่สาวพรุ้งพริ้งหันมาขยิบตาให้กับฉัน วันนี้แก๊งค์เรานึกสนุกค่ะ ด้วยการนัดกันใส่สีชมพู ซึ่งเป็นสีโปรดของฮีโร่เขาล่ะ ฉันเลือกสวมเดรสยาวเกือบถึงตาตุ่มสีชมพูอ่อน ไม่พลาดแล้วค่ะเรื่องสกรีนบนตัวเสื้อ เสื้อของฉันมีสกรีนตัวอักษรเอ็ม ชื่อฉันน่ะสิ... แล้วสวมทับด้วยเสื้อแขนกุดผ่าหน้ามีฮู้ดสีดำ เพื่อจะได้เอาฮู้ดคลุมหัวได้ทันท่วงทียามตกเป็นเป้าสายตายังไงละคะ เอ่อ...ฉันติดไปแล้วนะนี่ตอนนี้ เรื่องเสื้อมีฮู้ดนี่ ผมเปียไว้หลวมๆ รองเท้าผ้าใบ เครื่องประดับคือสร้อยข้อเท้าร้อยลูกปัดสลับสี

            สาวพรุ้งพริ้งสวมเสื้อยืดรัดรูป อวดหน้าอกบึ๊กๆ ของหล่อนสีชมพูนู้ด มีม้าโพนี่ที่กลางอก ต่างหูของหล่อนเป็นโบว์สีชมพู กระโปรงทำจากผ้ามุ้งสีชมพูสลับม่วงอ่อน สั้นเหนือเข่า รองเท้าบู้ทหนังอ่อนสีชมพูอ่อน หน้าแต่งเต็ม โดยเฉพาะขนตาพรึบๆ นั่น ผมสีบลอนด์ของหล่อนปล่อยยาวสยาย เปียเล็กๆ ข้างหน้ามีลูกปัดสีๆ ห้อยไว้ ท่าเดินของพริตตี้เหมือนเดินบนแคทวอทอยู่ตลอดเวลา เรียกสายตาให้คนมองโดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่จ้องมองอะไรที่ดึ๋งๆ ของเจ้าหล่อนแทบจะเป็นตาเดียว

            ส่วนฮีโร่ สาวร่างใหญ่ของเรา มาในชุดเดรสสีชมพูอมม่วง กระโปรงบานยาวเกือบถึงข้อเท้า และรองเท้าผ้าใบ ผมของเธอวันนี้รวบไว้เป็นหางม้า แต่งหน้าเต็มเหมือนๆ กับพริตตี้ สองคนนี่จะต้องไปเลือกขนตาปลอม และลิปสติกร้านเดียวกันแน่ๆ เพราะมันเด่นมากๆ

            ฉันเลือกเอาฮู้ดมาสวมไว้เสียค่ะ เดินกับคนเด่นขนาดนี้ ไม่ควรจะทำตัวเด่นสู้ แหะๆ

            “ช่วยสอนวิธี...คือว่า...คือ”

หน้าฉันแดงนิดๆ ฮีโร่คงจะรู้สึกล่ะค่ะ ว่าเสียงของฉันแปลกๆ เธอจึงเอาฮู้ดของฉันลง แล้วจับหน้าฉันไว้ด้วยสองมือ พลางทำตาถลึงมองหน้าฉัน

            “แนะๆ มีอะไรหรือเปล่า ลักกี้สตาร์” ค่ะ ฉันกลายเป็นลักกี้สตาร์ไปล่ะ สำหรับสองสาวนี่

            “มัน...เอ่อ...”

 ฉันยิ้มแหย หน้าแดงหนักยิ่งกว่าเดิม พูดไม่ออกอะ ว่าให้สอนตกผู้หน่อย อะไรแบบนี้อะเหรอ พูดไม่ได้

            “ไม่เป็นไร ถือเสียว่าไม่ได้ยินก็แล้วกันนะ ไปยิงเป้าต่อดีกว่า ซุ้มนั้นท่าจะมีของดี”

 ฉันเปลี่ยนเรื่อง แต่มีหรือ ฮีโร่จะปล่อยให้ฉันลอยนวลไปง่ายๆ เธอหิ้วคอเสื้อฉัน แล้วก็ดึงแขนพริตตี้ ลากเราสองคนไปที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต พร้อมกับยักคิ้วให้กับเราสองคน

            “อยู่ตรงนี้ล่ะ เดี๋ยวจะไปจัดน้ำละลายความปากแข็งมาให้”

            “น้ำอะไรนะ?” ฉันหันมองหน้าพริตตี้ ทางนั้นกำลังหัวเราะคิกคัก แล้วก็เริ่มเซลฟี่รูปตัวเอง เอียงซ้าย เอียงขวาหน้ามือถือ ปากก็ตอบฉันไปด้วย

            “น้ำละลายความปากแข็งยังไงล่ะจ๊ะ ลักกี้”

            “มันเป็นยังไงอะ”

            “เดี๋ยวก็รู้” สาวพรุ้งพริ้งหันมาขยิบตาให้ฉัน แล้วไม่ถึงห้านาทีฉันก็เห็นฮีโร่หิ้วเบียร์สองแพคออกมาจากร้านนั่น หืม...หล่อน เอาออกมาได้ยังไงอะ หล่อนยังไม่ถึงอายุที่จะดื่มได้นะยะ

            แล้วฉันก็โดนน้ำอย่างว่า ละลายความปากแข็งจนได้ล่ะค่ะ

           

            You just want attention, you don’t want my heart

Maybe you just hate the thought of me with someone new

Yeah, you just want attention, I knew from the start

You’re just making sure I’m never gettin’ over you, oh

 

ไอ้น้ำละลายนั่น ทำให้ฉันแหกปากร้องเพลงจนลั่นรถล่ะค่ะ ทั้งที่ปรกติเคยร้องเสียที่ไหนกัน ทั้งพริตตี้และฮีโร่ พากันปรบมือรัวๆ แถมร้องไห้ ยัยบ้า! พวกหล่อนร้องไห้ทำไมกันอะ เสียงของฉันเพราะขนาดนั้นเลยเรอะ

“โอ๊ยยยย บุญหูจริงๆ ได้ยินเสียงของลักกี้สตาร์แบบนี้อะ ร้องเพลงเพราะมากกกก ทำไมไม่เคยร้องละยะ”

พริตตี้ซดเบียร์อีกโฮก แล้วก็เปิดเพลงนี้อีกรอบ เอ้า...อีนี้ก็บ้าจี้ ร้องอีกรอบสิคะ แถมๆ แถมยัง เปิดประตูออกไปโชว์สเตปด้วยสิ เหอๆ ฉันเรียนมาหมดแล้วอะ บัลเลต์ เต้นรำ เอาจังหวะไหนล่ะ เรียนแม่งมันจะทุกจังหวะนั่นแหละ เพื่อให้ได้ผลต่อการแสดงที่เต็มที่ แนะ....ยัยแอลลี่นั่นแหละค่ะ จับฉันไปเรียนมา แล้วฉันก็ทำได้ดีมากกับการเต้นแบบสตรีท

กรี๊ดกันจนคอจะแตกล่ะ ทั้งพริตตี้และฮีโร่ สองคนนี้แฟนตัวจริงของฉันเลยสินะ

“ทำไมไม่อยู่วงการต่ออะ”

เป็นคำถามจากฮีโร่ ฉันย่นจมูกน้อยๆ ซดเบียร์บ้าง (ขอโทษนะคะลุงพีร์ ฉัน...ขออนุญาตวันหนึ่งนะคะ แหะๆ)

“มัน...ไม่สนุกแล้วน่ะสิ จริงๆ มันก็ไม่ได้สนุกมานานแล้วล่ะ ตั้งแต่ฉันอายุ 13 อะก็รู้สึกว่ามันไม่ชอบแล้ว”

“เราสองคนน่ะ หลงรักเธอมาก ตอนที่เธอเล่นเป็นลักกี้สตาร์ เคลิ้มเลยล่ะ ว่าเด็กอะไรสวย น่ารัก ชวนหลงสุดๆ” พริตตี้ว่า

“ฉันเคยเล่นเป็นเธอตอนงานโรงเรียนด้วยนะ”

 ฮีโร่ว่าเขินๆ ฉันถึงกับหัวเราะ ตอนนี้เราลงมาจากรถกันแล้วล่ะค่ะ มานั่งคุยกัน มองดูดาว แล้วก็ดื่มเบียร์ไปด้วย อ้อ...รถเป็นของพริตตี้ ที่มีรถของตัวเองขับไปโฉบที่โรงเรียนตั้งแต่อายุสิบสี่ค่ะ เรามานั่งคุยกันชิวๆ ที่มุมลับของพวกเรา มันเป็นสนามบาสเกตบอลในชุมชน ที่ตอนนี้แทบไม่ค่อยมีคนมาใช้เท่าไหร่ เพราะทุกคนกำลังเห่อไปเล่นเบสบอลและฟุตบอลกันมากตอนนี้ บาสเกตบอลในเมืองของเราเรียกได้ว่าไม่ค่อยมีคนนิยม มันเลยกลายเป็นที่สุมหัวของพวกเรา มันไม่ไกลชุมชน มีไฟสว่างตลอดเวลา อาจจะมีหนุ่มๆ สาวๆ แวะมาใช้...สถานที่บ้าง แต่ก็...เราก็ต่างคนต่างฟินในแบบของตัวเอง ไม่ไปยุ่ง หรือแอบดูกัน แหะๆ

“จริงๆ น่ะเหรอ”

“จริง” พริตตี้พยักหน้า พลางอมยิ้ม

“จริงๆ แล้วบทนี้เป็นของฉัน แต่ฉันก็ยอมยกให้ฮีโร่เล่นแทน เราสลับบทกันบนเวทีนั่นล่ะ ครูออกจะมึนๆ แต่ฉันยัดไปยี่สิบดอลล่า ก็เลยหายมึนอิอิ ฉันยอมเป็นต้นไม้เลยนะ”

นิสัยดีแต่เด็กจริงๆ ยัยพริตตี้

“ฉันเลยกลายเป็นลักกี้สตาร์ตัวใหญ่ยักษ์ แต่ก็ทำให้พ่อของฉันปล่อยโฮเลยล่ะ” ฮีโร่ว่าแล้วหัวเราะชอบใจ หันมายิ้มกว้างให้กับฉัน

“เพราะเธอนะ ลักกี้สตาร์ เธอน่ะเป็นขวัญใจของฉัน แล้วฉันก็ยึดเธอเป็นเหมือนดาวเหนือชี้ทาง ทำให้ฉันมีเป้าหมายยังไงล่ะ ไอ้คำพูดของเธอในหนังน่ะ มันทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจ ว่าถึงจะเป็นอียักษ์ตัวใหญ่ แดกไม่เลือก แต่ฉันก็มีเป้าหมาย และมีความโดดเด่นในแบบที่ฉันเลือกเป็น แล้วฉันก็กลายเป็นไอดอลได้เหมือนกัน อิอิ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ”

 มันปลื้มค่ะ ปลื้มจริงๆ ดูสายตาของฮีโร่นั่นสิ ดูว่าเธอปลื้มฉันมากจริงๆ พริตตี้ก็ดึงฉันไปโอบไว้ พร้อมกับพูดเสียงหวานแหลมตามแบบของหล่อน

“ฉันก็มีแรงบันดาลใจ มีความฝันก็เพราะเธอเหมือนกันนะ คำพูดของเธอประโยคนั้นล่ะ มันทำให้ฉันมีจุดมุ่งหมายนะเออ”

“จุดมุ่งหมายที่จะเป็นนางแบบสวย อกใหญ่ ตูดสบึม ที่ทำให้ผู้ชายทั้งโลกเป็นทาส”

 ประโยคนี้มาจากฮีโร่ค่ะ หื้มมมม นี่ยัยพริตตี้ หล่อนคิดแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอ?

“อย่างฉันควรขึ้นปกเพลย์บอย หน้ากลางด้วย” นั่น...ดูท่าจะเอาจริง

“แล้วก็ได้สามีรวยๆ ระดับประธานาธิบดี” ฮีโร่เสริม ฉันหัวเราะแล้วยักไหล่

“เธอสนใจโดนัล ทรัมป์เหรอ”

“ว้ายยยยย ไม่สิยะ!” พริตตี้รีบทำตาโต พร้อมกับสั่นหน้าดิกๆ

 “โนวววว์ ไม่เอาทรัมป์”

เฮฮากันพอสมควร เบียร์ก็ถูกเพิ่มมาอีกหนึ่งแพค แล้วเราก็ถึงกับนอนกันแล้วล่ะค่ะตอนนี้นอนมันดื้อๆ บนสนามบาสนั่นล่ะ เอ...คืนนี้ฉันจะกลับไหวไหมนะ ลุงพีร์จะว่าอะไรไหมอะ

ฉันจะต้องเป็นสาวสวยผู้เพียบพร้อมนะ เฮ้!

“ว่าแต่ว่า หล่อนจะถามอะไรอะ แม่ลักกี้”

 พริตตี้ว่า แล้วจู่ๆ หล่อนก็เอามือจับน่มน๊มนุ่มนิ่มของฉันหมับ จนฉันต้องร้องกรี๊ด แล้วลุกพรวดขึ้น หล่อนหัวเราะคิกๆ ชอบใจ เอ๊อ...คนเมานี่

“นังบ้า!” ฮีโร่ว่า ก่อนจะหัวเราะก๊าก แล้วล้มตัวลงนอนแปะต่อ

“ถามไม่บอก จับนมเสียเลย อิอิ โห...อึ๋มอะ ลักกี้ ตอนแรกที่เห็นหล่อนโชว์วับๆ แวมๆ ในหนังอะ นึกว่าของปลอม รีทัช ตัดต่อ ของจริงเหรอยะ”

“ย่ะ” ฉันหน้าแดง แล้วเอาสองมือปิดหน้าอกไว้ พลางทำตาดุๆ ใส่แม่สาวซ่า

“ระวังเหอะ ฉันจะคืนวงการ แล้วจะแย่งปกเพลย์บอยหน้ากลางจากเธอ”

“แหม...” พริตตี้ทำปากจุ๊ๆ

“เดี๋ยวจะไปอัพให้ยิ่งกว่าพามิล่าเลย อิอิอิอิ ว่าแต่ว่า หล่อนจะถามอะไรอะ ถามมา ถามเข้า ไม่ถามแล้วนอนไม่หลับนะยะ”

“ทำไมจำดีจริงๆ แหะ ขนาดเมานะนี่”

 ฉันบ่นพึมพำ เอ้า...ตกลงใจล่ะ ปรึกษาก็ปรึกษา ปรึกษากูรูเรื่องนี้ล่ะ ไอ้เรื่องรูๆ นี่ล่ ดูท่าทางจะได้ผล

“คือว่า พริตตี้ ถ้าฉันอยากจะเสียจิ้น แล้วก็อยากจะจับผู้ชายสักคน ฉันควรจะทำยังไง?”

“ห้า”

 ฮีโร่ลุกพรวดเลยค่ะตอนนี้ ดูเหมือนจะสร่างเมาขึ้นมาทันควัน หล่อนทำตาโตเท่าไข่ห่าน พลางมองฉันเหมือนไม่อยากจะเชื่อ ส่วนพริตตี้กะพริบตาปริบๆ

“อะไรจะปานนั้น ลักกี้ นี่หล่อนยังไม่เสียจิ้นอีกเหรอ ฉันนึกว่าหล่อนเสร็จอีตา...ดาราเด็กคู่ขวัญนั่นไปแล้วเสียอีกอะ เหมือนพวกคู่รักดาราเด็กที่โตมาด้วยกัน ได้กัน หมั้นกัน แล้วก็เลิกกันพอโตอะ ยังไม่เสร็จอีกเรอะ”

“ยังย่ะ”

 ฉันหน้าแดงเถือกเลยล่ะค่ะ อ้อ...สงสัยจะเพราะข่าวกับอีตาไรอันนั่นด้วยสินะ ที่ทำให้ฉันแปดเปื้อนไปล่ะ ว่าเสร็จเขาแล้วแน่ๆ

“มาถูกทางล่ะ”

 ดูเหมือนว่าพริตตี้จะเริ่มสร่างเมาอีกคน เพราะปัญหาที่ต้องการคำปรึกษาจากฉัน ตอนนี้พวกเรานั่งล้อมวงคุยกันแล้วล่ะค่ะ

“ที่มาปรึกษาฉันน่ะ ถูกทางแล้ว ถูกสุดๆ เลยล่ะย่ะ ว่าแต่ว่า หล่อนอยากจะเสียจิ้นให้ใครอะ”

“คนที่ฉันฉันมากที่สุดน่ะสิ”

 ฉันประกาศ ก็ฉันรักเขาจริงๆ นี่คะ รักมาตั้งแต่หกขวบ ตกลงปลงใจว่าจะเป็นเจ้าสาวของเขาตอนแปดขวบ แบบนี้ไม่ใช่ความรักแล้วมันคืออะไรละคะ

“โอ้โห” สองสาวอ้าปากค้าง มองดูสีหน้าที่มุ่งมั่นของฉันด้วยสายตาทึ่ง และประหลาดใจ

แล้วจะมัวแต่รอดูหรือยังไงกันยะ

สอนสิสอน ฉันจะอ่อยลุงพีร์ยังไง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น