เร้นไฟ

ตอนที่ 9 : น้ำชามื้อดึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ส.ค. 61

9..........

 

 

            เสียงโทรศัพท์กรีดดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้งเฮือก อลิเซียกำลังนั่งจดย่องานให้กับเจ้านายของเธอ ต้องเอางานมาทำนอกเวลาทั้งที่ควรจะพักผ่อนแบบนี้ ก็เพราะว่าวันนี้เธอมัวแต่ตอบจดหมายให้เขา แฟนคลับของเควินมีค่อนข้างเยอะมากเลยทีเดียว และเขาก็สนใจ เอาใจใส่กับทุกคนที่มาติดตามผลงาน แบบนี้สินะ ถึงได้มีแฟนนิยายตามอุดหนุนและรักใคร่ ทั้งที่เขามีข่าวคราวเสียหายออกมาถึงขนาดนั้น

            “เป็นยังไงบ้าง ตกลงได้อะไรบ้างหรือยัง”

เสียงตามสายที่ดังขึ้น ทำให้เธอหงุดหงิดขึ้นมาเลยทันที ให้ตายสิ! เมื่อก่อนทำไมเธอถึงหลงใหลได้ปลื้ม และรอคอยที่จะได้ยินเสียงนี้นักนะ

            “ยังเลยไมค์ ฉันยังไม่ได้สืบอะไรมากนักเลย”

            “ทางเราต้องการหลักฐาน โดยเฉพาะเรื่องยากล่อมประสาท เอ่อ...ถ้าได้มาก็จะดีมากเลย มิสเตอร์เควินมีการใช้ยาเสพติดบ้างหรือเปล่า?”

            “ไม่มีนะ”

            “แล้วพวกพืชสมุนไพรแปลกๆ ในบ้านนั้นเล่า มีบ้างไหม มันอาจจะถูกใช้เพื่อทำให้เหยื่อ เกิดอาการหลอนประสาท”

            “ฉันกำลังจะพยายามสืบให้นะไมค์ ไม่ต้องโทรมาหรอกนะ ถ้าฉันได้หลักฐานแล้วฉันจะติดต่อกลับไปเอง”

เธอตัดบทห้วนๆ ก่อนจะวางสายลงก่อนที่ทางนั้นจะทันโอดครวญว่าอะไรเธอ

            หญิงสาวถอนใจ แล้ววางงานในมือลง เสียงของไมค์ทำให้เธอรู้สึกแย่ รู้สึกเหมือนกับตกลงไปอยู่ในห้วงเวลาเก่าๆ อีกหน เวลาที่เธอไม่อยากจำ เธอเกลียดไมค์ที่หลอกใช้ความรักของเธอ ทำให้เธอตกเป็นเหยื่อ เป็นเหมือนกับคนโง่เง่า และแน่นอนว่าเธอจะต้องทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่สมควรเห็นหัวใจของคนเป็นของเล่น

            “นอนไม่หลับเลย”

 หญิงสาวบ่นพึมกับตนเอง แล้วลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เธอจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตรงสวนสมุนไพรของพ่อบ้านกอร์ดอน มีส่วนที่ห้ามไม่ให้คนเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะได้ปลูกพืชหายากไว้ หรือว่า...ความสงสัยผุดขึ้นมาในใจของเธอ นอกจากโรสแมรี่ ไทม์ เซจแล้ว พ่อบ้านปลูกอะไรไว้อีกนะ

            เธอหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนแบบง่ายๆ ของตน คือเสื้อยืด กับกางเกงขาสั้น เธอไม่ได้สวมชั้นในตามความเคยชิน แก้มแดงเล็กน้อยยามเนื้อผ้าเสียดสีเข้ากับส่วนที่ไวของความรู้สึก อย่างยอดอก ฝันประหลาดนั่นพรั่งพรูเข้ามาในความรู้สึก จนต้องสั่นหน้าแรงๆ เพื่อไล่อาการแปลกประหลาดนั่นไปเสีย บางทีเธออาจจะต้องไปพบจิตแพทย์ เอ...หรือจะไม่ใช่จิตแพทย์นะที่เธอต้องการพบ อาจจะเป็นแม่มด หมอผี เพื่อมาไล่เจ้าปีศาจนั่นไปเสียที

            ปีศาจที่มาล่วงละเมิด เจ้าชู้ยักษ์กับเธอในยามค่ำคืน อินคิวบัสแน่นอนสินะ ถึงได้มาทำอะไรแบบนี้ แล้วไปเล่าให้ฟังใครเขาจะเชื่อ ปีศาจรูปงาม แน่ล่ะแม้จะเห็นเสี้ยวหน้าในความมืดสลัว แต่เธอก็แน่ใจว่า เขาไม่ได้ขี้เหร่เลยสักนิด

            ก็แค่ฝันเลอะเทอะล่ะน่า...

            เธอคงจะโสดมานานไป ร้างราเรื่องเซ็กส์มานานเกินไป แต่อย่างว่าเซ็กส์กับไมค์เทียบไม่ได้เลยกับปีศาจในฝันของเธอ เขาช่างร้อนแรง และทำให้เธอถึงจุดที่ไมค์ไม่เคยพาไปถึง เรียกได้ว่าทำให้เธอถึงสวรรค์อย่างแท้จริง เป็นหนแรกเลยก็ว่าได้

            แล้วเราจะมาคิดอะไรวนเวียน ป้วนเปี้ยนกันอินคิวบัสตนนี้กันนะ

            ปักใจไปแล้วว่าสิ่งที่ตนฝันหวามยามค่ำคืนเป็นปีศาจที่มาจากจินตนาการแน่นอน อลิเซียโทษการที่ตนเองโสดมานานไป ถึงได้คิดวนเวียนแต่เรื่องประหลาดนี่ ถ้าคิดจะจับเจ้าปีศาจฝันนี่ คิดเรื่องที่ไมค์ให้เธอลองจับผิดหาหลักฐานจากเจ้านายเธอดีกว่า ไม่แน่อาจจะได้ผู้ร้ายตัวจริงก็เป็นได้ เธอค่อนข้างแน่ใจว่า อาจจะเป็นคนในคฤหาสน์นี้เสียด้วยซ้ำที่ทำการสังหาร มิสซิสแอนเดอร์สัน เพราะไม่น่าจะเป็นคนนอกไปได้ ถ้าปัดเควินออกไปให้พ้นผู้ต้องสงสัย แล้วใครล่ะ

            คนส่งขนมปัง...

            นิยายของเควินผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง คนส่งขนมปังยังเป็นผู้ร้ายตัวจริงในนิยายของเขาเลย แล้วเรื่องจริงล่ะ จะเป็นใครกันนะ?

            ระหว่างที่คิด เท้าก็พาเธอก้าวย่างไปเรื่อยๆ จนถึงเรือนเพาะสมุนไพร คืนนี้พระจันทร์ทอแสงอร่ามตา เพราะเป็นคืนจันทร์เต็มดวง  ไฟในสวนเปิดไว้สว่าง พอมองเห็นได้ชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร เธอเดินไปยังแปลงพืชที่พ่อบ้านกอร์ดอนหวงนักหนา ถึงขนาดล้อมรั้วไว้ เขม้นมองว่าเป็นพืชชนิดไหนบ้าง มือน้อยทำท่าจะไปเอื้อมแตะดอกสีม่วงต้องชะงัก เมื่อถูกเสียงห้าวดังห้ามปรามไว้เสียก่อน

            “อย่าแตะต้องมัน นั่นมันอะโคไนต์ แค่ใบก็ทำให้เธออาจจะถึงตายได้ เธอเป็นคนเขียนสรรพคุณพิษของมันให้ฉันเองนะอลิเซีย”

            “เอ่อ...คุณ คือว่า”

            “มาทำอะไรกลางดึกหรือคุณครู คุณผู้ช่วย” คนทักยิ้มกริ่ม นัยน์ตาสีฟ้ามองใบหน้าหวานนั่น ก่อนจะเอ่ยหยอก

            “ระวังเถอะ อินคิวบัสที่หิวโหย จะตามไปในฝันนะครับ”

            “ไม่มีจริงหรอกค่ะ นั่นก็แค่ตำนานเท่านั้น”

 ปากบอกเขา แต่แก้มสาวกลับแดงก่ำ ใจเต้นกระหน่ำระรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เควินหัวเราะเบาๆ แล้วชี้ให้เธอดูบรรดาพืชตรงหน้า ทีล่ะอย่าง แล้วอธิบายไปด้วย

            “นั่นเอ็นคอร์ พิษของมันเธอน่าจะรู้ดีนะ พืชชนิดนี้ถูกนำมาแพร่หลายในยุโรป ยาพิษยอดนิยมของชาวกรีกโบราณ ฤทธิ์ของมันทำให้เป็นอัมพาต ส่วนนั่นเบลาดอนน่า เบอรี่พิษ พืชที่แตะแล้วเพ้อ...เสพติด...และอาจจะถึงขั้นตาย”

            “ทำไมคุณพ่อบ้านถึงได้ปลูกต้นพวกนี้ไว้ละคะ มันน่าอันตรายจะตายไป ถ้าเกิดว่าคนไม่รู้เก็บไปนึกว่าสมุนไพร ฉันไม่อยากจะคิดเลยล่ะค่ะ ว่ามันจะเป็นการฆาตกรรมหมู่พวกเราทั้งบ้านที่น่ากลัวมากขนาดไหน”

            “คนของเกรแฮมไม่โง่ขนาดแยกโรสแมรี่ กับอะไคไนต์ไม่ออกหรอกน่า หึๆ อีกอย่างหนึ่ง เขาสั่งชัดเจนแล้วว่าที่นี่เขตห้ามเข้า ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งหรอก อีกอย่างหนึ่ง คนที่ให้ปลูกเจ้าพวกนี้ก็คือฉันเอง”

            “คุณ”

 อลิเซียทำตาโต ชายหนุ่มยักไหล่ แล้วก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ พลางเอ่ยชวนเธอเอาเสียดื้อๆ

            “เรามาดื่มชายามดึกกันไหม อลิเซีย บรรยากาศแบบนี้ ไม่น่านอนหรอก มานั่งคุยกันดีกว่า”

            “ได้สิคะ”

 เธอตกปากรับคำ นัยน์ตาสีฟ้าจัดของเขาเหมือนมีมนต์ดลให้เธออยากจะทำตามเขาโดยง่าย อย่างไม่มีเงื่อนไข และอีกอย่างหนึ่ง เธออยากจะลองถามเขาเหมือนกันว่าเหตุใดจึงให้คนปลูกพืชพิษเหล่านี้ไว้ในบ้าน

            หรือว่า...

            เวลาขนาดนี้แล้ว คนรับใช้ต่างเข้าที่พักของตนแล้วเรียบร้อย แม้แต่คุณพ่อบ้านที่เคร่งครัดในหน้าที่อย่างกอร์ดอนก็ต้องมีเวลาพักผ่อน เควินไม่ได้รบกวนเรียกใครให้มารับใช้เขาในตอนดึกแบบนี้ เขาชวนอลิเซียดื่มชาที่เรือนกระจก ซึ่งปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้หลากชนิด กลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ยามราตรีโชยอ่อน เขาบอกให้เธอนั่งรอสักพัก ก็กลับมาพร้อมกับถาดเงิน มีกาน้ำชากระเบื้องเคลือบ และถ้วยชาขนาดเล็ก รวมถึงของว่างสองสามชิ้นอยู่ในจานรอง หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ ที่ให้เจ้านายมารับใช้แบบนี้

            เขารินชาให้เธอ กลิ่นของมันหอมกำจาย เธอเม้มริมฝีปาก ชาในถ้วยสีเข้มกลิ่นแปลก เควินมองอาการของเธอแล้วยิ้มน้อยๆ เขาบิขนมปังกรอบมาป้อนเข้าปาก ตาจ้องมองเธออย่างไม่ยอมละ หญิงสาวเงยหน้าจากถ้วยชาแล้วย่นจมูกเล็กน้อย พลางเอ่ยถามอย่างสงสัย

            “ชาอะไรคะ กลิ่นไม่คุ้นเลย”

            “ชาสมุนไพร ชิมสิ เธอต้องชอบ”

            หญิงสาวจิบไปเล็กน้อย ก่อนจะจิบเรื่อยๆ จนหมดแก้ว ชายหนุ่มเติมให้เธออีกหน เสียงทุ้มเอ่ยทีเล่นทีจริง ทำให้คนที่กำลังตั้งท่าจะดื่มต่ออีกแก้ว ถึงกับชะงัก

            “ชานี้ดื่มเกินวันล่ะสองแก้วไม่ได้ เพราะอาจจะทำให้เธอ...ฝันน่ากลัว ฝันถึงอินคิวบัสก็เป็นได้นะ อลิเซีย”

            “เอ๋ ยังไงหรือคะ? ชาสมุนไพรของคุณผสมอะไร”

            “เบลาดอนน่า”

            หญิงสาวแทบจะปาแก้วชาทิ้ง ก่อนจะเบิกตามองคนพูด ที่ยกแก้วของตนขึ้นดื่มบ้าง มือเรียวถึงกับสั่นเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าตนเผลอดื่มอะไรเข้าไป

            “ทะ...ทำไมคุณถึงกล้าผสมยาพิษแบบนั้นลงในชาให้ฉันดื่ม”

            “เบลาดอนน่าเป็นพิษก็จริง แต่สรรพคุณทางยาก็มี มันทำให้ผ่อนคลาย แล้วก็นอนหลับสบาย ฉันคิดค้นเจอตอนที่...เผลอกินมันไปนิดหน่อย รักษาโรคนอนไม่หลับของฉันได้ชะงักนัก ก็เลยเอามาทำชาเสียเลย รับรองว่าคืนนี้เธอหลับสบายแน่นอน อลิเซีย”

            “ตะ...แต่ว่า คุณน่าจะบอกฉันก่อนว่ามันเป็นชาอะไร”

            “บอกก่อนก็ไม่สนุกน่ะสิ เธอจะยอมดื่มมันหรือ ออกจะจดสรรพคุณทางพิษให้ฉันละเอียดยิบขนานนั้น”

 เขาหัวเราะอย่างถูกใจ อลิเซียหน้างอเล็กน้อยที่ถูกหลอกให้ดื่มชาสมุนไพร สมุนไพรพิษเสียด้วย เธอค้อนเขาอย่างลืมตัว เควินส่งขนมปังกรอบให้เธอ แล้วเอ่ยเย้าๆ

            “หายโกรธได้แล้ว ลองขนมปังขิงนี่ดูสิ อร่อยนะ กินกับชานี่เข้ากันมาก ฉันไม่ให้เธอดื่มเยอะไปหรอกน่า เอาแค่หลับฝันดี ไม่ได้หลับตลอดกาล”

            “คุณเริ่มปลูกเจ้าพวกนี้เมื่อไหร่กันคะ เควิน”

 หญิงสาวลองถามเกริ่นดู แล้วเริ่มรวบรวมข้อมูลไปด้วยพร้อมๆ กัน

            “เมื่อสองสามปีที่แล้ว ฉันเริ่มสนใจและศึกษาพวกมัน ก็เลยหามาปลูก บางอย่างหายากมาก เจ้าเบลาดอนน่านี่หาได้ง่ายสุด ไอ้เจ้าต้นที่หายากสุดๆ ก็เห็นจะเป็นอะคาไนต์”

            “สองสามปีที่แล้ว” เธอทวนคำ เควินเล่าต่อไปด้วยน้ำเสียงห้าวทุ้ม

            “พอได้มาก็ลองวิเคราะห์ ลองทำนั่นทำนี่ดู นอกจากพวกสมุนไพรพิษแล้ว ฉันก็ปลูกพวกพืชสมุนไพรด้วย อยากลองเล่นแร่แปรธาตุเป็นพ่อหมอสมุนไพรดูบ้าง นี่ก็ได้คนมาทดลองยาสองสามคนล่ะ เห็นว่าได้ผลดีเชียวนะ”

            “ทดลองยาหรือคะ ตายล่ะ! นี่คุณใช้พวกพืชพิษนี้กับคน”

            “จะบ้าหรือยังไงกัน อลิเซีย ฉันไม่ได้กล้าบ้าบิ่นขนาดนั้นหรอกน่า พืชพิษอย่างเบลาดอนน่าฉันเอาตัวเองเป็นหนูทดลองต่างหาก ส่วนพวกคนรับใช้ในบ้าน ก็แค่ใช้พืชสมุนไพรช่วยพวกเขาในเรื่องเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เธอเห็นว่าฉันจะใจร้ายขนาดที่เอายาพิษไปทดลองกับคนเลยหรือ?” นัยน์ตาสีฟ้ามีแววหมองไปเล็กน้อย ก่อนจะเผลอเอ่ยเสียงแผ่ว

            “อ้อ...ฉันมีข้อต้องสงสัยที่ติดตัว ถึงขนาดว่าฆ่าคนรักได้อย่างเลือดเย็นกระมัง หึๆ ก็ใช่สินะ คนเลือดเย็นแบบนี้ไม่แปลกหรอกที่เธอจะคิดว่าฉันทำเรื่องพวกนี้ได้หน้าตาเฉย”

            “โธ่...ฉันไม่คิดว่าคุณจะทำเรื่องที่ถูกกล่าวหาหรอกค่ะ เควิน”

 มือบางเอื้อมไปจับมือเขามาบีบเบาๆ อย่างแสนสงสาร ลืมตัวไปชั่วคราวว่าอาการนั้นไม่เหมาะเลย

            “ไม่แน่หรอก คนอย่างฉันอาจจะทำอะไรได้ชั่วร้ายกว่าที่เธอคิดก็เป็นได้นะอลิเซีย”

 นัยน์ตาสีฟ้าจัดฉายแววเศร้าสร้อย รอยยิ้มนั้นก็ช่างเศร้านัก อลิเซียมองแล้วใจวูบโหวงอย่างสงสารคนตรงหน้า เขาถูกกล่าวหามายาวนานเกือบสองปี สื่อประโคมข่าวราวกับเขาเป็นผู้ร้ายไปแล้วอย่างสนุกสนาน แต่ยามเขาพ้นข้อกล่าวหานั้น จะมีสักกี่คนที่ติดตามข่าวสาร ส่วนใหญ่ก็ตราหน้าไปแล้วว่าเควินเป็นคนทำผิดแล้วจริงๆ

            “ไม่หรอกค่ะ คนอ่อนโยนอย่างคุณไม่มีวันทำเรื่องร้ายกาจแบบนั้นแน่ คุณรักคุณเรเชลมากจนไม่อาจจะทำร้ายเธอได้ ฉันเชื่อว่าอย่างนั้น”

            “หึๆ แต่บางทีโทสะมันก็ทำให้ฉันเผลอทำอะไรร้ายกาจลงไปบ้างเหมือนกัน เธอรู้ไหมอลิเซีย อารมณ์ของคนเรานี่มันแสนจะน่ากลัวนักนะ ความรัก โลภ โกรธ หลงนี่ บางทีมันก็เปลี่ยนชีวิตได้เลย เธอเคยรักใครมากๆ ไหมอลิเซีย รัก...จนอยากจะฆ่า...”

            “เคยสิคะ”

ภาพความหลังระหว่างเธอและไมค์ผุดพรายขึ้นมาราวกับมนต์จากปีศาจ อลิเซียกัดริมฝีปาก นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มส่งประกายวาวโรจน์

            “ฉันเคยรักคนๆ หนึ่งมาก และเขาก็ทำลายความรักนั้นจนย่อยยับ ฉัน...อยากจะฆ่าเขาให้ตาย ทำให้หายแค้นที่เขาทำลายหัวใจและชีวิตของฉัน”

            “รักมาก...แค้นมาก” เสียงทุ้มนั้นเอ่ย อลิเซียพยักหน้า แล้วถอนใจเฮือก

            “แต่ก็ได้แต่คิดนั่นแหละค่ะ เพราะในความเป็นจริงแล้ว รักมันทำให้ฉันเจ็บปวด แต่ก็ไม่นานนักเมื่อฉันข้ามพ้นหลุมดำแห่งความเจ็บช้ำมาได้ ฉันต้องขอบคุณด้วยซ้ำ ที่คนเลวนั่นไปเสียจากชีวิตฉัน ก่อนที่มันจะทำให้ชีวิตของฉันระยำมากไปกว่านี้”

            “อืม....”

เขาหรี่ตาลง กวาดมองใบหน้าหวานแอร่มตรงหน้า มือที่จับมือเขาไว้ทำท่าจะผละออก แต่เควินกลับดึงจับมันไว้แทน เขามองสบตาเธอ เสียงทุ้มเอ่ยเหมือนปลอบประโลมลูบไล้หัวใจเธอ

            “อดีต ความเจ็บปวด ฝังมันไว้ดีที่สุด อลิเซีย อย่าให้ความเจ็บช้ำ ความแค้นมาทำให้ชีวิตที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าต้องสะดุด รัก...ถ้าไม่สมหวัง ถ้าถูกทรยศ รักนั้นก็ไม่มีค่าอะไรให้เรารัก ถึงแม้รัก แค้น จนอยากจะฆ่าให้ตาย แต่บางที คนๆ นั้นก็ไม่สมควรที่จะทำให้ตัวและหัวใจของเราแปดเปื้อนอีกต่อไป แปดเปื้อนกับความโสมมที่เรียกว่าความแค้น ความที่ต้องระลึกถึงแต่คืนวันอันร้ายกาจ มันมีแต่จะพาให้ชีวิตดำดิ่งลงเหว”

            “คุณลืมรักที่เลวร้ายได้หรือยังคะ” จู่ๆ ถูกถามกลับแบบนั้น เขาอึ้งไปเล็กน้อย แล้วพยักหน้า

            “ลืม...ดับ...ไม่มีอะไรเหลือ เธอล่ะ อลิเซีย ลืมคนที่เธอเคยรัก จนอยากจะฆ่าได้แล้วหรือยัง”

            “ลืมไปแล้วเหมือนกันค่ะ เอ่อ...ชาของคุณ ดื่มได้แค่สองแก้วจริงๆ หรือคะเควิน ฉันชอบมันมาก ก่อนที่จะรู้ว่ามันมีเบลาดอนน่าผสม”

            “หึๆ ฉันล้อเล่นน่ะ ปริมาณของมันน้อยมาก ในส่วนผสม จนไม่เป็นอันตรายอะไรมากนักหรอก มีผลแค่อาจจะทำให้เธอนอนตื่นสายกว่าปรกติก็เท่านั้นเอง”

            “ถ้าอย่างนั้น ฉันขออีกแก้ว แล้วพรุ่งนี้ตื่นมาทำงานสาย คุณคงไม่ว่านะคะ”

            เควินเพียงแค่หัวเราะ เขาบีบมือเธอส่งท้าย ก่อนจะรินชาให้กับอลิเซียอีกแล้ว พวกเขานั่งสนทนาเกี่ยวกับเรื่องงานสักครู่ จึงแยกย้ายกันกลับเข้าห้องของตนเอง ชายหนุ่มอาสามาส่งเธอที่หน้าห้อง ก่อนจะบอกราตรีสวัสดิ์

            “ฝันดีนะอลิเซีย”

            “ขอบคุณนะคะ ที่เลี้ยงน้ำชามื้อดึก มันสนุกมากเลยค่ะ”

ร่างบางทำท่าจะหันหลังเปิดประตูห้องหลังจากเอ่ยลาเขาแล้ว ทว่ากลับเซน้อยๆ ด้วยความมึนศีรษะ พิษของเบลาดอนน่าเล่นงานเธอหรือเปล่านะ? วงแขนอุ่นๆ ช้อนรับเธอไว้ก่อนที่เธอจะล้ม เควินก้มลงถามเสียงแผ่วอย่างเป็นห่วง

            “เป็นอะไรหรือเปล่า?”

            “แค่มึนๆ นิดหน่อยน่ะค่ะ”

            “วันหลังถ้าอยากนอนหลับ ไปขอดื่มชาสมุนไพรของฉันได้ แต่แค่แก้วเดียวนะ เธออาจจะไม่ถูกกับเบลาดอนน่า”

            “ค่ะ”

 เธอยิ้มน้อยๆ ให้เขา เควินก้มต่ำลงอีกนิด จนปลายจมูกก้มแตะกับแก้มสาว อลิเซียทำตาโต ขณะที่เขาพึมพำขอโทษ แล้วค่อยปล่อยร่างนุ่มจากวงแขน ท่าทีเขาราวกับเสียดายที่ต้องปล่อยเธอ

            “ฝันดีนะคืนนี้ อินคิวบัสวายร้ายนั่น คงจะไม่มารบกวนเธอหรอก”

 เขาขยิบตาให้อย่างล้อๆ ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้อลิเซียยืนใจเต้นโครมครามอยู่คนเดียว

            เพราะสัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจจากนายจ้างหนุ่มบนแก้มนิ่มของเธอ

            เพราะคำเอ่ยล้อเลียนของเขา เกี่ยวกับปีศาจจอมลามกนั่น

            แล้วคืนนั้นเธอก็นอนหลับสนิทเสียจริงๆ แถมตื่นสายเสียด้วย

            เบลาดอนน่า...ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่เธอคิดไว้เสียหน่อย...มันเป็นยานอนหลับชั้นดีต่างหากเล่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น