เร้นไฟ

ตอนที่ 8 : อินคิวบัส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

8...............

 

            อลิเซียรู้สึกแปลกๆ ทั้งวัน ตั้งแต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้า เธอหน้าแดงเรื่อเมื่อนึกถึงฝันเมื่อคืน นี่มันฝันระดับเรทเอ็กซ์ห้าดาวเลยก็ว่าได้ ก็เธอฝัน..ฝันว่ามีผู้ชายมาทำออรัลเซ็กส์ให้ จนเธอถึงจุดสุดยอด นี่มันบ้า ฝันบ้าชัดๆ

            โอย...ใครรู้เข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหน แถมฝันเหมือนจริงเสียยิ่งกว่าจริง อลิเซียคิดแล้วก็หน้าแดงเถือก จนคาเรนที่กำลังนั่งเรียนหนังสือกับเธอเงยหน้าขึ้นมองแล้วต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นคุณครูของตนหน้าแดงมากขนาดนั้น

            “เป็นอะไรไปหรือคะ ครูอลิเซีย แดดร้อนมากหรือเปล่า วันนี้แดดดีมากจริงๆ หนูขอโทษที่มาชวนคุณนั่งตากแดดร้อนๆ”

            “ไม่ได้ร้อนเลยจ้ะ”

 เธอปฏิเสธ แดดเพียงแค่อุ่นๆ ในยามสายไม่ได้ระคายผิวเธอเลยแม้แต่น้อย นักเรียนตัวจ้อยเอียงคอมองหน้าเธอที่แดงเรื่อแล้วย่นจมูก

            “ไม่ร้อนแล้วทำไมหน้าคุณครูแดงมากขนาดนั้นละคะ เป็นไข้หรือเปล่า จะได้ให้คุณพ่อบ้านหายามาให้ เดี๋ยวหนูไม่มีครูสอนสะกดคำพรุ่งนี้ล่ะแย่เลย นี่ต้องเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนที่คุณพ่อหาไว้ให้แล้วด้วย หนูอยากเก่ง อยากสอบได้ จะได้มีเพื่อนๆ เร็วๆ”

            “เอ่อ...คือ”

            ไอ้ฝันเรทเอ็กซ์นั่นฉายชัดขึ้นมาอีกแล้ว แม้จะไม่เห็นหน้าเขาถนัด แต่สัมผัสของเขามัน...โอ...มันล้ำลึกมาก ผีอำหรือเปล่านะ พ่อของเธอเคยเล่าเรื่องความเชื่อของคนไทยเรื่องผีอำว่าจะทำให้เราเคลื่อนไหวไม่ได้ มาในขณะที่เราหลับ แต่ตาผีตัวนี้ไม่ได้อำด้วยการนอนทับเธอเฉยๆ มันลวนลามเธอเสียมากกว่า

            “จริงสิคะ นี่หนูได้หนังสือมาเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้ากรีกและปีศาจในตำนานคุณเคยบอกว่ามีเรื่องน่าสนใจเยอะเลยใช่ไหมคะ คุณพ่อบ้านให้มาน่ะค่ะ”

 คาเรนส่งหนังสือเล่มหนาสภาพเก่าพอดีให้เธอ อลิเซียรับมาแล้วเปิดดู ก่อนจะเงยหน้าถามเด็กหญิงที่มองมาอย่างกระตือรือร้น หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเก่า มีภาพประกอบสวยงาม กล่าวถึงตำนานของเทพเจ้ากรีกแต่ล่ะองค์ ดูเหมือนว่าคาเรนจะชอบมาก เพราะรูปภาพประกอบเหล่านั้น

            “ถ้าเรียนจบเรียบร้อยแล้ว ฉันจะอ่านให้ฟังวันล่ะบทดีไหม อยากรู้อะไรก่อนเป็นอันแรกล่ะ สาวน้อย”

 เด็กหญิงชอบให้เธอเรียกแบบนี้ เพราะจะได้ฟังว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่ คาเรนหยิบมาพลิกๆ ก่อนจะส่งให้กับเธอดูแล้วยิ้มกว้าง

            “หนูอยากรู้จักคนนี้ สวยดีจังเลยค่ะ ”

            “ได้สิ มาหัดสะกดคำกันก่อน แล้วเราจะมาอ่านประวัติของเธอกัน ใครกันนะ อ้อ...เทพีอะโฟไดส์ เทพแห่งความงามเชียวนะจ๊ะคาเรน”

            “ว้าว...”

            คาเรนตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ เธอหัดสะกดคำได้หลายคำ และเวลาทดสอบให้เขียน เด็กหญิงก็ทำให้อย่างดี อลิเซียนั่งอ่านเรื่องราวของเทพเจ้ากรีกที่เด็กหญิงอยากรู้ให้ฟัง คาเรนนั่งฟังตาแป๋ว พลางมองภาพประกอบไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน

            “เอ้าแถมให้ก็แล้วกัน เป็นเรื่องกำเนิดดอกกุหลาบดีไหมจ๊ะ สนใจหรือเปล่า?”

            “ก็ได้ค่ะ เอ...ภาพนั้นสวยจังเลย”

 เด็กหญิงชี้ไปที่อีกหน้า ที่มีภาพประกอบเป็นชายในสภาพเกือบเปลือย กำลังทาบทับบนร่างของหญิงที่กำลังหลับใหลเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย ชายผู้นั้นมีใบหน้าหล่อเหลานัก และมีปีกสีดำที่ด้านหลังกำลังสยายกว้างกางโอบล้อมหญิงผู้นั้นไว้ นางที่กำลังหลับมีสีหน้าเปี่ยมสุข แก้มแดงเรื่อ ผมยาวระหมอนสีดำล้อมกรอบหน้างดงามไว้ จิตกรวาดภาพนี้ได้สวยมากเลยทีเดียว แต่มันสื่อไปในเรื่องความร้อนแรงทางด้านเซ็กส์ เด็กอย่างคาเรนยังไม่สมควรนักสำหรับเรื่องนี้ เธอกระแอม แล้วลังเลใจว่าจะอ่านให้ฟังดีไหม

            นัยน์ตามองกวาดผ่าน อินคิวบัส ปีศาจที่มากับความฝัน เพื่อ...โอ...มันช่างคล้ายกับสิ่งที่เธอฝันประหลาดบ่อยครั้งนั้นเสียจริงๆ แก้มสาวแดงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คาเรนมองแล้วเอียงคออย่างสงสัย ว่าคุณครูของเธอเป็นอะไรไปอีกแล้วหนอ

            “คุณครูเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

            “มะ...ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ จ้ะ เอ่อ...ฉันว่าเราอ่านประวัติของปีศาจตนอื่นดีกว่านะ ฉันคิดว่าอินคิวบัสเด็กๆ ยังไม่เหมาะที่จะรู้จักมันหรอกจ้ะ”

            “อินคิวบัส ปิศาจที่อยู่ในความฝัน เป็นปีศาจผู้ชาย มันจะทำการโอ้โลมผู้หญิงในความฝัน...และหญิงสาวคนนั้นตื่นเช้ามาก็จะตั้งครรภ์ลูกของปีศาจ”

            เสียงทุ้มอธิบายทางด้านหลังเธอ ทำให้หญิงสาวสะดุ้ง ก่อนจะหันไปมอง คนพูดยืนกอดอกพลางยิ้มน้อยๆ ส่งให้กับบุตรสาว นัยน์ตาสีฟ้าจัดมองดูเธอ อลิเซียกะพริบตาปริบๆ สิ่งนี้ควรเล่าให้เด็กวัยขนาดนี้ฟังแล้วหรืออย่างไรกัน เด็กหญิงร้องกรี๊ดอย่างหวาดกลัว พร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดขาบิดา แล้วเอ่ยอ้อน

            “หนูกลัวแล้วค่ะแด๊ด หนูกลัวปีศาจอินคิวบัส ไม่เอานะคะ ไม่เอา”

            “มันไม่มายุ่งกับเด็กอย่างหนูหรอกน่า อินคิวบัสน่ะ”

เขาก้มลงอุ้มลูกสาวขึ้นมาเหมือนเด็กเล็กๆ แล้วหอมซ้ายขวา คาเรนหัวเราะอย่างจั๊กจี้ ภาพของพ่อลูกที่แสดงต่อกันทำให้อลิเซียรู้สึกตื้นตัน เธอไม่ใคร่ได้รับความรักจากคนเป็นพ่อสักเท่าไหร่เลย เวลาเห็นความอบอุ่นแบบนี้มันพานจะทำให้น้ำตาไหล

            “แล้วมันจะมายุ่งกับครูอลิเซียหรือเปล่า”

 เจ้าหล่อนทำตาโต ห่วงใยมาถึงคุณครูของตนเองด้วย ตอนนี้เด็กหญิงรักอลิเซียมากเลยทีเดียว ยกให้เป็นคนสำคัญรองจากบิดาเลยก็ว่าได้

            “อย่างอลิเซียน่ะหรือ”

 เขาทรุดลงนั่งข้างๆ เธอ และยังอุ้มบุตรสาวอยู่ สายตาสองคู่มองสบกัน ภาพประหลาดล้ำ สัมผัสอันแสนล้ำลึก วาบเข้ามาในห้วงความทรงจำ จนอลิเซียหน้าแดงก่ำอย่างควบคุมไม่อยู่

            กลิ่นหอมบางอย่างกรุ่นกำจายมาจากกายของเจ้านายเธอ มันช่าง...คุ้นมากเสียเหลือเกิน กลิ่นหอมเย็นชวนให้สดชื่น พร้อมกับกันรู้สึกวูบวาบประหลาด เธอหลบตาเขา เสก้มลงมองหนังสือในมือ เจ้ากรรมยิ่งตอกย้ำความคิดเหลวไหลให้เธอหนักขึ้น เพราะมันเป็นภาพของอินคิวบัสที่กำลังเปิดค้างไว้      

            “ไม่แน่หรอก คุณครูของหนูสวย น่ารักออกจะขนาดนั้น ปีศาจคงไม่อยากละเว้น”

            “ไม่ยอมนะคะแด๊ด ไม่เอา ไม่ให้มันทำอะไรครูอลิเซีย แด๊ดต้องไปนอนเฝ้าคุณครูนะคะ ไม่อย่างนั้นอินคิวบัสจะมา”

            “ยอมไหม? อลิเซีย”

 คนพูดเอ่ยกลั้วหัวเราะ ใบหน้าคมคายยามยิ้มเต็มที่แบบนี้ ทำเอาเธอถึงกับจ้องค้างอย่างตกตะลึง เจ้านายของเธอไม่เคยหัวเราะเต็มที่ให้เธอเห็นสักหน โอ...ราวกับแสงตะวันที่สาดส่องเข้ามาในความมืดก็ไม่ปาน

            “เอ่อ...”

            “ต้องยอมนะคะคุณครู ไม่อย่างนั้นอินคิวบัสจะมาทำร้าย”

 เสียงแจ้วๆ ของเด็กน้อย ทำให้เธอถึงกับอมยิ้ม เควินหัวเราะหึๆ นัยน์ตาสีฟ้าจัดของเขาคงยังมองหน้างามอย่างไม่วางตา

            “นั่นสิ ต้องยอมล่ะมั้ง อลิเซีย เธอกลัวอินคิวบัสหรือเปล่า”

            “ปีศาจลามกแบบนั้น กลัวสิคะ แต่ถ้ามาคิดทำอะไรมิดีมิร้ายฉันล่ะก็ ฉันจะแอบเอากรรไกรไว้ใต้หมอน แล้วก็ตัดเสียเลยให้ขาด”

            อุปปาทานเหมือนเห็นว่าเขาสะดุ้ง หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ก่อนที่จะทำหน้ายิ้มๆ ดั่งเดิม สองพ่อลูกคุยกันหนุงหนิงเรื่องการเรียนวันนี้ ลืมเธอไปเสียชั่วครู่ ก่อนที่คาเรนจะขอตัวไปรับประทานขนมของว่าง เพราะพี่เลี้ยงมาเรียก ทิ้งให้สองหนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง

            หนังสือในมือเธอ ถูกเควินขอไปดู เขานั่งพิศดูรูปของปีศาจฝันอย่างอินคิวบัส และเซอร์คิวบัส ใบหน้านั้นยังคงเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม วันนี้เจ้านายผู้เย็นชานิ่งเฉยของเธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ ทำไมเขาถึงขยันยิ้มแบบนั้นกันนะ รู้ไหมว่า...มันทำให้เธอละสายตาจากหน้าเขาแทบจะไม่ได้

            “จะทำจริงๆ นะหรือ”

            “ทำอะไรหรือคะ”

 เธอถามอย่างสงสัย ก็กำลังมองหน้าเขาเพลินๆ จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาเสียแบบนี้ ตาต่อตาสบกันอีกหน ก่อนที่ฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายหลบหนนี้ แล้วก้มลงมองภาพในหนังสือ เขาชี้ที่ปีศาจหนุ่ม

            “ที่ว่าถ้าอินคิวบัสมาในฝัน...จะตัด...โหดจริงๆ เลยนะผู้ช่วยของฉันนี่”

            “ก็...”

 แก้มสาวแดงเรื่อขึ้นทันที เธอพยักหน้าแล้วเอ่ยเสียงหนักแน่น

“ทำแน่ๆ เลยล่ะค่ะ ปีศาจไม่ดี เที่ยวมาลักหลับคนอื่นเค้าต้องเจอแบบนี้ล่ะค่ะ”

            “โอ...สงสารอินคิวบัสนะ เสน่ห์ของเธอคงจะทำให้มันอดใจไม่ไหวหึๆ อาจจะยอมแลกก็ได้อลิเซีย แต่ปีศาจก็คือปีศาจ มันร้ายกาจและมีวิธีการเอาชนะเสมอ”

            “อะไรนะคะ”

            “ไปทำงานกันดีกว่า วันนี้ฉันมีงานให้เธอช่วยเยอะแยะไปหมดเลย ตอบจดหมายบรรดาแฟนคลับให้หน่อยสิ”

เขาลุกขึ้นยืน ก่อนจะส่งมือให้เธอจับ อลิเซียมองแล้วกะพริบตาปริบๆ จนเขาต้องพยักพเยิดบอกใบ้ให้เธอส่งมือให้ เมื่อเธอลังเล เสียงทุ้มนั้นจึงเอ่ยสั่งเสียเลย

            “ลุกขึ้นเร็วๆ ถ้าเธอไม่อยากเลิกงานหลังมื้ออาหารค่ำ ตอนที่เกรแฮมเก็บโต๊ะแล้ว วันนี้มีเมนูน่าสนใจหลายอย่าง ฉันคิดว่าเธอต้องไม่อยากพลาด โดยเฉพาะมักกะโรนีสูตรเด็ดของแม่ครัว”

            “เอ่อ...ค่ะ”

            มือหนาจับมือบางขึ้นมาเสียเองเมื่อเจ้าของมือลังเล แล้วดึงให้เธอลุกขึ้นยืน ก่อนจะจับจูงไปยังห้องทำงานของเขาและเธอ อลิเซียรู้สึกอุ่นวาบ จากมือแล่นไปทั้งกาย โดยเฉพาะอวัยวะที่กำลังเต้นกระหน่ำ สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

            เธอมองแต่ตรงที่มือของทั้งคู่ซึ่งกำลังจับกันอยู่

            เควิน...เขากำลังทำอะไรกันแน่หนอ...สถานะระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง ไม่ควรทำสนิทสนมขนาดนี้ไม่ใช่หรือ?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น