เร้นไฟ

ตอนที่ 7 : พืชพิษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

7.............

 

            “ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณครู”

            “ฝันดีจ้ะ คาเรน”

            เด็กหญิงจุ๊บเบาๆ ที่แก้มของเธอ รอยยิ้มของคาเรนที่ส่งมาให้อย่างจริงใจนั้น มันเป็นเหมือนรางวัลสำหรับอลิเซียเสียจริงๆ

            และแน่นอนว่าคงจะเป็นรางวัลสำหรับเควินด้วย เมื่อคาเรนมีความสุขมากขึ้น ยิ้ม หัวเราะ และเข้ากับคนอื่นได้ ก็ย่อมทำให้เควินมีความสุขที่ลูกสาวของตนเริ่มหันเข้าหาสังคมอีกครั้ง หลังจากที่ภรรยาของเขาได้จากไป นายหญิงแห่งแอนเดอร์สัน การจากไปของหล่อนเหมือนเมฆหมอกร้ายที่เข้าปกคลุมคฤหาสน์แห่งนี้เสียจริงๆ

            เควินเองก็ไม่ใคร่เข้าสังคมเหมือนแต่ก่อน สื่อตีข่าวครึกโครมว่าเขาฆาตกรรมภรรยาตนเอง เนื่องจากการที่เขาเป็นคนดังอยู่แล้ว ย่อมเป็นที่สนใจ และความฉาวโฉ่นี้ก็ทำให้เควินมีแผลเป็นในใจอย่างหนักหนา แม้จะพ้นข้อกล่าวหาแล้วก็ตามที แต่บางทีสายตาของผู้คน ก็ทำให้เขาเลือกที่จะปิดขังตัวเองทำงานเงียบๆ เสียดีกว่า

            งานหนังสือของเขายังเป็นที่ได้รับการยอมรับ แม้ว่าเจ้าของบทประพันธ์จะมีข้อกล่าวหาที่มืดมนติดตัวอยู่ก็ตามที ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งขายดิบขายดี โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นบทประพันธ์ที่บอกเล่าเรื่องการฆาตกรรมชัดเจนในนั้นแต่ตำรวจจับไม่ได้ นั่นทะยานขึ้นเบสเซลเลอร์ เป็นนิยายขายดีสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับเควิน เขาไม่ยอมขายมันให้กับบริษัทภาพยนตร์ที่เห็นเป็นโอกาสมาขอซื้อแม้จะให้เงินงามมากขนาดไหนก็ตามที เขาเจ็บ...และอับอายมากพออยู่แล้วกับข้อกล่าวหาเหล่านั้น

            ข้อกล่าวหา

            หรือเรื่องจริง

            คำถามนี้ผุดขึ้นในใจของอลิเซีย เธอเม้มริมฝีปากแล้วสะบัดหน้าแรงๆ นี่เธอเกิดสงสัยเขาขึ้นมาเหมือนกันใช่ไหม? อาจจะเพราะการพบปะกับไมค์วันนี้ และข้อพนัน...ระหว่างเขาและเธอ เธอเชื่อเหลือเกินว่าเจ้านายของเธอ เป็นผู้บริสุทธิ์

            มือเรียวเปิดใช้งานเครื่องไอแพด มันเป็นสมบัติส่วนตัวที่รอดพ้นจากการฮุบมันไปของไมค์ มีเพียงไม่กี่ชิ้นที่หมอนั่นไม่ยกของเธอไป หญิงสาวย่นจมูก คอยดูเถอะ...เธอจะเอาคืนให้แสบเลยทีเดียว แล้วไมค์จะรู้ว่าทาสของความรักอย่างเธอ เมื่อมันหลุดพ้นจากโซ่ตรวนนั้นแล้ว มันไม่มีทางกลับไปโง่งมงายอีกหนหรอก

            ไมค์ส่งจดหมายอิเลกทรอนิกส์มาให้เธอ เป็นแฟ้มลับเฉพาะเกี่ยวกับการฆาตกรรมนายหญิงแห่งแอนเดอร์สัน มิสซิสราเชล แอนเดอร์สัน ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายเธอจนอลิเซียตกใจ จนต้องกะพริบตาแล้วมองซ้ำอีกหน หญิงสาวนางนั้นรูปหน้าเหมือนเธอ มีสีผมเดียวกับเธอแต่อ่อนกว่า นัยน์ตาสีเดียวกัน ต่างกันเพียงแค่รูปริมฝีปากที่ของเธอบางกว่าเล็กน้อย และฝ่ายนั้นมีรอยบุ๋มที่คาง ภาพยามมีชีวิตของราเชลงดงามและสดใสนัก เหมือนท้องฟ้าที่สว่างไสวด้วยแสงแดดอ่อนๆ

            คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ยามอ่านบันทึกนั้น ราเชลถูกฆาตกรรมในห้องใต้ดิน เป็นห้องปิดตาย สภาพศพคล้ายกับว่าเธอพลัดตกลงจากบันไดลงมาเอง ศพคว่ำหน้าลงกับพื้น มีรอยช้ำแตกที่ศีรษะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แต่รอยช้ำบนตัวเธอ เกิดจากฝีมือของสามี! และยิ่งกว่านั้นเธอมีสารเสพติดในกระเพาะอาหาร ซึ่งราเชลไม่เคยใช้มันมาก่อน

            อะไรทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดบันไดห้องใต้ดิน อะไรที่ทำให้เธอต้องใช้สารเสพติด อะไรที่ทำให้มีร่องรอยบอบช้ำไปหมดทั้งตัวก่อนตาย มันเป็นปริศนาอย่างเหลือเชื่อ และบุคคลเดียวที่เป็นผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้ก็คือเควิน เจ้าของร่องรอยบอบช้ำทั้งหมด ว่าเขาเป็นคนฆาตกรรมภรรยา เพราะศพของราเชล การตาย ช่างคล้ายกับนวนิยายของเขาเสียเหลือเกิน

            หลักฐานที่ต้องการ คือที่มาของสารเสพติด สารพิษเหล่านั้น นิติวิทยาศาสตร์บอกว่าส่วนใหญ่มันคือมอร์ฟีนและโทรเพน อัลคาลอยด์ แต่ไม่ทราบว่าผู้ตายใช้อะไรในปริมาณไหน วิเคราะห์กันว่าอาจจะเป็นพืชบางอย่าง การตายที่หาหลักฐานไม่ได้ ไม่มีพยาน มันทำให้คดีปิดไม่ลง และจำเลยพ้นผิดไปอย่างน่ากังขา

            โทรเพน อัลคาลอยด์

            เบลาดอนน่า พืชพิษ ผลสีดำเหมือนเบอรี่ ใครไปแตะต้องเข้าอาจจะเห็นภาพหลอน...ภาพหลอน

            ทำไมจู่ๆ เธอถึงคิดถึงเบลาดอนน่า

            บ้านของเควินมีเจ้าต้นนี้ปลูกไว้ไหมนะ ในเรือนกระจกที่รวบรวมพรรณไม้ไว้นานาพันธุ์นั่น บางทีเธออาจจะเข้าไปสำรวจมัน

            แรงจูงใจที่ทำให้ฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรม

            การทะเลาะวิวาทที่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน

            บางทีเธออาจจะกลับไปอ่านนิยายเจ้าปัญหานั่นอีกรอบ

            ชายส่งขนมปังในบทส่งท้าย

            คนส่งขนมปัง...

            และเธอก็เคลิ้มหลับไปกับความฝันอันแสนแปลกประหลาด

 

..................................................................................................................................................

 

            แขนเรียวถูกลูบไล้ไปมาบางเบา ก่อนที่สัมผัสร้อนผะผ่าวจะตามมา หญิงสาวปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก รู้สึกอึดอัดเพราะโดนทับไว้ทั้งตัว เสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้น ขนของเธอลุกเกรียว แต่กลิ่นหอมเย็นทำให้เธอสงบได้อย่างประหลาด

            ใบหน้างดงามถูกลูบไล้เบามือ พร้อมกับพรมจุมพิตตามมาอย่างอ่อนหวาน อลิเซียมีความรู้สึกกึ่งฝัน...กึ่งจริง เธอไม่รังเกียจสัมผัสร้อนผ่าวเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้รังเกียจกลิ่นกายชายที่หอมแปลก คนที่กอดรัดเธออย่างอ่อนโยน และจูบเธออย่างแสนหวานนี้ ราวกับมีเลือดเนื้อ มีตัวตน ไม่ใช่เพียงแค่ฝันเลอะเทอะเลยแม้แต่น้อย

            “คุณ...”

            “เธอสวยมาก...”

            เสียงทุ้มคุ้นหูนั่นดังตอบเธอ เขาจูบพรมบริเวณซอกคอหอมกรุ่น อลิเซียครางเบาๆ นึกโมโหที่กอดรัดเขาตอบไม่ได้อย่างใจคิด โอ...ทำไมกายเธอร้อนวูบไหวไปหมดด้วยไฟปรารถนา ไฟที่เธอไม่เคยมีมาก่อน แม้กระทั่งไมค์ก็ไม่เคยทำให้เธอได้ถึงจุดนั้น

            ผิวกายสาวรู้สึกราวถูกลูบโลมด้วยไอเย็น เมื่อเขาเปิดเปลือยเธอจนหมด ผิวเนื้อขาวลออร้อนวูบไปทั้งตัวเมื่อถูกโลมไล้สัมผัส ริมฝีปากของเขาเคลื่อนเคล้าคลุกเกลือกกับบัวคู่แฝด ร่างน้อยผวาเฮือกขึ้นทั้งตัวยามเม็ดทับทิมสีเรื่อถูกดูดเคล้น เธอสะอื้นเบาๆ กับสัมผัสร้อนผ่าวเหมือนไฟไหม้ป่านั่น มันกำลังจะทำให้เธอไหม้ลุกเป็นไฟอย่างบ้าคลั่ง

            “อะ...อา”

            “ฉันจะทำให้เธอมีความสุข”

            ริมฝีปากร้อนนั้นไล้เลียผะผ่าวไปตามผิวสาวเปลือยเปล่า มันลงต่ำไปตามหน้าท้อง แอ่งสะดือบุ๋ม อลิเซียดิ้นทุรนด้วยความร้อนเร่า ปลายลิ้นสากร้อนที่ละเลียดดื่มชิมต่ำลงไปเรื่อยๆ มัน...มันกำลังจะทำให้เธอตาย...ตายเพราะความร้อนเร่าทรมาน

            โอ...นี่เธอเป็นอะไรไปนะ ชายผู้นี้กำลังทำอะไรกับเธอ ทำไมความฝันมันถึงเหมือนจริงได้ขนาดนี้ ความรู้สึก รสสัมผัส ช่างเหมือนจริงยิ่งนัก ร่างน้อยสะดุ้งเฮือก เมื่อปลายลิ้นของเขาสัมผัสเข้ากับตุ่มไตเกสรสาว ขาเรียวถูกแยกออกจากกัน มือของเขาช่วยอำนวยความสะดวก กับการสำรวจครั้งนี้อย่างลึกเร้น

            ปลายลิ้นค่อยลากไล้เชื่องช้า ก่อนจะเร่งจังหวะเร็วขึ้น อลิเซียกัดริมฝีปากแน่น ความเสียดเสียวกำลังครอบงำเธอ สมองพร่ามึนเบลอไปหมด พลุถูกจุดขึ้นทะยายสูงไปบนท้องฟ้า รัวเร็ว กระชั้นถี่ ใกล้เมฆที่ลิบลอยสีชมพูหวาน แตกพร่ากระเซ็นในอากาศ แล้วค่อยตกลงมาบนพื้นดินอย่างเหนื่อยอ่อน

            ริมฝีปากนุ่มถูกจูบดูดดื่มอีกหน หลังจากที่เธอหอบหายใจ อัศจรรย์กับความรู้สึกที่ราวกับมีพลุนับพันถูกจุดขึ้นในสมอง นี่น่ะหรือจุดสุดยอดแห่งกามา มันช่างแสนวิเศษยิ่งนัก แม้จะเพียงไม่กี่นาทีที่สัมผัส แต่ก็ช่างสุขเสียเหลือเกิน

            นัยน์ตาของเธอหรี่ปรือหลับลง

            ร่างบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระอีกหน เสื้อผ้าถูกสวมใส่กลับให้ขณะที่เธอหลับใหลไปแล้วอย่างเหนื่อยอ่อน

            ฝัน....

            อันแสนหวาม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น