เร้นไฟ

ตอนที่ 5 : ฝัน...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ก.ค. 61

5...................

 

            เมื่อล้มตัวลงนอน กลิ่นหอมประหลาดเหล่านั้น ก็จรุงเธอให้หลับใหลไปอีกหน เป็นการกึ่งหลับกึ่งตื่น เคลิ้มฝันแต่คล้ายจริง คืนนี้เธอ...ฝัน? อีกแล้ว ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้อย่างใจนึก นัยน์ตาปรือปรอยมองเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่ก็...พอจะรู้ว่าในความสลัวลางนั้น มีบุรุษคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องนอนของเธอ

            ร่างสูงนั้นก้าวเดินมาช้าๆ อย่างมั่นใจ เธอไม่เห็นใบหน้าของเขา หน้ากาก...ใช่หน้ากากไหมนะที่เขาสวมอยู่ หน้ากากสีดำแบบที่ใช้ในงานเต้นรำ ปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง เห็นเพียงแค่จมูก และปาก จมูกของเขาโด่งสวย นัยน์ตาสีฟ้าจัด ริมฝีปากได้รูป เรือนผมสีอ่อนยาวเกือบถึงบ่า มันปรกใบหน้าบางส่วน ยามที่เขาก้มอยู่เหนือตัวเธอ

            นี่มันอะไรกัน?

            ผีอำหรือเปล่า

            “สวย...เหลือเกิน...”

            เสียงแหบพร่าดังขึ้น มือใหญ่ไล้มาตามแก้มเนียน ก่อนจะลูบเลยลงไปเรื่อยๆ อลิเซียอยากจะสะบัดตัวหนี แต่เธอกลับทำไม่ได้อย่างใจนึก ร่างสูงใหญ่นั่นทรุดลงนั่งบนเตียงเธอ แล้วนอนกอดเธอราวกับเธอเป็นตุ๊กตา เขาลูบเลยไปทั่วผิวสาวที่โผล่พ้นชุดนอนออกมา ตามแขน หน้าท้องนุ่ม ลูบไปมาตามใบหน้า ลาดไหล่ กลิ่นหอมเย็นกำลังห้อมล้อมกายเธอ แปลกนักที่เธอไม่ได้รู้สึกตื่นกลัว กับรู้สึกวาบหวิว โอ...

            นัยน์ตาสองคู่มองสบกัน คู่หนึ่งปรือปรอยครึ่งหลับครึ่งตื่น อีกคู่เต็มไปด้วยไฟลุกโชนวาวระยับ อุปปาทานคล้ายเขายิ้มให้ ก่อนที่ริมฝีปากคู่นั้นจะทาบลงมาบนกลีบปากอิ่ม

            จุมพิตค่อยๆ และเล็ม อ่อนเบา แล้วค่อยหนักขึ้น รุนแรง เรียกร้องมากขึ้น เม้มย้ำ เน้นหนัก ราวกับว่ามัวเมากับความหวานนั้น อลิเซียหัวใจเต้นกระหน่ำ ผิวสาวร้อนผ่าววูบวาบ บริเวณท้องน้อยเหมือนกับมีพลุถูกจุดให้ระเบิดขึ้น บางส่วนกำลังเต้นตุบ ปวดหนึบอย่างน่าอาย มือหนาสากลูบไล้ผิวสาวนอกผ้า สำรวจ ทำความรู้จักกับร่างกายสาวไม่รู้เหนื่อยหน่าย

            อลิเซียสูดลมหายใจ เมื่อชายปริศนาละจูบ แต่เขาก็ทำให้เธอหายใจไม่ออกอีกหน อีกหน และอีกหน จูบแล้วจูบเล่าที่บดเคล้าลงมา สูบลมหายใจไปจากเธอ เติมเต็มความเสน่หาที่ไม่เคยคิดว่าตนเองจะมีมาก่อน

            ร่างสูงผละออกจากร่างบาง ที่แม้กระทั่งกอดรัดตอบเขา หรือผลักไสก็ยังทำไม่ได้ เมื่อริมฝีปากนุ่มบวมช้ำ ร่างสาวร้อนหนึบผ่าว บางส่วนฉ่ำชื้นแบบไม่เคยเป็น อลิเซียได้แค่หายใจหอบ มองดูเขาจากไป

            รอยยิ้มที่ผุดจากมุมปากได้รูป ที่ส่งให้เธอก่อนที่เขาจะหันหลังให้ ติดตรึงใจของอลิเซีย และรอยยิ้มนั้น ก็ตามติดตามาจนเธอตื่นนอน ในรุ่งเช้าอีกวัน

            นี่มันฝัน...

            ฝันบ้าบออะไรกันนะ

 

.............................................................................................................................................

           

            นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ลอบมองเสี้ยวหน้าคมสันที่กำลังก้มสนใจกับงานตรงหน้า เธอมองเพ่งแล้วเพ่งอีก ฝันเมื่อคืน ไม่สิ สองคืนติดกันแล้ว ที่เธอฝันถึงผู้ชายคนนั้น และมันช่างมีบางส่วนละม้ายคล้ายคลึงกับ...

            เจ้านายของเธอ

            “คิดยังไงกับคดีฆาตกรรมที่นี่”

            “อะ...อะไรนะคะ”

            “เธอเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่ไหม?”

จู่ๆ เจ้านายเธอก็ถามขึ้น อลิเซียที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ของตัวเองกะพริบตาถี่ๆ เหมือนจะเรียกสติ เควินหัวเราะหึ ก่อนจะทำสีหน้านิ่งขรึมดังเดิม

            “เธอทำงานที่นี่แต่ไม่รู้เลยหรือว่าประวัติเป็นยังไง เรื่องฆาตกรรม...แม่ของคาเรน”

            “ไม่ทราบเลยค่ะ”

 เธอมองสบตากับเขา ใจเต้นระทึกเล็กน้อย ยามต้องเอ่ยคำโกหก จริงๆ เธอพอจะทราบแต่ไม่ได้สนใจมากกว่า

            “อืม...งั้นก็ดี เธอเคยอ่านหนังสือของฉันบ้างหรือเปล่า อลิเซีย เธอคิดยังไงกับเรื่อง คฤหาสน์เร้นตาย”

            “ฉันคิดว่า...เรื่องมันซับซ้อน และตื่นเต้นมาก เดาทางไม่ออกเลย ฉันตกใจมากที่มารู้เอาหน้าสุดท้ายว่าใครเป็นฆาตกร”

            “อย่างนั้นหรือ” เขายิ้มน้อยๆ พลางเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือที่กำลังค้นคว้าหาข้อมูลอยู่

            “เธอแน่ใจแล้วหรือว่า คนที่ตำรวจจับนั้นเป็นฆาตกรตัวจริง ฉันไม่ได้ซ่อนอะไรไว้อีก ในบทส่งท้าย”

            “ฉันก็สงสัยว่าชายส่งขนมปัง เอ่อ...น่าเป็นฆาตกรมากกว่า ทั้งที่มันไม่น่าจะใช่ แต่ว่า”

            “การโยงเรื่องที่เขาเข้ามาเกี่ยวพันเกือบทุกตอน และ...ตัวหนังสือบนจดหมาย สัญลักษณ์ของฆาตกรที่ตรงกับรอยสักที่ข้อเท้าของเขา”

            “อา...” อลิเซียมองหน้าเขา รอยยิ้มของเควินเฉลยทุกอย่าง ว่าสิ่งที่เธอคิดเป็นเรื่องจริง เธอถึงกับปรบมือเข้าหากันแล้วอุทานอย่างตกใจ

            “คุณนี่ร้ายกาจมากจริงๆ เลยเควิน มิน่าล่ะ คนถึงสรรเสริญคุณว่าอัจฉริยะในวงการวรรณกรรม เรื่องมันสลับซับซ้อนและ...หักมุมอย่างคาดไม่ถึง มีอะไรซ่อนอยู่อย่างแยบยล หนังสือของคุณทำให้ต้องอ่านซ้ำสามถึงสี่รอบ เพื่อให้แน่ใจว่า การเฉลยนั้น...มันใช่  แต่มันก็ไม่ใช่ ฉันคิดอยู่แล้วเชียว สิ่งแรกที่ฉันอยากจะเจอคุณก็คือจะถามตอนจบของนิยายเรื่องนี้นั่นแหละค่ะ ในที่สุด ก็นอนตายตาหลับเสียที”

            “หึๆ ขนาดนั้นเลยหรือ รู้สึกเขินจริงๆ ที่มีคนมาชมต่อหน้าแบบนี้ บางทีฉันอาจจะไม่ใช่แค่อัจฉริยะด้านวรรณกรรม อาจจะเป็นอัจฉริยะด้านฆาตกรรมด้วยก็ได้”

            “อะไรนะคะ”

คำพูดแฝงนัยนั่นทำให้เธอขมวดคิ้ว เควินก้มหน้าลงแล้วไล่กวาดสายตาต่อหนังสือตรงหน้าต่อ แต่เขายังคุยกับเธอแบบไม่มองหน้า

            “หนนี้ฉันจะเขียนเรื่องพิษ สมุนไพรพิษ ฆาตกรรมโดยการใช้พิษ”

            “ค่ะ”

            “เบลาดอนน่า พิษที่ทำให้หวาม ทำให้หวาน และฆาตให้ตาย”

            “...”

            คำพูดสั้นๆ จากเขา ทำให้เธอนึกสะดุ้ง เบลาดอนน่า พืชพิษชนิดนี้เธอนั่งอ่านมันถึงสองหน ไม่รู้ว่าทำไมจำเพาะเจาะจงต้องเป็นพืชที่เขาตั้งใจจะใช้ในการดำเนินเรื่องด้วย

            เควินสนใจกับงานตรงหน้า ไม่ได้ชวนเธอพูดคุยอะไรต่ออีกเลย หญิงสาวเองใจไม่ได้จดจ่อกับงานตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว มันกำลังลอยล่องไป...กับบางประโยคของเจ้านายหนุ่ม

            ทำไมเขาช่างดูลึกลับ และอันตรายเสียจริงๆ

            อลิเซียนึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการฆาตกรรมภรรยาของเขาขึ้นมาเสียแล้ว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น