ปรารถนา แสนพยศ

ตอนที่ 9 : คนลามก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

วันนี้เขาเหนื่อยสุดๆ ทั้งเหม็น ทั้งเพลีย กับการต้องทำตามคำสั่งแม่ตัวดี ธีรัชเหนื่อยจนกินข้าวเย็นไม่ลง เขาเดินดุ่มตรงกลับมายังบ้านไม้ซุงเลย แล้วอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มานอนเขลงหมดสภาพอยู่ตรงโซฟา เปิดโทรทัศน์ไว้ดูข่าวแต่ไม่ได้สนใจเนื้อหาเท่าไหร่ เพราะเหนื่อยมาก ตาของเขาค่อยๆ ม่อยหลับลง จนในที่สุดก็หลับเอาจริงๆ อย่างหมดท่าตรงนั้น

เสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะเมื่อเจ้าของบ้านชั่วคราวไม่ได้ตะโกนตอบ รินทร์รญาเห็นเขาไม่ไปรับประทานอาหารเย็น ก็อดห่วงไม่ได้ บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม เธอรอจนค่อนดึก ธีรัชก็ยังไม่ไปหาอะไรรับประทาน เลยตัดสินใจทำข้าวผัดไข่ดาวง่ายๆ มาให้เขา เพราะคิดว่าเขาคงไม่ได้กินอะไรเลย เนื่องจากที่บ้านไม้ซุงไม่มีห้องครัว มีเพียงตู้เย็นที่มีของกินจุบจิบเผื่อไว้เท่านั้นเอง

“สงสัยจะเหนื่อยจัด หลับเลยแหะ วางไว้ตรงนี้ล่ะ”

 เธอตัดสินใจวางถาดอาหารไว้ตรงโต๊ะข้างโซฟา แล้วทำท่าจะหันหลังกลับ แต่เสียงทุ้มๆ ของคนที่ทำเหมือนหลับสนิท ดังขึ้นเสียก่อน เล่นเอารินทร์รญาสะดุ้งโหยง

“มาขโมยอะไร มาแกล้งอะไรพี่อีกหรือเปล่า? เจ้านาย”

“เปล่าเสียหน่อย ลูกหนูแค่มา...มาดูเฉยๆ ว่าพี่ธามน่ะ หมดแรงตายไปหรือยัง งานพรุ่งนี้มีรออีกเยอะเลยนะคะ”

“อ้อ...อย่างนั้นหรือ”

ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นมานั่ง ภาพของเขาในชุดเสื้อกล้ามอวดแขนล่ำๆ กับกางเกงขาสั้น ที่มองแล้วต้องเมินหน้าหนี เพราะมันสั้นแถมบาง ขาก็กว้าง เห็นแว้บๆ ไม่ต้องมโนก็พอจะเดาออกว่า

อีตาบ้านี่ไม่ใส่กางเกงใน!

“กลัวพี่ตาย เลยทำข้าวผัดมาให้ ขอบคุณนะครับ น้องลูกหนู”

 ว่าแล้วเขาก็หยิบจานข้าวอุ่นๆ ขึ้นมา กลิ่นของมันยั่วน้ำลายมากเลยทีเดียว ท้องพานร้องเสียงดังจนรินทร์รญาได้ยิน

“อร่อยมาก ทำเองหรือเปล่านี่”

 เขาตักกินเอา กินเอา ท่าทางน่าอร่อย รินทร์รญาเห็นเขากินแบบนั้นก็ชักจะปลื้ม เพราะเธอเก็บของสดเหลือๆ มาทำให้รับประทาน ไม่นึกว่าธีรัชจะชมขนาดนี้ เกือบจะตอบแล้วว่าทำเอง แต่ก็ชักจะนึกเขินที่ตัวเองเผลอทำดีกับเขาได้ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ปรกติแล้วเป็นคู่กัดไม่ยอมกัน

“ลูกหนูกลัวพี่ธามจะหมดแรง ไม่ได้ทำงานชดใช้ค่าเดิมพันต่อ ลูกหนูไปก่อนล่ะ”

“เดี๋ยวก่อนสิ”

 ธีรัชเรียกเธอไว้ เขากินข้าวผัดแสนอร่อยไปเกือบหมดจาน รินทร์รญาหันมาแล้วต้องทำตาโต เมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็เปลี่ยนท่านั่งเป็นยกขาไขว่ห้าง อะไรๆ มันก็เลยโผล่ออกมาให้เห็น จะ จะ

“กรี๊ด! ตาบ้า ตาโรคจิต กรี๊ดๆ”

รินทร์รญาทนไม่ไหวอีกแล้วกับภาพที่เห็นเธอร้องกรี๊ดๆ อย่างเสียสติ ก่อนจะวิ่งอ้าวออกจากบ้านไม้ซุงไปเลย คนโชว์แบบไม่ได้ตั้งใจ ถึงกับทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ว่าไปทำอะไรเข้านะ เจ้าหล่อนถึงได้วิ่งสติแตกกระเจิงไปได้ขนาดนี้

“อะไรวะ”

...............................................................................................................................................................

 

เช้าวันต่อมายัยตัวแสบของเขา ดูจะหลบหน้าหลบตาเขาและค้อนให้อย่างไรพิกล ธีรัชไม่ได้ถามว่าเพราะอะไรเจ้าหล่อนถึงวิ่งกรี๊ดเสียสติไปอย่างนั้น รินทร์รญาหน้าแดงจัดเมื่อเผลอสบตากับเขาเข้า แล้วก็เมินมองไปทางอื่น อาการของเจ้าหล่อนไม่พ้นสายตาของครองขวัญที่มองอย่างสังเกต

เธอแอบสะกิดให้โตมรมองคนทั้งคู่ผ่านใต้โต๊ะ หากแต่ลุงโตของเธอมัวแต่อ่านหนังสือพิมพ์ ก็เลยขมวดคิ้ว แล้วหันขวับมามองหลานสาว พลางพูดด้วยเสียงอันดังอันเป็นลักษณะเฉพาะตัว

“อะไรกันยัยขวัญ มีอะไร”

“คือ...คือว่า”

 ครองขวัญถึงกับเหวอ ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ แล้วใช้ไหวพริบอันชาญฉลาดเอาตัวรอดจากสายตาสามคู่ที่กำลังมองจ้องเธอเป็นตาเดียว

“เห็นยุงกัดขาลุงโตน่ะค่ะ เลยจะตบให้”

“หืม...มียุงด้วยเหรอ เอ...สาธารณสุขเพิ่งจะมาฉีดไล่ยุงให้ไป ไม่น่ามีนะ ปรกติไม่เคยมี”

ลุงโตขา...คือหนูจะคุยเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องยุง...

ครองขวัญได้แต่บ่นในใจ ทุกคนในโต๊ะต้องฟังโตมรบ่นเรื่องยุง ยาวไปจนถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อจบมื้ออาหารเช้า ทุกคนก็ได้ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับยุงกันไปเพียบ

“วันนี้มีอะไรให้พี่ทำอีกไหม?”

 ธีรัชว่า เขาและเธอออกมายืนกันที่หน้าบ้าน เพื่อเตรียมตัวเข้าไปในฟาร์ม รินทร์รญายังคงนึกถึงภาพวับๆ แวมๆ เมื่อคืนอยู่ ถึงกับสะดุ้ง หน้าแดงจัดอีกหน เธอสะบัดหน้าหนี แล้วเอ่ยออกมาเสียงสั่น

“มีแน่นอนค่ะ พี่ธาม ไปยืนไกลๆ ลูกหนูหน่อยก็ได้ ไม่ต้องมายืนใกล้ขนาดนี้หรอกน่า”

“ทำไม?”

 ธีรัชขมวดคิ้ว เขายืนไม่ได้ชิดหล่อนมากเสียหน่อย แต่รินทร์รญาเขยิบออกห่าง ทำเหมือนรังเกียจเขาเสียเต็มประดา มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มอยากจะแกล้ง รวมถึงไขข้อข้องใจเมื่อคืนด้วย ว่าทำไมจู่ๆ หล่อนถึงวิ่งเตลิดออกมาแบบนั้น

“ก็...ลูกหนูไม่ชอบ”

เธอว่า มือหนานั่นคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน รินทร์รญาถึงกับหันขวับ ตาลดลงมองมือเขาที่จับแขนตนเองไว้ ก่อนจะทำตาดุๆ

“พี่ธาม”

“พี่น่ารังเกียจนักหรือยังไงกัน ถึงได้ทำเหมือนพี่เป็นโรคร้าย ใกล้นิดหน่อยก็ไม่ได้ เมื่อคืนก็อีก จู่ๆ ก็ด่าพี่แล้วก็วิ่งหนีไป พี่ทำอะไรให้”

“คือ...” รินทร์รญาหน้าแดง ธีรัชหรี่ตา แล้วเค้นถามอีกรอบ

“พี่ทำผิดอะไรหรือไง ถึงได้วิ่งหนีกันมาแบบนั้น พี่จะขอบใจลูกหนูที่อุตสาห์ทำกับข้าวให้กิน ไม่ได้คิดจะลวนลามอะไรเลยนะ”

“คือ...”

“หรือว่าเพราะเราชอบทะเลาะกันบ่อย ลูกหนูถึงได้...รังเกียจพี่ ก็น่ะ...พี่จะบอกว่า จริงๆ แล้วพี่”

ธีรัชกลืนน้ำลาย บางคำที่อยากจะบอกกับเธอมารวมกันอยู่ที่ริมฝีปาก รอแค่จะเปล่งออกมาก็เท่านั้น

“พี่อยากจะรู้ว่าทำไมลูกหนูถึงวิ่งหนีมาแล้วด่าว่ายังกับพี่ทำอะไรไม่ดี”

ทำไมมันพูดยากจังแหะ กับคำว่าไม่ได้ตั้งใจจะแกล้ง พูดยากจังกับคำว่าขอโทษกับทุกสิ่งที่ทำลงไป เฮ้อ...

“เพราะพี่ธามไม่ใส่กางเกงใน”

 เธอหลับหูหลับตาพูดขึ้นมาจนได้ ธีรัชเลยนึกขึ้นได้ว่า เมื่อคืนเขาไม่ได้ใส่กางเกงในจริงๆ ด้วย แล้ว...รินทร์รญารู้ได้ยังไงกัน เขาปล่อยมือจากแขนเธอ เป็นฝ่ายมีสีเลือดขึ้นที่โหนกแก้มบ้าง แต่ธีรัชก็คือธีรัช ถ้าจะมาทำอายทำเขิน เสียฟอร์มแย่

“แล้วยังไง ธรรมดาจะตายที่ผู้ชายจะไม่ใส่กางเกงในนอน แล้วทำไมลูกหนูรู้”

“ก็มัน...มันเห็น...โอ๊ย...อย่าถามอีกได้ไหมคะ ไม่อยากจินตนาการภาพของ...ของ...”

 รินทร์รญา สั่นหน้ารัว แล้วเอ่ยโพล่งขึ้นมา

“เงาะเน่า”

“หะ!

“ลูกหนูไปล่ะ วันนี้บ่ายๆ ลูกหนูค่อยเอางานไปให้ทำ”

 ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็วิ่งอ้าว หนีเขาไปขึ้นรถจิ๊ปที่ก้อยกุ้ง ขับมาจอดรับ เธอเร่งให้ลูกน้องคนสนิทขับออกรถไปเลย โดยทิ้งธีรัชให้กะพริบตาปริบๆ กับศัพท์ที่เธอใช้เรียก...

“มันเหมือนตรงไหนล่ะนั่น”

คนลามกแบบไม่ได้ตั้งใจบ่นพึม ดูเอาเถอะเปรียบเข้า แล้วเขาก็อมยิ้ม ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ยืนหัวเราะงอหายอยู่ตรงนั้น หัวเราะจนครองขวัญต้องออกมาดูว่าน้องชายเป็นบ้าอะไรไปแล้ว

ธีรัชยังคงมีรอยยิ้มแม้จะออกไปทำงานแล้วก็ตามที

บางทียัยลูกหนูตัวแสบ ก็มีมุมน่ารักน่าเอ็นดูอยู่เหมือนกันนะ

 

...........................................................................................................................................................................

 

“อะไรนะ!

ธีรัชต้องอุทานเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ กับงานที่เจ้าหล่อนสรรหาให้เขาทำ แม่ตัวแสบยักไหล่ หนนี้น่าหมั่นไส้ทวีคูณตรงมีเจ้าก้อยกุ้งยืนกางร่มให้ด้วยนี่แหละ

“พี่ธามต้องเก็บกะหล่ำปลีพวกนี้” เธอชี้นิ้วไล่ไปแต่ล่ะแปลง แถมนับให้ฟังด้วย

 “หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด...แปดแปลงนี้ให้เรียบร้อยค่ะ นี่คืองานบ่ายนี้”

“หะ!

 คิ้วเข้มๆ พันกันยุ่ง เธอยิ้มยั่ว แล้วเอ่ยซ้ำอีกรอบ

“งานวันนี้คือเก็บกะหล่ำปลีค่ะ เร็วๆ ด้วยนะคะ มีร้านมารอรับซื้อเลย ของปลอดสารพิษ แล้วก็พิเศษตรงทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้วยนะคะแปดแปลงนี้ ครีเอตโดยลูกหนูเอง ขายดี คนเร่งใช้ค่ะ ด่วนค่ะ”

“โอเค ได้เล้ย...”

 ธีรัชทำเสียงสูง ก่อนจะเร่งลงมือทำงานตามที่เธอสั่ง รินทร์รญาหันไปยักคิ้วกับก้อยกุ้ง ที่ยกนิ้วโป้งให้เธอ

แดดยามบ่ายร้อนจัด แถมต้องมาเก็บผักทั้งๆ ที่ร้อนแบบนี้ ธีรัชทำงานไปก็หันไปมองคนสั่งไปด้วยสายตาวาวโรจน์ นี่ขนาดสองวันนะ ยังไม่ถึงเดือน เจ้าหล่อนหางานมาให้เขาแต่ล่ะงานนี่...ต้องเรียกได้ว่าจัดหนักทั้งนั้น

คอยดูนะ...เขาต้องจัดการล้างแค้นคืนให้ได้

ว่าแต่จะล้างแค้นแบบไหนดีล่ะ...

ชายหนุ่มหรี่ตา พลางลอบมองใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม ที่กำลังคุยกับก้อยกุ้งแล้วหัวเราะคิกคัก นัยน์ตาคมเผลอมองปากอิ่มที่กำลังเจรจาแจ้วๆ อย่างมันเขี้ยว

พอจะรู้ล่ะ ว่าจะจัดการแก้แค้นเจ้าหล่อนแบบไหนดี หึๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

1 ความคิดเห็น