ปรารถนา แสนพยศ

ตอนที่ 8 : ทาสของรินทร์รญา หึ หึ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

มฆวันรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ที่รินทร์รญาไม่ได้มีทีท่าสงสัย หรือจับผิดอะไร แสดงว่าไอ้ลูกพี่ลูกน้องนั่นต้องจำเขาไม่ได้แน่ๆ เลยไม่ได้เล่าให้หล่อนฟัง ตอนนี้หญิงสาวพาเขาเข้ามานั่งคุยกันในสวน และชวนเขาทำของว่างเพื่อรับประทานกันมื้อบ่าย ชายหนุ่มก็เออออตามใจ ทั้งที่ไม่เคยชอบทำอาหารเลยสักนิด

“วันนี้ลูกหนูลงทุนเบี้ยวงานเลยนะคะนี่ พี่มาร์คมาไม่บอกเลย เซอร์ไพรส์มากๆ”

“อยากจะมาให้ตกใจน่ะครับ เลยไม่ได้นัดก่อน พอดีพี่ปลีกตัวมาได้ ก็เลยมาหาลูกหนูเลย คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว”

ชายหนุ่มทำปากหวาน รินทร์รญายิ้มเขิน แล้วชวนเขาปั้นแป้งทำบัวลอย เธอสอนให้เขาทำเป็นลูกเล็กๆ แป้งผสมกับเผือกและมัน แยกเป็นสีๆ วางในถาด มฆวันแอบเบ้ปากเล็กน้อย เพราะไม่ชอบความเลอะเทอะแบบนี้ เขาพับแขนเสื้ออย่างระวัง ค่อยๆ หยิบจับแป้งแล้วเอามาปั้นช้าๆ เพราะเกรงว่าจะเลอะเสื้อราคาแพงของตน

“ลูกหนู มาซุ่มทำอะไรตรงนี้ มีแขกเหรอ”

 ครองขวัญเอ่ยทักทายเสียงหวาน เธอจงใจเลือกแต่งกายให้วับๆ แวมๆ นิดหนึ่ง เพราะมีเป้าหมายอะไรบางอย่าง ปากทักรินทร์รญา แต่ตามองไปยังมฆวัน เขาดูเป็นหนุ่มสำอางมาก ผิวขาวจัด แต่งตัวเหมือนจะไปเดินแฟชั่น ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร กำลังมองเธออย่างสนใจ ครองขวัญยิ้มหวาน ขยับสร้อยเพชรที่สวม ทำเหมือนบังเอิญ แต่ให้ประกายมันวูบวาบเข้าตาอีกฝ่าย แน่นอนรวมถึงแหวนเพชรเม็ดเป้งนั่นด้วย โตมรสั่งให้เธอเตรียมของพวกนี้มาด้วย ครองขวัญตอนแรกไม่รู้วัตถุประสงค์ แต่ตอนนี้สาวหัวไวคิดว่าตนรู้แล้ว เมื่อเห็นชัดๆ ว่ามฆวันตาเป็นประกายเมื่อเห็นของวูบวาบเหล่านี้ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นแบบเดิม แค่แวบเดียว แต่ก็ทันเห็นล่ะน่า...

“แขกค่ะ แขกสำคัญ”

รินทร์รญาพูดยิ้มๆ ครองขวัญทรุดลงนั่งข้างๆ กับมฆวัน เธอแสร้งนั่งเบียดเขานิดหน่อยแล้วเอ่ยขอโทษ เพราะนั่งทำขนมกันบนเสื่อ แบบง่ายๆ

“แขกสำคัญ” หญิงสาวทำตาโต แล้วเอียงคอด้วยท่าทางน่ารัก

“อ้อ...คู่หมั้นลูกหนูหรือเปล่า ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ดีใจ๊ ดีใจที่ได้เจอตัวเป็นๆ เสียที”

และก่อนที่ใครจะทันคาดคิด ครองขวัญก็โถมเข้ากอดมฆวันแรงๆ ชายหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับล้มลงเพราะแรงโถมนั่น รินทร์รญาเองก็ตกใจจนอ้าปากค้าง เมื่อจู่ๆ ญาติสาวของเธอก็กระโดดกอดคู่หมั้นจนล้มกลิ้ง โดนถาดใส่แป้งขนมเกลื่อนกระจาย

“ว้าย...ขอโทษค่ะ เปื้อนแป้งหมดแล้ว ขอโทษๆ ขวัญดีใจก็มักจะทำอะไรโก๊ะๆ แบบนี้ล่ะค่ะ แหม...ก็ดีใจว่าได้ญาติเพิ่ม”

ครองขวัญแก้ตัววุ่นวาย เมื่อช่วยดึงอีกฝ่ายขึ้นมาจากท่ากลิ้งลงไปบนเสื่อนั่น ตอนนี้หน้าตาเนื้อตัวของเขาเลอะแป้งไปหมด มฆวันนึกอยากจะด่าแม่นี่ แทนที่จะยิ้มให้อย่างนี้นัก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แหะๆ ผมไม่ถือ”

“แป้งเลอะไปหมดเลยค่ะพี่มาร์ค ไปเปลี่ยนเสื้อไหมคะ”

 รินทร์รญาว่า ชายหนุ่มสั่นหน้า มองดูเสื้อผ้าราคาแพงของตน เสื้อสีดำเลอะแป้งเป็นด่างๆ เสียดายตายแน่ถ้าซักไม่ออก

“ไม่เป็นไรครับ พี่กลับเลยดีกว่า พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระที่โรงพยาบาล”

“อ้อ...ค่ะ”

รินทร์รญาลุกขึ้น ครองขวัญเองก็ลุกขึ้นเช่นกัน เธอเอื้อมมือดึงแขนของมฆวันมาแล้วปัดแขนเสื้อให้ แสร้งเอาหน้าอกเบียดอย่างจงใจ เมื่อรินทร์รญาก้มลงเก็บของ

ตาต่อตามองสบกัน ขณะที่ครองขวัญยักคิ้วให้แล้วแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากเล็กๆ ด้วยท่าทีเชิญชวนแบบสาวเจ้าชู้ มฆวันหรี่ตาลง เขาขยิบตาให้เธอ ครองขวัญอมยิ้มขณะที่เอ่ยขอตัวเพราะเสื้อผ้าก็เปื้อนเช่นกัน แล้วแอบมองตามคนทั้งคู่ แค่นี้ก็แน่ใจแล้วล่ะว่า อีตามฆวันอะไรนี่ ไม่ใช่คนดีอย่างที่ลุงของเธอว่าไว้จริงๆ

เปลืองตัวนิดหน่อย แต่ได้ผลดีเป็นบ้า...

 

...............................................................................................................................................................

 

“พี่ขอโทษจริงๆ นะลูกหนูรับแขกแรงไปหน่อย”

 ครองขวัญว่าเย้าๆ ตอนนี้สองสาวเก็บเอาแป้งที่ตกกระจาย มาทำความสะอาด และช่วยกันปั้นแป้งบัวลอยต่อ รินทร์รญาเอียงคอ มองหน้าของลูกพี่ลูกน้องสาว ก่อนจะเอ่ยถามตรงๆ

“พี่ขวัญ มีอะไรกับแฟนลูกหนูหรือเปล่าคะ”

“ก็...พี่อยากทดสอบอะไรนิดหน่อย”

“ทดสอบ?” รินทร์รญา ยักไหล่ พอจะรู้เค้าแล้วว่าทำไมพี่สาวเธอถึงได้ทำให้คู่หมั้นเธอกลิ้งไม่เป็นท่าแบบนั้น

 “พ่อหรือเปล่าคะ นี่มาใส่ไข่อะไรพี่มาร์คแน่ๆ”

“แหม...ก็ลุงโตรักลูกหนูมาก ก็ธรรมดานั่นแหละจ้ะ”

“จะว่าไปลูกหนูเองก็ไม่ได้ผลีผลามอะไรหรอกนะคะ นี่ก็ดูไปเรื่อยๆ ถึงพ่อจะไม่ให้แต่ง ลูกหนูก็ยังไม่แต่งง่ายๆ หรอกค่ะ บางทีคนเราก็ต้องศึกษากันไปนานๆ ลูกหนูเพิ่งจะคบกับพี่มาร์แค่สองปีกว่าๆ ที่ยอมหมั้นเพราะว่าพี่มาร์ค...อืม...”

เธอคิดถึงตอนที่เขารวบรัดขอหมั้น มือเหยียดนิ้วออก แหวนเพชรวงเล็กสะท้อนแดดเป็นประกายจับตา ครองขวัญเห็นความลังเลนิดหน่อยของรินทร์รญา เธอเลยได้โอกาสถ่างรอยนั่นให้กว้างทันที

“จริงๆ นะพี่ว่าบางทีคนเราต้องดูนานๆ บางอย่างเสือก็ซ่อนลายไว้ บางคนก็ลึกจนเกินจะหยั่งใจได้”

“พี่ขวัญให้คะแนนคู่หมั้นลูกหนูเท่าไหร่ค่ะ จากสิบเต็ม”

 รินทร์รญาแสร้งถาม ครองขวัญยักไหล่ แล้วไม่ตอบ เธอชวนคุยเรื่องอื่นเสียอย่างนั้น

“พี่ว่าพี่ปั้นสีม่วงเยอะๆ ดีกว่า นี่แป้งผสมเผือกใช่ไหม พี่ชอบกินเผือกมากเลยอะ จำได้ว่าลุงโตก็ชอบทำเผือกเชื่อม อร๊อย อร่อย เอ่อ...ตอนนั้นแฟนลุงโตน่ะ ลูกหนูจำได้ไหม ชื่ออะไรน้า...ที่ชอบทำพวกของหวานมาให้เรื่อย”

“ยัยป้าวิลาวรรณนั้นล่ะเหรอคะ”

 รินทร์รญาเบ้ปาก เธอกันท่าแฟนของผู้เป็นพ่อทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะหวงโตมร มาตรฐานของเธอสูงนัก ที่จะยอมรับให้มาเป็นว่าที่แม่เลี้ยง

“นั่นล่ะ ทำอร่อยเนอะ ตอนนั้นพี่มาเที่ยว ได้กินพอดี แล้วก็ได้เห็น...”

 เธอคิดแล้วก็หัวเราะคิกคัก รินทร์รญาเองก็หัวเราะกิ๊กเลยเหมือนกัน

“ระบำคนแก่ อิอิ”

“ลูกหนูนั่นล่ะไปแกล้งแก เอาจิ้งจกหยอดหลังแกแบบนั้น พวกเราเลยอดกินของอร่อยเลย ลุงโตบ่นอุบเลยว่าไม่น่าทำ เพราะอดกินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

“แหม...ก็ยัยป้านั่นน่ะ เห็นเงินของพ่อลูกหนูแล้วตาวาวๆ ไม่ได้รักชอบอะไรพ่อเสียหน่อย ลูกหนูรู้ทันหรอกค่ะ ชอบมาถามเรื่องเงินเรื่อย ลูกหนูแกล้งเอาทองเอาเครื่องประดับมาใส่ แม่นั่นก็ทำตาโตยังกะไข่ห่าน ดีแล้วล่ะค่ะ ที่ไม่ได้กัน ขืนได้กันนะคะ ลูกหนูต้องนอนกอดเงินพ่อไว้ กลัวป้านี่เอาไปผลาญในบ่อน ได้ข่าวว่าชอบเข้าบ่อนเสียด้วย”

“น่ะ บางคนก็รักชอบเงิน มากกว่าตัวเราเนาะ”

 ครองขวัญแสร้งว่า นัยน์ตาเป็นประกายของมฆวัน บอกได้ดีว่าเขาเป็นคนประเภทไหน หวังว่ารินทร์รญาจะสังเกตุนะ

“อืม...ค่ะ บางคนก็ต้องมีบททดสอบ”

เธอพยักหน้า คิดถึงเรื่องของคู่หมั้นของตนเองขึ้นมา เงินห้าแสนนั่น เป็นบททดสอบอย่างดีเลยก็ว่าได้ แต่เขาไม่ได้มีท่าทีพูดถึงมันเลย ทั้งที่เวลาผ่านมาเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว

เธอจะลองดูไปเรื่อยๆ ก่อน รินทร์รญาไม่ใช่คนที่ใช้แต่หัวใจในการตัดสินและคัดคนเข้ามาในชีวิต เธอใช้สมองด้วย กับมฆวันเองเธอก็ไม่ได้ทุ่มเทความรักหลงแบบเต็มร้อย รักของเธอคือค่อยๆ ซึมซับมากกว่า และกับมฆวันที่เธอยังไม่ยอมตกปากรับคำแต่งงานกับเขา นั่นก็เพราะยังรักเขาไม่ได้เต็มร้อยนั่นเอง

“จริงสิ ว่าแต่ลูกหนูน่ะ ชนะนายธามแบบนี้ ตกลงว่าจะให้นายธามทำอะไรล่ะ ใช้ให้หนักๆ อ่วมๆ เลยนะ พี่อยากเห็นเสือสิ้นลาย”

ครองขวัญยุ รินทร์รญาอมยิ้ม ก่อนจะพยักหน้า

“อ่วมแน่นอนค่ะ พี่ธามน่ะร้ายกับลูกหนูมาก ลูกหนูต้องเอาคืนให้คุ้ม”

“นายธามเคยทำอะไรเหรอ รังแกอะไร ฟ้องพี่ได้เลย”

“พี่ธามเคยจะ...”

เหมือนรู้ว่าหลุดปากพูดอะไรออกไป เธอหุบฉับทันเสีย หน้าหวานแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ครองขวัญขมวดคิ้ว เมื่อเห็นอาการของเธอ

“จะ...นายธามจะทำอะไรเหรอ?”

“คือ...พี่ธามเคยแกล้งให้ลูกหนูเป็นคนรับใช้อยู่ตั้งอาทิตย์แนะค่ะ ร้ายกาจมาก แกล้งต่างๆ นานาด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นต้องเอาคืนให้หนักเลย ลูกหนูคิดงานแรกไว้แล้วหรือยังล่ะ”

“คิดไว้แล้วล่ะค่ะ” รินทร์รญาอมยิ้ม

 “งานแรกน่ะ ทั้งประทับใจ มาเต็มทั้งรูป รส กลิ่นเสียงเลยล่ะค่ะ”

“เอ๋?”

ครองขวัญเอียงคออย่างสงสัย เธอยักคิ้วให้แล้วชวนให้ทำขนมด้วยกันต่อ ถึงทีของเธอแล้ว ธีรัชอย่ามาร้องโอ๊ย ก็แล้วกัน

 

............................................................................................................................................................................

 

“อะไรนะ!

 ธีรัชออกอุทาน แล้วมองคอกวัวขนาดใหญ่ กลิ่นไม่ต้องพูดถึง เพราะมันกำลังรอการชำระล้างทำความสะอาดอยู่ ปรกติแล้วต้องล้างสองเวลาคือเช้าเย็น แต่วันนี้เธอกะดองไว้เต็มที่เพื่อให้ธีรัชจัดการมันคนเดียว คนสั่งยืนท้าวเอว ก่อนจะพยักหน้า

“ต้องให้บอกซ้ำหรือคะ ล้างคอกวัวค่ะ ดูปากลูกหนูนะคะ ล้าง...คอก...วัว...”

“แต่นี่มันใช่หน้าที่ที่พี่ต้องทำหรือไง”

“แน่นอนค่ะ ก็พี่เป็นลูกน้องของลูกหนู ก็ต้องทำตามที่ลูกหนูสั่ง หรือจะเบี้ยวสัญญาคะ ว้า...ลูกผู้ชายอะไร...”

“ทำสิ พี่ทำแน่”

ธีรัชมองเจ้าหล่อนด้วยนัยน์ตาเป็นประกายวาวโรจน์ พลางคว้าเครื่องมือ แล้วกระโจนลงไปในคอกวัว ก่อนจะเริ่มทำงาน เขาฉีดน้ำจากสายยางล้างบรรดาสิ่งปฎิกูลทั้งหลาย ท่าทางแข็งขันไม่ได้ดูรังเกียจอะไร ต่างจากภาพที่เธอคิดไว้นัก ว่าเขาจะต้องทำไปพร้อมๆ กับทำหน้ารังเกียจพวกของสกปรกแบบนี้

ก็ดูใช้ได้แหะ...ไม่ได้จับจด เกี่ยงงานหนักอะไร พี่ธามคนนี้ดูเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว แปลกจริง...

หญิงสาวคิดในใจ เธอยืนคุมงานอย่างแข็งขัน แล้วลงมือชี้นิ้วบอกให้ทำตรงนั้นนี้ ด้วยทีท่าชวนกวนประสาท ธีรัชได้แต่มองเธออย่างอาฆาต ในใจคิดว่าจะต้องจัดการแก้ลำคืนเจ้าหล่อนให้ได้

หลังจากคอกวัวสะอาดเอี่ยมแล้ว ธีรัชก็ทั้งเลอะทั้งเปียกน้ำ คนยืนบงการยิ้มกริ่ม กอดอกเดินดูผลงานไปมา ก่อนจะพยักหน้า

“ใช้ได้เลยค่ะ สะอาดดีล่ะ เออ...จริงสิคะ มีคอกแกะตรงโน้นอีกสองคอก รอให้พี่จัดการอยู่ ไปด่วนเลยค่ะ เดี๋ยวช้าจะกินอาหารเย็นกันค่ำ”

“อะไรนะ”

ธีรัชอุทานซ้ำอีกคน คนสั่งยักคิ้ว ก่อนจะตอบคำถามเขาได้อย่างกวนประสาทสุดๆ

“ดูปากลูกหนูนะคะ ล้าง...คอก...แกะ...ค่ะ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น