อุบายเสน่หา (พราวพร พราวพลอย)

ตอนที่ 6 : หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 มิ.ย. 61

เขตแดนจับมือกับคนตรงหน้าแล้วบีบแน่น พลางเขย่าเบาๆ เขายิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพึมพำขอบคุณคนตรงหน้า

            ขอบใจมากนะรวิชญ์ ที่นายรับข้อเสนอของฉัน รับรองว่างานนี้ต้องดังแน่ๆ

            ฉันสิต้องขอบใจนายมากกว่า ฉันกลัวแทบแย่ว่านายจะไม่รับงานนี้ ถ้านายไม่รับล่ะก็ เฮ้อ...คงต้องปวดหัวไปอีกนาน โปรเจคฟ้าผ่าแบบนี้เสียด้วย ไม่รู้จะเชื่อมือใครดี เขตแดนหัวเราะ เขามองรูปของพราวพลอย ที่อยู่ในแฟ้มงานของรวิชญ์

             รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่ม ทำเอารวิชญ์อดสงสัยบางอย่างไม่ได้ เพราะปรกติน้อยครั้งนัก ที่เขตแดนจะขอล็อคตัวนางเอกเอง รวิชญ์ตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ

            กำลังจะเล่นอะไรหรือเปล่าเนี่ยเข้ม ?  ชักจะสงสัยว่ะ นางเอกที่นายเสนอมา สวยมากๆ หรือว่า... รวิชญ์หรี่ตามองหน้าเขตแดน ที่มีนัยบางอย่างแฝงอยู่ ในนัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทของเขา

            “เปล่านี่

            เด็กนายหรือเปล่าวะ รสนิยมดีนี่หว่า หน้าตาสวยแบบเก๋ หายากและมองไม่เบื่อจริงๆรวิชญ์ มองภาพพราวพลอยแล้วผิวปากหวือ เธอสวยเก๋ หน้าตาคมเฉี่ยว มีเสน่ห์ชวนมอง เขตแดนตาถึงจริงๆ

            สวยจริงอย่างที่นายว่า แล้วก็ท้าทายด้วย ประโยคหลังของเขตแดนทำให้เขาย่นคิ้ว

            แล้วยังไงที่ว่าท้าทายน่ะ

            ไม่มีอะไรหรอก ฉันกลับก่อนนะ อ้อ...อย่าลืมเรื่องที่ว่าฉันเป็นผู้กำกับล่ะ ใช้ชื่อนายไปก่อน ไม่อยากให้เสียเรื่องว่ะ เขตแดนว่า และตบบ่าเพื่อนสนิทตอบเบาๆ เขายิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับรวิชญ์ ที่หรี่ตามองเขาอย่างสงสัยกับสิ่งที่เขตแดนทำ เมื่อคล้อยหลังผู้กำกับหนุ่มชื่อดังไปแล้ว เขาก็บ่นพึมพำกับตัวเองว่า

            แปลกแหะ... หมอนี่ แต่ว่ายังไงก็โล่งอกแล้วล่ะเรา งานนี้ได้โบนัสจากบอสเจ๋งๆ แน่ๆ หึ หึ นายเข้มยอมทำงานให้แล้ว อย่างน้อยก็วางใจไปได้เกือบครึ่งว่าต้องดีและไม่มีปัญหา

 

 

            เขตแดนอารมณ์ดี จนต้องเดินผิวปากออกมาจากห้องของรวิชญ์ และเดินเรื่อยๆ มายังชั้นล่างของอาคาร เขาชะงักเท้าที่จะก้าวออกจากนอกตึกใหญ่ ของที่ทำงานของรวิชญ์

             เมื่อเห็นรถยนต์คันหนึ่งมาจอด พร้อมกับร่างเพรียว ในชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้มลายสลับขาวสั้นเหนือเข่าที่ก้าวลงมาจากรถ และร่างอวบอ้วนที่เปิดประตูลงเดินตามมาติดๆ  เขตแดนแอบหลบที่มุมเสาต้นใหญ่ เพื่อไม่ให้คนที่ลงมาสังเกตเห็นได้ ทั้งคู่คุยกันเสียงดังพอได้ยิน ทำเอาเขาต้องแอบอมยิ้ม

            เราจะได้ไหมนะพี่ส้มจี๊ด

            จะมากลัวอะไรตอนนี้คะน้องพลอย แหม...ก็เขาเลือกน้องพลอยมาเทสเองเลยนี่คะ

            แล้วแน่ใจนะคะว่าผู้กำกับไม่ใช่นายเขตแดนจริงๆ” พราวพลอยยังลังเล ความตื่นเต้นทำให้ใบหน้างดงามซีดเผือดไปเล็กน้อย ส้มจี๊ดจับมือบางมากระชับแน่นอย่างให้กำลังใจ

            ค่ะ พี่ถามแล้วถามอีก รู้สึกจะชื่อรวิชญ์น่ะค่ะ คนนี้ก็ผลงานดีมากๆ มือขวาของเจ้าของผู้จัดค่ายนี้เลยนะคะ

            ถ้าอย่างนั้นพลอยก็โล่งใจ พลอยจะสู้ตายเลยค่ะ เพื่อพี่ส้มจี๊ด เพื่อร้านของแม่กับคุณพีช แล้วก็เพื่ออนาคตพลอยด้วย

            สู้ๆ ค่ะพี่เอาใจช่วย

            ค่ะ พลอยจะทำให้ดีที่สุด พราวพลอยสูดลมหายใจเข้า พลางกำมือเข้าหาตัวแน่น ทำท่าเหมือนนักกีฬา เวลาเรียกพลังให้กับตัวเอง

             ส้มจี๊ดอดขำท่าทางของหญิงสาวไม่ได้ เขามองสำรวจร่างงดงามของพราวพลอยอีกครั้ง  ก่อนจะล้วงเอาหวี มาใช้หวีผมยาวมันขลับของพราวพลอยอีกรอบ จนมันนิ่มสลวย และจับร่างบางให้หันมาเต็มตัว

            เขามองกวาดไปทั่วใบหน้าสวยเก๋ ที่ตกแต่งไว้อ่อนๆ ไม่เข้มมาก แต่ก็ทำให้พราวพลอยดูสวยและมีเสน่ห์แบบใสๆ ผมยาวดำเป็นมัน ที่แค่แปรงเท่านั้น ก็ทิ้งตัวสวยและเรียบตรง ร่างบางในชุดเสื้อคอปาดสีน้ำเงินสลับขาว สวมสร้อยเส้นยาวสีขาวและกำไลข้อมือสีเดียวกัน เข้าชุดกับรองเท้า ส้มจี๊ดมองหาที่ติไม่เจอ แล้วก็พยักหน้ากับพราวพลอย

            ไปกันได้แล้วค่ะ รับรองว่าผ่านแน่ๆ

            รับรองว่าผ่านอยู่แล้ว หึ หึ เขตแดนหัวเราะกับตัวเอง เมื่อมองตามร่างของพราวพลอยและส้มจี๊ด ที่ขึ้นไปยังห้องทำงานของเพื่อนสนิทของเขา

             ชายหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่มีใครเคยหนีเขาพ้นมาก่อน และพราวพลอยกำลังเป็นเป้าหมาย ที่เขตแดนต้องการเก็บเธอไว้ ในคอเลคชั่นส่วนตัวของเขา ความต้องการที่เขามีต่อเธอ  มันทำให้ชายหนุ่มอยากเอาชนะ เขาแทบรอเวลา ที่จะไปร่วมงานกับเธอที่ญี่ปุ่น ไม่ไหวเลยทีเดียว...

……………………………………………………………………………………………………

 

            ภคินมองหน้าใสๆ ที่เดินเคียงข้างเขา ก่อนจะอมยิ้มเมื่อเห็นพราวพร เอาแว่นกรอบโตของเธอขึ้นไปคาดไว้บนศีรษะ และนวดดั้งจมูกเบาๆ วันนี้เขาและเธอออกมารับลูกค้า ยังห้างสรรพสินค้าที่นัดกัน เพื่อดูบูธที่จัดงานพิเศษ เพื่อโปรโมทสินค้าของบริษัท

             พราวพรทำงานกับเขามาเกือบสองอาทิตย์ และเป็นคนที่ภคินลงความเห็นว่า เธอทำงานได้ดีและตั้งใจทำงานมากๆ เธอดูจริงจังกับงานที่เขามอบให้ และทำเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาไม่นานนัก ภคินรู้สึกดีใจที่ได้เลขานุการทรงประสิทธิภาพแบบเธอมาร่วมงานด้วย

            แว่นคุณพราวอันใหญ่ไปหรือเปล่าครับ ผมเห็นกดจนเป็นรอยเลย ไปตัดแว่นที่อันเล็กว่านี้ไม่ดีกว่าหรือครับ

            เอ่อ...พราวยังไม่ชินน่ะค่ะ พราวพรหันมายิ้มแหยๆ ให้กับเจ้านายหนุ่ม เมื่อเห็นใบหน้าสวยเก๋ของพราวพร แบบไม่มีแว่นอันใหญ่มาบดบังเต็มตา ภคินก็แทบชะงักมองเธอตาค้าง เขาเผลอมองไล่ไปทั่วใบหน้ารูปไข่ของเธออย่างอดไม่ได้

            คิ้วเรียว ตาคมสวย จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเรื่อ แก้มของเธอมีสีแดงเรื่อ ๆ เพราะอากาศร้อน พราวพรไม่ค่อยแต่งหน้ามากนักนอกจากผัดแป้งนิดหน่อย และทาลิปสติกอีกเล็กน้อยเท่านั้นเอง ความงามของพราวพร เป็นความงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะตาสวยคมเฉี่ยวที่มีเสน่ห์นั่น ภคินถึงกับถอนใจลึกเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคู่งาม หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วอย่างไม่ได้ตั้งใจ...

นี่มันอะไรกันนะ

            อืม...ขอโทษนะครับคุณพราวสายตาสั้นมากหรือเปล่าครับ ผมว่าถ้าไปทำเลซิกจะดีกว่าไหมครับ เดี๋ยวนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ด้านสายตานี่ก้าวหน้ามาก จะได้ไม่ต้องทนรำคาญกับแว่นสายตาไงครับ

            ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไว้พราวจะไปตัดแว่นใหม่ดีกว่า อันนี้มันคงใหญ่ไปจริงๆ” พราวพรว่า

             จะบอกได้ยังไงว่า แว่นที่เธอสวมนี่เป็นแว่นกรอบใสธรรมดาๆ เธอสายตาดีเยี่ยม ไอ้ที่ต้องทนรำคาญกับเจ้าแว่นกรอบหนาอันนี้ เพราะเธอใช้อำพรางหน้าต่างหากเล่า

            แต่ผมว่าเวลาคุณพราวไม่ใส่แว่น สวยมาก... ภคินเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มยังมองใบหน้างดงามนั้นอย่างเผลอไผล

            พราวพรมันแต่สนใจกับการนวดดั้งจมูกตัวเอง จึงไม่ได้สนใจฟังว่าเจ้านายพูดอะไร เธอเลยหันมาถามอย่างสงสัย เพราะไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน

            อะไรนะคะ

            เอ่อ ...ปละ...เปล่าครับ ผมว่าเรากลับบริษัทกันดีกว่า พอดีผมนัดต้องเอารายงานให้กับคุณนรินทร์ด้วย ภคินรีบพูดกลบเกลื่อน เมินหน้าไปจากใบหน้างดงามของพราวพรเสีย

 นี่เป็นอะไรไปนะภคิน...ชายหนุ่มถามตัวเอง หัวใจที่นิ่งสงบมาตลอด และมีแต่คนรักเก่าอยู่ในใจ จนไม่หันไปมองใคร ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            นั่นคนที่โฆษณาชาเขียวหรือเปล่านะเธอ เสียงพึมพำซุบซิบของคนที่เดินสวนมา ทำให้พราวพรแทบเอาแว่นลงมาสวมตามเดิมเกือบไม่ทัน

             หญิงสาววัยรุ่นสองคนที่เดินสวนกับเธอและภคิน ขณะที่เขาและเธอ เดินไปยังลานจอดรถ มองพราวพรแบบจ้องเขม็ง และหันไปคุยกันสองคน พราวพรทำหน้าเฉยๆ ไม่รู้ไม่ชี้ เพราะว่าตั้งแต่ที่น้องสาวฝาแฝดไปถ่ายโฆษณา ความสวยเก๋น่ารักของพราวพลอย ยิ่งเตะตาใครต่อใคร และเป็นที่พูดถึงมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว นี่แหละสาเหตุ ที่ทำให้พราวพรต้องทนรำคาญกับแว่นกรอบหนา ที่ปิดบังใบหน้าเธอไปเกือบครึ่งหน้าแบบนี้

            ไม่ใช่หรอกมั้ง พี่เขาดูเป็นสาวนักทำงานจะตาย หน้าตาคล้ายๆ กันมากกว่า ดูไม่เห็นเหมือนดาราหรือนางแบบเลย หญิงสาวอีกคนว่า เมื่อกวาดตามองร่างเพรียวของพราวพร ที่อยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มแบบเรียบร้อยเสมอเข่า ผมยาวดำมันเกล้าไว้เป็นมวยด้านหลัง แถมแว่นกรอบหนานั่นอีก ดูยังไงก็ไม่น่าจะเหมือนหญิงสาวที่ไปเฉิดฉายอยู่หน้าจอโทรทัศน์ และตามโปสเตอร์โฆษณา

            ในที่สุดเจ้าหล่อนทั้งสองก็เลิกสนใจพราวพร ทำให้เจ้าตัวแทบถอนหายใจออกมาดังๆ ด้วยความโล่งอก พราวพรอึดอัดกับสายตาจ้องมองของผู้คน เพราะความที่มีโลกส่วนตัวสูง เธอไม่ค่อยชอบเวลาใครมามองและซุบซิบ แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อพราวพลอยฝาแฝดผู้น้อง กลายเป็นดารานางแบบดังแบบนี้เสียแล้ว พราวพรก็ต้องต้องหลบเลี่ยงกับสายตาผู้คนเอาหน่อย

            รอผมตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมไปถอยรถมา ภคินว่า ก่อนจะเดินก้าวยาวๆ ไปที่รถสีดำคันหรูของเขา พราวพรยืนรอเจ้านายหนุ่มอยู่สักครู่ ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น !

            “ว้าย !” พราวพรร้องอุทานอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆ ก็มีมือลึกลับมากระชากกระเป๋าไปจากอ้อมแขนเธอ ร่างผอมเกร็งของเจ้าวายร้ายวิ่งไปอย่างคล่องแคล่ว ภคินหันขวับตามเสียงอุทานของเลขานุการสาว เขาวิ่งตามมันไปทันทีอย่างรวดเร็ว ทำให้พราวพรวิ่งตามไปด้วยอย่างตกใจ

            ปล่อยนะ! “ ภคินตวาด เมื่อเขาวิ่งมาจนทันมิจฉาชีพ ที่กระชากกระเป๋าพราวพรมา มันไม่ยอมปล่อย แม้ว่าภคินจะตามทัน และคว้าแย่งกระเป๋าสะพายของพราวพรจากมือของมันได้ ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกันอยู่ตรงนั้น พราวพรที่วิ่งตามมาจึงตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดัง

            ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย คนร้ายกระชากกระเป๋า !”

            ปล่อยนะมึง อยากเจ็บตัวหรือไง แส่นัก !” มือผอมเกร็งคว้ามีดออกมาจากเอว นัยน์ตามองภคินอย่างประสงค์ร้าย และกวัดแกว่งมีดปลายแหลมใส่เขาทันที

            ระวังค่ะ !” พราวพรหน้าซีดเมื่อเห็นว่ามันมีมีด แต่ภคินก็ยังไม่ยอมปล่อย เขาเงื้อเท้าเตะเจ้าคนร้าย เป็นจังหวะเดียวกับที่มันตวัดมีดลงมาบนมือที่ถือกระเป๋าแย่งกันอยู่ ชายหนุ่มชักมือกลับไม่ทัน เลยโดนปลายมีดเฉี่ยวเอาที่ข้อมือ เลือดสีแดงคล้ำไหลปรี่ออกมาทันที

            ปรี๊ด ! ปรี๊ด ! ปรี๊ด !  

เสียงนกหวีดดังขึ้น พร้อมกับหน่วยรักษาความปลอดภัยสามสี่คน ที่วิ่งกรูกันเข้ามาเพราะได้ยินเสียงของพราวพร เจ้าหัวขโมยทำท่าผงะ แล้วจะหันหลังวิ่งหนี แต่ช้ากว่าภคินที่เตะรวบข้อพับของมันไว้ได้ จนมันล้มลงกับพื้นดังพลั่ก ! มีดและกระเป๋ากระเด็นหลุดจากมือทันที เมื่อล้มคว่ำหน้าทั้งยืนแบบนั้น

            “จับไว้ๆ หาตัวมานานแล้ว ไอ้พวกหากินที่ลานจอดรถแบบนี้ เลวจริงๆ ทำเอาชื่อเสียงที่ทำงานเราเสียหายไปด้วย

            หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยตะโกนสั่งลูกน้อง ที่พากันกระโดดคร่อมเจ้าโจรที่ล้มอย่างหมดท่า และโดนภคินกระทืบซ้ำเอาอีกสองสามทีจนหมดฤทธิ์ พวกเขารีบจับมันมัดไพล่หลังไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ให้มารับตัววายร้ายเหลือบสังคม ไปดำเนินการตามกฎหมายทันที

            เป็นอะไรมากไหมคุณ เดี๋ยวรบกวนไปให้การหน่อยนะครับ เขาถามภคินที่กุมมือที่มีเลือดออกซิบๆ อยู่ชายหนุ่มยิ้มให้ พร้อมทั้งส่ายหน้าปฎิเสธ

            ไม่หรอกครับ มีดบาดเอานิดหน่อยเอง นี่ครับ...คุณพราว ดีที่จับตัวมันได้ ประโยคหลังเขาหันมาคุยกับพราวพร พลางก้มลงหยิบกระเป๋าคืนให้เธอ พราวพรยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดชุลมุนตรงหน้า รับกระเป๋าของเธอคืนมาจากมือของภคินอย่างเงอะงะ

            เอ่อ...ขอบคุณค่ะ เอ๊ะ ! เลือดหรือเปล่าคะ เมื่อกี้พราวเห็นว่าเขามีมีดด้วย ตายแล้วคุณมีแผล !” หญิงสาวมองที่มือของเขาแล้วก็หน้าซีด เลือดสีแดงข้นของภคินยังไหลรินอยู่ไม่ยอมหยุด  ชายหนุ่มมองแผลตัวเองก่อนจะยักไหล่ เขาก็แค่เจ็บนิดๆ ชาหน่อยๆ แต่เลือดออกมากจนน่ากลัวก็เท่านั้นเอง

            ไม่เป็นอะไรหรอกครับ สงสัยโดนเส้นพอดีเลือดเลยไหลเยอะไปหน่อย

            โอย...พราวพรหน้าซีด เมื่อเห็นแผลของเขา เธอเปิดกระเป๋าพลางล้วงหาสิ่งที่ต้องการ  เมื่อเจอแล้วหญิงสาวก็เดินตรงไปหาภคิน

             มือนุ่มจับมือใหญ่ข้างที่มีแผลของเขา มากุมไว้อย่างเบามือ แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าสีชมพูหวานของตัวเองผูกห้ามเลือดไว้ให้ ขณะที่เธอก้มลงทำแผลให้เขา ภคินก็เผลอมองเธออีกแล้ว พราวพรยิ้มกว้าง เมื่อผลงานทำแผลของนางพยาบาลจำเป็นอย่างเธอเสร็จเรียบร้อย

            เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวค่อยไปหาหมอนะคะ แผลคุณลึกมากเลย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ที่ช่วยพราว หญิงสาวพนมมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม

             ภคินยิ้มกว้าง นัยน์ตาอบอุ่นสีน้ำตาเข้มของเขามีประกายวาบ เมื่อมองกิริยานั้นของพราวพร และมองผ้าเช็ดหน้าสีหวานที่เธอ บรรจงพันห้ามเลือดให้ เสียงหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเรียกเธอและเขา ทำให้ภคินเหมือนได้สติ

            เขาตบต้นคอตัวเองเบาๆ มือใหญ่สัมผัสเข้ากับสร้อยเส้นบาง ที่สวมติดไว้ตลอด อะไรบางอย่างทำให้เขาหัวใจกระตุกวาบ ก่อนจะมองเมินใบหน้าสวยคมที่เดินข้างๆ ของพราวพร มองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าเธอ

            หลังจากให้การกับตำรวจแล้ว เดินทางกลับบริษัทด้วยกัน พราวพรก็ให้สงสัยในตัวเจ้านายหนุ่ม ที่เริ่มเงียบขรึมและเฉยชาไป ปรกติภคินไม่เคยเป็นแบบนี้

            พราวพรลอบมองใบหน้าคมสันด้านข้างของเขา ที่กำลังขับรถและสนใจกับการจราจรตรงหน้า เขาเป็นอะไรไปนะ ความสงสัยทำให้เธออดถามไถ่เขาด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ นัยน์ตาคมหวาน มองมือข้างที่พันแผลไว้ด้วยผ้าเช็ดหน้าของตัวเองไปด้วย

            คุณภคินแวะโรงพยาบาลหน่อยไหมคะ ปวดแผลมากหรือเปล่า ? พราวกลัวว่าจะเป็นบาดทะยักน่ะค่ะ

            ผมไม่เป็นไร ภคินตอบสั้นๆ ก่อนจะเม้มริมฝีปาก และให้ความสนใจกับการจราจรตรงหน้า ไม่ยอมหันมาตอบพราวพรตรงๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลที่เคยอบอุ่นของเขาเปลี่ยนไป เป็นนิ่งสงบและเย็นชา

หญิงสาวมองเขาและเลิกคิ้ว เจ้านายของเธอเป็นอะไรไปนะ ทำไมอยู่ๆ ถึงทำท่าแปลกไปแบบนี้ พราวพรถามตัวเองด้วยความงุนงง แต่ก็เลิกเซ้าซี้ภคินเพราะไม่อยากให้เขาอารมณ์เสียมากไปกว่านี้...

 

.............................................................................................................................................

 

            ไปเอาวิสกี้มาให้หน่อยสิ ลุงอาจ !” เสียงห้าวทุ้มตะโกนสั่ง ชายวัยกลางคนที่กำลังดูผลงานเล็มต้นไม้ให้เข้ารูปของตัวเอง ที่สวนหน้าบ้านถึงกับย่นคิ้ว แล้วเอานิ้วแคะหูเหมือนไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

            หูฝาดหรือเปล่าวะเรา

            ลุงอาจ ! เอามาที่ริมสระนี่เลยนะด่วน แล้วบอกป้ากิ่งว่าไม่ต้องทำกับข้าวเย็น ผมไม่กิน

            เสียงตะโกนสั่งดังขึ้นอีกรอบ คราวนี้เขาคลายความสงสัยเรื่องตัวเองหูฝาด กลับไปสงสัยเรื่องอื่นแทน นั่นคือ ...วันนี้เจ้านายของเขานึกเฮี้ยนอะไรขึ้นมา ถึงจะอยากดื่มเหล้า ร้อยวันพันปีภคินเคยเรียกหาสิ่งมึนเมาชนิดนี้ที่ไหนกัน ยกเว้นช่วงระยะหนึ่ง ที่เจ้านายเขาแทบมีสิ่งนี้เป็นเพื่อนกล่อมเกลาจิตใจ ก็คือช่วงที่...

            คิดแล้วอาจก็ส่ายหน้า ก่อนจะเดินก้าวยาวๆ ตรงไปยังห้องครัวทันที เพื่อไปทำตามที่ภคินสั่งอย่างรู้ใจกันว่า ชายหนุ่มเวลา ดื่มต้องการอะไรบ้าง

            พี่กิ่ง วันนี้คุณคินผีเข้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ เรียกหาเหล้าอีกแล้ว พี่กิ่งทอดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้ที เดี๋ยวฉันจะไปเตรียมน้ำแข็ง กับโซดา

            เอาอีกแล้วเหรอ ? แม่ครัวที่กำลังหั่นผักอยู่หันมาย่นคิ้ว ก่อนจะยกมือทาบอก

             ตายแล้ว... ตาอาจ คุณผู้หญิงรู้เข้าจะเป็นยังไงนะเนี่ย ดีนะที่ไปเที่ยวพักผ่อนกัน ฉันไม่เคยเห็นคุณคินกินเหล้าอีกเลย ตั้งแต่...

            ตั้งแต่ที่คุณผู้หญิงร้องไห้ แล้วก้มลงจะกราบคุณคินใช่ไหมล่ะ เฮ้อ...นึกแล้วก็กลุ้มแทนคุณภานะ นี่จะเสียใจขนาดไหน ที่คุณคินกลับมากินเหล้าอีกแล้ว

            คงจะกลุ้มอะไรมาล่ะมั้ง เดี๋ยวฉันเอาไปให้ก่อนนะ เฮ้อ...เพราะผู้หญิงคนเดียว ทำเอาคนเต็มคนกลายเป็นคนครึ่งคนอาจบ่นอุบอิบ กิ่งเลยหันมาค้อน พร้อมกับเอาเล็บเหน็บเอาเบาๆ ที่หลังมือของอาจ

            แกไม่เคยมีความรัก จะไปรู้อะไรกันเล่า คุณคินเขารักคุณดาวมาก ก็รักกันมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา กี่ปีล่ะแก แถมคุณคินก็โทษว่าตัวเองเป็นคนทำให้คุณดาวตายอีก คุณคินรักคุณดาวคนเดียวตั้งแต่หนุ่มๆ และไม่เคยวอกแวก คนจริงจังอย่างคุณคิน ไม่ทำร้ายตัวเองก็ดีเท่าไหร่แล้ว

            ไม่ทำร้ายตัวเองแต่ก็ทำให้แม่ช้ำใจ เฮ้อ...ความรักนี่ ฉันไม่อยากเจอแหะ รักต้นไม้ใบหญ้าของฉันดีกว่า ไม่ปวดหัวดี อาจว่า ส่ายหน้าไปด้วย

            กิ่งมองแล้วก็อดขำคนสวนเก่าแก่ที่อยู่ด้วยกันมานาน ตั้งแต่วัยรุ่นเพราะเริ่มทำงานที่บ้าน อนันต์โชคชัย มาพร้อมๆ กัน อยู่มากันจนเกือบสามสิบปีเข้าแล้ว จนรู้ตื้นลึกหนาบางและเรื่องราวภายในบ้านนี้ดีทุกอย่าง

            เฮ้อ...แต่ก็จริงอย่างตาอาจว่า ถ้าคุณภารู้เข้าจะเป็นอย่างไรนะ คุณคินนะคุณคิน ทำไมทำใจไม่ได้สักทีก็ไม่รู้ สี่ปีเข้าแล้วนี่

 

           

             ภคินเอนหลังลงกับเก้าอี้ไม้ตัวยาวสีน้ำตาลอ่อน ก่อนจะถอนใจ ดวงตามองเหม่อท้องฟ้าเบื้องบน และยกมืออีกข้างก่ายหน้าผาก เขามองขวดแก้วทรงสวย ที่น้ำสีเหลืองอำพันในนั้นพร่องลงไปกว่าครึ่ง

            ถ้ามารดารู้เข้าคงเสียใจที่เขาผิดสัญญา แต่เขาก็ไม่ได้ดื่มจนมึนเมาไม่ได้สติ เพียงแต่ภคินรู้สึกอัดอั้น จนต้องขอพึ่งมันให้สมองมึนๆ สักหน่อยเท่านั้นเอง มือหนาคลำแหวนวงเล็ก ที่ห้อยไว้กับสร้อยคอทองคำขาว เป็นสิ่งที่เขาสวมติดตัวไว้ตลอดอย่างเหม่อลอย

            ผมรักคุณนะดาว รักคุณคนเดียว ผมคงไม่มีทางมีใครได้ ชายหนุ่มพึมพำ และหลับตาพริ้มลง เขาเป็นต้นเหตุให้เธอ ไม่สามารถอยู่ร่วมสร้างฝันด้วยกันได้ เพราะเขาคนเดียว...

            ภคินคิดแล้วก็ยอกในอกด้วยความเจ็บปวด น้ำตาใส ๆ ไหลลงมาโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัว ความรักของเขาและมณีดาวช่างล้ำลึกมากนัก เธอเป็นรักเดียวของเขา สัญญาที่ให้กันไว้ว่าจะรักกันตลอดกาล เขาจะยอมให้ใครมาซ้ำรอยเธอได้หรือ หัวใจของเขาไม่มีที่ว่างให้ใครอีกต่อไปแล้ว

             ใบหน้าสวยเก๋ของใครบางคนวาบขึ้นมาในห้วงนึก ภคินลืมตา ก่อนจะลุกขึ้นทรงตัวนั่งและเกาศีรษะอย่างโมโหตัวเอง

 บ้าไปแล้ว...ภคิน ยังไงก็ไม่มีทาง... และไม่มีใคร แทนที่มณีดาวได้ เขาต้องเลิกคิดหวั่นไหวบ้าๆ แบบนี้เสียที !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น