อุบายเสน่หา (พราวพร พราวพลอย)

ตอนที่ 1 : ฝาแฝดต่างใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 มิ.ย. 61

ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่สะดุดตา กำลังนั่งร่างภาพอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟของประเทศฝรั่งเศส ใต้ต้นไม้ของสวนสาธารณะ ที่อยู่ตรงกันข้ามกับสถานที่สำคัญ อันเป็นดั่งเหมือนเมืองศิลปะของโลก

             ดูเหมือนเขาจะเพลินกับงานตรงหน้า อย่างไม่สนใจกับอากาศที่เริ่มอบอ้าว และแสงแดดที่เริ่มส่งแสงแรงกล้า สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนสีเทาตัวใหญ่นอนหมอบใกล้เขา ทำหน้าที่ดังยามคอยเฝ้าไม่ให้ใครมารบกวนเจ้าของ

             ความเพลิดเพลินในจินตนาการของเขา ทำให้หญิงวัยใกล้เคียงกัน ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ถึงกับส่ายหน้ากับพฤติกรรมของสามี เธอเดินมาหาเขา พร้อมกับเอาแก้วกาแฟที่เย็นเฉียบ แนบกับต้นแขนแข็งแรงนั่น ทำเอาคนที่เพลิดเพลินกับตนเองอยู่ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะหันไปมองภรรยาแล้วหัวเราะเบาๆ

            กอบัว คุณนี่เล่นอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้ที่รัก

            แหม...ก็คุณธัชน่ะ พอเข้าไปในโลกส่วนตัวแล้วล่ะก็ ไม่สนใจใครเลยนะคะ เรามาเที่ยวกันนะ ว่าไง ! แสนดี ซื้อไก่มาฝากเราด้วย กาญจนกวินทร์ลูบหัวเจ้าหมา ที่กระดิกหางให้เธออย่างดีใจ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ดี สรธัชหัวเราะหึ หึ แล้วรับแก้วกาแฟมาจากภรรยา

            ว่าแต่ผม คุณเองเวลาร่างแบบ ก็ไม่สนใจใครเหมือนกันนั่นแหละ

            แหม... กาญจน์กวินทร์หัวเราะกิ๊ก และโน้มตัวมองภาพวาดร่างของสามีแล้วกอดอก

             คราวนี้จะให้ตัวแสบคนไหนของเราล่ะคะ คราวก่อนตอนไปอิตาลี คุณเอาภาพสีน้ำมันที่คุณวาดรูปปั้นของไมเคิลแอนเจโลให้หนูพราวไป แม่ลูกสาวคนเล็กงอนใหญ่เลย สงสัยคราวนี้ต้องเป็นของหนูพลอย

            ก็คงจะต้องเป็นแบบนั้นล่ะครับ เออ...พูดถึงลูกๆ เป็นยังไงกันบ้างก็ไม่รู้ สรธัชอมยิ้ม

            เขาและกาญจน์กวินทร์ บางทีก็พากันไปเที่ยวตามแหล่งศิลปะของโลก ตามประเทศต่างๆ อาจจะเพราะความหลงใหลในงานศิลปะ และอาชีพของเขาและเธอด้วยก็ได้ ทำให้พวกเขาชอบที่จะเดินทางท่องเที่ยว

             งานดีไซน์เนอร์ของกาญจน์กวินทร์ เป็นที่ยอมรับกันมากทั้งในและต่างประเทศ มีชื่อเสียงมาเกือบจะยี่สิบปีแล้ว ส่วนงานเขียนและภาพวาดของสรธัชก็โด่งดังมากเหมือนกัน ยิ่งตอนนี้ลูกๆ ของทั้งสองคนเติบโตจนเป็นสาวสวย ต่างคนเริ่มที่จะเลือกทางเดินของตัวเองแล้ว ก็ทำให้ผู้เป็นบิดามารดาอย่างกาญจน์กวินทร์และสรธัช หมดห่วงไปได้มากทีเดียว และเริ่มที่จะให้เวลาแก่กันและกันบ้าง

             ในเรื่องที่พวกเขาชอบเหมือนกัน ทั้งคู่จึงเพลินกับวันพักผ่อน และการหาแรงบันดาลใจในการทำงานต่อไปมาก สรธัชหอบหิ้วสุนัขตัวโปรด ที่เขามักจะหามาเลี้ยงอย่างขาดไม่ได้มาด้วย  แทนที่ตัวเก่าที่เพิ่งตายไปเพราะถึงอายุขัยของมัน

            เห็นคุณพีชโทรมารายงานว่า ยัยตัวเล็กของเราเริ่มดังมากบนเวทีแฟชั่น หึ หึ ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นลูกสาวบัว ส่วนหนูพราวก็เห็นว่ากำลังหางานทำอยู่น่ะค่ะ

            แล้วจะมีคนสืบต่อกิจการคุณ หรือว่ารักงานเขียนและงานศิลปะ เหมือนผมบ้างไหมหนอ สรธัชว่า เขาจิบกาแฟก่อนจะพูดถึงลูกสาวทั้งสองคน

 หนูพลอยดูแล้วน่าจะเอาดีทางเสื้อผ้าเหมือนคุณ ส่วนหนูพราวผมเห็นแกเองก็ชอบวาดภาพเหมือนกัน แต่อย่างว่าเรื่องอย่างนี้ ผมไม่บังคับลูกอยู่แล้ว ผมอยากให้แกเลือกทางของแกเอง แต่คราวนี้เราสองคนมานานเหมือนกัน จนผมเองชักจะเป็นห่วง เพราะไม่เคยปล่อยสองสาวไว้นานขนาดนี้

            ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ มีสายสืบข่าวอย่างคุณพีช คอยรายงานความคืบหน้าของลูกสาวเราตลอดเวลาอยู่แล้ว บัวอยากให้พวกแกอยู่กันตามลำพัง เรียนรู้การทำงานบ้าง โดยที่ไม่มีเราคอยเป็นแม่นกคอยกางปีกปกป้อง ลูกสาวของเราจะได้เรียนรู้และตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างด้วยตัวเองน่ะค่ะ

            พูดดูดีมากเลยนะที่รัก สรธัชหัวเราะ ก่อนจะแกล้งแหย่ภรรยา

ความจริงบัวอยากหนีลูกเที่ยวบ้างใช่ไหม ผมรู้ทันหรอกน่า

            คุณธัช กาญจน์กวินทร์หัวเราะกิ๊ก พลางตีแขนสามีเบาๆ

จะว่าบัวเห็นแก่เที่ยวเหรอคะ ที่มานานคราวนี้ เพราะแวะเยี่ยมคุณแม่คุณด้วยต่างหาก

            ล้อเล่นน่ะครับ สรธัชว่า เขาโอบภรรยามานั่งข้างตัว แล้วพูดพึมพำเหมือนจะฝากไปถึงลูกสาวสองคน ที่อยู่ไกลอย่างเป็นห่วงว่า

 ผมคิดว่าหนูพลอยกับหนูพราว ลูกสาวคนเก่งของเรา ต้องดูแลตัวเองได้ดีแน่ๆ แต่ผมไม่ห่วงอะไรมากเท่าหนูพลอย เพราะหนูพลอยดื้อแถมเป็นจอมแก่นเหมือนคุณ ดีที่ว่ามีหนูพราวคอยปรามไว้

            “แน้...จะหลอกว่าบัวหรือเปล่าค่ะเนี่ย ? กาญจนกวินทร์หัวเราะ สรธัชเองก็อมยิ้ม ก่อนจะบีบปลายจมูกภรรยาเบาๆ อย่างล้อเลียน

            ถ้าคุณบัวไม่ดื้อ เราก็คงไม่ได้มาเจอกันแล้วรักกันหรอกครับ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงนึกเป็นห่วงหนูพลอยจัง

            หนูพลอยเป็นลูกสาวที่ถอดแบบบัวมาน่ะค่ะ กาญจน์กวิทร์รับรองกับสามีอย่างแข็งขัน รับรองว่าต้องเก่งเหมือนแม่แน่ๆ”

..............................................................................................................................................

 

            ดีมากเลยหนูพลอย ชุดนี้สวยมาก เริ่ดมาก คุณพีชการันตรีว่าคอลเลคชั่นนี้ ต้องขายดีแน่ๆ พีรวัฒน์ปรบมือเข้าหากันอย่างชอบใจ

            เขามองอย่างชื่นชม ไปยังร่างสูงเพรียวระหง ในชุดราตรีสีทอง แขนเปลือยเกาะอกชายกระโปรงจับเป็นพลีทยาวระพื้น ขับผิวขาวนวลลออตาให้เปล่งประกาย เสริมให้คนสวมเด่นราวกับนางพญา ใบหน้าสวยเก๋ของหญิงสาวอมยิ้มอย่างชอบใจในคำชม แถมยังโพสท่าให้ดูอีกหลายท่า จนพีรวัฒน์ต้องเอาไม้บรรทัดในมือตีเอาอย่างหมั่นไส้

            หนูพลอย พอแล้ว

            ก็คุณพีชบอกว่าสวยไง หนูพลอยก็ทำท่าสวยๆ ให้ดูสิ ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุ เจ้าตัวยิ่งทำท่าประหลาดมากขึ้นทุกที จนสุดท้ายปีนไปยืนขาเดียวบนโซฟาอย่างแผลงๆ พีรวัฒน์เคืองก็เคือง ขำก็ขำ และก็อดหัวเราะกิ๊กออกมาไม่ได้

            พอแล้วหนูพลอย คุณพีชจะขำตายอยู่แล้ว เฮ้อ....ถอดแบบยัยคุณกอบัวมาเลยนะเรา ไอ้โรคนี้น่ะ โรคดื้อ แถมห้ามไม่ฟังเนี่ย

            “แหม... พลอย หรือ พราวพลอยหัวเราะออกมาบ้าง เมื่อพีรวัฒน์บ่นเอาแบบนั้น หญิงสาวตรงเข้าไปกอดแขนชายวัยกลางคน หากแต่แต่งตัวตามสมัยจ๋า ด้วยไม่ยอมให้ตัวเองแก่ตามวัยอย่างประจบ

 ก็มันถ่ายทอดทางพันธุกรรมนี่คะ คุณพีชพีรวัฒน์ดึงจมูกโด่งรั้นของพราวพลอยอย่างเอ็นดู จนเจ้าตัวร้องโอ้ย !

เขามองใบหน้ารูปไข่ ผมยาวดำเป็นมันที่สยายเกือบถึงสะโพกของหญิงสาวตรงหน้า  นัยน์ตาคมสวยเฉี่ยว คิ้วโก่งเรียว ริมฝีปากอิ่ม พราวพลอยสวยเหมือนกาญจน์กวินทร์ผู้เป็นมารดาแทบไม่มีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะนัยน์ตาคมสวยนั่น และยิ่งนิสัยข้อที่ว่าถอดแบบกันมาด้วย ยิ่งทำให้ลูกสาวเหมือนมารดาเอาแทบทุกกระเบียดเลยจริงๆ พีรวัฒน์นึกขำในใจ เมื่อนึกถึงย่าทองพลุ ย่าของกาญจน์กวินทร์ที่บ่นอุบ เวลาทะเลาะกันกับเหลนตัวน้อยว่า

            นี่มันนังหนูชัดๆ เลยนี่นา เฮ้อ...ข้าต้องมารบกับลูกสาวนังหนูอีกรอบหรือเนี่ย เขี้ยวเล็บก็หักหมดแล้ว นี่พ่อพีชเอาไปช่วยย่าเลี้ยงบ้างเถอะ

น็

            ว่าแต่พี่สาวเรา หนูพราวล่ะไม่เห็นมาที่ร้านเลย นี่เกือบจะหกโมงแล้วนะ คุณพีชนัดพวกเราไปทานข้าวเย็น เดี๋ยวม่ามี้พวกหนู โทรมา จะได้ว่าไม่ได้ว่าไม่ดูแลลูกสาวให้

            พราวเขาไปสัมภาษณ์งานน่ะค่ะคุณพีช เดี๋ยวก็คงมา หนูพลอยอยากให้พี่สาวได้งานเร็วๆ จังเลย

            มาช่วยกันที่ร้านก็ได้ พีรวัฒน์ว่า ขณะที่มองนาฬิกา สลับกับมองประตูร้านเสื้อผ้าร้านหรูของตนเองไปด้วยอย่างร้อนใจ ที่เห็นว่าพราวพรผิดเวลา

             คุณพีชไม่อยากให้หลานสาวไปไกลตา เป็นห่วง

            ไว้หนวดสิคะ พราวพลอยหัวเราะกับประโยคนั้นของตัวเอง เลยโดนพีรวัฒน์ค้อนเอา

 อืม...หรือจะให้ดีถ้าเกิดมีหนุ่ม ๆ มาจีบพราว คุณพีชก็แย่งไว้เองเลยสิคะ รับรองว่าพราวเขาไม่ว่าหรอก

            ไปเปลี่ยนเสื้อเดี๋ยวนี้เลย แม่ตัวดี ทะเล้นใหญ่แล้วนะเราน่ะ

            ค่า พราวพลอยหันมายิ้มกว้างให้อีกรอบ ก่อนจะวิ่งปร๋อเข้าไปหลังร้าน ทิ้งให้พีรวัฒน์มองตามอย่างกลุ้ม ๆ กับความจอมแก่นของผู้เป็นลูกสาวเพื่อนรัก พลางบ่น

            ว่าคุณกอบัวนี่ซนแล้วนะ ยังแพ้หนูพลอยเฮ้อ...แล้วมาฝากไว้กับเราเสียด้วย เคยคุมได้ที่ไหนกันล่ะ

            เสียงกรุ๊งกริ๊งดังที่หน้าประตูร้าน เป็นสัญญานว่ามีคนผลักเข้ามาด้านในร้าน ทำให้พีรวัฒน์ชะเง้อมอง ก่อนจะอมยิ้ม เมื่อเห็นหญิงสาวอีกคนที่เดินเข้ามาด้านใน เขาตะโกนทักเธอเบา ๆ ว่า

            ตายแล้ว! หนูพราว ทำอะไรกับหน้าตามาล่ะนั่นน่ะ

            ร่างเพรียวสูงเท่ากันกับพราวพลอย ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันแทบแยกไม่ออก หากแต่ผู้เป็นพี่สาวหาแว่นกรอบหนา มาสวมไว้บนบังใบหน้างดงามไปเกือบครึ่ง ผมยาวดำมันเกล้าไว้เป็นมวยด้านหลังอย่างเรียบร้อย เธอแต่งหน้าอ่อนๆ ไฝเม็ดเล็กที่ใต้ตาซ้าย ที่ทำให้พีรวัฒน์จับผิดได้ว่าใครเป็นใคร ถูกแว่นบังไว้เสียมิด

 หญิงสาวอยู่ในชุดสูทเรียบร้อยสีเทา เสื้อเชิ้ตด้านในสีชมพูอ่อน ดูเรียบร้อยและเหมาะกับเป็นสาวนักทำงาน พราวพรหอบเอกสารมาพะรุงพะรัง รวมทั้งกระเป๋าใบโต ที่ทำให้พีรวัฒน์ต้องรีบไปช่วยถือ เขามองกวาดร่างเพรียวอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อพราวพรถอดแว่นกรอบสีดำหนาของตัวเองออก พลางนวดดั้งจมูกที่ถูกแว่นกดเป็นรอย

            นึกยังไงล่ะ ถึงหาแว่นมาใส่ หนูพราว

            ก็น้องสาวพราวดังแล้วนี่คะ คุณพีช พราวไปไหนก็มีแต่คนทักว่าเป็นยัยพลอย บางคนก็ชี้ให้ดู บางคนก็มาวิ่งตามขอถ่ายรูป พราวอาย เลยหาแว่นมาใส่เสียเลย แต่นี่ยังไม่ชินกับแว่นเพราะมันกดตรงสันจมูกน่ะค่ะ เธอว่าพลางทรุดลงนั่งตรงโซฟา

             พีรวัฒน์ส่ายหน้า เขาอมยิ้มเมื่อเห็นพราวพลอย ก้าวออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ หญิงสาวสวมเสื้อคอวีแขนกุดตัวยาวสีน้ำตาลลายทาง และสวมกางเกงยีนขาสั้นไว้ด้านใน ผมยาวปล่อยสยายเน้นกรอบหน้าสวยเก๋ให้ยิ่งเด่น เมื่อเห็นผู้เป็นพี่สาวก็ปราดมานั่งข้างๆ พร้อมกับโอบเอวบางไว้ทันที

            พีรวัฒน์มองดูสองสาวพี่น้อง ที่เหมือนกันแค่ตรงหน้าตา แต่อย่างอื่นแทบจะไม่เหมือนกันเลยสักนิด พราวพลอยผู้เป็นน้องนิสัยดื้อรั้น และเชื่อมั่นในตัวเองสูง แถมเอาแต่ใจตัว พราวพลอยมักจะมีวิธีทำให้คนอื่น ทำตามความต้องการของตัวเองได้เสมอ

            ส่วนพราวพร ใจเย็นราวกับน้ำ นิ่งสงบเหมือนบ่อน้ำลึก ที่เดาไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกแบบไหน  แม้ว่าน้องสาวจะดื้อ จนบางทีใครก็ห้ามไม่อยู่ แต่พราวพรมักจะจับจุดอ่อนของน้องสาวได้ทุกที  และทำให้พราวพลอยยอมสยบได้เกือบทุกครั้ง

            มาแล้วคนสวย เหนื่อยไหมพราว... ประโยคหลังเจ้าตัวลากเสียงเหมือนจะร้องเพลง  พราวพรส่ายหน้าแล้วยิ้มหวานให้กับน้องสาว

            ไม่เหนื่อยเลยพลอย ไปหาน้ำให้พราวหน่อยสิ คอแห้งจัง

            เดี๋ยวคุณพีชจัดการให้ หนูพราวพักให้หายเหนื่อยนะ รอแป๊บหนึ่งคุณพีชจะเอาน้ำส้มเย็นๆ มาเสิร์ฟจ้ะ พีรวัฒน์อาสา ก่อนจะเดินไปทางหลังร้าน ที่จัดไว้เป็นครัวย่อมๆ ด้วย พราวพลอยเอาเอกสารของพี่สาวมาพลิกดู แล้วบ่นพึมพำ

            เลิกสมัครงานเถอะ แล้วมาเดินแบบกับพลอยดีกว่า เงินดีจะตายนะพราว แต่งตัวสวยๆ เจอคนเยอะแยะ สนุกดีออก นี่พลอยเริ่มรับงานโฆษณาอีกอย่างด้วยนะ ท่าทางจะสนุก

            คนเยอะๆ พราวชอบที่ไหนกันน่ะ อีกอย่างวันนี้พราวก็ได้งานทำแล้วด้วยจ้ะ ไม่ต้องไปสมัครที่ไหนอีกแล้ว พราวพรอมยิ้ม ขณะที่พราวพลอยทำตาโต พลางเขย่าแขนพี่สาวอย่างดีใจ

            จริงๆ น่ะเหรอพราว ? ดีใจด้วย อย่างนี้ต้องฉลอง เย้ ! คุณพีชขา พราวได้งานแล้วค่ะ พราวพรหัวเราะน้องสาวที่ผละจากเธอ วิ่งพลางตะโกนพลางเข้าไปหาพีรวัฒน์ เมื่อได้ยินข่าวดีนั้นเข้า ก็รีบเดินออกมาหาพราวพร พร้อมกับแก้วน้ำส้มเย็นเชียบยื่นส่งให้หลานสาว

            จริงๆ เหรอหนูพราว คุณพีชดีใจด้วย คุณกอบัวกับคุณธัชต้องดีใจแน่ๆ งานอะไรเหรอจ๊ะ?

            คุณพีชอย่าเพิ่งบอกพ่อกับแม่ของพราวนะคะ พราวอยากให้ท่านประหลาดใจ พราวคิดว่าเงินเดือน เดือนแรกของพราว พราวจะยกให้พ่อกับแม่หมดเลยค่ะ พราวพรพูดยิ้มๆ ผู้เป็นน้องสาวแอบหันมาค้อน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ พลางบ่นตัวเองงึมงำว่า

            แหม...พราว ...พลอยเลยรู้สึกว่าตัวเองแย่จังเลย ยังไม่เคยให้อะไรพ่อกับแม่สักบาท เงินพลอยหามาได้ก็เอามาใช้เกือบหมด อายพราวจัง หาเงินได้ก่อนพราวอีกแนะ แต่พลอยยังไม่เคยคิดว่าจะให้ของท่านเลย

            ไม่เป็นไร ผู้ร้ายกลับใจสังคมให้อภัยเสมอนะ แม่หลานสาว หึ หึ วันนี้ก็เลี้ยงข้าวคุณพีชกับพี่พราวเสียเลยสิ เราเพิ่งได้ค่าเหนื่อยมานี่นาพีรวัฒน์ว่าก่อนจะโคลงหัวหลานสาวเบาๆ อย่างหยอกๆ พราวพลอยหัวเราะกิ๊ก

            คุณพีช ถือโอกาสเลยนะคะ แต่ก็ไม่เป็นไร พลอยเลี้ยงก็ได้ พราวไว้พลอยจะขอหุ้นด้วย เวลาที่พราวจะให้พ่อกับแม่นะ จะได้เป็นของขวัญพร้อมๆ กันสองคนเลยไง

            ได้สิจ๊ะ พราวพรว่า เธอยิ้มเมื่อนึกถึงงานที่หามาได้ด้วยตัวเอง พรุ่งนี้จะไปทำงานเป็นวันแรกแล้ว จะเป็นอย่างไรบ้างนะ

            ตำแหน่งของเลขานุการ ของผู้จัดการบริษัท คุณภคิน อนันต์โชคชัย

 ต้องจำชื่อเจ้านายไว้แม่นๆ พราวพรย้ำกับตัวเอง ขณะที่ทานอาหารเย็นกับพีรวัฒน์และพราวพลอยอย่างมีความสุข ปลื้มเปรมใจกับสิ่งที่ตัวเองทำได้สำเร็จ ตอนนี้เธอก็เหมือนเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกก้าวแล้ว และต้องทำให้ผู้เป็นบิดาและมารดาภูมิใจ ในสิ่งที่เธอเลือกให้ได้...

 

……………………………………………………………………………………………………..

 

            ค่ะ แม่ พราวตื่นเต้นจังเลย ทำงานพรุ่งนี้วันแรก พราวพรยิ้มกับโทรศัพท์ เสียงปลายสายที่โต้ตอบกลับมา ทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นอีกมากทีเดียว

            ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะหนูพราว คนเราก็ต้องมีครั้งแรกทั้งนั้น แม่ไม่มีอะไรจะแนะนำหนูด้วยสิ เพราะแม่เองก็ทำงานแบบเป็นเจ้านายตัวเองมาตลอด แต่ทำงานกับคนอื่น เราต้องคำนึงถึงหลายๆ อย่างนะลูก ต้องระวังคำพูดจา และสิ่งที่สำคัญต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา หนูพราวทำงานด้านเลขานุการ ต้องเกี่ยวพันกับอารมณ์คนมากๆ ยังไงก็อดทนนะลูกแม่

            ค่ะ พราวอยากจะหาประสบการณ์ พราวอยากลองทำงานดูน่ะค่ะแม่

            ดีจ้ะ คนเราต้องลองหลายๆ อย่างถึงจะมีประสบการณ์ชีวิตเยอะๆ ตอนแรกแม่ยังอยากจะฝากหนูทำงานกับอาธัญ เพราะที่โรงแรมก็มีชื่อพวกหนูในหุ้นด้วย อีกหน่อยก็ต้องไปช่วยอาธัญทำงานที่กระบี่

            พราวถึงอยากลองหางานทำดูเองก่อนยังไงคะแม่ จะได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง พราวไม่อยากเข้าไป ในฐานะหลานของเจ้าของโรงแรมน่ะค่ะ

            กาญจน์กวินทร์หัวเราะเบาๆ กับคำตอบของลูกสาว สรธัชที่อยู่ข้างเธอสะกิด ก่อนจะบุ้ยใบ้  เป็นเชิงว่าเขาขอคุยกับปลายสายบ้าง กาญจน์กวินทร์จึงส่งโทรศัพท์ให้กับสามี

            ว่าไงลูกสาวคนเก่งของพ่อ ตั้งใจทำงานนะลูก พ่อเอาใจช่วย

            ขอบคุณค่ะพ่อ พราวพรยิ้มอย่างดีใจ เมื่อได้ยินเสียงห้าวทุ้มของบิดา ที่เป็นกำลังใจอย่างดีให้กับเธออีกแรงหนึ่ง

            ไว้ยังไงพ่อกับแม่จะกลับกันอีกสองเดือนหน้านะจ๊ะ มีอะไรก็โทรมานะหนูพราว อ้อ ...ฝากน้องสาวเราด้วย

            ได้ค่ะ พลอยเองก็ทำงานเหมือนกันค่ะแม่ เราสองคนโตแล้วดูแลตัวเองได้ค่ะ พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ

            พ่อเชื่อว่าลูกสาวคนโตของพ่อโตแล้ว หนูพราว สรธัชหัวเราะหึ หึ

 แต่หนูพลอย ยังไงพ่อก็ยังห่วง หนูพราวช่วยปรามน้องหน่อยก็แล้วกันนะ เวลาจะทำอะไรแผลงๆ”

            รับรองค่ะ พราวพรรับคำแข็งขัน เธอสนทนากับท่านทั้งสองอีกสักครู่ ก่อนจะวางสายไป

            พราวพรยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า เมื่อวางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ ซึ่งตั้งอยู่ข้างตรงเตียงนอนนุ่ม แต่ก่อนที่จะทรุดตัวลงนอนกับเตียงนอน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน

            หญิงสาวเลิกคิ้ว แล้วลุกขึ้นไปเปิดประตู ก่อนจะอมยิ้มเมื่อเห็นผู้เป็นน้องสาวยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง พราวพลอยเอามือไพล่หลังเหมือนซ่อนอะไรไว้ ใบหน้านวลแดงเรื่อ

            “ยังไม่นอนเหรอ พลอย ?

            ยังเลย เข้าไปหน่อยได้ไหมพราว พราวพรหลีกทางให้ เธอเดินเข้าไปในห้อง พร้อมกับเอาสิ่งที่ซ่อนไว้มาแสดงให้กับพี่สาวดู เมื่อพราวพรเห็นเข้าก็เลิกคิ้ว

            อะไรน่ะพลอย

            ก็ไวน์ไง เอามาฉลองกับพราว ฉลองที่พราวได้งานทำไง พราวพลอยว่า ก่อนจะเดินไปที่เก้าอี้หวายที่ปลายเตียงของพราวพร เธอเอาขวดไวน์วางไว้บนโต๊ะเล็ก ที่พราวพรใช้วางหนังสือ  แล้วกวักมือเรียกพี่สาวพลางส่งยิ้มหวานให้ พราวพรยังยืนทำหน้ายู่ยี่อยู่ แถมกอดอกเสียด้วย มองน้องสาวแล้วก็ส่ายหน้า

            ไม่เอานะพลอย

            อย่ามาทำเสียงเข้มน่ะพราว พราวพลอยหัวเราะกิ๊ก แล้วเปิดขวดไวน์ พลางรินน้ำสีทับทิมเข้มลงในแก้วใส เธอลุกขึ้นและเอามาส่งให้พี่สาว พร้อมกับยัดเยียดลงใส่มือพราวพร ที่รับไว้เหมือนอย่างไม่เต็มใจ พราวพลอยอมยิ้ม เธอเอาแก้วในมือชนกับแก้วของพี่สาวเบาๆ

            ฉลองกันหน่อยนะ พราวจ๋า นานๆ ทีน่า

            กินของอย่างนี้ไม่ดีหรอกพลอย พราวพรบ่น น้องสาวส่ายหน้า แล้วย่นจมูกให้พราวพรอย่างล้อๆ

            ดีสิ... ดื่มเป็นเพื่อนพลอยหน่อย... นะพราว โอกาสดีทั้งที ขวดเดียวเองไม่เมาหรอก พราวพลอยการันตรี พลางยกแก้วดื่มรวดเดียวหมด

            เมื่อไวน์หมดแก้วแล้ว เธอก็เดินไปรินมาใหม่ พราวพรมองน้องสาวที่เริ่มหน้าแดง เพราะไวน์ในมือออกฤทธิ์ พลางเริ่มบ่นอีกรอบ แต่ก็ยกแก้วในมือขึ้นจิบแต่โดยดี

            พลอยนะพลอย พ่อกับแม่เพิ่งจะฝากพลอยกับพราวอยู่แหม็บๆ มาชวนเสียคนอีกแล้ว

            ไม่เสียคนหรอกน่า... ก็เราดื่มกันสองคนเอง... นะพราวดื่มหมดเลย... อย่างนี้สิ... พี่สาวพลอย อิ อิ เอามาเติมหน่อยเร็ว” พราวพลอยรีบแย่งแก้วในมือไปรินเพิ่ม

            พราวพรได้แต่ส่ายหน้า แล้วนึกบ่นตัวเอง ที่เผลอไปร่วมมือกับน้องสาวตัวดีอีกแล้วจนได้

พลอยนะพลอย แม่จอมแก่น...ถ้าพรุ่งนี้ไปทำงานไม่ไหวล่ะก็...น่าดู

            พราวพรคิดในใจ และแอบค้อนไปด้วย ขณะที่นั่งดื่มไวน์เป็นเพื่อนน้องสาว สองพี่น้องยิ่งดื่มก็ยิ่งเกิดอาการติดลมทั้งคู่ พราวพรที่มึนแล้ว เลยไม่ห้ามพราวพลอย ที่เดินลงไปเอาไวน์มาเพิ่มอีกขวด

            จนผลสุดท้าย..เมื่อไวน์แก้วสุดท้ายหมดไป ในเวลาเกือบเที่ยงคืน สองพี่น้องก็นอนกันอยู่บนเตียงนุ่มของพราวพรแบบหลับสนิทเลยทีเดียว เพราะไวน์หมดไปแล้วสองขวด ในที่สุดพราวพรก็ต้องยอมแพ้น้องสาว แถมเผลอไปร่วมมือเข้าแล้วอีกตามเคย...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น