แผนร้าย ปล้นรัก (ซีรีย์เล่ห์รัก)

ตอนที่ 4 : ของที่ลืมไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

วริศปรายตามองคนข้างๆ ตัว ที่ขยับยุกยิกเหมือนไม่อยู่สุข เมื่อเขากำลังทำหน้าที่ขับรถพาเธอไปส่งยังบริษัทของรินพร ตอนนี้รถกำลังติดไฟแดงอยู่กลางสี่แยก เขาและเธอออกจากคอนโดมิเนียมค่อนข้างจะสาย เลยต้องมาเจอรถติด เพราะอยู่ในช่วงเวลาของการจราจรคับคั่งพอดี รินพรยอมนั่งรถออกมากับเขา เพราะไม่มีทางเลือก เธอต้องไปเสนองานตอนบ่าย รินพรต้องทำตัวให้อยู่ในการที่พร้อมจะทำงานได้แล้ว เธอไม่ควรจะไปเสียใจ กับเรื่องของความรักมากมาย เมื่อคิดได้แบบนี้ สาวห้าวก็ปรับตัวเอง ให้พร้อมที่จะรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย

 มือบางคอยดึงเสื้อที่สวมอยู่ตลอดเวลา เหมือนไม่มั่นใจอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ ทำเอาคนที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับเนื้อตัวของตัวเองสะดุ้งโหยง แล้วหันมามองเขาอย่างตกใจ

            ทำอะไรน่ะแน็ต เสื้อพี่ซักให้ไม่สะอาดเหรอไงครับ?

            เปล่าฮะ คือว่า...ไม่มีอะไรหรอกฮะ รินพรหันไปมองทางอื่น ที่ไม่ใช่ใบหน้าคมสัน นัยน์ตาคมดุของคนข้างๆ เธอไม่กล้าถามเขาหรอกว่า เห็นผ้าพันอกของเธอหรือเปล่า รินพรไม่อยากพาดพิงถึงเหตุการณ์น่าอายแบบนั้น เธอจึงเลือกที่จะพูดถึงเรื่องอื่นไปเสีย วริศมองเธอก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงห้าวทุ้มลอยๆ ขึ้นว่า

            แล้วทำไมต้องไปเมาขนาดนั้นด้วยล่ะแน็ต ดีนะที่พี่ไปเจอเข้า

            แน่ใจเหรอว่าดี รินพรเผลอพูดขึ้นมาตามความรู้สึกจริงๆ ของตัวเอง ก่อนจะรีบพูดกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่า วริศหรี่ตาและหันมองใบหน้าใสๆ ของตัวเอง

            คือว่า แน็ตก็แค่ไปเมา ไปเที่ยวตามประสาแมนๆ แล้วเผลอกินมากไปหน่อยเท่านั้นเองละฮะ

            ตามประสาแมนๆ วริศแอบทวนคำของเธอในใจ เขาเกือบจะหลุดขำออกมา เขายังจำได้ว่าเจ้าตัวเดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็หัวเราะ แถมยังพูดอะไรออกมาอีกหลายอย่าง ตอนที่เขาแบกเธอไปนอนบนเตียง และเช็ดหน้าตาให้อย่างเบามือ

            น้ำแข็งในร้าน ทำพิษหรือเปล่านะ แน็ตถึงเมามากขนาดนั้น ชื่อของ น้ำแข็งทำเอารินพรสะดุ้งโหยง แล้วหันขวับไปมองคนข้างๆ หน้าตาของเธอเริ่มแดงเรื่อ นี่เธอเผลอเมาแล้วไปพร่ำพรรณนาอะไรหรือเปล่านะ แต่ดูแล้ววริศก็มีท่าทางเป็นปรกติ ไม่เหมือนจะล้อเลียนเธอ

            น้ำแข็งในร้าน ปรกติดีนี่ฮะ ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย คนบ้าที่ไหนจะเมาน้ำแข็ง รินพรแกล้งหัวเราะเจื่อนๆ ไป วริศอมยิ้ม

            น้องน้ำแข็งไง หึๆ อกหักหรือไงกันแน็ต สาวที่ไหนกันหนอ

            พี่วริศมายุ่งอะไรด้วย! นี่มันเรื่องส่วนตัวของแน็ต น้ำเสียงใสที่ดัดให้ห้าว ตวาดเขาแหวเลยทีเดียว เมื่อวริศเริ่มลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของหัวใจเธอ วริศเพียงแค่หันมายิ้มเท่านั้น แถมยังพูดต่อไปหน้าตาเฉยด้วยว่า

            ยังไงแน็ตก็เป็นผู้หญิงนะ พี่คิดว่าแน็ตอย่าไปชอบผู้หญิงด้วยกันเลย โอ๊ย!” วริศร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เมื่อคนข้างตัวซัดกำปั้นเบาะๆ เข้ามาเต็มที่ ที่ปลายคางเขา รินพรโมโหถึงขีดสุดแล้ว เธอรีบลงมาจากรถเขา พร้อมกับปิดประตูใส่หน้าเขาดังปั้ง! แล้วเดินหนีเขาเอาดื้อๆ กลางสี่แยกไฟแดงเลยทีเดียว

            หึๆ” วริศหัวเราะเบาๆ เมื่อลูบปลายคางที่ถูกทำร้ายเอาเมื่อครู่ ก่อนจะมองตามร่างบางเพรียวของรินพร ที่ลับสายตาไปแล้ว

จริงสิ...เขาเคยมีความรัก รักครั้งแรกที่ไม่สมหวัง เพราะเป็นรักซ้อนที่เขาไปหลงรักคนมีเจ้าของหัวใจแล้วอย่างมัญชุภา แต่หัวใจที่เริ่มเต้นแรงคราวนี้ มันดันไปรู้สึกกับสาวมาดห้าว ที่ประกาศตัวเลยว่า จะไม่ขอยอมเป็นผู้หญิงอย่างรินพร

คิดแล้ววริศก็เขกหัวตัวเอง ก่อนจะอมยิ้ม หัวใจเขาเป็นอะไรกันนะ จะรู้สึกลึกซึ้งเสียทีก็ไม่ใช่กับผู้หญิงธรรมดาๆ แถมมีอุปสรรคปัญหาได้เสียทุกทีสิน่า นายวริศ แต่คนอย่างวริศ เมื่อรับรู้หัวใจตัวเองเข้าแล้ว เขาก็กล้าได้กล้าเสีย และกล้าลุยอีกรอบ เมื่อของรางวัลที่น่าจะได้มาให้กับหัวใจ มันน่าเสี่ยงที่จะลงทุนเอามากๆ

......................................................................................................................................

 

            ไอ้แน็ต ไปไหนมาวะ ถึงได้ถ่อมาทำงานสายขนาดนี้ รถติด ตื่นสาย นาฬิกาตาย หรือว่าลื่นในห้องน้ำวะ รู้ไหมว่าข้านั่งรอเอ็งนานขนาดไหน แผนงานก็ยังไม่ได้ประชุมเลย โอ๊ย! ไอ้บ้า เฮ้ย เตะทำไมวะ เจ็บอย่างแรงนะโว้ย!” ตรีทศโวยวายลั่น เมื่อเขากำลังยืนท้าวเอวทำหน้ายักษ์ใส่เพื่อนสนิทอยู่ดีๆ รินพรก็เตะมาเปรี้ยงเข้าที่บั้นท้ายเขา แบบไม่ให้สุ้มให้เสียงเสียด้วย ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายที่สมควรจะโดนเตะมากกว่าเขา

            ทำไมไม่รับโทรศัพท์เมื่อคืนนี้วะ รินพรแหว ตรีทศถึงกับอ้าปากค้าง เขากำลังปรับอารมณ์ให้ตามคนตรงหน้าอยู่ว่า ตอนนี้รินพรอยู่ในอารมณ์ไหน มาสายเกือบจะทำให้งานเสีย ยังจะมีหน้ามาอารมณ์เสียใส่เขาอีก ไอ้เพื่อนบ้าเอ๊ย!

            “ทำไมวะ

            ก็ข้าไปกินเหล้าคนเดียวที่ร้านเฮียเก้ง แล้วก็เมามาก รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น รินพรโทษให้เป็นความผิดของเพื่อนรักเอาดื้อๆ ที่ไม่ยอมไปเป็นเพื่อนเธอ ตรีทศย่นคิ้ว ก่อนจะมองสำรวจคนตรงหน้าให้ถี่ถ้วน รินพรยังอยู่ในชุดเมื่อวานเปี๊ยบ!

            “ทำไมวะ หรือว่าเมาแล้วเอ็งไปนอนตามป้ายรถเมล์ แย่งที่นอนกับพวกคนเร่ร่อนหรือไงกันวะ ถึงได้โมโหมากขนาดนี้ แล้วไปทำอะไรมาถึงไปเมา ไหนว่านัดกับน้องน้ำแข็ง แฟนสาวเฟรชชี่ หน้าใสกิ๊ก วิ้งๆ เห็นแต่ไกลไม่ใช่เหรอ? ข้าล่ะอิจฉาอย่างแรง

            อย่าไปพูดถึงน้องเขาเลยน่ะ รินพรแค่ฟังชื่อของอดีตแฟนเก่า ก็แอบเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกรอบ  สีหน้าของเธอทำให้ตรีทศรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมรินพรถึงต้องไปนั่งดื่มเหล้ามากขนาดนั้นด้วย

            อกหักแหงๆ แบบนี้ อ้อ...ก็เลยโมโห ที่ข้าไม่ไปกินเหล้าด้วย ก็มันปวดหัวนี่หว่า กินยาแล้วก็หลับยาวไปเลย แค่นี้ทำเป็นโกรธไปได้ เอาเป็นว่าเย็นนี้ ร้านเฮียเก้งอีกรอบ ดีไหม เลี้ยงส่งน้องน้ำแข็ง เราก็เอาน้องเขามาชงกับเหล้า แล้วก็โซดาเสียเลย ดีไหมวะไอ้แน็ต

            พูดมาก ไม่กินแล้ว กินก็ปวดหัว เมาค้าง วันนี้เพิ่งจะวันอังคารเอง รินพรบ่น เกือบจะลืมไปแล้ว ที่ว่าจะมาพาลใส่ตรีทศ

เพราะเอ็งนั่นแหละ ข้าเลยซวย ซวยเอามากๆ

            ซวยอะไรวะ ร้านประจำแบบนั้น ไอ้หน่อยดูแลเอ็งดีจะตายไป คำก็เฮียแน็ต สองคำก็เฮียแน็ต หรือว่าใครมาเปรี้ยวเอ็งตอนเมาแล้วเอ็งเปรี้ยวตอบ ไหนๆ ขอสำรวจความเสียหายหน่อยสิ ว่าแล้วตรีทศก็มองสำรวจไปทั่วตัวเพื่อนสนิท รินพรยืนท้าวเอวเฉย ให้เพื่อนดูได้เต็มที่ เกือบจะลืมไปแล้วว่า วันนี้เธอลืมพันผ้ารัดหน้าอกไว้ ซึ่งอะไรๆ ที่เคยไม่ปรากฏ มันก็ดันออกมาให้ตรีทศได้เห็น  ชายหนุ่มย่นคิ้ว มองเขม้นอีกรอบ ก่อนจะพูดออกมาอย่างคนปากไว

            เฮ้ย! ไอ้แน็ต นี่เอ็งมีปิ้นๆ ด้วยเหรอวะ เพิ่งจะเห็นว่ะ

            อะไรของเอ็ง รินพรย่นหัวคิ้ว ศัพท์แสงบางคำของตรีทศ ก็พิสดารมากมายนัก เกินกว่าเธอจะแปลมันออกมาได้

            แหม... ตรีทศหัวเราะจนหน้าแดง ยิ่งมองเพื่อนมาดห้าวของเขา ก็ยิ่งอดขำไม่ได้

แม่เจ้า! ใครจะนึกว่าทอมบอยอย่างไอ้แน็ต มันจะอึ๋มได้ขนาดนี้ อิๆ อึ๋มอย่างแรง หนุ่มใต้คิดในใจ

            ไอ้ตรีบอกเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ปิ้นๆ ของเอ็งน่ะมันอะไรกัน รินพรเห็นตรีทศหัวเราะเอา หัวเราะเอาแบบนั้น จนหน้าแดงก่ำ ก็ยิ่งสงสัยว่าไอ้คำนี้ มันต้องเป็นคำที่ไม่ชอบมาพากลแน่นอน ตรีทศหยุดหัวเราะได้แล้ว ก็ยักคิ้วมองต่ำไปที่บางส่วนอย่างเป็นสัญญาณ ว่ามันแปลว่าอะไร รินพรมองตามแล้วก็ทำตาโต

            ไอ้ตรี ไอ้บ้า!”

            ตัวใครตัวมันล่ะ ไอ้แน็ตมันบ้าไปแล้ว ตรีทศอุทาน พลางวิ่งหนีรินพร ที่พอตั้งสติได้ว่าเพื่อนรักแอบมองอะไรเข้า เธอก็วิ่งไล่ทำร้ายเขาไปรอบๆ ห้องทำงาน แต่ด้วยความที่เมาค้าง ในที่สุดรินพรก็เป็นฝ่ายแพ้ เพราะตรีทศไวกว่ามากนัก เขาวิ่งไปนั่งหลบอยู่ตรงโต๊ะทำงานของสักทอง  ที่ยังไม่ได้เข้ามาในห้องทำงาน พลางหัวเราะร่า เมื่อเห็นว่ารินพรทำอะไรเขาไม่ได้ เกือบจะเป็นครั้งแรกกระมัง ที่เขารอดพ้นจากการทำร้ายของรินพร

            สมน้ำหน้า อิๆ

            อย่า...ให้...สร่างเมานะ รินพรหอบ แล้วมองเพื่อนอย่างคาดโทษ ใบหน้าใสขาวนวลแดงเรื่อ เพราะทั้งโมโหทั้งอาย ตรีทศย่นจมูกให้เหมือนจะล้อเลียน

            ไปทำอะไรมาวะ ถึงมีเข้า มิน่าล่ะน้องน้ำแข็งเค้าถึงทิ้ง เอ็งดันไปอึ๋มกว่าเค้านี่เอง

            หยุดพูดนะไอ้ตรี เดี๋ยวเหอะ รินพรตวาดเพื่อนแว้ด แล้วลุกพรวดขึ้นทันที ยังไงวันนี้คงต้องเตะเพื่อนรักให้ได้สักป๊าบ! ข้อหากวนประสาทกันเหลือรับจริงๆ

            มีอะไรกันน่ะ เสียงดังลั่นเลย เสียงห้าวๆ ของสักทองดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน เขาอมยิ้มเมื่อเห็นว่า รินพรกับตรีทศอยู่ในสภาพไหนกัน สาวห้าวกำลังเตรียมตัวเหมือนจะวิ่งเข้ามาหาตรีทศ  ที่กำลังทำท่าจะปีนข้ามโต๊ะทำงานเขา บางทีลูกน้องของสักทอง ก็ทำอะไรกันเหมือนเด็กๆ ชายหนุ่มชินเสียแล้ว เพราะทำงานกับสองคนนี้มาเป็นเวลานานพอดู

            เปล่าหรอกครับ พี่ไม้สัก ก็แค่ไอ้แน็ตมีอะไรแปลกหูแปลกตาไป ทักเข้าหน่อย มันก็จะมาเตะผมน่ะพี่ ตรีทศเห็นกรรมการมาห้ามทัพแบบนั้นเข้า ก็วิ่งเข้าไปหลบข้างหลังสักทองทันที ทิ้งให้รินพรได้แต่มองอย่างคาดโทษ

            มีอะไรเหรอแน็ต สักทองทักลูกน้องสาวมาดห้าวยิ้มๆ รินพรเลยได้แต่ยิ้มแหยตอบ จะบอกได้ยังไงล่ะ ว่าสิ่งที่ตรีทศหมายความถึงมันคืออะไร

            เปล่าหรอกฮะพี่ไม้สัก ไอ้บ้าตรีมันทะลึ่ง นี่ไอ้ตรีจะทำไหมงานน่ะ ว่างหรือไงถึงมาชวนทะเลาะด้วย

            ทำเป็นเคร่งขึ้นมาเชียวนะเจ๊ เอ๊ย! เฮียแน็ต อย่านะโว้ย! อย่าเตะนะ พี่ไม้สักอยู่ทั้งคน เอ็งจะทำอะไรเกรงใจหัวหน้าบ้าง สักทองหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ กับสีหน้าทะเล้นๆ ของตรีทศ รินพรเองได้แต่ถลึงตาใส่ เขาเลยกระแอมเบาๆ แล้วพูดหน้าตายขึ้นว่า

            ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก แน็ต ถ้าตรีทำตัวน่าจะโดนอย่างว่า ก็จัดให้ไปสักโครม หึๆ

            ขอโทษครับ คุณแน็ต กระผมจะไม่ล้อแล้วครับท่าน แหม...พี่ไม้สัก ห้ามมันสักหน่อยสิพี่ ไอ้แน็ตมันตีนหนักจะตายไป ตรีทศพูดเสียงหวานสุภาพ แถมยกมือไหว้เพื่อนรักอีกต่างหาก เขาหันมาโอดครวญให้กับสักทอง ที่ทำเหมือนจะหันไปถือหางเพื่อนรักเข้าเสียแล้ว รินพรมองตรีทศที่ไหว้เธอประหลกๆ แบบนั้น ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

            ไอ้บ้า! เลิกล้อนะเอ็ง ไม่งั้นมีเจ็บ คราวนี้ยกโทษให้ ไปทำงานกันดีกว่า ไร้สาระกันมาเกือบจะครึ่งวันแล้ว รินพรเดินมาตบบ่า แล้วโอบให้เพื่อนรักเดินไปด้วยกัน

            เลิกล้อก็ได้ แต่วันหลังเอาเก็บหน่อยนะโว้ย คนมันไม่เคยเห็น เลยตกใจอิๆ ตรีทศยังล้ออีกรอบ ทำเอารินพรทำตาขวาง

            ไอ้ตรี

            ครับ เลิกสนิทครับคุณแน็ต รูดซิปปากเลยครับ

            สักทองมองตามหลังลูกน้องทั้งคู่แล้วก็อมยิ้ม เขาไปเสนองานและประชุมกับลูกค้ามา จึงเข้ามาในบริษัทเวลานี้ ทีมงานที่ขาดไปคนหนึ่ง ทำให้ทำงานได้ช้าพอสมควร แต่มะรืนนี้ปานวิทย์ก็จะกลับมาแล้ว งานคงจะเดินไปได้อย่างราบรื่นเหมือนเดิม

            เสียงโทรศัพท์มือถือของสักทองดังขึ้น เบอร์โทรศัพท์นั้นทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า ปลายสายน่าจะโทรมาเรื่องงาน จึงกรอกเสียงทุ้มลงไปอย่างอ่อนโยน

            ครับ พี่วริศ เอ๊ะ! แน็ตเหรอครับ เอ่อ...เดี๋ยวนะครับ สักทองมองลูกน้องสาวมาดห้าว ที่กำลังนั่งถกงานอยู่กับตรีทศ ด้วยสีหน้าสงสัยไม่วาย ว่าทำไมจู่ๆ วริศถึงอยากจะคุยกับรินพร ทั้งที่คนที่เขาเคารพเหมือนพี่ชายคนนี้ ไม่ค่อยจะดูถูกชะตากับรินพรนัก เวลาไปเที่ยวด้วยกันเป็นกลุ่ม  หรือเวลาที่รินพรเจอเข้ากับวริศ สาวห้าวเป็นอันต้องคอยแขวะและหาเรื่องวริศทุกครั้ง นั่นก็คงเพราะเรื่องอดีตระหว่างเขาและวริศกระมัง แต่ตอนนี้เขาและวริศก็รักและเคารพกันเหมือนกับพี่ชายแท้ๆไปแล้ว เหลือก็แต่รินพร ที่ไม่รู้จะตั้งป้อมอะไรกับวริศนักหนา

            ไม่ต้องหรอก บอกแค่ว่าเมื่อคืนเขาลืมของไว้ที่คอนโดพี่ เดี๋ยวพี่จะเอาไปให้ที่บริษัท อ้อ...แล้วจะได้คุยงานกันต่อเลย งานที่พี่จ้างทางไม้สักไง โอเคนะ ฝากบอกแน็ตให้ด้วย

            ครับพี่ ปลายสายวางไปแล้ว แต่สักทองยังคงย่นคิ้วอย่างงงๆ เขาเดินไปหารินพร และบอกข้อความตามที่วริศฝากบอกไว้

            เอ่อ...แน็ต

            ฮะพี่ไม้สัก รินพรเงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นกระดาษ ที่กำลังร่างแผนงานกันอยู่ มองหน้าหัวหน้างานของเธอทันที

            คือว่าเมื่อกี้พี่วริศโทรมา เอ่อ...บอกว่าแน็ตลืมของไว้ที่คอนโดเค้าเมื่อคืนนี้ เดี๋ยวเค้าจะเอามาให้

            หา!” คนอุทานประโยคนี้อย่างตกใจกลับเป็นตรีทศ ที่มองหน้ารินพรเหมือนกับถูกผีหลอก เมื่อได้ยินดังนั้น

            ตายละวา ไอ้แน็ตไปค้างบ้านพี่วริศ คุณพระช่วย!’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น