แผนร้าย ปล้นรัก (ซีรีย์เล่ห์รัก)

ตอนที่ 17 : คนเมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 พ.ย. 60

วันนี้เอ็งไปกับไอ้ป๋องนะไอ้แน็ต ข้าจะอยู่เฝ้าออฟฟิศรอพี่ไม้สักว่ะ ตรีทศยื่นแฟ้มงานให้กับรินพร เธอพยักหน้า ก่อนจะคว้ามันไว้แล้วเดินไปหาปานวิทย์ ทั้งสองคุยกันสักครู่ แล้วก็เก็บของเตรียมออกไปข้างนอก ตรีทศกระแอมก่อนที่รินพรจะคว้ากระเป๋าออกไปข้างนอก พร้อมกับปานวิทย์

            ไอ้แน็ต หมู่นี้เอ็งไม่ยอมสังสรรค์ตอนเย็นด้วยกันเลยนะโว้ย มือถือตอนเย็นๆ ก็ปิด งานยังไม่เสร็จเหรอวะ

            เออสิ รินพรพยักหน้า

คุณย่ายังไม่กลับอยุธยาเลย คงกลับวันจันทร์น่ะแหละ พี่วริศจะไปส่ง ข้าจะได้กลับหอตัวเองเสียที

            แล้วเอ็งอยู่กับพี่วริศที่คอนโดเลยเหรอวะ ตรีทศเดินมาหาเพื่อนรัก เขารั้งข้อศอกของรินพรไว้ เพื่อจะได้ไม่หนีกันไปง่ายๆ รินพรเอียงคอแล้วหรี่ตามองเพื่อนรัก ที่ทำอยากรู้อยากเห็นจนออกนอกหน้ามาก

            ทำไมวะไอ้ตรี มีปัญหาอะไร ข้าแพ้เดิมพัน พี่เค้าขอให้ช่วยเรื่องนี้ เพราะเค้ายังไม่อยากแต่งงาน ข้าก็ช่วย

            แล้วเอ็งนอนกับพี่วริศสองต่อสอง เอ่อ...จะดีเหรอวะ คนพูดประโยคนี้คราวนี้เป็นปานวิทย์ รินพรย่นจมูกก่อนจะกอดอกแล้วส่ายหน้าช้าๆ

            เค้าก็เห็นว่าข้าเป็นผู้ชาย เหมือนพวกแกน่ะแหละ พี่วริศน่ะ

            จริงๆ น่ะเหรอ ตรีทศถาม เออ...แล้วเอ็งหายเกลียดขี้หน้าพี่เค้าแล้วเหรอวะ ไอ้แน็ต เห็นแต่ก่อนตั้งป้อม เกลียดเค้าไม่ชอบหน้าสารพัดเลย ตอนนี้ไหงญาติดีกันแล้วว่ะ

            พี่เค้าก็น่ารักดี เป็นพี่ชายที่ใช้ได้คนหนึ่งวะ รินพรว่า

แถมข้าก็ชักจะเห็นใจ เรื่องที่พี่เค้าอกหักจากพี่ลูกหว้ามั้ง เปิดอกคุยกันแล้ว เลยเข้าใจกันน่ะ

            เปิดอกคุยกันเลยเหรอวะ ตรีทศว่า แล้วลดสายตาลงมองต่ำ รินพรตบศีรษะเพื่อนรักดังป๊าป! ทันที ตรีทศต้องโอดเสียงอ่อย พลางคลำบริเวณที่โดนตบไปด้วยป้อยๆ

            เจ็บนะโว้ย!”

            คิดแต่ล่ะเรื่อง สมควรโดนมากกว่าตบหัวว่ะ ไอ้บ้า!” รินพรหน้าแดงก่ำ เธอยังไม่ได้ไปหาซื้อผ้ามาพันหน้าอกจนแล้วจนรอด เพราะมีแต่เรื่องยุ่งวุ่นวายไม่จบ แถมยังต้องทำงานอีก และก็ชักจะชินเสียแล้ว กับการไม่สวมผ้าพันรัดรึงนั่น ยกเว้นเวลาเดียว ก็คือเวลาที่โดนตรีทศล้อเอานั่นแหละ

            แต่ถ้าแบบนี้พี่วริศก็ยิ่งเป็นสุภาพบุรุษว่ะ น่าเสียดายเนอะ ที่พี่เค้าไม่มีแฟน อืม... ปานวิทย์ทำท่าคิด เขายิ่งรู้สึกชอบวริศมากขึ้นไปอีก ที่ไม่ได้ฉวยโอกาสอะไรเอากับรินพร ที่แม้เจ้าตัวจะวางท่าเป็นสาวห้าวยังไงก็ตาม ก็เป็นผู้หญิงแท้ๆ

            หาให้สักคนสิ รินพรว่า พลางอมยิ้ม

 บ่นๆ กับข้าอยู่ว่าไม่เคยมีแฟน จีบพี่ลูกหว้าก็กินแห้ว เราจัดสาวๆ น่ารักๆ สักคนไปดีไหมวะ

            แล้วคนที่จีบแข่งกับแกล่ะ น้องน้อยหน่าอะไรนั่นน่ะ ตรีทศเอ่ยทักอย่างจำได้ รินพรเลยลูบผมของเธอเบาๆ แล้วพึมพำอย่างเพิ่งจะคิดได้ว่า

            เออ...จริงสินะ สงสัยน้องเค้าคงหายไปกับหนุ่มอื่นแล้วล่ะมั้ง จะว่าไปพี่เค้าออกจะหล่อ แมน แฮนซั่ม ขนาดนั้น พวกเราคงไม่ต้องช่วยหรอกเนอะ จริงไหมวะ

            ช่วยหน่อยก็ดีนะโว้ย พี่เค้าดูท่าทางจะไม่อยากมีแฟน และหวงความโสด เสียดายแทนสาวๆ ว่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นจะให้ไอ้แน็ตไปเป็นไม้กันหมาให้เหรอ พอย่าจะให้หมั้น ว่าแต่ว่าที่คู่หมั้นเค้าขี้เหร่มากหรือไงวะไอ้แน็ต ถึงต้องให้เอ็งไปทำตัวเป็นแฟนให้น่ะปานวิทย์ว่า

            สวยมาก ยังกับสาวไทยแท้ หลุดออกมาจากหนังสือวรรณคดีเลยว่ะ รินพรทำท่าฝันๆ เมื่อพูดถึงกลิ่นแก้ว ปานวิทย์กับตรีทศถึงกับมองหน้ากัน เมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนแบบนั้น ปานวิทย์ตบบ่าเพื่อนสนิทหนักๆ แล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า

            เฮ้ย! เพิ่งจะอกหักมา จะเอาอีกแล้วเหรอไอ้แน็ต

            บ้า รินพรหัวเราะกิ๊ก

 ไม่จีบหรอกน่า จีบได้ที่ไหนกัน ชื่นชมเค้าต่างหากล่ะ เค้าเองก็ไม่ค่อยชอบหน้าข้าหรอก เพราะเค้าชอบพี่วริศน่ะ

            อืม...นำเสนอน้องจุ๊บแจงเลยดีไหมวะ ว่าที่น้องเมียเอ็งน่ะไอ้ป๋อง สาวเหนือสวยๆ หวานๆ น่ารักๆ พี่วริศท่าทางจะชอบ ตรีทศเสนอความคิด เลยโดนปานวิทย์ตบศีรษะเอาอีกคน จนเจ้าตัวต้องโวยลั่น

            เฮ้ย! หัวคนนะ เห็นเป็นลูกวอลเล่ย์บอลกันหรือไงวะ ตบเอาๆ

            อย่ามายุ่งกะน้องจุ๊บแจง น้องเค้ายังเด็ก ยังเรียนอยู่เลย ปานวิทย์ว่าเสียงขรึม ทำเอารินพรและตรีทศมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะกันคิกคัก

            เออ...เอ็งนี่ หวงว่าที่น้องเมียแล้วเหรอวะ ทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ ดีใจแทนน้องจ๋านะเนี่ย

            ทำหน้าที่หน่อยว่ะ อิๆ ปานวิทย์หน้าแด งเมื่อถูกล้อเลียนถึงคู่หมั้นสาว ที่อยู่ไกลถึงเชียงใหม่ แต่ระยะทางไม่เป็นปัญหาของเขาเลย เพราะปานวิทย์มักจะเดินทางไปหาเธอเกือบทุกวันหยุด และเขาก็มีโครงการจะย้ายไปอยู่เชียงใหม่กับจิรารัตน์ทันทีที่แต่งงานกัน ซึ่งก็อีกไม่กี่เดือนแล้ว

            ไป ๆ ทำงานกันได้แล้ว ก่อนที่ใครจะตบหัวข้าอีก เรื่องหาแฟนให้พี่วริศ เดี๋ยวค่อยว่ากัน เจอใครคล้ายๆ พี่ลูกหว้า ก็ยุให้จีบเสียเลยหมดเรื่อง ตรีทศมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะโบกมือไล่เพื่อนรักทั้งสอง เพราะกลัวว่าจะไปถึงที่นัดกับลูกค้าช้า สองหนุ่มสาวเลยแกล้งทำร้ายร่างกายของตรีทศ อีกคนละทีสองทีก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป

            ตรีทศนั่งทำงานเอกสารของตนเอง และนั่งวาดสตอรี่บอร์ดที่ได้รับมอบหมายมาจากสักทอง จนเกือบถึงหกโมงเย็นแล้ว เขาจึงเดินออกมาจากห้องทำงาน เพื่อจะกลับบ้าน

            สงสัยวันนี้ ต้องตรงกลับบ้านเลย เฮ้อ...อยากจะหาเพื่อนดื่มก็ไม่ยักกะมีแหะ ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง เมื่อเดินดุ่มๆ ออกมาจากบริษัท เขาแวะซื้อกาแฟดื่ม ขณะที่รอแม่ค้าชงกาแฟให้เขาอยู่นั้น ตรีทศก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อมองหน้าแม่ค้าสาวเพลินๆ มีคนมาสะกิดบ่าเขาและเสียงห้าวทุ้มเรียกขึ้น

            ตรี เลิกงานแล้วเหรอ พี่รอตั้งนานแนะ

            อ้าว! พี่วริศ มายังไงครับเนี่ย ตรีทศมองวริศแล้วก็ย่นหัวคิ้ว อย่างงงๆ ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้พลางตบบ่าตรีทศเบาๆ

            ไปดื่มกับพี่หน่อยไหมตรี พี่หาเพื่อนดื่มเย็นนี้อยู่ พี่เลี้ยงเอง

            เอ๊ะ! นึกยังไงกันครับพี่วริศ ตรีทศโพล่งออกมาและมองวริศอย่างสงสัย วริศหัวเราะพลางหลิ่วตาให้กับตรีทศ ก่อนจะพูดเสียงทุ้ม

            พี่มีเรื่องอยากจะปรึกษากับตรี รับรองว่าไม่ใช่เลี้ยงเหล้าตรีฟรีๆ แน่นอนเลยครับ

 

..................................................................................................................................

 

            บรรยากาศในร้านเล็กๆ ที่วริศพามานั่งนั้น ต่างกับ ร้านเหล้าที่ตรีทศเคยไปนั่ง เพราะไม่มีเพลงดังๆ ไม่มีผู้คนวุ่นวาย เป็นเหมือนบรรยากาศร้านอาหารกึ่งผับให้ฟังเพลงเบาๆ มากกว่า และวริศเองก็เลือกที่นั่งอยู่ติดระเบียงด้านนอก ที่เงียบสงบ ร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ที่เจ้าของร้านปลูกไว้ ไฟประดับรอบต้นก้ามปูต้นใหญ่ ท่ามกลางรัตติกาลและแสงดาว ดูแล้วโรแมนติคมาก ตรีทศเองมองไปรอบๆ ก็ถึงกับปรบมือเข้าหากันอย่างชอบใจ และยกนิ้วให้กับวริศ

            ร้านนี้บรรยากาศดีมากๆ เลยพี่ แต่แบบนี้น่าพาแฟนมา มากกว่าจะมาดื่มเหล้ากันนะครับ

            พี่มีเรื่องอยากจะคุยกับตรี วริศว่า นัยน์ตาของเขาฉายแววจริงจังมากมาย จนตรีทศต้องย่นคิ้ว ใจเริ่มนึกสังหรณ์ อะไรบางอย่าง

            เรื่องอะไรเหรอครับ

            เรื่องของแน็ต พี่อยากจะคุยกับตรี เกี่ยวกับเรื่องของแน็ต

            ให้ตายสิ!” ตรีทศลืมตัวเผลอตบโต๊ะ จนเด็กเสิร์ฟที่เดินมารับออเดอร์และวริศ ถึงกับสะดุ้งโหยง ชายหนุ่มหัวเราะลงคออย่างถูกใจ แล้วเอื้อมมือตบหลังมือวริศแรงๆ

            ถ้าผมซื้อหวยจะถูกไหมเนี่ย เดาไว้ไม่พลาดเลย อิๆ พี่วริศอยากรู้เรื่องของไอ้แน็ตมัน เพราะพี่ชอบมันใช่ไหมครับ

            เอ่อ... วริศถึงกับพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว เมื่อตรีทศยิงตรงเผงเข้าสู่หัวใจของเขาแบบนั้น  ใบหน้าคมสันของเขาแดงเรื่อ เห็นได้ชัดแม้ในแสงสลัว ตรีทศอดกระเซ้าไม่ได้

            หน้าแดงเลยนะครับพี่ ไอ้แน็ตมันน่ารักแบบซ่อนลึก แม้จะโหดไปหน่อย มือไว ตีนไวไปนิด  ผมล่ะรอคนมาแก้ทอมให้มันมาตั้งนานแล้วนะพี่ จะถามอะไรเกี่ยวกับมัน ถามมาเลย ผมยินดีตอบทุกเรื่อง ที่ผมไปสอดรู้เรื่องของมันมา

            คือว่า พี่อยากจะรู้ ว่าแน็ตเค้าเป็นแบบนี้มานานหรือยัง วริศกระแอม

ไหนๆ ก็ตั้งใจจะมาถามเรื่องของรินพรจากเพื่อนสนิทอย่างตรีทศแล้ว แถมชายหนุ่มก็รู้ทันเขาเสียแล้ว ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับรินพร เขาก็ต้องถามกันให้หมดทุกเรื่อง

            แบบไหนเหรอครับ อ๋อ...หมายถึงที่มันเป็นทอมนี่เหรอครับ ตั้งแต่คบกับมันมามันก็เป็นแล้วครับพี่วริศ แถมจีบสาวเก่ง สาวติดตรึม เป็นเจ้าพ่อของคณะที่เรียนด้วยกันมาเลยน่ะครับ
            “โห วริศถึงกับอ้าปากค้าง เขาเผลอกุมขมับ หน้าตาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ตรีทศมองแล้วก็หัวเราะก๊าก อย่างอดไม่ได้ กับท่าทีของชายหนุ่ม

            กลุ้มเลยเหรอครับพี่ สมควรจะกลุ้มหรอกครับ มีคนพยายามมาจีบมันหลายคนหรอกครับ  เพราะมันหน้าตาน่ารัก ยิ่งเป็นเฟรชชี่ใหม่ๆ หน้าใสเสียจนพี่เค้าจับประกวดดาวคณะ มันเป็นคนที่ทั้งผู้หญิงผู้ชายวิ่งตามจีบน่ะครับ แต่มันก็ค่อนไปทางห้าวเสียมากกว่า แถมดุยังกับเสือขนาดนั้น หลังๆ หนุ่มๆ เลยถอดใจกันหมด

            เฮ้อ...กรรมเวรอะไรของพี่ก็ไม่รู้นะ ที่มาชอบเค้า หึๆ วริศหัวเราะแบบหยันๆ ตัวเอง พลางเริ่มชงเหล้า ที่เด็กเสิร์ฟนำมาให้ แล้วยกขึ้นดื่มอย่างกลุ้มๆ

 ตรีทศหรี่ตามองเพื่อนชายรุ่นพี่ ดูท่าทางแล้ววริศจะชอบรินพรเอาจริงจัง เขารู้จักวริศมาพอสมควร และรู้ว่าชายหนุ่มเป็นคนจริงจังเรื่องความรัก น่าสงสารด้วยซ้ำ เพราะคราวก่อนเขาอกหักมารอบหนึ่งแล้ว เพราะไปรักคนที่มีเจ้าของหัวใจแล้ว หากแต่รอบนี้ วริศกลับมาตกหลุมรักเข้า กับสาวห้าว ที่เกลียดผู้ชายจนออกนอกหน้าอย่างรินพร

            ใจเย็นๆ นะครับพี่ ผมว่าไอ้แน็ตมันมีปมหรอกครับ ถึงเกลียดผู้ชายมากขนาดนี้ ลึกๆ มันก็เป็นผู้หญิงอยู่หรอกครับ ถ้าไม่ใช่พี่ ผมไม่เล่าให้ฟังเด็ดขาดเลยนะครับ

            อะไรเหรอตรี เรื่องอะไรที่เป็นปมของแน็ต พี่เองก็อยากรู้เหมือนกัน วริศถึงกับนั่งตัวตรง จ้องคนตรงหน้าเป๋ง ตั้งใจฟังไม่ให้หลุดรอดไปสักรายละเอียด ตรีทศกระแอม พลางจ้องสบตากับวริศตอบ สายตาขี้เล่นเป็นเสมอของหนุ่มผิวเข้ม เปลี่ยนไปเป็นจริงจังขึ้นมาเลยทันทีเมื่อเอ่ยประโยคแรกออกมา

            พี่วริศสัญญานะครับ ว่าถ้าพี่รู้เรื่องของมันแล้วทั้งหมด พี่จะไม่ซ้ำเติมมันด้วยความผิดหวังอีก ไอ้แน็ตมันเหมือนคนขาดความรักเข้าขั้นรุนแรง แม้จะดูเข้มแข็งแบบนั้นก็ตามที แต่ถ้ามันรักใครแล้ว มันก็ทุ่มหมดหัวใจ และคราวนี้ ถ้าเกิดมันรักพี่วริศเข้า แล้วพี่ไม่จริงจังกับมัน เพื่อนผมคนนี้คงจะน่าสงสารมาก

            พี่สัญญานะตรี มือใหญ่คว้ามือของตรีทศเข้ามาบีบแน่น นัยน์ตาที่มองตอบเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จริงจังไม่แพ้งกันตรีทศ

            ถ้าพี่วริศจริงจังแบบนั้น ผมก็จะเล่าเรื่องทั้งหมดของไอ้แน็ตให้ฟัง เรื่องที่ผมคิดว่าเป็นสาเหตุ ทำให้เพื่อนผมกลายเป็นสาวห้าว แอนตี้ผู้ชายแบบนี้

 

.....................................................................................................................................

 

            ป่านนี้แล้ว หลานฉันยังไม่กลับเลย นี่หล่อนไม่คิดจะโทรตามตาเล็กสักนิดหรือไงกัน คุณอังกาบว่า พลางมองนาฬิกาสลับกับมองรินพรไปด้วย กลิ่นแก้วเองก็มองหน้ารินพร พวกเธอกำลังนั่งดูโทรทัศน์รายการข่าวด้วยกัน และดูไปเรื่อยๆ เพื่อรอวริศไปในตัว เขาโทรศัพท์มาบอกคุณอังกาบให้ทานอาหารเย็นกันไปก่อน ตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว หลานชายของนางก็ยังไม่กลับบ้าน แต่ดูเหมือนว่ารินพรจะไม่เดือนร้อนอะไรสักนิด เธอกำลังนั่งคิดงานใส่ในสมุดโน้ต ขณะที่ดูโทรทัศน์เป็นเพื่อนของคุณอังกาบและกลิ่นแก้ว

            ทำไมแน็ตต้องโทรตามด้วยฮะ รินพรทำหน้าเหวอ เมื่อโดนคุณอังกาบหยิกเอา เธอนั่งโซฟาตัวเดียวกับหญิงชรา ส่วนกลิ่นแก้ว กึ่งนั่งกึ่งเอนอยู่ตรงเก้าอี้หวายตัวโต ในมือมีสมุดสเก็ตภาพกำลังร่างภาพเล่นๆ

            อะไรของเรา ผัวกลับดึกแบบนี้ไม่เป็นห่วงหรือไงกัน คุณอังกาบเอ็ดเอา รินพรถึงกับหน้าแดง เมื่อคุณอังกาบพูดว่าวริศเป็นอะไรกับเธอ

            เดี๋ยวพี่วริศก็กลับมาเองล่ะฮะ ทำงานติดพันมั้งฮะ แน็ตก็เป็นบ่อยๆ บางทีกลับจากออฟฟิศห้าทุ่ม เที่ยงคืนยังเคยเลยฮะ

            เฮ้อ...เด็กสมัยนี้ คุณอังกาบบ่นด้วยประโยคประจำ เวลาต่อว่ารินพร

หล่อนน่ะ หัดเอาใจตาเล็กไว้บ้างสิ มาทำเป็นเฉยๆ เรื่อยๆ อะไรก็ได้อย่างนี้ไม่ได้หรอก โทรไปถามไถ่ เป็นห่วงเขาเสียหน่อย เขาจะได้รู้ว่าเราน่ะรักเป็นห่วงเค้า

            คือว่า รินพรอ้ำอึ้ง เธอไม่กล้าโทรไปยุ่งย่ามกับวริศหรอก ก็เธอไม่ได้เป็นอะไรกับเขานี่นา หากแต่สายตาดุๆ ของคุณอังกาบ และมือเหี่ยวย่นของท่านที่ยื่นโทรศัพท์มาให้ ทำให้เธอยิ้มแหย พลางเอื้อมมือรับแต่โดยดี กลิ่นแก้วเห็นดังนั้นก็แอบยิ้ม คุณอังกาบคงจะแอบรักรินพรเข้าแล้ว  หลังจากคลุกคลีอยู่ด้วยกันเกือบอาทิตย์หนึ่ง ถึงได้สอนวิธีมัดใจหลานชายให้แบบนี้

            พี่วริศฮะ จะกลับกี่โมงฮะ เอ่อ...คุณย่าให้แน็ตโทรตามน่ะฮะ โอ๊ย! หยิกแน็ตทำไมกันล่ะฮะ ปลายสายถึงกับอมยิ้ม กับน้ำเสียงใสห้าวๆ ที่ได้ยิน นัยน์ตาคมกริบเป็นประกายระยับ เขายังไม่ได้ตอบโต้อะไรกับรินพร เพราะเสียงแจ้วๆ ของคุณย่าที่ดังมา ทำให้วริศรอฟังท่านก่อน ว่าท่านจะพูดอะไร

            ให้บอกว่าหล่อนโทรไปเอง โอ๊ย! จะมาบอกว่าฉันโทรตามทำไมกันย่ะ ไปนอนดีกว่า ไปๆ แม่แก้ว

            ดุจังเลยแหะ รินพรบ่นพึมพำ เธอไม่ได้ยินปลายสายโต้ตอบอะไรเลย จึงกรอกเสียงลงไปอีกรอบ

พี่วริศฮะ วันนี้กลับดึกจังเลย คุณย่าบ่นใหญ่เลยฮะ แถมเคี่ยวเข็ญให้แน็ตโทรตามด้วย

            เป็นห่วงพี่มั้งครับ แน็ตล่ะ เป็นห่วงพี่บ้างหรือเปล่า? น้ำเสียงห้าวทุ้มฟังออดอ้อนเธออย่างประหลาด รินพรถึงกับย่นคิ้ว หน้าแดงเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

            เมาหรือเปล่าฮะเนี่ย ถ้าเมาอย่าขับรถนะฮะ อันตราย แล้วด่านตรวจก็เยอะ เสียงพี่วริศแปลกๆ

            นิดหน่อยน่ะครับ ถ้าพี่เมาจะนั่งแท็กซี่กลับ อีกสักพักพี่ก็กลับบ้านแล้ว

            แน็ตจะรอแล้วกันนะฮะ ทำหน้าที่หน่อย คุณย่าอุตสาห์อบรมการเป็นคนรักที่ดีมา รินพรหัวเราะกิ๊ก วริศยิ้มกริ่ม ตรีทศที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา ถึงกับยิ้มตามและแอบหลิ่วตา ให้ก่อนที่ชายหนุ่มจะโบกมือ เรียกพนักงานมาเก็บเงิน

            รินพรนั่งทำงานของตัวเองเพลิน ด้วยการเปิดโทรทัศน์ไว้เป็นเพื่อน กลิ่นแก้วและคุณอังกาบเข้าห้องนอนของตัวเองไปแล้ว เธอขีดเส้นใต้ตรงประโยคคำโฆษณาที่เธอเห็นว่ามันใช้ได้ คิดได้หลายประโยคแล้ว พรุ่งนี้จะได้เอาไปนำเสนอกับสักทอง ว่าจะเลือกประโยคไหนใช้ในงาน เธอบิดขี้เกียจและปิดสมุดโน้ต นัยน์ตากลมโตเหลือบมองนาฬิกา เกือบเที่ยงคืนแล้ว วริศยังไม่มา ชักจะน่าเป็นห่วงเหมือนกันนะ เธอสะบัดศีรษะเบาๆ พลางย่นจมูก ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเอง

            ทำไมต้องเป็นห่วงเค้าด้วยนะ หรือเราจะฟังคุณย่ามาก ชักจะอินกับบทที่พี่วริศยกให้เสียแล้วแหะ ไม่ไหวๆ

            เสียงบิดลูกบิดดังขึ้นทางหน้าประตูห้อง ทำให้รินพรหันไปดู ก่อนจะยืนกอดอกรอตรงนั้นเมื่อเห็นวริศเดินเซน้อยๆ เข้ามาด้านใน กลิ่นแอลกอฮอล์กรุ่นออกมาเลยทีเดียว จนเธอต้องย่นจมูก

            เมามาเหรอฮะพี่วริศ

            นิดหน่อยน่ะครับ ไปเลี้ยงลูกค้ามาน่ะ วริศตอบ นัยน์ตาคมกริบที่มองร่างบางที่ยืนตรงหน้าเป็นประกายระยับ วาวหวาน รินพรเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด แล้วมองเขาอย่างลังเล ว่าจะช่วยประคองเขาดีไหม เพราะวริศทำท่าเหมือนจะยืนไม่อยู่

            ยืนไหวไหมฮะ แล้วนี่กลับมายังไง ขับรถมาหรือเปล่า

            แน็ตซักพี่เหมือนเป็นแฟนพี่จริงๆ เลย เปล่าหรอกครับพี่กลับแท็กซี่ วริศหัวเราะหึๆ ทำเอารินพรหน้าแดง ร่างสูงเอนเหมือนจะล้ม ทำให้เธอต้องคว้าต้นแขนเขาไว้เพื่อประคอง แล้วกึ่งลากกึ่งจูงชายหนุ่มเดินเข้าห้องนอน

            ไปอาบน้ำก่อนไหมฮะ ว้า...ทำไมพี่วริศเมามากจัง รินพรบ่นพึมพำ เมื่อร่างสูงได้แค่หัวเราะหึๆ แล้วเอนซบเธอ กลิ่นเหล้ากรุ่นของเขา ทำให้รินพรไม่เอะใจหรอกว่าเขาเมาจริง หรือแค่แกล้งเมา

            อกหักเหมือนแน็ตมั้ง เลยเมามาก รินพรขมวดคิ้ว เมื่อวริศพูดแบบนั้น เธอเงยมองหน้าเขา หากแต่ใบหน้าคมสันนั้นก็แดงเรื่อ แล้วยิ้มน้อยๆ ให้เธอ นัยน์ตาหวานระยับขนาดนั้น เมาจริงๆ แน่นอน

            ปรกติพี่วริศคอแข็งนี่ฮะ ไม่น่าจะเมาขนาดนี้ ขืนคุณย่าพี่มาเห็นล่ะก็ แน็ตโดนสวดอีกแน่ๆ ที่ไม่ดูแลพี่ เฮ้อ...แต่ท่านจะกลับอยุธยาแล้ว อดคิดถึงไม่ได้เหมือนกันนะฮะ คงไม่มีคนมาดุแน็ตแว้ดๆ แล้วหยิกแน็ตเจ็บๆ อีกแล้ว รินพรเผลอพูดตามความนัยของใจลึกๆ ออกไป วริศซ่อนรอยยิ้มไว้ แล้วเดินตามแรงลากของรินพรไปที่เตียงนุ่ม ที่เขานอนกับเธอมาเกือบหนึ่งอาทิตย์เต็ม  โดยที่ไม่ได้สัมผัสล่วงเกินเธอ เหมือนคืนแรกที่เขาจงใจจะแกล้งเธออีก แค่ได้มีเธอนอนข้างๆ เขาก็มีความสุขมากแล้ว

            นอนเลยเหรอฮะ พี่วริศ พี่วริศไปอาบน้ำก่อน รินพรตบแก้มเขาเบาๆ หากแต่ชายหนุ่มได้แต่ส่งเสียงอืออา รินพรไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงกว้าง พลางมองคนเมาที่นอนแผ่หลาอย่างปลงๆ ตัวเธอก็เคยไปดื่มมาอยู่หรอก แต่ไม่เคยเห็นสภาพของตัวเองตอนเป็นแบบนี้เสียที คนเมานี่ดูยังไงก็ดูไม่จืดจริงๆ วริศเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเองพลางบ่นว่าร้อน สักพักเขาก็นอนตะแคงนิ่งไป ทำเหมือนว่าหลับจริงๆ

            พี่วริศ พี่วริศฮะ นอนจริงๆ ด้วยแหะ เหม็นเหล้าหึ่งแบบนี้ เรานอนโซฟาดีกว่า รินพรบ่นพึมพำ พลางทำท่าจะหอบหมอนและผ้าห่ม ไปนอนที่โซฟาตัวนุ่มตรงปลายเตียง หากแต่ก็ต้องตกใจ เพราะมือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางเสียก่อน

            เช็ดหน้าให้พี่หน่อยสิครับ เหนียวตัวจัง แต่ลุกไปอาบน้ำไม่ไหว พี่นอนไม่ได้ วริศว่าเสียงอ้อนๆ นัยน์ตาคมกริบปิดสนิท เขาพลิกนอนหงาย เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมออกจนเกือบหมด  เผยให้เห็นแผงอกล่ำสัน กล้ามเนื้องดงามของบุรุษเพศ รินพรหน้าแดงกับน้ำเสียงออดอ้อนแบบนั้นของเขา และพยายามปลดมือเขาออก วริศยังคงพึมพำทั้งไม่ลืมตาว่า

            แน็ตใจร้าย ช่วยพี่หน่อยก็ไม่ได้ นะครับ... นะครับ

            ปล่อยก่อนสิฮะ จะได้ไปเอาผ้ามาเช็ดหน้าให้ เฮ้อ...เมาแล้วทำไมเป็นแบบนี้ไปได้นะ รินพรบ่นพึมพำ เมื่อมือใหญ่นั้นยอมปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ

            คิดเสียว่าเป็นพี่ชายก็แล้วกันนะไอ้แน็ตเอ๊ย ! แล้วทำไมเราต้องใจเต้นแปลก ๆ ด้วยนะนี่มันพี่วริศนะ แล้วเราก็ไม่ได้ชอบผู้ชายรินพรบอกย้ำตัวเอง ขณะที่เดินไปเอาผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำให้เขา บอกตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ว่าทำไมต้องยอมทำตามที่วริศร้องขอด้วย และเธอก็ไม่ได้รังเกียจเขาเลยสักนิด ทั้งที่เคยตั้งป้อมกับชายหนุ่มไว้ แถมเขายังเคยรังแกเธอไว้เสียด้วย ทำไมกันนะ

            พี่วริศฮะ นอนหลับไปแล้ว จะทำยังไงดีนะเรา รินพรบ่น แล้วมองร่างสูงใหญ่อย่างกลุ้มๆ เธอเดินถือผ้าชุบน้ำที่บิดหมาดๆ มาด้วยในมือ และก้าวขึ้นมานั่งขัดสมาธิข้างเขาบนเตียงกว้าง วริศยังคงนอนนิ่ง กางแขนขาเต็มที่ รินพรมองอกกว้างเปลือยของเขาแล้วกลืนน้ำลาย ก่อนจะตบแก้มตัวเองแล้วบ่นเบาๆ

            จะหน้าแดงทำไมวะไอ้แน็ต แล้วใจเต้นทำไมกันเนี่ย กะอีแค่ผู้ชายหุ่นดีๆ แต่พี่วริศหุ่นดีชะมัด ผิวก็เป็นสีแทนสวยเสียด้วย รินพรเผลอกวาดตามองไปทั่งเรือนร่าง และมองไล่ไปยังใบหน้าคมสันของวริศ มือเธอเอาผ้าชุดน้ำค่อยเช็ดหน้าให้เขาอย่างเบามือ นัยน์ตามองสำรวจเขาอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

            คิ้วสวยจัง ขนตางอนมากเลย ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ จมูกก็สวย ไม่โด่งน่ากลัว รินพรเผลอพึมพำ ชื่นชมความงามของบุรุษเพศอย่างไม่ได้ตั้งใจ อีกฝ่ายได้ยินเข้าเต็มที่ เพราะเขาแกล้งหลับ รินพรมองต่ำมายังริมฝีปากได้รูป ก่อนจะเผลอมองนิ่ง แล้วก็หันหน้าหนี หน้านวลแดงเรื่อ เมื่อนึกไปถึงความทรงจำระหว่างเธอกับเขา

            รีบๆ ทำจะได้เสร็จๆ ไปเสียที รินพรว่าแล้วเช็ดไล่ไปทั่วตัวเขา ที่กระดุมเสื้อเปิดอำนวยให้ อย่างลวกๆ ก่อนที่หัวใจจะเผลอคิดหวั่นไหวอะไรบ้าๆ ไปอีก

 นี่เธอเป็นอะไรไปนะ คงจะบ้าไปแล้วแน่ๆ เลย รินพรบอกกับตัวเอง เมื่อเธอแน่ใจว่าเรียบร้อยและพอจะให้เขาสบายตัวขึ้นบ้างแล้ว เธอก็ทำท่าจะผละลุกขึ้น แขนแข็งแรงสอดหมับเข้าที่เอวนุ่มอย่างเหมาะเจาะ รั้งให้รินพรนอนล้มลงไปบนเตียงกว้างด้วยกัน เธออ้าปากค้างอย่างตกใจ วริศที่นอนนิ่งเหมือนหลับใหล กลับคร่อมร่างบางไว้ทั้งตัว นัยน์ตาคมกริบของเขามองสบกับนัยน์ตาโตหวานที่ตื่นกลัวของเธอ ชายหนุ่มจุ๊ปากเบาๆ มือใหญ่ไล้ไปทั่วใบหน้าเนียน รินพรไม่ได้ดิ้นอาละวาดเหมือนทุกครา ที่เขาแตะเนื้อต้องตัวเธอ หากแต่เธอนอนมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว และวริศก็พอจะเข้าใจว่าเธอเป็นอะไรไป

            อย่ากลัวพี่เลยครับคนดี พี่ไม่มีวันทำอะไรแน็ต พี่แค่อยากจะมองหน้าแน็ตเท่านั้นเอง

            พี่วริศ รินพรพึมพำเสียงสั่น เธอมองจ้องกับนัยน์ตาคมกริบราวกับถูกมนต์สะกดไว้ เนื้อตัวที่สั่นไหวค่อยคลายอาการหวาดกลัวลง เมื่อเห็นว่าวริศไม่ได้ทำอะไร นอกจากกอดเธอไว้เฉยๆ เท่านั้น รินพรไม่ได้รังเกียจเขาเลยอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่หัวใจเธอมันกลับเต้นประหลาดเสียด้วยซ้ำ อ้อมกอดของเขาอบอุ่นและไม่น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย

            แน็ตรู้ตัวไหม ว่าแน็ตน่ารักมาก วริศใช้มือใหญ่ไล้ที่แก้มนุ่ม ไล้ไปทั่วไปหน้ารูปไข่ เจ้าของใบหน้าหวานนวล มองเขาแล้วกะพริบตาปริบๆ

 แน็ตอย่าเป็นผู้ชายได้ไหมครับ

            ทำไมละฮะ เสียงของรินพรที่ตอบเขานั้นแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบ วริศหัวเราะหึๆ แล้วพูดตอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนห้าวทุ้ม

            ถ้าไม่อย่างนั้นพี่คงเสียใจแย่เลย ว่าแล้วเขาก็กอดกระชับรินพรไว้ทั้งตัว ซบหน้าลงดื้อๆ กับซอกคอนุ่มหอม รินพรพยายามผลักเขาออกห่าง แต่วริศก็ยังกอดเธอแน่น แม้ว่าเธอจะพยายามดิ้นรนยังไง ก็ไม่หลุดจากอ้อมแขนของเขาเสียที จนต้องเหนื่อยไปเอง

            พี่วริศ พี่วริศ เอาอีกแล้ว เฮ้อ...ทำแบบนี้อีกแล้ว เมาจริงไหมนะรินพรบ่นหอบๆ เธอลืมคิดไปว่า เข้าใกล้เขาและถูกเขาโอบรัดไว้เหมือนงูรัดเหยื่อแบบนี้ทีไร เธอดิ้นหนีไม่หลุดเสียที

            เมาจริงๆ ครับ เสียงห้าวทุ้มนั้นตอบเบาๆ จากซอกคอหอมละมุนของเธอ คนฟังเลยย่นคิ้ว ก่อนจะพยายามมองคนที่กำลังกอดเธอแน่นอยู่ แต่ก็ไม่สามารถเห็นเขาได้ เพราะเธอถูกเขาทับไว้ทั้งตัว

            ตกลงว่าพี่วริศเมาจริงๆไหมนะ คนเมาที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองเมากัน รินพรคิดอย่างสงสัย แล้วก็ต้องหลับไปทั้งที่อยู่ในอ้อมแขน ของคนที่บอกว่าตัวเองเมาแบบนั้น เพราะไม่สามารถทำอะไรได้ วริศได้แต่อมยิ้มเมื่อคนในอ้อมกอดหายใจสม่ำเสมอไปแล้ว เขาแอบลักจุมพิตเบาๆ ที่แก้มนิ่มหอม

 การที่คุยกับตรีทศวันนี้ ทำให้เขามีกำลังใจ และแถมท้ายด้วยมีกองหนุนเพิ่มขึ้น ในการพิชิตใจคนในอ้อมแขน นับว่าเขาตัดสินใจถูกเลยทีเดียว ยังไงเขาก็อยากจะมีเธอในอ้อมกอดแบบนี้ตลอดไป

รินพร...เขาจะทำให้ความรักจริงใจของเขา ทำให้เธอได้สัมผัสและรับรู้ถึงมัน ว่าเขาสามารถเติมเต็ม ในสิ่งที่เธอพยายามไขว่คว้าตามหา ชายหนุ่มกระซิบบอกกับคนในอ้อมแขนที่หลับใหลไปแล้ว คืนนั้นเป็นคืนที่เขานอนหลับอย่างมีความสุขอีกคืนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะมีนางฟ้ามาอยู่ในอ้อมแขนแบบนี้

5 ความคิดเห็น