แผนร้าย ปล้นรัก (ซีรีย์เล่ห์รัก)

ตอนที่ 11 : หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 ต.ค. 60

เอ่อ พี่ฮะ จะดีเหรอฮะ แน็ตไม่เคยแต่งหน้า รินพรต่อรอง เมื่อคณิสรเปิดกล่องเครื่องสำอาง หญิงสาวอมยิ้ม ตอนนี้รินพรอยู่ในชุดที่เธอเลือกให้ คิดว่ามันทำให้สาวห้าวอย่างรินพร กลายเป็นสาวเปรี้ยวไปเลยทันที  

คณิสรอดมองร่างเพรียวนั้นอย่างชื่นชมไม่ได้ วริศตาถึงมาก สาวห้าวหน้าใสคนนี้ มีรูปร่างที่สมส่วนงดงามนัก และหน้าตาหวานละมุนนั่นอีก แต่งนิดเติมหน่อย รับรองว่าสวยจนหนุ่มๆ ต้องมองเหลียวหลัง สาวๆ ต้องมองด้วยความอิจฉากันเลยทีเดียว

            ถ้าน้องแน็ตเขิน ก็ไม่ต้องมองกระจกสิจ๊ะ รับรองว่าต้องสวยแน่ๆ

            คือแน็ตไม่ได้อยากสวยเลยนะฮะ แหะ...ไม่เคยชอบเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดสัญญาก็คงไม่ทำหรอกนะฮะ ทุเรศตัวเองยังไงก็ไม่รู้ รินพรบ่น คำพึมพำของสาวห้าว คณิสรได้ยินถนัด เธอจึงถามขึ้นมาลอยๆ ทันที

            สัญญาอะไรกับวริศเหรอจ๊ะ

            เอ่อ...ก็แค่นิดหน่อย เดิมพันระหว่างลูกผู้ชายนะฮะ แน็ตเลยต้องมานั่งทำสาวแบบนี้ พี่อย่าทำให้แน็ตเป็นผู้หญิงมากนักนะฮะ แน็ตกลัวรับตัวเองไม่ได้

            “แต่น้องแน็ตก็หน้าหวาน หน้าใสมากเลย พี่ว่านะน้องแน็ตต้องเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ เลยนะจ้ะ

            พี่กรุณาอย่าพูดอีกเลยนะฮะ แน็ตจะรับตัวเองไม่ได้ แน็ตไม่ใช่ผู้หญิงฮะ เจ้าตัวพูดเสียงห้วนเลยทันที นัยน์ตาคมหวานเป็นประกายระยับอย่างไม่ค่อยพอใจนัก คณิสรเลยต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง ไปชวนคุยเรื่องอื่นเสีย ในใจคิดว่าถ้างานนี้วริศเพื่อนของเธอ ต้องใจสาวห้าวหน้าใสคนนี้ละก็ คงต้องรับศึกหนักกันมากเลยทีเดียว เจ้าตัวออกจะประกาศโต้งๆ ขนาดนี้เลยนี่นา

            นายวริศเอ๊ย! จะชอบผู้หญิงขึ้นมาสักคนหนึ่ง ดันมาชอบสาวห้าวขนาดนี้นะเพื่อนเรา เฮ้อ...แอบหนักใจแทน ไม่ใช่งานเล็กๆ เสียด้วยงานนี้ กลับใจสาวทอมนี่ ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาอีกนะเนี่ย

 

....................................................................................................................................

 

          วริศถึงกับตาค้าง เมื่อเห็นหญิงสาวผมสั้น ที่เดินตามหลังคณิสรออกมาจากห้องแต่งตัว  มองแล้วแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าเป็นคนเดียวกันกับรินพร ที่เขาเห็นอยู่ทุกวัน เพื่อนของเขาเนรมิตสาวห้าวให้เป็นสาวหวานจนสำเร็จ แถมยังสวยชวนตะลึงแบบที่เขาคาดไม่ถึงเสียด้วย

            ผมสั้นที่เป็นทรงซอยทันสมัย และรินพรมักจะเสยให้มันไปข้างหลัง ถูกคณิสรหวีลงมาให้เป็นผมหน้าม้าป้ายข้าง คาดที่คาดผมสีฟ้าใสเป็นริบบิ้น ใบหน้าหวานใสนั้น แต่งแต้มอ่อนๆ ทำให้ยิ่งหวานละมุน เน้นที่นัยน์ตาคมหวานของเจ้าตัวด้วยโทนสีฟ้า ปัดแก้มเป็นสีพีชอ่อนๆ รวมถึงลิปสติกสีชมพูอ่อน

 รินพรอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตคอระบายสีขาว แขนตุ๊กตา กับกระโปรงยีนเอวสูง เน้นรูปร่างระเหิดระหง เอวเจ้าหล่อนคอดเล็ก สะโพกผายรับกัน ปรกติเธอมักจะซ่อนมันไว้ในชุดเสื้อกางเกงแบบผู้ชาย รองเท้าส้นสูงสีขาวสายไพล่ ทำให้รินพรเดินไม่ค่อยถนัดนัก เสื้อผ้าชุดเดิมของเธอถูกเก็บไว้ในถุง คณิสรส่งมันให้กับวริศพร้อมกับเสื้อผ้าอีกหลายถุง ก่อนที่หญิงสาวจะแอบกระซิบกับเพื่อน ที่มองรินพรที่กำลังดึงนั่นดึงนี่ เพราะไม่มั่นใจในตัวเอง

            ตาถึงมากเลยวริศ สวยน่ารักมากๆ แต่ว่านายคงต้องเหนื่อยหน่อยนะ

            เหนื่อยแต่คงจะคุ้ม วริศกระซิบตอบ พลางหัวเราะหึๆ

 หรือสรจะเถียง

            คณิสรอมยิ้ม แล้วมองตามหลังสองหนุ่มสาว ที่เดินกันออกไปจากร้านเธอ ท่าทางวริศจะคิดจริงจังแน่นอนงานนี้ เป้าหมายไม่ธรรมดาเสียเลยสิ แต่จะอย่างไรเธอก็แอบเอาใจช่วยเพื่อนหนุ่ม เพราะว่าแม่สาวหน้าหวานอย่างรินพร เธอลงความเห็นแล้ว ว่าเป็นผู้หญิงได้สวยน่ารักมากๆ  น่าเสียดายถ้าเจ้าตัวจะกลายเป็นสาวห้าว เสียดายแทนเพื่อนของเธอนั่นแหละ

 

....................................................................................................................................

 

            “ทำไมแน็ตต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงด้วยละฮะ รินพรทำหน้ามุ่ย เธอยังไม่ยอมมองตัวเองในกระจกแม้ชั่วแวบเพราะกลัวจะรับตัวเองไม่ได้ วริศอมยิ้มแต่แกล้งทำหน้าเฉย เมื่อตอบเธอเสียงห้าว

            จะได้ชินไว้ไงครับ แล้วพี่อยากให้แน็ตฝืนทำตัวนุ่มนิ่มเพื่อพี่หน่อยนะครับ ถือว่าเป็นเรื่องของลูกผู้ชายที่ช่วยลูกผู้ชายด้วยกัน พี่ยังไม่อยากแต่งงาน

            แน็ตจะพยายามนะฮะ แต่ว่าคุณย่าของพี่วริศยังไม่มาแบบนี้ แน็ตก็ไม่จำเป็นต้องสาวมากขนาดนี้นี่ฮะ รินพรแย้ง วริศส่ายหน้าช้าๆ แล้วพูดค้านขึ้นว่า

            ไม่ได้หรอก เดี๋ยวแน็ตไม่ชิน แล้วคำว่าฮะ พี่ขอได้ไหม ให้เปลี่ยนเป็นคำอื่นแทน พี่ไม่อยากให้ความแตกน่ะครับ ขืนแน็ตยังห้าวเดินเป็นแมนขนาดนี้ พี่โดนคุณย่าจับแต่งงานกับน้องแก้วแน่ๆ

            อืม... รินพรนิ่งอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า

 ก็ได้ฮะ ไว้พรุ่งนี้คุณย่าของพี่วริศมา แน็ตจะทำให้เนียนเลยฮะ

            ฮะ? อีกแล้ว วริศเลิกคิ้ว มองเธอเหมือนเธอกำลังทำผิด รินพรกัดริมฝีปากนิดหนึ่ง ก่อนจะฝืนพูดออกมาอย่างลำบากว่า

            ค่ะ

            ดีมาก พรุ่งนี้อย่าหลุดนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วพี่จะเลี้ยงแน็ตมื้อใหญ่ๆ เลย หึๆ หรือจะช่วยแน็ตจีบสาวก็ยังได้นะครับ

            ถ้าอย่างนั้นก็ยอมช่วยเต็มที่ล่ะฮะ รินพรอมยิ้ม การใกล้ชิดเขามากขึ้น ทำให้เธอเผลอญาติดีกับเขา เมื่อวริศไม่ได้กวนประสาทเธอ

แน็ตล่ะคาราวะพี่วริศเลย พี่วริศเทพจริงๆ เรื่องจีบสาว คราวน้องน้อยหน่า แน็ตยังแพ้พี่เลยฮะ เป็นอันว่าสอนเคล็ดลับแน็ตบ้างก็แล้วกัน

            ได้เลยครับ ชายหนุ่มพยักหน้า ซ่อนรอยยิ้มไว้อย่างมิดเม้น พลางใช้มือจับเอวบาง ที่ยังติดเดินแบบไม่ถนัด เพราะส้นสูงที่ตัวเองไม่เคยใส่ รินพรหันมองหน้าเขา ก่อนจะเบี่ยงหลบนิดหน่อย วริศเลิกคิ้วแล้วพูดเสียงทุ้ม

            สวมรองเท้าส้นสูงแน็ตเดินไม่ถนัดไง พี่กลัวว่าจะล้ม

            ไม่เป็นไรหรอกฮะ แน็ตเดินเองได้ รินพรว่า เธอไม่อยากให้เขามาสัมผัสเนื้อตัวมากนักหรอก แม้จะเผลอรู้สึกดีๆ กับเขาขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะเริ่มเปิดใจชอบเขามากขึ้น

            ฮะอีกแล้ว วริศเอามือล้วงกระเป๋าแต่โดยดี ก่อนจะพูดขึ้นมาเสียงทุ้ม

 แน็ตเผลอฮะอีกแล้ว

            แหม ค่ะ เฮ้อ...แน็ตติดคำนี้นี่ฮะ เอ้ย! ค่ะ พูดแบบผู้หญิงๆ แล้วมันกระดากปากจริงๆ รินพรบ่นพึมพำ ทำเอาคนฟังอมยิ้ม

 แล้วตกลงแม่คุณไม่ใช่ผู้หญิงหรือไงนะ ออกจะสวยหวานไปทั้งตัวแบบนี้... วริศมองร่างบางข้างตัว ในชุดเครื่องแต่งกายที่เปลี่ยนไปเป็นสาวหวานแล้วถอนใจ เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าทำไมกัน รินพรถึงไม่อยากเป็นผู้หญิงมากขนาดนี้

            พยายามให้ชินๆ หน่อยก็ดีนะครับ พี่ไม่อยากให้ความแตก คุณย่าของพี่ช่างสังเกตมาก

            ค่ะ รินพรแอบลอบถอนใจ เมื่อเดินเข้ามาในบริเวณประชาสัมพันธ์ของคอนโดมิเนียมของเขา สองสาวที่เคยนินทาเธอเมื่อวานนี้ บังเอิญเข้าทำงานพอดี เมื่อเห็นรินพรที่กำลังเดินแบบกระโดกกระเดก เพราะไม่ชินกับส้นสูง มาพร้อมกับวริศ ก็ถึงกับมองกันตาค้าง แล้วแอบซุบซิบกันทันที

            เมื่อวานควงหนุ่มหน้าใส วันนี้ควงสาวหน้าหวาน ตายล่ะ คุณวริศ เสือไบหรือเปล่าเนี่ย?

            พื้นตรงนี้ลื่นนะแน็ต เดินระวังหน่อยนะวริศหยุดรอรินพร ที่กำลังมีปัญหากับการเดินของตัวเอง เพราะรองเท้าส้นสูงเจ้ากรรม ที่เธอไม่เคยสวมมันมาก่อนเลย นอกจากครั้งเดียวก็คือวันรับปริญญา และมันก็ไม่ได้สูงขนาดนี้

            เฮ้ย!” สิ้นคำอุทานของรินพร เธอก็ล้มโครมลงกับพื้นเลยทันที วริศถึงกับหน้าเสีย รีบไปประคองร่างบางที่ล้มลงอย่างไม่เป็นท่าแบบนั้น อย่างเป็นห่วง

            เป็นไงบ้างแน็ต

            โอย รินพรย่นจมูก รองเท้าส้นสูงเล่นงานเธอแล้วสินะ เธอมีความรู้สึกเหมือนลุกไม่ขึ้น

 เจ็บฮะ

            มาพี่ช่วย วริศช้อนอุ้มร่างบางลิ่วขึ้นมาเหมือนนุ่น รินพรถึงกับอ้าปากค้าง ตกใจกับกิริยาแบบนั้นของเขา เธอคว้าต้นคอเขาไว้โดยอัตโนมัติ วริศเหมือนจะไม่สนใจเลยว่าใครจะมองเขาและเธอบ้าง เขาเดินไปกดลิฟท์ชั้นที่ต้องการ แล้วก้มลงบอกคนในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงห้าวทุ้ม แฝงความอ่อนโยนไว้ อย่างที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัว

            บอกแล้วว่าให้ระวัง เป็นยังไงเจ็บตัวจนได้

            เอ่อ...

รินพรถึงกับพูดไม่ออก เมื่อนัยน์ตาคมกริบมองเธอแบบนั้น เธอได้แต่ปล่อยให้เขาอุ้มเธอเข้าไปในลิฟท์ แล้วกดชั้นไปยังห้องพักของเขา ใบหน้าสวยหวานแดงเรื่อ และก้มลงซ่อนกับอกกว้างของเขา หัวใจเต้นประหลาดกับสัมผัสราวกับปราการคุ้มภัยนั่น

 รินพรไม่เคยรู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสของเพศชายแบบนี้เลย ปรกติเธอมักจะผลักไสและรังเกียจเสียด้วยซ้ำ แต่นี่เธอเป็นอะไรไปนะ ทำไมถึงไม่ผลักเขาออกอย่างที่ควรจะทำ แถมยังแอบรู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนั้นเสียด้วย

 

..........................................................................................................................................     

            ปล่อยแน็ตลงได้แล้วฮะ แน็ตหายปวดแล้ว รินพรว่าเมื่อถึงประตูห้องพักของเขาแล้ว วริศก้มมองคนในอ้อมแขนที่หน้าแดงก่ำ ก่อนจะปล่อยเธอลงแต่โดยดี แล้วไขประตูห้องพักเข้าไป รินพรหัวใจเต้นรัวเร็วกับสัมผัสของเขา จนแทบจะลืมอาการเจ็บของตัวเอง เมื่อถูกปล่อยตัวลงพื้นได้  เจ้าตัวก็ทำท่าจะจ้ำอ้าวเลยทันที

            โอ๊ย รินพรอุทาน เมื่อขาของเธอยังคงรับน้ำหนักได้ไม่ดีนัก และข้อเท้าบวมเหมือนจะพลิก วริศรีบตรงเข้าประคองทันที พลางเอ็ดเธอเสียงห้าว

            ยังไม่หายเลย เดี๋ยวพี่จะเอายามานวดให้ ไปนั่งตรงโซฟา

            คือ...แน็ตไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกฮะ แล้วยาแน็ตทาเองก็ได้ รินพรว่า แล้วพยายามจะยืนด้วยตัวเอง แต่วริศไม่ยอมปล่อยเธอ เขาอุ้มเธออีกครั้งแล้วไปวางตรงโซฟาตัวนุ่ม ก่อนจะเดินหายไปยังห้องนอนของเขา รินพรไม่ทันได้ห้าม เพราะมัวแต่ตกใจกับสิ่งที่เขาทำ

            ทำไมต้องมาทำซุ่มซ่าม เป็นสาวขนาดนี้ด้วยวะ ไอ้แน็ตเอ๊ย!” รินพรบ่นพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานแดงเรื่อ เมื่อเห็นเงาสะท้อนของหญิงสาวนางหนึ่ง ที่มองกลับมา รินพรก็ให้ตกใจกับภาพของตัวเองนัก

เธอมองจ้องกับหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่ง ดูหวานละมุนไปทั้งตัว กระจกบานใหญ่ที่ถูกติดไว้ตรงผนังห้อง เป็นเหมือนกับเครื่องตกแต่งในห้องรับแขก กำลังสะท้อนภาพของรินพรในอีกรูปแบบหนึ่ง ให้กับเจ้าตัวได้เห็น

            รินพรจ้องมองตัวเองสักครู่ เธอก็สะบัดหน้าหนี เธอไม่อยากเห็นตนเองในรูปลักษณ์แบบนี้เลย ใบหน้าหวานนั้นดูราวกับระริน มารดาของเธอ ที่มองจ้องตอบกลับมา มือเรียวกำเข้าหากันแน่น ก่อนจะเม้มริมฝีปาก เธอจะไม่ยอมเป็นเหมือนมารดา ที่ต้องไขว่คว้าหาความรักอยู่ตลอดเวลา จากพวกผู้ชายพวกนั้น เธอเกลียดที่มารดาไม่เคยสนใจจะรักเธอเลยสักนิด รินพรถูกโยนไปมาให้กับโรงเรียนประจำ ญาติสนิทช่วยเลี้ยงดู เธอต้องเจอกับเรื่องราวเลวร้ายมากมาย ทำให้เธอเกลียดและขยะแขยงเพศชายนัก และมารดาที่เธอรักและอยากได้ความรักจากท่าน ยังซ้ำเติมหัวใจที่บอบช้ำของรินพร ด้วยการพาตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของผู้ชายคนแล้วคนเล่า ทอดทิ้งบุตรสาวคนโตของตนอย่างไม่ไยดี

ท่านไม่ยอมหยุดที่จะค้นหาความรัก โดยไม่สนใจรินพรเลยแม้แต่น้อย ทำให้รินพรเป็นคนขาดความรักและโหยหาความรัก รินใจน้องสาวต่างบิดานั้น รินพรก็เพิ่งจะได้ทำความรู้จักกับสาวน้อยไม่ถึงสองปี และเธอก็ให้นึกอิจฉารินใจ ที่ได้อยู่กับระรินบ้างต่างจากเธอ นอกจากเวลาที่ขอความช่วยเหลือจากเธอเท่านั้นกระมัง จะเป็นเวลาที่ท่านสนใจเธอบ้าง

            ยื่นขามา พี่จะทายาให้ น้ำเสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนดังขึ้น รินพรสะดุ้ง ตื่นจากภวังค์อันเจ็บปวดของตนเอง เธอลังเลก่อนจะมองใบหน้าคมสันของวริศ ที่คุกเข่าลงกับพื้นพรมนุ่ม พร้อมกับยานวดบรรเทาอาการปวดบวม เมื่อเห็นว่ารินพรนั่งเฉย เขาก็ค่อยจับขาเรียวขึ้นมาเสียเองอย่างเบามือ จนรินพรต้องอุทานออกมาอย่างตกใจ

            เอ่อ พี่วริศ แน็ตทาเองได้ฮะ

            ไม่เป็นไร พี่ช่วยดีกว่า แน็ตเผลอพูดฮะอีกแล้วนะวริศกล่าวเสียงกลั้วหัวเราะ รินพรมองอาการอ่อนโยนละมุนละไมของเขาที่แสดงต่อเธอ แล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธอไม่เคยได้รับความรู้สึกแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว หากแต่ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกกับวริศ คนที่เคยตั้งป้อมกับเขานักหนามาก่อน

            มือแข็งแรงค่อยไล้เนื้อยาที่เป็นครีม กับข้อขาเล็กอย่างละม่อม เขาทำเหมือนเธอเป็นแก้วบางที่น่าทะนุถนอม นัยน์ตาคมกริบมองสบกับนัยน์ตาคมหวานของรินพร มันสะกดเธอไว้ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ เผลอมองเขานิ่ง เหมือนดังต้องมนต์

วริศเองก็เผลอมองใบหน้าหวานละมุนนั้นนิ่งนาน ความรู้สึกอ่อนไหวเข้าครอบงำหัวใจของเขา จนตอนนี้เขาเอาขาของเธอ วางไว้บนต้นขาแข็งแรงของเขา มือใหญ่ยังไล้เรื่อย อย่างลืมตัว เขาค่อยๆ เชยคางมนของรินพรขึ้น แล้วกระซิบเสียงแผ่วพร่า

            แน็ตรู้ตัวไหม ว่าแน็ตไม่เหมือนผู้ชายเลยสักนิด

            ...

 รินพรตอนนี้ถูกมนต์สะกด จากสายตาของเขาร่ายมนต์ไว้ เธอเผลอเผยอริมฝีปากนุ่มขึ้น  เหมือนจะโต้ตอบเขากลับไป ว่าจะอย่างไรเธอก็ไม่อยากเป็นเพศหญิงเลยสักนิด เธออยากจะเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหวง่ายดาย

            พี่ชอบมากเลยที่แน็ตแต่งตัวแบบนี้ แน็ตน่ารักมาก รู้ตัวไหมครับ น้ำเสียงห้าวทุ้มดังแผ่วใกล้กับใบหน้าเนียนใส ใบหน้าคมเข้มของเขาก็ใกล้กับใบหน้าหวานของเธอเข้ามาทุกขณะ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นซ่านที่ปะทะใบหน้าเธอ

            ริมฝีปากได้รูป ค่อยประทับใกล้กับริมฝีปากอิ่ม กดแผ่วเบาราวกับสัมผัสกลีบดอกไม้บางละมุน รินพรเบิกตาขึ้นอย่างตกใจกับสัมผัสนั้น เธอผลักอกกว้างออกห่าง ตอนนี้วงแขนแข็งแรงของวริศ กระชับรัดรอบตัวเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่รินพรจะทันตั้งตัว วริศมองคนในอ้อมแขนตาปรอย รินพรมองเขาอย่างตกใจ ชายหนุ่มมองริมฝีปากอิ่มนุ่มที่ผละออกมาอย่างเสียดาย เขากำลังก้มลงใกล้มันอีกครั้ง อย่าไม่สนใจว่ารินพรกำลังจะเริ่มรู้สึกตัว และดิ้นรนต่อต้านเขา

            เสียงโทรศัพท์มือถือของวริศดังขึ้น ทำให้สองหนุ่มสาวสะดุ้ง และผละออกจากกัน ชายหนุ่มถอนใจเฮือก แล้วลุกขึ้นยืน พร้อมกับกดรับโทรศัพท์ที่ดังขัดจังหวะเวลาสำคัญเข้า รินพรกะพริบตาปริบๆ เหมือนจะยังงงงันอยู่กับเหตุการณ์เมื่อครู่

            ครับ คุณย่า

            พรุ่งนี้ย่าจะไปที่คอนโดแกตอนบ่ายๆ นะ ตาเล็ก เสียงของปลายสาย ทำให้วริศอมยิ้ม

 คุณอังกาบมักจะเรียกเขาว่าตาเล็ก เพราะว่าวริศแม้จะเป็นบุตรชายคนเดียวของบิดามารดา หากแต่เขาก็มีลูกพี่ลูกน้อง เป็นบุตรชายคนเดียวของผู้เป็นลุง ที่ชื่อว่า อนล ญาติผู้พี่ของเขา  ที่ค่อนข้างสนิทกับวริศมากพอสมควรเลยทีเดียว คุณอังกาบจึงเรียกสองพี่น้องด้วยชื่อเล่นที่ท่านตั้งเองว่า ตาใหญ่ ใช้เรียกอนล ส่วนตาเล็กนั้น ก็คือวริศนั่นเอง

 ตอนเด็กๆ สองพี่น้องมักจะได้ไปอยู่ที่บ้านเรือนรักษ์ของท่านตอนปิดเทอม บ้านทรงไทยที่ซ่อนอยู่ในสวน และมีบึงปลูกบัวหลวงที่เป็นที่เล่นของเด็กชายทั้งสอง ตอนนี้แม้จะเติบโตกันแล้ว แยกกันไปทำงานของตนเอง หากแต่ยามว่างเขาและอนล ก็มักจะไปเยี่ยมคุณย่าอังกาบไม่ขาด บางคราวริศก็จะพักร้อนตัวเอง ไปนอนเล่นที่บ้านเรือนรักษ์ พร้อมกับลูกพี่ลูกน้องหนุ่ม รำลึกถึงอดีตครั้งยังเยาว์กันตามประสาพี่น้อง

            พาน้องแก้วมาด้วยนะครับ วริศว่า ผู้เป็นย่าอดสงสัยนิดหน่อยไม่ได้ ว่าทำไมวริศถึงต้องให้ท่านพากลิ่นแก้ว หญิงสาวที่เป็นเหมือนหลานรักของท่านอีกคนไปเยี่ยมเขาด้วย แค่วริศอ้อนวอนขอให้ท่านไปเยี่ยมเขาก็แปลกพอดูแล้ว

หลานรักของท่านคนนี้ มักจะทำอะไรแปลกๆ ให้ประหลาดใจเสมอ แม้ว่าตอนนี้จะโตเป็นหนุ่มฉกรรจ์ และรับกิจการครอบครัวมาทำเองทั้งหมดแล้วก็ตามที หากแต่ท่านก็ตอบรับแต่โดยดี สงสัยอะไรนั้น คงต้องเก็บไปถามกับเจ้าตัวแน่นอน

            แม่แก้วเขาก็อยากจะไปเปิดหูเปิดตาอยู่เหมือนกัน อุดอู้กับงานเขียนภาพของเค้านั่นแหละ

            ครับ อยากจะเจอน้องสาวอยู่เหมือนกันนะครับ คุณย่า ผมมีอะไรให้คุณย่าประหลาดใจด้วย วริศพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขามองไปยังร่างบางที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีเข้าห้องเล็กของตัวเองไป พลางยิ้มกริ่มนัยน์ตาเจ้าเล่ห์เป็นประกายระยับ เมื่อนึกถึง แผนการของตนเอง

            มีอะไรอีกล่ะตาเล็ก จะเลียนแบบตาใหญ่หรือไงกันนะ รอบก่อนที่ออกข่าวหน้าหนึ่ง นักร้องตบกันแย่งพี่ชายเราน่ะ ย่าล่ะหัวใจจะวาย คุณอังกาบว่า ทำเอาวริศหัวเราะออกมาทันที เมื่อนึกถึงอนลพี่ชายของเขา

 อนลเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี คมสันมีเสน่ห์ดึงดูด ที่ไม่เคยรีรอในการจะใช้เสน่ห์อันนี้ของตัวเอง และงานที่ทำคือเป็นโปรดิวเซอร์ ให้กับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่ฝีมือดีมาก จึงไม่แปลกถ้าพี่ชายของเขา จะมีข่าวแบบนี้บ่อยๆ เขาต่างจากวริศ ที่มักจะจริงจังกับความรักของตนเอง และไม่ได้เปิดรับใครง่ายนัก

วริศคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็อมยิ้ม ทำไมกันนะแต่ละคนที่เขาเผลอเปิดหัวใจ ช่างพิชิตใจได้ยากเย็นเหลือเกิน

            ไม่หรอกครับ ของผมรักคนเดียวครับคุณย่า ผมจะแนะนำแฟนผมให้รู้จักน่ะครับ เราอยู่ด้วยกันแล้ว

            หา!” คุณอังกาบอุทานลั่น จนหลานชายต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างอีกหน่อย เพราะเสียงของท่านดังมาก วริศอมยิ้ม ก่อนจะกรอกเสียงกลับไปอย่างอารมณ์ดี

            ครับ ผมจะแนะนำแฟนให้คุณย่ารู้จัก แล้วจะให้แน็ตช่วยเป็นไกด์ พาคุณย่าเที่ยวเมืองกรุงไงล่ะครับ คุณย่าบอกว่าผมมัวแต่ยุ่งเรื่องงานจนไม่มีเวลาหาแฟน ผมก็เลยหาแล้ว รับรองว่าคุณย่าต้องชอบแน่ๆ

 

            รินพรได้ยินเสียงวริศ คุยโทรศัพท์กับใครบางคน แล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อเธอเดินเลี่ยงออกมา หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุ เมื่อนึกถึงสัมผัสวาบหวิวนั่น เมื่อครู่เขาทำอะไรกับเธอกันนะ รินพรสะบัดหน้าไปมาเบาๆ แล้วเผลอเม้มริมฝีปาก ก่อนจะหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม แล้วเธอจะอยู่ใกล้ตัวอันตรายกับหัวใจเธอ ได้ไปตลอดรอดฝั่งตามตกลงกับหรือเปล่าก็ไม่รู้

 อย่าลืมสิรินพร เธอไม่ได้พิศวาสผู้ชายเลยแม้แต่น้อย แล้ววริศมาทำแบบนั้นกับเธอทำไม ทั้งที่เขาเองก็เป็นฝ่ายย้ำเองแท้ๆ ว่าเธอน่ะเป็นแมนพอๆ กับเขา รินพรบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างขัดใจ

            ไหนบอกว่าเราเป็นแมน แมนก็คือผู้ชายไม่ใช่หรือไงนะ แล้วทำไมต้องมาทำแบบนั้นกับเราด้วย โอ๊ย! ลืมเรื่องความแมน ยกเลิกสัญญาดีไหมวะเรา มันชักจะทะแม่งๆ แปลกๆ เสียแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

5 ความคิดเห็น