เรียกผมว่าเจ้านาย

ตอนที่ 9 : เลขาที่เผลอบ้า...(กาม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ต.ค. 59

เมื่อคืนมันช่างเป็นฝันที่มหัศจรรย์ สวยงาม และวาบหวามที่สุด ตั้งแต่แอชลีย์มีประสบการณ์ทางเพศมาเลยก็ว่าได้ หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย รอยยิ้มประดับที่ริมฝีปากอย่างเปี่ยมสุข โอ...ฝันอะไรกันนี่ เอ...แต่ไม่ได้ฝันนี่นา อ้อมแขนอุ่นๆ ที่เธอกำลังซุกอยู่ตอนนี้ บอกว่ามันเป็นเรื่องจริงล้วนๆ

                ไอ้เรื่องเซ็กส์ลืมโลกเมื่อคืนนี้ มันคือของจริงสินะ

                นัยน์ตาสีเทาของเขามองสบกับตาเธออย่างงัวเงีย เขายิ้มให้ ทำให้ใบหน้านั้นอ่อนเยาว์ลง ผมสีน้ำตาลอ่อนของเขายุ่งเหยิง มันลบภาพชายหนุ่มสุดเนี้ยบเมื่อคืนไปได้จนหมด เขาจุมพิตหยอกเย้าเบาๆ ที่ริมฝีปากที่บวมเห่อของเธอ พร้อมกับกระซิบเสียงทุ้ม

                “เมื่อคืนนี้ เป็นคืนที่ผมมีความสุขมากจริงๆ แอชลีย์”

                “คือ...”

                “คุณล่ะ”

เขาถามแบบไม่ต้องการคำตอบ เมื่อซุกซบใบหน้ากับซอกคอของแอชลีย์ มือไม้เริ่มไต่ไปทั่วร่าง แล้วอะไรๆ เหมือนเมื่อคืนมันก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

                นี่ตกลงว่าวันนี้เธอจะไม่ได้ไปไหนเลยใช่ไหมเนี่ย?

                แอชลีย์ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกหนอย่างอ่อนเพลียในเวลาเกือบเที่ยงวัน ท้องร้องหิวทำให้เธอไม่อาจจะนอนต่อไปได้ แล้วขืนนอนต่อไป มีหวัง...เธอไม่ต้องลุกไปไหนอีกแน่นอน เพราะคนข้างๆ กายเธอไม่ยอมอิ่มสักที เขาไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนกันนะ

                หญิงสาวค่อยๆ ดึงแขนเขาออกจากเอว แล้วขยับขาเขาที่ทับขาเธอไว้ให้เลื่อนออกไป ฟิลิปขยับตัวทันทีเมื่อเธอพ้นเตียง นัยน์ตาคมกริบปรือมองเธอ มันช่างเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ ชวนให้เธอคลานขึ้นไปบนเตียงอีกหน

                นี่เธอกลายเป็นคนบ้าเซ็กส์ไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอเห็นผู้ชายคนนี้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ยอมขึ้นเตียงกับเขาอย่างง่ายดาย แถมยัง...ไม่หยุดเรื่องนี้กับเขาเสียที

                “คือ...ฉันหิว คุณอยากจะกินอะไรไหมคะ”

 เธอถามอย่างเก้อๆ ฟิลิปลุกขึ้นอย่างอ้อยอิ่ง ท่าทีเกียจคร้านของเขายังเร้าอารมณ์เธอ แม้ว่าบางส่วนของเธอจะระบมนิดๆ แต่มันก็ไม่ยักกะเข็ดแหะ มันยังเรียกร้องหาเขาอยู่ไม่รู้จักพอ

                หน้าไม่อายจริงๆ เลยเรา

                “ถ้าอยากกินจริงๆ ก็คงจะเป็นคุณ”

 ฟิลิป เดินมาโอบเธอ แล้วจุมพิตต้นคอเธอเบาๆ ทำให้หญิงสาวขนลุกเกรียว เธอเบี่ยงตัวหนีเขา ก่อนจะทำตาดุๆ ใส่

                “ไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ ฉันหิวมาก แล้วก็...มัน...” แก้มเธอแดงปลั่ง ก่อนจะกระแอม

 “ฉันไปดูของในตู้เย็นก่อน ว่าจะทำอะไรเลี้ยงคุณได้บ้าง”

เธอคว้าเอาผ้าคลุมมาคลุมร่าง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะไม่ได้ออกไป ฟิลิปหัวเราะเบาๆ แล้วนั่งลงกับเตียงนุ่ม เขามองเห็นความยุ่งเหยิงของเตียง กลิ่นของเซ็กส์ มันทำให้เขารำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ให้ตายเถอะ เขาไปเอาเรี่ยวแรงขนาดนั้นมาจากไหนกัน ชายหนุ่มสั่นหน้าน้อยๆ รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปาก ร่างนุ่มนิ่มของแอชลีย์ ช่างพอเหมาะเหลือเกินกับร่างกายของเขา

                เพราะเขาห่างหายเรื่องแบบนี้ไปนานหรือเปล่านะ

                ฟิลิปถามตัวเอง เมื่อยืนกอดอกมองคนที่กำลังสาละวน เตรียมอาหารมื้อบ่ายอย่างกระฉับกระเฉง มองตั้งแต่ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางใดๆ เผยให้เห็นเนื้อแท้ เรือนผมสีน้ำผึ้งของเธอ ตอนนี้มันยุ่งเหยิงเล็กน้อยไม่เป็นทรง นัยน์ตาสีเขียวจัดเป็นส่วนที่เขาจดจำได้อย่างดี เพราะมองสบกับมันอย่างหลงใหล กับสีสันและอารมณ์ของเธอยามที่ส่งมาให้เขาได้สัมผัส เธอเป็นคนที่มีนัยน์ตาเซ็กซี่ และ ปากอิ่มรูปกระจับที่ตอนนี้แดงเรื่อ เพราะฝีปากเขา ไหล่ลาดในชุดเสื้อคลุมขนหนูสีน้ำตาลอ่อนตัวสั้น เขาเห็นร่องรอยจูบบนนั้น หลายรอย ตายล่ะ! เขาเมามันกับอารมณ์ส่วนลึกของตัวเองจนลืมระมัดระวังไป ทำอะไรกับเธอไปนะ

                เหมือนจะรู้ว่าเขากำลังมองเธอ แอชลีย์เงยหน้าจากการจัดแซนวิชตรงหน้า มามองเขา สายตาสองคู่สบกัน แอชลีย์กัดริมฝีปาก แล้วหลุบสายตาลงมองแซนวิชตรงหน้าแทนที่จะมองหน้าเขา เพียงแค่มอง สีเลือดก็แข่งกันวิ่งขึ้นมาบนหน้า ทำให้เธอหน้าแดงแจ๋แล้วตอนนี้

                เธอไม่หน้าแดงมานานขนาดไหนแล้วนะ จำความได้ก็ตั้งแต่สมัยไฮสคูลแล้วก็ว่าได้ แต่ผู้ชายคนนี้กำลังทำให้เธอหน้าแดง ราวกับกลายเป็นเด็กวัยรุ่นอีกหนก็ไม่ปาน

                “น่าอร่อยนะ”

 เขาเดินเข้ามาหาเธอ ในสภาพสวมกางเกงเพียงตัวเดียว ข้างบนเปิดเปลือย ฟิลิปเดินมาข้างหลังเธอ สอดแขนโอบรอบเอวเธอ จุมพิตเบาๆ ที่ต้นคอซึ่งไวต่อความรู้สึก แอชลีย์มองเขาแล้วทำตาโต

                “ฟิล...ใจคอไม่คิดจะกินอะไรเลยหรือยังไงกัน”

                “โอเคครับ ผมหิวเป็นบ้าเลย แต่ช่วยย้ายก้นของคุณไปอยู่ไกลๆ ผมหน่อยได้ไหมคนสวย ถ้าไม่อย่างนั้น ผมคงจะชวนคุณทำอย่างอื่นมากกว่ากินแน่นอนเลย รับรองได้”

                “คนบ้า”

แอชลีย์บ่นพึมพำ แล้วกระโดดหนีเขาทันที เธอเลื่อนจานแซนวิชให้เขา แล้วคว้าจานของตัวเองเดินเลี่ยงออกมาข้างนอก อดมองเข้าไปในครัวขนาดเล็กของตนเองไม่ได้ ฟิลิปดูสบายๆ กับการนั่งกินอาหารในบ้านเธอ ราวกับเป็นบ้านของตนเอง เขาไม่สวมเสื้อ อวดกล้ามเนื้อเป็นมัด อย่างคนออกกำลังอยู่สม่ำเสมอ คงไม่อุปปาทานที่เธอมองเห็นรอยข่วนตรงบริเวณไหล่เขาจางๆ แอชลีย์ก้มลงมองเล็บของตนเองทันที หน้าแดงแล้วแดงอีก เมื่อรู้ว่าคงเผลอไปข่วนเขาเข้า ตอนถึงจุดไคลแม็กซ์

                ผู้ชายคนนี้ ทำให้เธอร้อนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

                หญิงสาวกินไปแอบมองเขาไป ฟิลิปก็เหมือนจะรู้ตัวว่าเธอแอบมอง เขาหลิ่วตาให้เธอ แอชลีย์เลยแลบลิ้นให้เขา แล้วลุกขึ้นเก็บจานที่รับประทานเรียบร้อยแล้ว เดินตรงไปที่อ่างล้างจาน ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่เขากำลังนั่งกินอยู่ ฟิลิปทำท่าเหมือนจะคว้าตัวเธออีกหน แอชลีย์หลบมือปลาหมึกของเขา มองเขาแล้วทำตาโต ชายหนุ่มหัวเราะ บิดขี้เกียจด้วยท่าทางสบายๆ

                “อยู่กับคุณแล้ว ผมไม่อยากไปไหนเลยจริงๆ เราจะมีเดตครั้งต่อไปอีกไหม? แอชลีย์”

                “คือ...”

                “เบอร์โทรศัพท์ของผม ผมเมมไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้วนะครับ”

ฟิลิปลุกขึ้น เขาวางจานลงในอ่าง พร้อมกับล้างทั้งของเธอของเขาด้วยอย่างเรียบร้อย แอชลีย์ยืนมองเขา ท่าทีเขาคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงกับงานบ้านพวกนี้ เมื่อเขาเช็ดจานแล้วเรียบร้อย ก็ดึงเธอที่กำลังมองเขาเพลินๆ เข้ามาจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปาก ก่อนจะปล่อยเธออย่างรวดเร็ว

                ขืนนานไปกว่านี้ เขาไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนแน่นอน ให้ตายสิ!

                “แล้วผมจะนัดมานะครับ แอชลีย์”

เขาส่งจูบให้เธอ เดินกลับเข้าไปในห้องนอนเธอ สักพักก็สวมเสื้อเชิ้ตลวกๆ พลางเดินลอยชายจากไปเหมือนรู้จักสนิทสนมกับเธอมานานปี

                มันช่างเป็นประสบการณ์ที่...อยากมีต่ออีกหนเสียจริงๆ

                แอชลีย์มองตามหลังประตูที่ปิดลง ย่นจมูกน้อยๆ คิดซุกซนวนเวียนแต่กับเรื่องเมื่อคืน วันนี้เธอ...ไปไหนไม่ไหวแล้ว ก็มันเกือบจะบ่ายแล้วนี่นา หญิงสาวนอนแผ่ตรงโซฟา เนื้อตัวยังคงระอุร้อนผ่าวเมื่อคิดถึงสัมผัสจากเขา หัวใจเต้นโครมครามเมื่อคิดถึงหน้าของฟิลิป

                อย่าบอกว่าเธออุตริมีรักแรกพบกับผู้ชายที่วันไนท์สแตนด้วยนะ แอชลีย์

                เปอร์เซ็นต์เป็นไปได้ จากแม็กกาซีนที่เคยอ่าน มันเท่ากับศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง สรุปคือ...ถ้าหวังจะมีรักแรกกับคืนวันไนท์สแตน มันก็คือเป็นไปไม่ได้นั่นเอง

                เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้งก่อนจะกดรับ เสียงปลายสายที่ดังมาอย่างทรงอำนาจและเคยชิน ทำให้แอชลีย์ต้องนิ่วหน้า ก็นี่เวลาทางโน้น มันดึกโขแล้วนี่นา

                “เธอไปอยู่ไหนมาแอชลีย์ ทำไมไม่รับโทรศัพท์เลย!

                “คือ...”

จะบอกทางนั้นอย่างไรดีว่าเธอไปอุตริทำอะไรมาในวันพักผ่อน แอชลีย์เลียริมฝีปาก นึกดีใจที่เป็นการติดต่อทางโทรศัพท์ ขืนหงส์เหินเห็นหน้าเธอเข้าคงจะต้องซักยิบแน่ๆ

                “เธอรู้ไหมว่า ฉันกำลัง...กำลัง เดือดร้อนเป็นอย่างมาก” หงส์เหินเน้นเสียง พร้อมกับถอนใจเฮือก

 “ฉันควรจะทำยังไงดีนะ หมอนั่น อีตาบ้านั่น โอ๊ย! ทำไมต้องทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยากด้วยนะ...”

ต่อด้วยคำสบถแทบทุกคำที่เธอเคยได้ยินมา เล่นเอาแอชลีย์ถึงกับสะดุ้งเลยทันที

                “ใจเย็นๆ หงส์ เกิดอะไรขึ้น เธอไม่เคยสบถมาตั้งแต่เรียนจบไฮสคูล พระเจ้า! เพื่อนฉัน ใครกันนั่น ช่างเป็นผู้โชคดีเสียจริงๆ”

                “มิสเตอร์อพอลโล แม็กคอย”

 หงส์เหินตอบเสียงหอบๆ เธอยังคงสบถต่ออีกหลายคำ ต่อด้วยภาษาไทยอีกต่างหาก แอชลีย์กะพริบตาปริบๆ

                “หืม? เขาทำอะไร ก็ไหนบอกว่าตกลงกันแล้วเรียบร้อยนี่นา งานของเธอก็ฉลุยไม่ใช่เหรอ หงส์”

                “ฉลุยอะไรกัน หมอนั่นไม่ยอมใช้วิธีของฉัน เขาจะใช้วิธีของเขาน่ะสิ เขาบอกว่าจะทำวิธีธรรมชาติเท่านั้น อีตาบ้านั่น จะให้ฉัน...ทำเรื่องแบบนั้นกับเขา เพื่อจะได้ลูก ไอ้บ้า!

 หงส์เหินกรี๊ดออกมาอีกรอบ จนแอชลีย์ต้องเอาหูออกห่างๆ จะหัวเราะก็ไม่กล้า ได้แต่กลั้นไว้แทบแย่

                ก็บอกแล้วว่าอย่าคิดทำอะไรแผลงๆ หงส์เอ๋ย เพื่อนรักเอ๋ย ทางนั้นไม่ใช่ย่อยหรอกน่า ถึงจะหน้าตาคล้ายกันกับอดีตสามีของหงส์เหินเปี๊ยบ แต่ดูแล้วจะมีเล่ห์เหลี่ยม แพรวพราวกว่าตาทึ่มอาเบลเยอะ

                อูย....

                แอบนินทาแบบนี้ อย่ามาหลอกกันนะยะ

                “ใจเย็นๆ แล้วแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรล่ะหงส์”

                “ทำยังไงล่ะ”

 หงส์เหินได้แต่กระฟัดกระเฟียด และระบายกับเพื่อนทางโทรศัพท์เท่านั้น เธออยากได้ลูกซึ่งเป็นตัวแทนของอาเบลจริงๆ

                “ตกลงว่ายอม?”

                “อื้อ”

แอชลีย์กัดริมฝีปาก เธอนึกถึงหน้าของอพอลโล แล้วก็ยิ้มน้อยๆ แน่นอนว่าถ้าเพื่อนรักของเธอมาเห็นเข้าล่ะก็ เธอจะต้องโดนความผิดหลายกระทงแน่นอน เผลอๆ เงินเดือนจะหมดเอา

                “ก็...ดีนะ วิธีธรรมชาติ คือ...ฉันคิดว่ามันน่าจะดีกว่าเด็กหลอดแก้วอะไรแบบนี้น่ะ มันมีอารมณ์ มีอะไรเข้ามาเกี่ยวด้วยกับการสร้างเด็ก มันดีออกนะหงส์”

                “เธอกำลังจะหมายความว่ายังไงแอชลีย์”

หงส์เหินถามเสียงเขียว แอชลีย์พยายามเต็มที่ ที่จะไม่หัวเราะ เทพแห่งความรัก กำลังแกล้งเพื่อนเธออยู่หรือเปล่าหนอ ถึงดลให้เพื่อนเธอคิดทำอะไรแผลงๆ แบบนี้เข้า แล้วก็มาเจอเข้ากับหนุ่มร้าย ที่ดูทีท่าว่า...งานนี้จะยาวแน่นอน

                “ก็ไหนๆ ก็ไหนๆ หมอนั่นที่ว่า คือฝาแฝดของอาเบล เธอก็หลับหูหลับตาไปเถอะหงส์ ไม่แน่หรอกนะ เธออาจจะเปิดใจให้เขาก็เป็นได้ เป็นโสดมันเหงานะ แล้วคิดเป็นซิงเกิ้ลมัม มันไม่ง่ายนะเธอจ๋า อยากได้ลูก พ่อก็สำคัญนะเออ”

                “ไม่...ฉันอยากจะได้แต่ลูกย่ะ แล้วฉันก็ไม่คิดจะแต่งงานอีกแล้วนะแอชลีย์”

                “บางทีบางเรื่อง พระเจ้าก็ดลบันดาลนะ อิอิ”

                “หมายความว่ายังไง”

                “ไปนอนเสียเพื่อน ทางโน้นคงจะดึกโขล่ะ เดี๋ยวเธอก็คิดออกเองว่าฉันหมายความว่าอะไร เป็นอันว่างานทางนี้ไม่ต้องห่วง เชิญเธอไปทำธุรกิจผลิตทายาทกับมิสเตอร์แม็กคอยให้สำเร็จนะจ๊ะ บรรยากาศดี อาหารอร่อย เมืองไทยที่เธอแสนรัก รับรองได้แน่ๆ อิอิ ไม่ต้องเครียดไปหรอก ปล่อยตัวตามสบาย ทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง”

                “แอชลีย์ เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน”

                “อิอิ”

 แอชลีย์เอาหูวางออกนอกแป้นโทรศัพท์ ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับโทรศัพท์ที่วางตรงหน้า เหมือนกับมันเป็นตัวแทนของหงส์เหิน เธอภาวนาให้เพื่อนรักมีคู่ใจเสียที หลังจากที่เศร้าไม่เป็นผู้เป็นคนมาพัก เมื่ออาเบลจากไป งานนี้ถึงแม้ว่าพระเจ้าจะส่งหนุ่มที่ว่ามาแบบแปลกๆ ก็ตามทีเถอะ แต่เธอก็อยากให้เพื่อนรักของเธอ ได้พบกับโอกาสครั้งที่สองของชีวิต

                อย่างที่เธอพูดกับหงส์เหินนั่นแหละ มีแต่ลูก ไม่มีพ่อ ชีวิตจะไปครบสมบูรณ์ได้ยังไงกัน

                อีตาอพอลโลนี่เป็นคนยังไงกันนะ?

                เธอชักจะห่วงเพื่อนรักพิกล ประวัติของเขาที่ทราบมาคร่าวๆ เรื่องงานถือว่าดีเยี่ยม สร้างตัวได้เก่งกาจ เรื่องอื่นลึกๆ นั้น ได้ยินแต่ชื่อเสียกระฉ่อน โดยเฉพาะเรื่องสาวๆ เอ...ชักจะไม่สู้ดีแหะ เธอจะต้องสืบสักนิดล่ะ ว่าสมควรไหมที่จะผลักเพื่อนรักไปให้ไอ้หมอนี่ ที่หน้าเหมือนอดีตสามีและมีดีเอ็นเอเดียวกัน

                คนที่เธอจะสืบได้ก็มีแล้วเสียด้วย

                ฟิลิป...

                คิดถึงเขาแล้วแก้มสาวก็ร้อนซ่านอีกหน ใจเต้นตึกตักคึกคัก เธอย่นจมูกเล็กน้อย นี่เธอไม่ได้คิดอยากจะติดต่อเขาเพราะเรื่องส่วนตัวสักนิดเลยนะ

                ไม่เลยจริงๆ 

6 ความคิดเห็น