เรียกผมว่าเจ้านาย

ตอนที่ 4 : จะตกปลาต้องล่อเหยื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ก.ย. 59

                ฟิลิปรู้สึกมืดแปดด้าน เมื่อมิสซิส แม็กคอยผู้โด่งดัง ไม่ยักกะมีข้อมูลสักเท่าไหร่ เกี่ยวกับเรื่องสามี ไม่มีเลยจริงๆ สั้นกุด ไม่รู้เลยหมอนั่นเป็นใคร เธอลงในประวัติไว้เพียงแค่ มิสเตอร์ เอ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วหลังจากแต่งงานเพียงสองเดือน

                ช่างมีปริศนามากมายให้ต้องคิดเสียจริงๆ

                แต่เขารับงานมาแล้วจากเจ้านาย เขาจะต้องเจาะลึกชอนไช ไขประวัติของเจ้าหล่อนมาให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้อพอลโลเดินทางเข้าไปในกรงเล็บแม่เหยี่ยวสาวแสนสวยนั่นแล้วเสียด้วย หล่อนไปเจรจาธุรกิจไกลมากถึงแถบทางทวีปเอเชีย และเขาก็ส่งอพอลโลให้ตามไปเซอร์ไพรส์หล่อนถึงที่

                เอากันตามจริงแล้ว ถ้ามีผู้หญิงแบบมิสซิสแม็กคอยมาจ้างเขาทำอะไรแบบนี้ เขาคงตะครุบไว้อย่างรวดเร็วว่องไว น่าสนใจจะตายไปงานที่ว่านี่

                ฟิลิปยิ้มนิดๆ เขานั่งอยู่ในบาร์แห่งหนึ่งใกล้กับอพาร์ตเม้นท์ของเป้าหมาย เช็คแน่นอนแล้วว่าเธอชอบมาที่นี่ทุกวันศุกร์เว้นศุกร์ ถ้าเขาสืบจากมิสซิสแม็กคอยไม่สำเร็จ เขาจะลองดูจากอีกคนหนึ่ง ซึ่งไม่ลึกลับเท่ามิสซิสแม็กคอย และเป็นน่าสนใจไม่แพ้กับหล่อนเลยทีเดียว

                เป้าหมายของเขามาแล้ว

                หญิงสาวร่างเพรียว หน้าเรียวได้รูป ผมยาวหยักศกสีน้ำผึ้งปล่อยเคลียไหล่ เธอมีนัยน์ตากลมโตดึงดูดสายตา สวมชุดยีนสั้นสีซีด สวมบูทสูงครึ่งน่อง ท่าเดินของเธอบอกว่าเธอเป็นคนมั่นใจในตัวเอง เมื่อเธอได้โต๊ะนั่งแล้ว ก็เอ่ยสั่งเครื่องดื่มประจำกับบาร์เทนเดอร์ ซึ่งเอ่ยปากทักทายอย่างเป็นกันเอง

                “ว่าไง แอชลีย์”

                “เหมือนเดิม”

แอชลีย์ขยิบตาให้กับบาร์เทนเดอร์ร่างยักษ์ ซึ่งทำค็อกเทลได้อร่อยที่สุด เธอติดฝีมือเขาชนิดเมื่อเขาย้ายจากการทำงานในโรงแรม มาเปิดบาร์เล็กๆ ของตนเอง เธอก็ตามมาดื่มเป็นประจำ ร้านของบิ๊กโจส่วนใหญ่มีแต่ลูกค้าขาประจำ นานครั้งจะมีขาจร มีแต่คนมาดื่ม ฟังเพลงเบาๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น โจมีจอทีวีจอยักษ์ไว้เปิดให้ดูการถ่ายทอดสดอเมริกันฟุตบอลแม็ตซ์สำคัญของทีมนิวยอร์กไจแอนห์ ซึ่งวันนั้นจะมีแขกค่อนข้างหนาตา บรรยากาศเฮฮาและสนุกสนานมาก

                แอชลีย์ซึ่งตอนนี้สถานะคือโสดสนิท เธอไม่มีคู่ควงหรือคนรักมาเกือบหนึ่งปีเต็มแล้ว เวลากลางคืนเหงาๆ เธอมักจะมาเที่ยวที่นี่ แอชลีย์วุ่นกับงานที่กำลังก้าวหน้า เจ้านายของเธอมีงานยุ่งตลอดเวลา นั่นหมายถึงเธอด้วย การผ่อนคลายคือมาจิบเครื่องดื่มโปรด นั่งคุยกับผู้คนที่คุ้นเคยสนิทสนม ดูแม็ตซ์ฟุตบอลกับเพื่อนๆ ในบาร์ของบิ๊กโจ เป็นอันรู้กันว่าแอชลีย์ไม่ชอบให้คนแปลกหน้ายุ่งวุ่นวายกับเธอ เธอจึงเที่ยวที่นี่ได้อย่างสบายใจ

                “สวัสดีครับ”

 เสียงทักทายทำให้เธอหันไปมอง ผู้ชายร่างสูงบุคลิกดึงดูดสายตา เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ต กางเกงขายาวสีเทารีดเรียบจนกลีบขึ้นเห็นได้ชัดแม้ในแสงสลัวแบบนี้ รองเท้าหนังอย่างดี สายตาเรดาห์ของเลขานุการที่มีเจ้านายใช้ของยี่ห้อแบรนหรู มองไม่พลาดว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของผู้ชายคนนี้ มีมูลค่าเท่าไหร่ เขาดูผิดที่ผิดทางกับสถานที่นี้เป็นอย่างมาก

                “คะ?”

 เธอมองเขาแบบหัวจรดเท้า ก่อนจะเมิน เป็นสัญญาณทางกายบอกว่าเธอไม่สนใจ แอชลีย์ไม่ได้มีเวลาว่างมากขนาดที่จะมานั่งคุยเล่นกับใครแบบไม่จริงจัง เธอไม่นิยมความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตน

                “เอ่อ...เหมือนว่าผมจะคุ้นๆ หน้าคุณมากเลยนะครับ”

แม่คนนี้เมินเขา! ฟิลิปคิดในใจอย่างเดือดดาล แต่หน้ายังยิ้ม แม้จะไม่หล่อเหลาเท่ากับอพอลโล แต่เขาก็แทบจะไม่ชินกับการถูกผู้หญิงปฏิเสธ แอชลีย์โบกมือ มองเขาอีกหนด้วยสายตาเย็นชา

                “คงไม่คุ้นหรอกค่ะ เพราะนี่คือที่ประจำของฉัน แล้วฉันเองก็แน่ใจว่า คุณมาที่นี่เป็นหนแรก”

                “คุณคือ มิสโดนาแวน แอชลีย์ ถ้าใช่ ผมก็รู้จักคุณแล้วล่ะครับ”

 เขาตอบเสียงกลั้วหัวเราะ พลิกตำราจีบสาวกันเลยล่ะหนนี้ ใครจะไปคิดว่าจะเจองานยากกันเล่า

                “เอ๋?” แอชลีย์เริ่มมองเขาอย่างจริงจัง ฟิลิปยักไหล่ แล้วถามบิ๊กโจว่าเครื่องดื่มของเธอเท่าไหร่ แล้วถือวิสาสะจ่ายเงินแทนเธอ

                “ผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มคุณนะครับ ในฐานที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการ”

                “รู้จักกันอย่างเป็นทางการ”

เธอทวนคำเขา มองอีตานี่แล้วไม่ยักกะคุ้นสักนิด ว่าเคยรู้จักกันที่ไหน หรือหมออาจจะเป็นเพื่อนสมัยเรียนสักคน ที่ไปศัลยกรรมมาหว่า เออ...เห็นจะเป็นไปได้ เพราะ...เธอมองหน้าเขาอีกหนอย่างสำรวจมากกว่าเดิม ใบหน้านั้นคมเข้มชวนมอง แล้วปากของเขาก็...เซ็กซี่เป็นบ้า

                เราเมินเขาไปได้ยังไงกันนะแอชลีย์?

                นี่ไม่ใช่เวลามาเคลิ้มผู้ชายนะยะ มันใช่เวลาหรือยังไงกัน

                เสียงสองเสียงกำลังเถียงกันในสมองเธอ แอชลีย์หลุบตาลงจิบเครื่องดื่ม ค็อกเทลของบิ๊กโจที่เธอชอบ แอลกอฮอล์มีไม่มากนัก แน่นอนว่าดื่มเป็นสิบแก้วเธอก็ไม่เมา ถ้าไม่เมาก็ทำให้เธอมีสติ แน่นอนว่าถ้ามีสติ เธอก็สามารถคุยกับผู้ชายสุดหล่อ มาดเนี้ยบอยู่ผิดที่ผิดทางคนนี้ได้อย่างรอดปลอดภัยแน่ๆ

                เอ้า...ลองคุยดูสักหน เขารู้จักเธอแล้วนี่

                “ผมเป็นแฟนคลับของคุณและเจ้านายของคุณครับ” ฟิลิปเอ่ยยิ้มๆ แอชลีย์ขมวดคิ้ว

                “ผมเป็นเลขานุการของ อพอลโล แม็กคอยครับ ฟิลิป แจ็คสัน”

คำแนะนำต่อมาทำให้เธออ้าปากค้างเล็กน้อย แล้วกะพริบตาปริบๆ ทางนั้นยกแก้วเครื่องดื่มชนกับแก้วของเธอเบาๆ พร้อมกับยิ้มหว่านเสน่ห์ส่งให้

                “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ”

                ดูเหมือนคืนนี้จะมีอะไรสนุกๆ แล้วล่ะสิ

                แอชลีย์คิดในใจ เมื่อจิบเครื่องดื่มของตน และยิ้มตอบให้กับฟิลิป

 

6 ความคิดเห็น