เรียกผมว่าเจ้านาย

ตอนที่ 10 : เริ่มงานวันแรกครับคุณเจ้านาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ย. 59

เขามองภาพในโทรศัพท์มือถืออย่างพินิจ มันเป็นภาพของหนุ่มน้อยสองคนยืนกอดคอกันอย่างแนบแน่นในวัยสิบขวบ ทั้งสองแต่งตัวเลียนแบบตัวเอกในภาพยนตร์แอคชั่น ใบหน้ามอมแมมไปด้วยคราบดินโคลนที่เอามาแต้มไว้ ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน คนหนึ่งมีฟันหลอข้างหน้า อีกคนหัวเราะจนตาหยี ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่ง หนึ่งในนั้นเดินตามรอยทางสิ่งที่ตนชื่นชอบ ส่วนอีกคนนั้นเดินในหนทางธุรกิจ มีชีวิตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

                ต่างคนต่างประสบผลสำเร็จในการทำงานของตนอย่างน่าภาคภูมิ อาเบลพี่ชายของเขาเป็นหน่วยสืบสวนที่มีผลงานเด่นๆ มากมาย ขั้นของเขาเลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อาเบลไม่ชอบทำงานนั่งโต๊ะ เขาให้รางวัลตัวเองด้วยการรับงานที่เสี่ยงยิ่งขึ้น และสร้างผลงานมากยิ่งขึ้น เหมือนการได้ออกไปไล่ล่าผู้ร้ายทำให้พี่ชายของเขาอลีนนาดรีนพุ่งพล่าน ใครจะไปคาดคิดว่าอาเบลจะมีหัวใจไว้ให้กับหญิงสาวคนหนึ่ง จนยอมแต่งงานกับเธอ

                และงานก็คร่าชีวิตอันรุ่งโรจน์ของเขาไปจนได้ในที่สุด...

                งานพิธีฝังศพของอาเบล เขาไปร่วมงานเกือบเป็นคนสุดท้าย แถมยังเมาไปเสียด้วย จึงแทบจะจำหน้าใครไม่ได้เลยสักคน อพอลโลถึงจะไม่ค่อยได้ติดต่อกับอาเบลนัก เกือบจะเรียกได้ว่าห่างกันไปเลยก็ว่าได้ แต่สายสัมพันธ์อันแนบแน่นของพี่น้อง  มันทำให้เขารู้สึกราวกับส่วนหนึ่งของชีวิตขาดหายไป เขาร้องไห้อย่างไม่อายเลยในงานนั้น มารดาถึงกับต้องวางผ้าเช็ดหน้าของตัวเองลง แล้วหันมาเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้บุตรชายคนรองแทน เขาจำได้คร่าวๆ ว่าเห็นเพียงเบื้องหลังของสตรีในชุดดำแบรนหรู ที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างๆ มารดาที่ท่านแนะนำว่าเป็นภรรยาของอาเบล ไม่ทันมองหน้าเธอเสียด้วยซ้ำ เพราะวันนั้นตาเขาพร่าไปหมดเพราะหยาดน้ำตา

                หญิงสาวที่เอาชนะในพี่ชายฝาแฝดสุดห้าวและมีชีวิตไม่ธรรมดาอย่างอาเบล จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาๆ แน่นอน

                และเธอก็พิสูจน์ความไม่ธรรมดามาแล้ว นั่นก็คือด้วยการจ้างให้เขาผลิตทายาทให้

                คิดแล้วอพอลโลก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม เขานั่งรอเธออยู่ตรงบริเวณล็อบบี้โรงแรม วันนี้หงส์เหินนัดให้เขามาเจอเธออีกครั้ง เพื่อเริ่มทำตามข้อตกลง

                ยิ่งคิดก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายต้องหัวเราะเบาๆ กับตนเอง แม่ผู้หญิงไม่ธรรมดาคนนั้นเป็นเจ้าของธุรกิจระดับหลายร้อยล้าน เป็นซีอีโอที่เก่งกาจ สวย เฉียบ ฉลาด แต่มีบางมุมที่...เขาจะเรียกว่าอะไรดีนะ

                ตอนที่เขาแกล้งแหย่นั่น แกมเธอแดงก่ำ ตาวับๆ อย่างโกรธเคือง ดูแล้วน่ารักเป็นบ้า ให้ตายสิ! เขาพอจะรู้แล้วว่าทำไมอาเบลถึงเลือกสละโสดกับเจ้าหล่อนคนนี้ ทั้งที่เคยบอกว่าจะไม่แต่งงานจนกว่าจะทำสิ่งที่ตนตั้งใจให้สำเร็จก่อน นั่นก็คือปราบปรามคนร้ายให้ได้ตามเป้าหมาย ที่หมอวางไว้อย่างบ้าคลั่งที่พันคดี! แต่นี่อาเบลกลับทิ้งชีวิตโสดที่แสนจะโลดโผน แขวนอยู่บนเส้นด้ายไว้ให้ผู้หญิงคนนี้ อาเบลยอมลาออกจากงาน เพื่อเธอ แต่แล้ว...งานชิ้นสุดท้ายกลับทำให้เขาต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

                เขาเองยังรู้สึกชอบ ตื่นเต้นยามที่ได้ประคารมกับเจ้าหล่อน เล่นเจ้าล่อเอาเถิดกับเงื่อนไขที่เธอสร้างไว้ และแน่นอนว่า ไอ้วิธีธรรมชาติน่ะ เขาตั้งใจจะทำมันอย่างจริงจัง ทุกท่าเสียด้วย หึๆ

                อพอลโลไม่เคยเชื่อในความรัก ชายหนุ่มที่เติบโตมาในครอบครัวที่บิดาและมารดาแยกกันตั้งแต่เขาและอาเบลอายุห้าขวบ ทั้งสองคนแต่งงานบ่อยมาก สองฝาแฝดมีเพียงกันและกัน ขำๆ ไปแล้วที่จะต้องไปเข้าพิธีเชิญแหวนให้บิดาบ้าง มารดาบ้าง ความรักเป็นเรื่องหวือหวา รวดเร็ว และเบื่อง่ายสำหรับอพอลโล เป็นสิ่งที่ไม่ยืนยงสำหรับอาเบล สองพี่น้องใช้ชีวิตหนุ่มอย่างคุ้มค่า แต่ไม่เคยมอบหัวใจให้กับใคร...หมายถึง เหลือแต่เขาสินะที่ไม่เคยมอบหัวใจให้กับใคร พี่ชายเขายอมสยบไปเรียบร้อยแล้วกับหงส์เหิน ผู้หญิงที่ไม่ธรรมดา...

                เขาอยากจะพิสูจน์ความเหนือธรรมดาว่า บนเตียงแล้วเจ้าหล่อนจะเป็นอย่างไร?

                เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะเดินมาหยุดตรงหน้าเขา แปลกแค่จังหวะก้าวเดินของเธอเขายังจำได้ เพียงเจอหน้ากันไม่กี่หน เห็นกันไม่กี่ครั้งเท่านั้น

 อพอลโลรีบเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลวดลายสีสันจัดจ้าของตัวเอง แล้วยิ้มให้กับเธอ ซึ่งสวยตามเคยในชุดเดรสแมกซี่ตัวยาวพิมพ์ลายกราฟฟิคสีน้ำเงินบนพื้นสีขาว ผมยาวรวมไว้เป็นมวย ปักปิ่นไม้ลายฉลุ สวมต่างหูระย้ายาวทำจากลูกปัดสีน้ำเงินกับขาว ใบหน้าแต่งด้วยเมคอัพบางๆ เน้นตรงปากอิ่มด้วยลิปสติกสีชมพูกุหลาบ อากาศด้านนอกคงจะร้อนไม่ใช่เล่น เพราะแก้มของเธอแดงเรื่อ

                “เตรียมตัวเรียบร้อยหรือยังคะ”

 เสียงของเธอยังคงเป็นทางการ และยังคงเป็นเจ้านายเสมอ อพอลโลยักไหล่ แล้วลุกขึ้นยืน เขาโบกมือเรียกบริกรให้มาคิดเงิน วางธนบัตรเสียบทิ้งไว้บนโต๊ะเป็นค่าเครื่องดื่ม เดินก้าวเดียวก็ถึงตัวเธอ หงส์เหินสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยังยืนทำหน้าเชิด เมื่อเขายืนประชิดตัว มือของเขาสอดเข้าที่ลำแขนเรียว จับเบาๆ กึ่งประคองให้เธอเดินตามกันไป

                “พร้อมยิ่งกว่าพร้อมครับ ผมเช่ารถไว้แล้วด้วยเรียบร้อย เราจะขับรถไปกัน ได้บรรยากาศดี”

                “แต่ฉันจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว”

 เธอพยายามเบี่ยงตัวออกจากการเกาะกุม แต่อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อย ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ยิ้มร้ายให้กับเธอ แถมยอมปล่อยแต่เปลี่ยนเป็นโอบเธอไว้แทน

                “ทำไมล่ะครับ?”

                “ทำไมต้องจับด้วย”

 เธอทำเสียงเขียว ตาก็เขียวส่งให้ อพอลยิ้มแสร้งขมวดคิ้ว แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่จนเกินความจำเป็น แล้วอธิบายเสียงจริงจัง

                “ผมก็ต้องสร้างความคุ้นเคยกับคุณไว้ไงล่ะครับ มันเป็นฟิลน่ะ เข้าใจไหม เจ้านาย”

                “ฟิลอะไรอีก”

 เธอขึงตาใส่เขา แต่อพอลโลก็ไม่ปล่อย พาเธอเดินไปพร้อมๆ กันตรงไปยังหน้าโรงแรม เขาส่งกุญแจรถให้กับพนักงาน แล้วเลิกคิ้ว พร้อมกับมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้หงส์เหินรู้สึกว่าตัวเองโง่เง่าพิกลที่ไปถามคำถามแบบนั้นเข้า

                “นี่คุณไม่รู้อะไรจริงๆ เหรอ” เขาทำเสียงสูงจากปรกติเล็กน้อย หงส์เหินขมวดคิ้ว ก่อนจะสั่นหน้า

                “รู้อะไร”

                “การจะทำเรื่องแบบนั้นกัน มันก็ต้องมีฟิลกันบ้าง ผมอยากจะทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับคุณด้วยการแตะต้องตัวคุณบ้าง...”

 เขาใช้นิ้วลูบที่ไหล่เปลือย หงส์เหินหน้าแดงเลยทันทีกับสัมผัสจงใจนั่น อพอลโลยิ้มให้เธอ และก่อนที่เธอจะทันรู้ตัว ริมฝีปากก็ฉกวูบลงมาแตะจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากเธอเหมือนล้อเล่น

                หนนี้เธอมองเขาแล้วอ้าปากหวอ

                โอ...แม่คุณ ช่างน่ารักเสียจริงๆ

                “จูบคุณบ้าง จะได้สร้างฟิลเวลาปฏิบัติงานจริงยังไงล่ะ”

หงส์เหินกะพริบตาปริบๆ กับสัมผัสหยอกล้อราวกับคนรักนั่น

                “ไม่ต้องก็ได้ ฉันจ้างคุณมาแค่...แค่...อื้อ...แค่ไหนก็แค่นั้นล่ะ ไม่ต้องมีฟงมีฟิลอะไร เราไม่ใช่คู่รัก เราแค่คู่ทำธุรกิจ”

ว่าให้แล้วก็ทำขึงตาใส่ คอแข็งหน้าเชิดในแบบของเธอ แม้จะหน้าแดงแจ๋ ฟ้องว่าอารมณ์ข้างในสับสนไม่แพ้กับเขาหรอกน่า อพอลโลมองเธอแล้วยักไหล่ เขารั้งๆ การรุกไว้เสียบ้าง เดี๋ยวเกิดแม่เจ้าประคุณล้มเลิกธุรกิจกลางทาง เขาจะยุ่งเอา

                ก็ยิ่งอยู่ใกล้ เขาก็ยิ่ง...รู้สึกแปลกๆ อยากค้นหา อยากรู้อยากเห็นว่าทำไมอาเบลถึงทิ้งทุกสิ่ง เพื่อผู้หญิงหน้าเชิด แบรนทั้งตัว เนี้ยบไปเกือบทุกย่างก้าว แต่ขยันหน้าแดงเมื่อเขาเอ่ยแหย่เย้า บางมุมของเธอทำให้เขาอดขำไม่ได้ แล้วนึกแปลกใจว่าตัวเธอช่างมีหลากหลายอารมณ์

                น่าศึกษา...มาก...

                เขาปรายตามองคนข้างๆ ที่ยังคงเมินไม่ยอมมองหน้าเขา เธอก้มหน้าก้มตากับโทรศัพท์มือถือของตนเอง ดูท่าทางจะหงุดหงิดมาก ก็แน่ล่ะ ถ้าเพื่อนๆ ของเธออยู่อีกคนล่ะทวีป มันก็เป็นเวลาดึกโขเลยทีเดียว เพราะเวลาที่เมืองไทยกับทางนั้น ห่างกันราวถึงสิบสามชั่วโมง

                “คุณขับรถไปถูกทางเหรอ?”

 จู่ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นถาม ทำเอาคนที่แอบมองถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย แล้วทำเป็นสนใจทางข้างหน้าแทน เขาบุ้ยใบ้ไปยังบริเวณคอนโซลรถ ซึ่งติดตั้งระบบจีพีเอสไว้เรียบร้อย

                “เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นครับ”

                “เราจะไปถึงที่นั่นกี่โมง” เสียงหวานยังคงห้วนๆ แกมสั่ง

                “อีกประมาณสองชั่วโมงครึ่ง คุณจะให้ผมแวะที่ไหนหรือเปล่า นี่เป็นทางด่วน ไม่แน่ใจว่ามีจุดแวะพักไหม?”

 เขาเอื้อมมือทำท่าจะกดดูรายละเอียดในจีพีเอส แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงหวานนั่นเอ่ยขึ้นอีกหน

                “ถ้าถึงแล้วคุณจะทำงานของคุณเลยไหม”

 เสียงท้ายสูงอย่างไม่ได้ตั้งใจ อพอลโลกลั้นขำ แล้วหันไปทำคิ้วขมวดใส่เธอ หงส์เหินมองเขาอยู่แล้วด้วยนัยน์ตาที่เบิกโตกว่าปรกติ ปากเม้มหากันแน่น มือจิกกำไว้แน่นอย่างตื่นเต้น อยากจะแกล้งหล่อนนัก แต่เขากลัวว่าเธอจะหนีเขาไปเสียก่อน ที่จะได้ทำ ธุรกิจ ด้วยกัน

                “ยังหรอกครับ ของแบบนี้ผมต้องใช้เวลา”

                “อืม...ก็ดีค่ะ ฉันก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน แต่...ฉันอยากให้...มันเร็วที่สุด โดยที่เราไม่ต้องทำ...กันบ่อยๆ” พูดไปหน้าเธอก็แดงไป แล้วไม่ยอมมองหน้าเขา หันไปมองนอกหน้าต่างรถแทน

                “ตามนั้นครับ”

                อพอลโลตอบยิ้มๆ

                ยิ่งอยู่ใกล้ เขาก็ยิ่ง...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 LookpLa Happy Fish (@berrybutter) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 18:12
    ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #6
    1