Change!! วุ่นนัก ดันตกหลุมรักยัยเลสเบี้ยน!

ตอนที่ 7 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 เม.ย. 58

“พี่ชายคะ แน่ใจนะคะว่าหายดีแล้ว”

“อื้อ สบายมาก”

ตื่นเช้าในวันถัดมาผมรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนตามปกติ พอยัยฝันเฟื่องมาเห็นเข้าก็รีบถามอาการผมทันที

“พี่ไม่ควรฝืนนะคะ”

“ฝืนอะไรดูนี่” ผมเบ่งกล้ามโชว์ “เห็นมั้ยเบ่งกล้ามได้แสดงว่าหายแล้ว”

“เฮ้อ... พี่นี่ล่ะก็”

“ไม่ต้องมาถอนหายใจเลย ไหนอาหารเช้าพี่หิวแล้วนะ”

“ค่าๆ จะเอามาเสริฟให้เดี๋ยวนี้แหละ” เธอหายไปในห้องครัวพักใหญ่ก่อนจะเดินยิ้มร่าถือชามข้าวมาเสริฟให้ผมเหมือนทุกๆ วัน

“นี่ค่ะ วันนี้เป็นข้าวต้มสูตรพิเศษล่ะ พี่ชายต้องทานให้หมดนะคะ”

“อืม... ก็ได้ คอยดูนะ” ผมหยิบช้อนที่วางอยู่ตักข้าวต้มเข้าปาก

“เป็นไงบ้างคะ” เธอจ้องผมตาแป๋ว “ข้าวต้มสูตรพิเศษสูตรเดียวในโลกของเค้า”

“ก็ดี...”

“จริงๆ นะคะ”

“อืม...” ผมฉีกยิ้มน้อยๆ ไปให้เธอแทนคำตอบ ความจริงแล้วมันอร่อยมากกกกกกกกกกกกก (บวก ก.ไก่ อีกสิบตัว) จนผมแทบควบคุมอารมณ์หิวไว้ไม่ได้

“ดีจังเลยยยยยยยย”

“อะนะ...”

“วันนี้พี่ชายชมเค้าด้วยยยยยย”

“พี่จำไม่ได้เลยนะว่าพี่ชมเธอน่ะ”

“เอ๋? หมายความว่าไงคะ?” พอผมพูดแบบนั้นเธอแทบผงะตาถลนจ้องผมอย่างตกใจ

“คิกๆ ที่พี่ชมว่าอร่อยน่ะ พี่ชมอาหารไม่ได้ชมเธอสักหน่อย ยัยฝันเฟื่องเอ้ย!

ป๊อก!

ผมเขกหัวเธอดังป๊อกก่อนจะลงมือทานข้าวต้มต่อ “คิกๆ”

“พี่อะ!

“หมดแล้วล่ะ...” ผมยื่นชามข้าวต้มไปให้ “ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ชาย... วันนี้พี่จะไปเรียนพร้อมเค้าหรือเปล่า” เธอหยิบชามไปล้างแล้วถามผม

“เดี๋ยวพี่ขอตัวไปโรงเรียนก่อนละกัน พออดีนัดไอ้เติร์ธเอาไว้น่ะ” ...ไม่ใช่หรอก ผมแค่อยากปล่อยให้เธอเป็นอิสระเสียบ้าง อย่างน้อยอาทิตย์ละวันก็ยังดี

“อ้อ... ค่ะๆ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ”

“ค่ะ โชคดีนะคะ”

ผมเดินสะพายกระเป๋าออกมานอกบ้านและเดินไปตามถนนอันคุ้นเคย ก่อนจะแวะนั่งตรงม้านั่งริมทางเพื่อรอไอ้เพื่อนตัวแสบ

นี่ผมคิดถูกแล้วจริงๆ ใช่มั้ยที่จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนฟัง... บางทีคนอย่างหมอนั่นอาจจะมีไอเดียดีๆ ให้ผมบ้างก็ได้... ล่ะมั้ง

“เฮ้ออออออออ”

“ถอนหายใจมากๆ แก่เร็วนะเฟ้ย!” เสียงของเติร์ธดังมาข้างหลังทำเอาผมสะดุ้งแทบตกม้านั่ง... -*- มาไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียงนะไอ้บ้า

“นี่นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ฟระ”

“ก็กำลังมาถึงนี่แหละ อ้าว...แล้ววันนี้ไม่มากับน้องสาวแกเหรอ”

“ไม่ล่ะ ปล่อยให้ยัยนั่นไปโรงเรียนคนเดียวบ้าง”

“อื้อ... ว่าแต่ไปโรงเรียนกันเถอะ”

“อะ... อืม” ผมผงกหัวนิดหน่อยแล้วผลุดลุกขึ้นสะพายกระเป๋าแบบเดิม “ไป...”

“...” ตลอดเวลาที่เดินไปโรงเรียน เติร์ธก็ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาราวกับว่าจะคอยให้ฉันพูดบางอย่างอย่างนั้นแหละ

“นี่เติร์ธ...”

“ว่า?”

“นายคิดยังไงกับพวกที่ชอบเพศเดียวกันอะ?”

“หืม...” หมอนั่นทำท่าครุ่นคิด “ก็คงจะเป็นพวกที่แปลก ประหลาด พิลึก ล่ะมั้ง...”

“งั้นเหรอ...”

“จู่ๆ ถามอะไรแบบนี้เนี่ย”

“แล้วถ้าเกิดนายเผลอไปชอบคนพวกนั้นแล้วล่ะ นายจะทำไง...”

“...” หมอนั่นจ้องหน้าผมนิ่ง แต่ผมก็ได้แต่เลี่ยงหลบตาต่ำไม่ยอมสบตากันตรงๆ

“อย่าบอกนะว่านาย...”

“...”

“เผลอไปชอบใครสักคนในหมู่คนพวกนั้นแล้ว... งั้นเหรอ”

“ไม่ได้ชอบ”

“อ้าว...???” เติร์ธงงแตกเลยทีเดียว

“แต่รัก...” พูดจบผมก็เดินนำเพื่อนเข้าไปในโรงเรียนปล่อยให้หมอนั่นเดินตามอย่างไม่สนใจ

ผลุบ!

ผมนั่งลงตรงม้าหินหน้าตึกเรียน ความจริงวิชาแรกของเช้าวันนี้คุณครูจะปล่อยให้นักเรียนไปเรียนในสาขาวิชาที่ลงชื่อเอาไว้ตามสะดวก ผมกับเติร์ธน่ะเลือกเรียนวิชาดนตรีซึ่งวันนี้ผมรู้ดีว่าครูไม่อยู่... ก็เลยมานั่งสูดอากาศข้างนอกตึกเรียนดีกว่า

“เฮ้อ...” ผมถอนหายใจเป็นรอบที่สองของวันแล้วนะ ทำไมทุกๆ วันต้องมีแต่เรื่องที่ทำให้ผมหนักใจล่ะเนี่ย

“ไหนลองเล่ามาซิ...” เติร์ธที่ดูเหมือนจะหายจากอาการตกใจแล้วถามผมเสียงเรียบ

“ก็ฉัน... เผลอไปตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง... ตอนแรกฉันก็คิดแค่ว่าเธอคงไม่ชอบฉันล่ะมั้งแต่พอมารู้อีกทีมันกลับไม่ใช่”

“...”

“วันนั้นฉันแอบเดินตามเธอไปตรงมุมตึกแล้วก็เห็น...”

…!!??

“เห็นเธอกำลังจูบอยู่กับผู้หญิง!!! แล้วถ้าเป็นนายนายจะคิดว่าไงล่ะ นายจะรู้สึกยังไงบ้าง”

“...แกทำให้ฉันช็อกเลยว่ะเพื่อน”

“เออ ฉันก็เลยวิ่งไปที่สวนสาธารณะไง ฉันไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว ฉันเจ็บ ฉันไม่อยากที่จะกลับบ้านฉันไม่อยากพบหน้าใครทั้งนั้น...”

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ... แกไปตกหลุมรักใครเข้าวะ”

“ถ้าฉันบอกไปนายห้ามตกใจนะ”

“อือ...” เมื่อเพื่อนรับปากแบบนั้นผมเลยตัดสินใจที่จะบอกความจริงทุกอย่างให้หมอนั่นรู้... อย่างไม่ปิดบัง

“ผู้หญิงคนนั้นคือ...”

“คือ...”

“... ไอ... ด้า...”

“...”

“...”

“...”

และแล้วบทสนทนาของเราทั้งคู่ก็หยุดลงเพียงแค่นั้นหลังจากที่ผมบอกชื่อของผู้หญิงคนนั้น

“โกหกใช่มั้ยวะเพื่อน...”

“...”

“แกโกหกใช่มั้ย?” เติร์ธถามเป็นรอบที่สองแต่ผมก็ยังเงียบ

“...”

“มันไม่น่าจะเป็นความจริงนี่นา”

“อือ... แต่มันเป็นไปแล้วนี่”

“ความจริงเรื่องข่าวลือที่บอกว่าเธอเกลียดผู้ชายน่ะ ฉันก็พอรับได้อยู่หรอกนะ แต่ไอ้เรื่องแบบนี้...”

“เฮ้อ... ฉันควรทำยังไงดีวะ”

“ของแบบนี้น่ะมันเปลี่ยนกันค่อนข้างจะยากอยู่นะ แต่ว่ามันก็อยู่ทีแกเหมือนกันว่าแกรักเธอมากแค่ไหน”

“มากจนมันแทบล้นใจเลยล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นแกก็ควรที่จะพยายามไม่ให้เธอเกลียดแก ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอรู้ว่าแกแคร์เธอมากแค่ไหน”

“แต่เธอมีแฟนอยู่แล้วนะ”

“...” พอเจอประโยคนี้ปุ๊บ เติร์ธก็ถึงกับเงียบไปอีกรอบ

“ถ้าจะให้ฉันแทรกกลางระหว่างพวกเธอล่ะก็ ฉันทำไม่ลงหรอกเพื่อน”

“งั้นแกก็พยายามตีสนิทเธอสิ รู้จักกันในฐานะเพื่อนมันอาจทำให้เธอมองแกต่างจากคนรู้จักธรรมดาก็ได้”

“มันจะดีจริงๆ เหรอ”

“แล้วมันไม่ได้หรือไงรู้จักกันในฐานะเพื่อนก็ยังดีกว่าการเป็นแค่คนเคยรู้จักน่ะ”

“...”

“แกคิดว่ามันคุ้มมั้ยที่อย่างน้อยก็ยังไม่ได้เป็นคนที่เธอเกลียดน่ะ”

“...” พูดอีกก็ถูกอีก อย่างที่ไอ้หมอนั่นว่านั่นแหละ... มันก็คุ้มจริงๆ

“แกลองคิดดูอีกทีนะเว้ย... คิดให้ดี เพราะเรื่องแบบนี้น่ะไม่มีทางที่จะย้อนกลับคืนไปแก้ไขได้ง่ายๆ นะ”

“...”

“เชื่อฉัน...”

“อื้ม... ฉันจะลองดูแล้วกันนะ”

“มันต้องอย่างนี้สิ ไอ้เพื่อนเลิฟ!!” เติร์ธตกไหล่ผมดังป๊าบ! จนผมแสบไปถึงกระดูกดำเลยทีเดียว -..-

“เจ็บนะเฟ้ยยยย ไอ้บ้า!

“โทษทีๆ ว่าแต่แกโอเคนะเพื่อน... กับเรื่องนี้น่ะ”

“ตามตรงก็ไม่โอเคเท่าไหร่หรอก” ผมสารภาพออกไปตามตรง “บอกเลยว่าฉันรับไม่ค่อยได้เลยจริงๆ”

“...”

“...”

“เฮ้อ... ไม่เป็นไรหรอกเพื่อน แกยังมีฉันนะเว้ย” คราวนี้เติร์ธกลับยกมือขึ้นลูบไหล่ผมเบาๆ ราวกับกำลังปลอบประโลมผม

“ขอบใจนะ อย่างน้อยฉันก็ยังมีแกอยู่ข้างๆ”

“โหย... ซึ้งว่ะเพื่อน”

“แน่นอน... ซึ้งจนเลี่ยนเลย ฮ่าๆ” ผมหัวเราะเสียงดังจนนักเรียนชายที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ มองมาที่เราสองคนเป็นจุดเดียว

“แกจะหัวเราะทำไมเสียงดัง เศร้าจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง”

“ฉันไม่ได้เพี้ยน...”

“อื้ม... ไม่ได้เพี้ยน... แต่ว่าบ้าใช่ป่ะ” ไอ้นี่ยังมีหน้ามาทำหน้าล้อเลียนผมอีกนะ เดี๋ยวเถอะ -*-

“งั้นเรื่องที่แกชอบยัยนั่นน่ะ ฉันจะไปบอกยัยนั่นเย็นนี้”

“เฮ้ย!!!!” พอผมขู่แบบนี้เจ้านี่ก็เลิกหัวเราะทันที “อย่านะเว้ย ขอร้องล่ะ”

“หึๆ” ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเจ้าเติร์ธแอบชอบยัยน้องสาวตัวดีของผมอยู่ แล้วมันก็ยังไม่รู้เรื่องที่ยัยนั่นมีแฟนด้วย

“นะๆๆ ขอร้อง”

“ก็ได้...”

“ขอบคุณคร้าบบบบบ!!!!” เติร์ธยกมือขึ้นไหว้เหนือหัว... เฮ้ยเจ้าบ้า! ทำอะไรน่ะผมยังไม่อยากอายุสั้นนะ

“ไม่ต้องมาไหว้ฉันนะเจ้าบ้า ฉันยังไม่อยากตายถ้าไม่ได้แต่งงาน...”

“ก่อนที่แกจะนึกถึงเรื่องแต่งงาน แกช่วยนึกถึงว่าใครจะมาเป็นคนที่แกจะแต่งด้วยดีกว่ามั้ง”

“แกก็รู้นี่...” ผมพูดเสียงเบา “ไม่น่าถาม”

“...นี่แกเอาจริงเหรอ”

“อืม...”

“แกนี่มันจริงๆ เลย” เติร์ธส่ายหัวไปมาราวกับเหนื่อยหน่ายในนิสัยของผม

“ก็คนนี้ฉันรักจริงนะเว้ย บอกตามตรงฉันไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อนแล้วก็ตอนนี้ฉันก็ถอนตัวไม่ขึ้นแล้วด้วย”

“เปอร์เซ็นต์ผิดหวังสูงมากไม่ใช่เหรอเพื่อน เธอเองก็มีแฟนอยู่แล้วด้วยนี่นา”

“ฉันไม่สนหรอก ฉันจะรอแม้ว่ามันจะนานแค่ไหน ฉันก็จะรอ... เพียงแค่เธอ”

“...”

“ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่ง... ฉันจะอยู่ในสายตาของเธอ”

“...ฉันจะคอยช่วยแกทุกทางเลย ไอ้เพื่อนรัก...”

“จริงๆ นะ” ผมดีใจในคำพูดของเติร์ธมากจนเกินเหตุ ก็เลยเผลอกุมมือของหมอนั่นเอาไว้แน่น

“อะ...อื้อ! แกปล่อยมือฉันเถอะ เดี๋ยวคนเขาเข้าใจผิด”

“บ้าเหรอ!! ฉันคิดแบบนั้นกับแกไม่ลงหรอก จะอ้วก...”

“ไม่ต้องคิดเลย ไอ้บ้า!” ปิดท้ายประโยคด้วยการผลักหัวผมอย่างแรงจนแทบหลุดออกจากบ่า โอ้ย! ไอ้แรง... เอ้ย =*=

ติ๊ง ติ่ง ติง ติ่ง...

“เฮ้ย... หมดชั่วโมงแรกแล้วเดี๋ยวฉันไปก่อนนะเว้ย” เมื่อออดหมดชั่วโมงเรียนดังขึ้นผมเลยขอแยกตัวออกจากเติร์ธเพื่อเข้าเรียน

“อื้อๆ เหมือนกันเพื่อน...”

เราสองคนแยกย้ายกันวิ่งเข้าห้องเรียน... ตลอดเวลา ณ ขณะนี้ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องเรียนเลยแม้แต่น้อย...

เพราะมัวคิดถึงแต่เรื่อง... ยัยผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น