Change!! วุ่นนัก ดันตกหลุมรักยัยเลสเบี้ยน!

ตอนที่ 6 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 เม.ย. 58

“แค้กๆ”

โอย...ปวดหัวชะมัดเลย ให้ตายสิ... ทำไมคนอย่างผมถึงต้องมานอนซมเป็นคนป่วยอยู่ในบ้านตามลำพังด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

“... แค้กๆ”

...หลังจากที่เห็นเหตุการณ์เมื่อตอนนั้นทำให้ผมไม่อยากกลับบ้าน... ยัยเด็กแสบนั่นก็คงไม่รู้หรอกว่าที่ผมไม่กลับบ้านเป็นเพราะผมมานอนค้างที่สวนสาธารณะนี้...

ยัยนั่นคงคิดได้แค่ว่าผมมานอนค้างบ้านเพื่อน...นั่นแหละ

“โอย...ทรมาน”

คืนนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความผิดหวังเมื่อเห็นภาพบาดตานั่น หรือว่าเป็นเพราะอากาศที่หนาวจัดภายในสวนสาธารณะก็ไม่รู้...

...ผมก็เลยเป็นหวัดอย่างที่เห็นๆ กันอยู่ไงครับ!! 

เฮ้อ... ทั้งที่ผมไม่อยากหยุดเรียนเลยสักนิดแต่สภาพของผมมันไม่เอื้ออำนวยเลย บ้าจริง

“แค้กๆ”

ดีนะที่ไอ้เพื่อนบ้านั่นมันไม่มาที่บ้านไม่งั้นน่าอายแย่เลย...

“ติ๊ดดดดดดดด!!!!! ติ่งงงงงงงงงงง!!!”

“เฮ้ย!?!?” เพราะเสียงเพลงปริศนาที่ดังขึ้นมากะทันหันทำให้ผมที่กำลังนอนซมอยู่ดีๆ สะดุ้งสุดตัวผลุดลุกขึ้นนั่งอย่างไว... เสียงดังมาจากไหนฟระ

“ติ๊ดดดดดดดด!!!!! ติ่งงงงงงงงงงงง!!!

เสียงดังอยู่ใกล้ๆ ตัวผมนี่เอง ...อยู่ไหนเนี่ย

อ้ะ...ผมควานมือหาจนทั่วเตียงถึงได้รู้ว่าเสียงปริศนาเมื่อกี๊... เป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของผมเอง -..-

...เติร์ธ

“ฮัลโหล” ผมกดรับโทรศัพท์และกรอกเสียงลงไปให้เป็นปกติที่สุด

[เฮ้ย...ทำไมแกไม่มาโรงเรียนฟระ มัวไปทำอะไรอยู่ที่ไหนกัน ฉันเป็นห่วงแกนะรู้มั้ย เมื่อเช้าฉันก็เดินตามหาแกไปทั่วสรุปว่าแกไม่มาโรงเรียนเพราะอะไร]

พอผมพูดฮัลโหลปุ๊บ ไอ้เพื่อนตัวแสบก็ร่ายยาวเป็นชุดจนผมต้องถือโทรศัพท์ให้ออกห่างจากหูอยู่นาน ไอ่บ้าบ่นอย่างกับเป็นแฟนฉันอย่างนั้นแหละ -*-

“เปล่านี่... แค่ป่วย...”

[อ้อเรื่องนี้ฉันถามน้องสาวแกแล้วล่ะ ฉันรู้หมดแล้ว...] แล้วมันจะถามเพื่อ?

“ยัยนั่นบอกเหรอ...” ถ้าอย่างนั้นยัยนั่นก็ต้องรู้น่ะสิว่าผมไม่ได้ไปค้างบ้านหมอนี่น่ะ

[อือ... ตอนแรกที่ฉันถามนะเธอก็ตกใจแล้วบอกว่านึกว่าแกไปค้างบ้านฉัน ไอ้ฉันก็งงน่ะสิเลยบอกไปว่าแกไม่ได้ไปที่บ้านฉันตั้งแต่วันเสาร์]

ซอ... สระ... อวย...(?)

เย็นนี้โดนเฉ่งเละแน่เลยดันท์เอ้ยยย >.<

[ตกลงแกไปอยู่ไหนล่ะไม่ได้อยู่บ้านหรอกเหรอวันเสาร์น่ะ]

“ฉันไปนอนที่สวนสาธารณะ...”

[!???]

“ก็เลยป่วยเนี่ย”

[เจ้าบ้า!!!!]

“?????”

[ไปนอนทำไมที่นั่น บ้านนายก็มีทำไมไม่นอน บ้าป่ะ...]

“…” ผมล้มตัวนอนลงบนเตียงฟังเพื่อนตัวดีมันพล่ามเงียบๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ...

[สงสัยนายคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ดันท์]

ใช่...ฉันมันบ้า...ผมพูดเสียงเรียบ “บ้ามากด้วย”

[…]

คนบ้าจะเป็นยังไงก็ไม่มีใครสนหรอก จริงมั้ยล่ะ?

[แกเป็นอะไรไป...]

ก็ปกติ

[ถ้าหายเมื่อไหร่ค่อยมาคุยเรื่องนี้แล้วกัน ฉันมีเรื่องจะถามแกมากมายเลย แต่รอให้แกหายก่อนดีกว่า...]

“…” ผมเงียบ “เฮ้อ...” ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

[หวังว่าแกคงไม่ลำบากใจที่จะตอบคำถามของฉันหอรกนะ]

“…”

[ฉันไม่รู้ว่าแกไปเจออะไรมา แต่ขอร้องล่ะแกช่วยเล่าให้ฉันฟังก็ยังดีนะ]

“…อือ รอให้หายป่วยก่อนก็แล้วกัน

[โอเค... ไว้ค่อยคุยกันแล้วกันนะ... หายไวๆ ล่ะดันท์]

ขอบใจนะ เติร์ธ…”

ติ้ด!

ผมกดวางโทรศัพท์ก่อนจะปามันทิ้งไปข้างกาย ตอนนี้ผม... เหนื่อยใจจริงๆ

............

“คิกๆ”

หือ... เสียงใคร? ใครหัวเราะ...

“นั่นสินะคะ...”

ผมปรือตาขึ้นช้าๆ นี่ผมเผลอหลับไปนานเท่าไหร่กันนะ... โอย... ไข้ลดแล้วนี่นา

“พี่ชายคงยังไม่ตื่นมั้งคะ...”

ใครมาคุยกันในบ้านของผมล่ะเนี่ย... โอย... ผมได้แต่ชันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก แค่นั่งยังยากขนาดนี้แล้วจะให้เดินไปดูเหตุการณ์ด้านล่างจะไหวเหรอ

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง กลับบ้านดีๆ นะคะเค้าเป็นห่วง บายค่ะ”

หลังจากสิ้นสุดบทสนทนาเสียงฝีเท้าก็ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในบ้าน จากนั้นก็ก้าวขึ้นบันได

ตึกตัก ตึกตัก

ผมนั่งลุ้นระทึกใจเต้นตึกตักเลยทีเดียว... ผู้มาเยือนคนนี้เป็นใครกันเนี่ย

แอ้ด...

ประตูห้องของผม...ถูกเปิดออกแล้ว และนั่นทำให้รู้ตัวบุคคลนิรนาม!?

“อ้าว...พี่ชาย”

ยัยเด็กบ้า... พอเปิดประตูออกมาเห็นผมนั่งจ้องอยู่ก็ยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก

“เฮ้อ...” ก็นึกว่าใคร

“ตื่นแล้วเหรอคะ”

“อะ...อืม”

“อาการเป็นไงบ้างคะ?” เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะของผมแล้วเดินมานั่งข้างเตียง

“ก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะ...”

“งั้นเหรอคะ ดีจังเลย”

“อื้ม...แล้ววันนี้ที่โรงเรียนล่ะเป็นไงมั่ง”

“ก็...ปกติค่ะ” เธอมองผม “วันนี้พี่เติร์ธถามหาพี่ล่ะ”

!!!!” หา.... ว่าแล้วเชียว

“เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาพี่ไม่ได้ไปค้างบ้านพี่เติร์ธใช่มั้ยคะ”

“เอ่อ...”

“ตอบมา”

“ใช่...พี่ไม่ได้ไปค้างบ้านหมอนั่นหรอก” ผมตอบตามความเป็นจริง แต่ก็ไม่ยอมบอกว่าผมไปนอนที่ไหนอยู่ดี

“แล้วพี่ไปอยู่ไหน”

“ช่างพี่เถอะน่า...พี่ป่วยอยู่อย่าถามมากสิ”

“อืม... ก็ได้ค่ะ” เธออมยิ้ม “เย็นนี้พี่ชายอยากทานอะไรคะ เดี๋ยวเค้าทำให้ทานนะคะ”

“พี่ไม่หิว...ไม่อยากทานอะไรทั้งนั้นล่ะ”

“อ้าว...ทำไมล่ะคะพี่ชาย”

“...” ผมนั่งนิ่งไม่พูดอะไร แล้วอีกฝ่ายต้องเลื่อนมือมากุมมือผมเอาไว้แน่น

!?

“ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าคะ”

“...” ทำไมถึงมีแต่คนอ่านใจผมออกล่ะเนี่ย... คุยกับไอ้เติร์ธก็ถูกถามแบบนี้ พอคุยกับยัยตัวดีก็ถูกถามด้วยคำถามแบบเดิม

“บอกเค้าได้นะคะ”

“พี่... แค่รู้สึกไม่ดีนิดหน่อยคงเป็นเพราะพิษไข้แหละ อีกเดี๋ยวคงหายน่ะ ...ยัยบ้าไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอก”

“พี่ชาย...”

“หึๆ ยัยฝันเฟื่องเอ้ย!” ผมเขกกะโหลกเธอดังป๊อก จนเธอต้องร้องครางออกมาเสียงดัง

“โอ้ยยยย!! เจ็บนะคะพี่ชาย”

“ฮ่าๆ”

“ชื่อของเค้าคือความฝันไม่ใช่ฝันเฟื่องสักหน่อย บู่...” ทำไมต้องทำปากจู๋แบบนั้นด้วยล่ะนั่น ตลกชะมัดเลย

“อะจ้ะ...แม่ฝันเฟื่อง อิอิ”

“งือออ ไม่คุยกับพี่ชายแล้ว ไม่คุยแล้ว!

“”อ้าว...”

“เชอะ!” เธอสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างแรงจนผมที่รวบเป็นหางม้านั้นแทบจะตบหน้าใส่หน้าผม =*=

“อะๆ พี่มีนิ้วก้อยมาง้อแล้วนะ”

“เชอะ...”

“นะๆๆๆๆๆ ยัยเด็กช่างฝัน...”

“...”

“พี่รู้นะว่าก่อนที่เธอจะคลอดแม่เราฝันว่าอยากให้เธอเป็นผู้หญิงแล้วเธอก็เกิดมาเป็นผู้หญิงจริงๆ เหมือนฝันเลย”

“จริงเหรอคะ...” เธอรีบหันหน้ามามองผมอย่างไว แววตาฉายความอยากรู้อยากเห็นเต็มที่... เอิ่ม ทีเรื่องแบบนี้นี่อยากรู้ดีนักนะเด็กบ้า

“อื้อ... แม่ก็เลยตั้งชื่อให้เธอว่าความฝัน... เปรียบดั่งแม่ที่เป็นสาวช่างฝัน...”

ทำไมผมบรรยายได้ละเอียดอยากกับนักเขียนอะไรแบบนี้ล่ะเนี่ย... ทั้งที่ผมเกิดก่อนยัยนี่แค่สองปีเอง สงสัยแม่เล่าให้ฟังบ่อยๆ มั้ง -..-

“ชื่อเค้ามีประวัติด้วย...”

“ใช่มั้ยล่ะ ^^

“แล้วชื่อพี่ล่ะคะ...”

“เอ๋????”

“ชื่อของพี่ชายน่ะ มีประวัติมั้ย???” ยะ...อย่าจ้องพี่ด้วยสายตาแบบนั้นสิ มันจะทำให้พี่ใจอ่อนนะ

“...”

“มีมั้ยคะ”

“เอ่อ...”

“บอกเค้าทีนะ”

“มะ...ไม่มีหรอก จริงๆ นะ”

“ง่า...พี่ชายอะ” เมื่อรู้คำตอบไม่เป็นดังใจคิดเธอเลยเบะปากทำหน้ามุ่ยอีกครั้ง

“จริงๆ ชื่อของพี่ไม่มีประวัติเลย ไม่เหมือนเธอหรอกยัยฝันเฟื่อง...แม่คาดหวังในตัวเธอมากนะอย่าทำให้แม่เค้าผิดหวังละกัน”

“...”

“เด็กบ้า...เป็นอะไร”

“เค้าแค่คิดเฉยๆ ค่ะว่าถ้าสมมุติว่าเค้า...”

“????” ผมเอียงคอมองเธอด้วยความสงสัย กำลังคิดอะไรอยู่กันนะ

“สมมุติว่าเค้าไม่ได้เป็นผู้หญิงจริงๆ ไม่ได้เป็นผู้หญิงที่ชอบผู้ชายล่ะคะ แม่จะว่ายังไง”

!!!!!!!

คำพูดนั้นของเธอทำให้ผมช็อกค้าง... พาลทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นมาอีกจนได้...

เหตุการณ์ที่ไอด้า...จูบกับเด็กผู้หญิงคนนั้น

“พี่คะ...พี่ช่วยตอบหน่อยสิ”

“มะ...แม่คงไม่ได้หวังเอาไว้แบบนั้นหรอก...”

“อื้อ...นั่นสินะ”

“...”

“ถ้าเป็นความจริงแม่คงผิดหวังและเสียใจมากสินะคะ...”

“คงงั้น... พี่เองก็รับไม่ได้...” ผมจ้องหน้าเธอ “เหมือนกัน”

“พี่ชาย...” เธอจ้องหน้าผมแววตาฉายความไม่เข้าใจคูณสิบ “มันเป็นแค่เรื่องสมมุติที่เค้าคิดเฉยๆ นะคะ ไม่ได้เป็นความจริงสักหน่อยไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้นเลยนี่นา”

“พี่แค่พูดออกมาก่อนว่าพี่รับไม่ได้... แม้ว่าเรื่องนี้มันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ตาม”

“อ้อ... ค่ะ งั้นเดี๋ยวเค้าไปเปลี่ยนเสื้อแล้วทำอาหารก่อนนะคะ พี่ชายจะทานด้วยกันมั้ยคะ”

“...ไม่ล่ะ ขอบใจนะ พอดีพี่อยากนอนพักน่ะ” ...และก็อยากอยู่คนเดียวด้วย

“ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอผลุดออกจากเตียงและเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ที่วางไว้

แกร้ก ปัง!

“เฮ้อ...” ออกไปแล้วสินะ ผมยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก คำถามเมื่อกี๊ดูไม่เหมือนเธอจะพูดขึ้นมาลอยๆ เลย แถมยังทำให้ผมคิดมากขึ้นมาอีกจนได้...

ผู้หญิงคนนั้น... ผมไม่อาจตัดใจจากเธอได้เลย...แล้วก็ไม่อยากตัดใจด้วย...

มันต้องมีสักทางสิน่า...ที่จะทำให้เธอกลับมาเป็นปกติ แต่ว่า...จะทำยังไงล่ะ

โอ้ยยยย คิดไม่ออก ยิ่งปวดหัวอยู่ด้วยเอาไว้ไปปรึกษาไอ้บ้านั่นวันพรุ่งนี้ก็ได้นี่นา... นั่นสินะ

คืนนี้ผมไม่ไหวแล้วล่ะ...ผมเหนื่อย... ขอนอนก่อนนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น