Change!! วุ่นนัก ดันตกหลุมรักยัยเลสเบี้ยน!

ตอนที่ 12 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 พ.ค. 58

“เฮ้ย! ว่าไงดันท์ ได้ข่าวว่าแกทำไอด้าพลัดตกน้ำไม่ใช่เหรอ”

พอก้าวเท้าเข้ามาในรั้วโรงเรียนปั๊บ ไอ้เติร์ธที่โผล่มาจากไหนไม่รู้กระโดดมาตบไหล่ผมดังป๊าบ! จนผมแทบกระอักเลือด

...โอ้ย! ไอ้บ้าซาดิสม์!!!!

“ได้ข่าวมาจากไหน” ผมลูบหัวไหล่ตัวเองไปมาเพื่อให้หายเจ็บ “ฮ่ะไอ้เติร์ธ”

“ก็... ได้ยินเพื่อนในห้องเขาพูดกันน่ะว่าไอด้าถูกลมหอบพลัดตกน้ำ”

“...”

“แล้วแกก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย หรือว่าแกไปทำอะไรให้เธอตกใจหรือเปล่า”

“เฮ้อ ก็นะ เธอตกใจฉันนั่นแหละ” ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ว่าแล้วเชียว แล้วแกไปทำอีท่าไหนล่ะนั่น”

“ก็ลมมันแรงฉันกลัวไอด้าจะพลัดตกน้ำ เลยกะจะยื่นมือไปให้เธอจับแต่ใครจะรู้ล่ะว่าเธอจะกลัวฉันจนถอยหลังตกลงไปในแม่น้ำ”

“...”

“แต่โชคดีที่ฉันรีบกระโดดลงไปช่วยไว้ได้ทัน แถมเธอยังต้องไปนอนที่โรงพยาบาลหนึ่งวันเต็มๆ แน่ะ”

“เฮ้อ แกนี่ล่ะก็”

“แต่ฉันก็ขอโทษเธอแล้วนะเฟ้ย แถมเธอยังขอบคุณฉันอีกด้วย”

“งั้นก็แสดงว่า...” เติร์ธมีสีหน้าตื่นเต้นจนออกนอกหน้า “เธอยอมรับแกแล้วสินะ!!!!

“...”

“ถูกมั้ย!!!!???

“...” ผมตีหน้านิ่งสีหน้าไร้อารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น “เปล่าหรอก”

“แป่ววววว!!!” คำตอบของผมทำให้เติร์ธที่กำลังตื่นเต้นแทบหกล้มหัวทิ่มลงไปบนสนามฟุตบอล

“เธอขอบคุณฉัน แต่เธอก็บอกว่ายังไม่ยอมรับในตัวฉัน”

“แต่ว่ายอมขอบคุณผู้ชายเนี่ย ถือว่าแกโชคดีมากแค่ไหนรู้ตัวมั้ย”

“รู้สิ ฉันถึงได้ดีใจไง” ผมส่งยิ้มบางๆ ไปให้ “เมื่อวานฉันได้ไปส่งเธอที่บ้านด้วย...”

เมื่อได้โอกาสผมจึงเกริ่นเรื่องเมื่อวานขึ้นมาเบาๆ ให้ไอ้เพื่อนรักอิจฉาเล่น แล้วมันก็ได้ผล

“เมื่อกี๊แกว่าไงนะ!!!!!!!!!

“ของดีมีแค่ครั้งเดียวเฟ้ย”

“กะ... แกบอกว่า แกไปส่งไอด้าที่บ้านงั้นเหรอ...”

“ก็ใช่” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กระตุกขึ้นที่ริมฝีปาก “หึๆ”

“...แล้วแก”

“ก็อย่างว่าล่ะน้า!

“แก... กับ... ไอด้า” เติร์ธทำตาโตหน้าซีด “อย่าบอกนะว่า...”

“...”

“อะจะเฮ้ย!!! %$#@^#$@!*(*” (พูดไม่รู้เรื่อง)

“เป็นอะไรของนายเนี่ย”

“นี่แกหมายความว่า... ไอด้าเสร็จแกแล้วงั้นเหรอ!!!!!!!!!

O///O” ผมตกใจตาโตรีบเอามือตะครุบปากเพื่อน “นายจะบ้าเหรอใครเขาจะไปทำอะไรแบบนั้นกันเล่า!!!!

“อะ... อ้าว”

“ฉันเป็นสุภาพบุรุษพอเฟ้ย”

“แล้วเมื่อกี๊ที่นายบอกอย่างว่าล่ะ?”

“ไอ้บ้า!!! ฉันหมายถึงได้ทานอาหารมื้อเย็นฝีมือไอด้าต่างหากเล่า ไม่ใช่อย่างว่าแบบที่นายคิดสักหน่อย ไอ้บ้าเอ้ย!” ผมตบหัวเพื่อนดังป๊าบจนอีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอ้ย!!! แล้วใครมันจะไปรู้ล่ะ”

“ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดหมดแล้วมั้งเนี่ย เฮ้อ! ให้ตายสิ”

“โถ่... เล่นเอาฉันใจหายหมดเลยนะเนี่ย”

“นายมันก็คิดได้แค่เรื่องพรรค์นั้นล่ะว้า!

“นี่แกหลอกด่าว่าฉันหื่นเหรอดันท์!” ผมกวาดสายตาไปมาบนใบหน้าของเพื่อนสนิทอย่างกวนๆ

“ฉันไม่ได้พูดนะ...”

“อะ...” นั่นไง... ชะงักไปเลย

“ฮ่าๆ” หัวเราะเสร็จก็วิ่งหนีเข้าตึกเรียนอย่างไม่คิดชีวิต ใครมันจะโง่ยืนรอให้โดนไล่เตะกันล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

“หน็อย!!! ดันเทล นี่แกแกล้งฉันเหรออออออออออ!!!!!!! โถ่เว้ย!

..............

ติ๊ดดดดดดดดดดด!!!! ติ่งงงงงงงงงงงงงงง!!!!

เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นในช่วงหลังเลิกเรียน นี่ผมกะว่าจะไปนั่งเล่นตากแอร์เย็นๆ ในห้องสมุดสักหน่อยใครกันที่โทร.มาขัดจังหวะ

ยัยฝันเฟื่อง

“อะ...” ผมยืนจ้องมองรายชื่อที่โทร.เข้ามาอย่างแปลกใจ ก่อนจะกดปุ่มรับและถือโทรศัพท์ไว้แนบหู

“ว่าไงยัยฝันเฟื่อง”

[พี่ชายคะ...]

หืม... เป็นอะไรหรือเปล่า

[อ๋อ... เปล่าหรอกค่ะ คือเค้าแค่อยากจะโทร.มาถามพี่ชายว่าเย็นนี้กลับกับเค้ามั้ยคะ]

ขอโทษทีนะ พอดีพี่กะว่าจะเข้ามานั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดสักพักน่ะ กลับคนเดียวได้มั้ย

[อืม... ดะ... ได้สิคะ งั้นเย็นนี้ทานอะไรดีคะ]

แล้วแต่เธอละกันนะ พี่ทานได้หมดแหละ

[โอเคค่ะ งั้นเค้าไม่รบกวนพี่แล้วนะคะ พี่เองก็อย่ากลับบ้านดึกนักนะคะเค้าจะรอทานข้าวเย็นพร้อมพี่นะ]

จ้ะๆ แม่ทูนหัว

[คิกๆ อื้ม... งั้นแค่นี้นะคะ]

บาย...

ติ๊ด!

“เฮ้อ...” ขอโทษนะ พี่ปล่อยให้เธอต้องกลับบ้านคนเดียวอีกแล้ว...

ผมเดินคอตกเข้ามาในห้องสมุดจัดการวางกระเป๋าไว้บนชั้นวางจากนั้นก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆ

...ตอนนี้ห้องสมุดเงียบเหงาเกินบรรยาย ไม่มีใครอยู่... ไม่มีเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงแอร์ที่ดังหึ่งๆ เท่านั้น

หืม...?

สายตาของผมสะดุดเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่เล่มเดียวบนชั้นบนสุดของชั้นวางหนังสือ ผมตัดสินใจลุกขึ้นหยิบแล้วเปิดอ่าน

แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสาวน้อยมากรัก

หัวข้อบทความรู้สึกจะแปลกๆ แฮะ... ผมพลิกอ่านหน้าต่อไป

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันนี้ฉันจะมาเล่าประสบการณ์ความรักอันเร่าร้อนของฉันให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้รับรู้และก็นำไปพิจารณานะคะ แต่ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ผิด... หรือเปล่า

ผมตั้งหน้าตั้งตาอ่านอย่างใจจดใจจ่อ ผิด... เรื่องอะไร

ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยมาใหม่ๆ แล้วฉันก็เจอกับรุ่นพี่ที่แสนดีอยู่คนหนึ่งโดยบังเอิญ เขาเป็นคนที่หล่อ...แล้วก็ใจดีมากๆ ฉันยอมรับค่ะว่าฉันตกหลุมรักเขาอย่างจังเลยล่ะ จะเรียกว่าเป็นรักแรกพบก็ได้ค่ะ ฉันรู้เลยว่าตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับเขาฉันจะมีความสุขตลอด แต่เราก็ยังคงสถานะของความเป็นพี่น้องเอาไว้เพราะฉันกลัวน่ะค่ะ...

ผมพลิกอ่านหน้าต่อไปทันที...

ชีวิตรักของฉันดำเนินไปแบบนี้ทุกๆ วันจนกระทั่งวันหนึ่ง...ซึ่งเป็นวันที่ฉันเพิ่งเข้าใจตัวตนของตัวฉันเอง... ฉันมีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งมาบอกรัก...

บอกรักเหรอ...?

แต่ว่า... คนๆ นั้นเป็นผู้หญิง...

ผมนิ่งอึ้งกับข้อความๆ นั้น แถมยังอ่านซ้ำๆ ไปมาอีกเป็นรอบที่สองและสาม

ผู้หญิง...!!

ฉันเองก็เพิ่งเข้าใจตัวเองว่า... ฉันชอบเธอเข้าซะแล้วล่ะ ให้ตายสิ ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าฉันรักเขาเพียงคนเดียวทุ่มเททุกอย่างเพื่อเขา คิดถึงเขาเมื่อเหงาและเก็บเอาเขาไปนอนฝันทุกคืน แต่ ณ เวลานี้กลับไม่ใช่ ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่าง ที่ฉันเคยทำให้เขากลับกลายเป็นทำให้เธอคนนี้ ยามตื่นก็คิดถึงแต่เธอ ยามนอนก็ฝันถึงแต่เธอ เธอกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันไปซะแล้ว

“อึก...” ผมกลืนน้ำลายของตัวเองลงคออย่างยากลำบาก... พออ่านเรื่องแบบนี้แล้วมันเหมือนตอกย้ำผมยังไงไม่รู้สิ

หากแต่ว่าฉันก็ไม่สามารถตัดใจจากเขาได้ แต่อีกใจก็ไม่สามารถเลิกรู้สึกดีกับเธอได้เช่นกัน ฉันนี่มันแย่จริงๆ เลยนะคะว่ามั้ย? มันเหมือนกับฉันหลอกใช้ทั้งสองคน แต่ว่าสุดท้ายแล้วฉันก็เลือกที่จะตัดใจจากรุ่นพี่คนนั้นแล้วหันมาคบกับเธอ... ฉันเอ่ยขอโทษเขาทั้งน้ำตา ฉันแน่ใจแล้วฉันตัดสินใจถูกแล้ว และฉันก็แน่ใจแล้วด้วยว่าฉันเป็น

ผมจ้องคำๆ หนึ่งที่อยู่ข้างล่างสุดของข้อความดังกล่าวอย่างไม่กระพริบตา คำๆ นั้น มันช่างตอกย้ำความรู้สึกของผมได้อย่างจังๆ เลย

เลสเบี้ยน...

บ้าจริง!!!!!”

ปัง!!!

ผมวางหนังสือลงแล้วระบายอารมณ์ด้วยการทุบกำปั้นลงไปบนโต๊ะอย่างแรง ดีนะที่ไม่มีใครอยู่ที่นี่ ณ ตอนนี้น่ะ

“ทำอะไรน่ะ!!!!!???

แย่แล้ว... ดันมีคนมาซะได้ ขอร้องล่ะอย่าให้เป็นครูบรรณารักษ์เลยนะ

“...”

“...” ผมค่อยๆ หันหลังไปมองบุคคลดังกล่าวช้าๆ ราวกับกำลังทำเอ็มวีหนังรัก (?)

“...นาย”

“อะ... ไอด้า!!!!! O///O” ซะ...ซวยแล้วคร้าบบบบบบบ!!

“ทำอะไรของนาย นี่มันห้องสมุดนะ” เธอจ้องผมเขม็ง

“เอ่อ... คือว่าผม”

“...”

“ขอโทษฮะ พอดีว่าผมหงุดหงิดนิดหน่อย

“ทำไมไม่ออกไประบายข้างนอกล่ะ ห้องสมุดไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์สักหน่อย” เธอส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะสอดหนังสือเข้าไปชั้นวางอย่างเป็นระเบียบ

“ขอโทษจริงๆ ฮะ ที่ทำให้ตกใจ”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้ตกใจอะไรนักหนาหรอก”

“แล้วไอด้าจะกลับบ้านหรือยังฮะ”

“ไม่หรอก... ฉันกะว่าจะอ่านหนังสือที่นี่สักพักน่ะ...” ว่าแล้วคุณเธอก็นั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะตรงข้ามกับผม... ไปนั่งซะไกลเลยรังเกียจผมหรือไงกันนะ

ใช่สิ... เรายังเป็นแค่เพียงคนรู้จักกันนี่นา อีกอย่างเธอก็ไม่ได้ชอบผู้ชายด้วย...

อ้ากกกกกก!!! แทงใจอีกแล้วววว

“หืม? เป็นอะไรทำหน้าอย่างกับคนไม่ได้นอน”

“ปะ... เปล่าฮะ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“...”

“...”

“...” อย่าเงียบแล้วจ้องผมแบบนี้สิ!! ผมเขินนะ >///<

“ไม่ได้เป็นอะไรแล้วทำไมนายต้องหน้าแดงด้วย... ไข้ขึ้นแน่เลยนายเนี่ย”

“เอ๋????” ผมรีบฟุบลงกับโต๊ะเพื่อซ่อนความแดง ให้ตายสิ... เขินชะมัดเลย

“อีตาเพี้ยนเอ้ย!” พอได้ยินเสียงเธอบ่นเบาๆ ผมก็รีบเงยหน้าขึ้นมาอย่างไว

“ผมไม่ได้เพี้ยนสักหน่อย”

“...”

“...”

“...” เอาอีกแล้ว จ้องหน้าผมแล้วเงียบอีกแล้ว เฮ้อ... -/////-

“แต่บ้าว่างั้น”

“ใช่... บ้ามากเลย” ผมลืมตัวเผลอรับมุกเธอไป “เฮ้ย! ใช่ที่ไหนกันเล่า!!!” พอรู้ตัวอีกทีก็รีบปฏิเสธหน้าแดง

“ฮ่าๆ”

“...”

...เธอ หัวเราะ...

ไอด้ากำลังหัวเราะเพราะผม... ถึงแม้จะเป็นการหัวเราะที่ลืมตัวของเธอก็เหอะแต่เธอก็หัวเราะออกมาแล้วนี่

ผมจ้องเธอตาไม่กระพริบ... ใบหน้าของเธอตอนนี้สดใส แถมยังสวยมากๆ อีกด้วย

“จ้องอะไรตาบ้า!

“เปล่าฮะ เปล๊า!

“ทำไมต้องเสียงสูง ตาบ้า”

“ไม่สูงนะฮะ”

“ตาบ้าเอ้ย...”

“งึ่ย... ผมเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมชื่อดันเทลน่ะ ไอด้า”

“ฉันอยากเรียกนายตาบ้านี่นา...” เธอละความสนใจจากผมหันไปสนใจหนังสือที่เธอเพิ่งหยิบมาวางอยู่บนโต๊ะแทน

“...”

“...”

จุดๆๆ ความเงียบเริ่มเข้ามาครอบงำห้องสมุดอีกครั้ง แต่รู้สึกเหมือนผมจะได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ดังมาจากตัวผมเองนี่แหละ...

ตึกตัก ตึกตัก

โอ้ยยยย!!! หัวใจของผมเมื่อไหร่มันจะหยุดเต้นตึกตักสักที...

“แล้วนายล่ะ ทำไมยังไม่กลับบ้าน” ไอด้าละสายตาจากหนังสือพักหนึ่งเหลือบมองผมแล้วถาม

“ก็ผมยังไม่อยากกลับเลย ผมอยากอ่านหนังสืออยู่ในนี้สักพักน่ะฮะ”

“อ้อเหรอ...” เธอพยักหน้าสองทีก่อนจะก้มหน้าให้ความสนใจกับหนังสือเหมือนเดิม -*-

เหมือนถูกเมินยังไงไม่รู้สิ...

ติ๊งติงติ่งติงติ๊งติ่ง

จู่ๆ เสียงเพลงปริศนาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ผมกวาดสายตามองไปทางไอด้าที่กำลังล้วงอะไรบางอย่างจากกระเป๋าเป้

“...”

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมามองสักพักก่อนจะกดรับ “ฮัลโหล”

“...”

“อื้มๆ จ้ะๆ แล้วนี่ตัวอยู่ไหน”

“...” เฮ้อ... สงสัยคุยกับแฟนแน่ๆ เลย เศร้าอีกแล้วสิเรา

“จ้ะๆ รู้แล้วน่า พี่จะกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

“...”

“รักนะเด็กบ้า” เธอกดวางโทรศัพท์ก่อนจะเก็บไว้ที่เดิม

“เอ่อ...”

“หืม?” เธอเก็บหนังสือใส่กระเป๋า “มีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าฮะ ใครโทร.มาเหรอ”

“...” เอาอีกแล้ววววว โดนจ้องอีกแล้วสิ “ทำไมนายต้องรู้ด้วย”

“เอ่อ... ถ้ารบกวนก็ไม่เป็นไรหรอกฮะ”

“...แฟนน่ะ”

“...” ...อือ ผมรู้อยู่แล้วล่ะ

“เขาบอกให้ฉันรีบกลับบ้าน เดี๋ยวมืดค่ำมันจะอันตราย”

“ให้ผมไปส่งมั้ย?” ผมรีบอาสา

“ไม่จำเป็นหรอก ฉันกลับเองดีกว่า ปลอดภัยกว่าเยอะ -๑-”

“อะ... อืม ฮะ”

“งั้นฉันกลับก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้...” เธอยกมือขึ้นโบกไปมา “ตาบ้า...”

“-//////-”

“บายนะ”

“บายฮะ” ผมโบกมือไปมาให้เธอกลับ แล้วมองเธอจนกระทั่งเธอเดินลับออกจากห้องสมุดไป...

ถึงแม้ผมจะผิดหวังที่เธอมีแฟนอยู่แล้วก็เถอะ... แต่ว่าเสียงหัวเราะนั้นของเธอ...

ช่างน่าประทับใจจริงๆ เลย คืนนี้ผมคงนอนฝันดี... มากกว่าทุกๆ วันแน่เลย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น