จอมมารบัญชารัก

ตอนที่ 8 : บทที่5.นกน้อยตัวกระจิ้ดลิด100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    4 พ.ค. 58


บทที่5.นกน้อยตัวกระจิ้ดลิด

เสียงนกร้องจุ๊บจิ๊บอยู่เหนือหน้าต่างห้องตรงเหนือศีรษะของเธอ ทิชากรบิดกายด้วยความเหมื่อยขบ ก่อนจะครางเสียงหลงเพราะร่างกายปวดร้าวไปทั้งตัว

“อู้ย!! อีตาบ้า”

ริมฝีปากอิ่มขยับก่นว่าตัวต้นเหตุ เธอรีบมองหาชายหนุ่มเพราะความทรงจำยามค่ำคืน ทยอยย้อนกลับมาในหัวสมองทีละนิดๆ ใบหน้าหวานซ่านสีเลือด เธอจำได้ทุกบททุกตอนจำได้แม้กระทั่งเธอแตะบันไดสวรรค์ไปกี่รอบ เมื่อจอมมารมหาอำนาจวนเวียนชื่นชมเรือนกายของเธอทั้งคืนไม่วางเว้น...

ความเย็นวูบตรงข้อมือ เมื่อโลหะเย็นเฉียบบางอย่างทาบทับกับผิวเนื้อ เธอเหลือบมองข้อมือเรียวของตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วนิ้วใบหน้า สร้อยเพชรงามหยดย้อย แสงกระพริบวิบวับยามสะท้อนกับแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามา ทิชากรยกมือขึ้นเธอจ้องมองมันด้วยความแปลกใจ อะไร!!? และใครนำมันมาให้เธอ เพชรสีชมพูเรียวรี ร้อยเรียงเป็นสร้อยระย้างดงามจับใจ แต่...เธอไม่เคยมีมันมาก่อน เพราะราคาเท่าที่รู้มาแพงหูฉี่ ขนาดก็อย่าให้พูดถึงเม็ดโตๆ เกือบเท่าเหรียญบาทแถมมีมากกว่าหนึ่งเม็ดๆ ร้อยจนเป็นเส้นยาวๆ ล้อมรอบข้อมือของเธอ

“ชิ!! คิดว่าของแค่นี้จะชดเชยความผิดที่คุณทำกับฉันได้อย่างนั้นเหรอ” เสียงเครือสะอื้นเอ่ยขึ้นแผ่ว น้ำตาร้อนๆ รินไหลร่วงหล่นผ่านพวงแก้ม มันเป็นของกำนัลของผู้มีอำนาจ เขามอบให้เพราะได้รับความสุขล้ำเหลือไปจากเธอ แต่บนความทุกข์ใจของเธอเอง

มือสั่นๆ เอื้อมปลดสร้อยที่อยู่บนข้อมือแต่เพราะดวงตากลบไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ เธอจึงทำไม่ได้อย่างใจคิด ตะข้อที่เกาะเกี่ยวไว้ดูเหมือนจะแข็งแรงเป็นพิเศษ ไม่ว่าเธอจะพยายามแงะ แกะ เท่าไรมันไม่ยอมหลุด จึงค่อยๆ ทรงตัวนั่งโดยการตลบผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายเหมือนดักแด้ จ้องมองรอยต่อของสร้อยข้อมือเพื่อหาทางเอามันออกไปให้พ้นๆ

“คนบ้า คนเจ้าเล่ห์!!

เธอก่นด่าเคลวินเมื่อจ้องมองดีๆ รอยต่อที่เชื่อมติดกันมีรูเล็กๆ ไว้สำหรับอะไรบางอย่างที่สอดเข้าไปได้ มันคือ “สลัก” ที่เธอไม่อาจถอดเองได้ หากเขาผู้นั้นไม่ให้แม่กุญแจมาด้วย ถึงสร้อยข้อมือนี้จะสวยงามจนเธอแอบชอบ แต่เขาให้มาเพราะพอใจในรสเสน่หาที่ได้จากเธอ เธอจึงไม่อยากเห็นมัน เพราะยิ่งมองมันยิ่งย้ำเตือนว่าเธอพ่ายแพ้ พ่ายแพ้ให้กับเคลวินแบบไม่มีทางสู้ อับอายจนอยากจะซุกใบหน้าจมหายไปในสายธาร เพื่อหนีอายที่เผลอลืมตัวลืมใจ ก้าวเดินตามการชักจูงของชายหนุ่ม หลงเวียนว่ายในห้วงพิศวาสหวานล้ำและรู้สึกซาบซ่านไปกับมันหลงลืมทุกอย่างจนหมดสิ้น

“คุณผู้หญิงคะ รับอาหารเช้าในห้องนี้เลยไหม โมนิก้าจะยกเข้ามาให้คุณผู้หญิงเอง”

สาวใช้สูงวัยเดินเข้ามารูดผ้าม่าน เปิดให้ห้องมีแสงสว่างเพิ่มมากขึ้น เธอมองผู้หญิงร่างเล็กๆ บนเตียงด้วยความเอื้อเอ็นดู รูปลักษณ์ไม่ได้สวยโฉบเฉี่ยวเหมือนคู่ควงคนก่อนๆ ของเจ้านาย แต่เธอดูกลมกลึงน่ารักน่าเอ็นดู ปากนิดจมูกหน่อยดูน่ารักน่าทะนุถนอม ผิวกายขาวลออที่โผล่พ้นชายผ้าออกมานวลใส แต่มันเต็มไปด้วยรอยรักสีแดงก่ำที่ผู้เป็นเจ้านายฝากเอาไว้ย้ำเตือน โมนิก้าก้มหน้าลงเธอเขินอายตามประสาผู้หญิงสาวที่ไม่เคยผ่านการมีสามี แต่เธอรู้ดีว่าผู้หญิงที่นั่งใบหน้ายับยุ่งกลางเตียงต้องเจอกับฤทธิ์สวาทมาหนักแค่ไหน ดูได้จากสภาพร่างกายของเธอที่ฟ้องสายตาอยู่ในตอนนี้

“โมนิก้า!! เขาไปไหน?

ทิชากรไม่ได้อยากถามถึงผู้ชายคนนั้น แต่เธอต้องการจะกำจัดสร้อยเพชรงามหยดย้อยบนข้อมือ เพราะไม่อยากมองเห็นมันให้มันมาตอกย้ำเธอนัก มันแสดงให้เห็นว่าเธอถูกชายหนุ่มผู้นั้นร้อยรัดเอาไว้ด้วยพันธนาการ

“เจ้านายไปทำงานแล้วค่ะคุณผู้หญิง”

เสียงอ่อนๆ เอ่ยตอบเธอเดินเก็บเสื้อผ้าที่หล่นเรี่ยราดบนพื้น จับไปรวมกันตรงตะกร้าใบใหญ่มุมห้อง ก่อนจะเปิดประตูและวางตะกร้านั้นไปด้านข้าง รอให้คนงานมาเก็บไปทำความสะอาด

“คุณผู้หญิง!! ฉันไม่มีเกียรติขนาดนั้นหรอกโมนิก้า เรียกนกว่านกเถอะ”

เธอเอ่ยเสียงเรียบ คิดแช่งชักหักกระดูกคนบ้าคนนั้นในใจ

“ไม่ได้หรอกค่ะ เจ้านายสั่งไว้ ให้ดูแลคุณผู้หญิงดีๆ อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ไม่ว่าคุณหญิงต้องการอะไรก็ให้จัดหาให้ทันทีค่ะ”

โมนิก้าอธิบายยืดยาวเพราะกว่าเคลวินจะออกไปทำงานได้เขาย้ำแล้วย้ำอีกจนเธอจำได้ขึ้นใจ

“เหรอ!!? ถ้าอย่างนั้นไปส่งนกที่แอร์พอร์ต นกจะกลับบ้าน”

เธอกุมชายผ้าเอาไว้กลางหว่างอกและเอ่ยความต้องการเสียงหนักแน่น

“อันนี้ต้องรอถามคุณเคลวินก่อนค่ะ มันนอกเหนือความรับผิดชอบของโมนิก้า”

สาวใหญ่เอ่ยแย้งเสียงอ่อนอ่อย ความต้องการของเธอนอกเหนือความรับผิดชอบ ต้องรอชายหนุ่มเจ้านายเป็นผู้ตัดสิน

“เหอะ!! มีอะไรบ้างล่ะที่นกสามารถทำได้ อย่ามาหลอกกันดีกว่า นกเป็นทาส เป็นเชลยอยากจะทำอะไรได้ทุกอย่างที่ไหนกันล่ะ”

เธอเอ่ยประชดทิ้งตัวลงนอนและมุดกลับเข้าไปในโปงผ้าห่ม อยากจะกรีดร้องเสียงดังๆ ด้วยความขัดใจ

“มีต้องหลายอย่างนะคะคุณผู้หญิง ที่คุณจะทำได้ ในวิลล่าซาเดโต้หลังนี้ อย่างเช่น... สั่งร้านเสื้อผ้าชื่อดังๆ กลางกรุงโรมมาดู เพื่อจะเจอชุดสวยๆ ถูกใจ หรือว่าจะร้านกระเป๋าแบรนด์แนมชื่อดังเช่นกัน ร้านรองเท้าหรูๆ สารพัดที่คุณผู้หญิงจะทำได้ โดยให้ทางร้านเก็บค่าใช่จ่ายจากคุณเคลวิน”

เป็นเพราะดวงตาเศร้าสร้อยหรืออะไรก็แล้วแต่ โมนิก้าคิดว่าสาวน้อยคนนี้แตกต่างกับคนอื่น แทนที่เธอจะลิงโลดดีใจ ที่ตกเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งของเคลวินเจ้านาย เธอกลับปรารถนาที่จะกลับบ้าน โมนิก้าจึงแนะนำวิธีแก้เผ็ดให้กับเธอ เป็นการเอาคืนหลังจากถูกกักอยู่แต่ในวิลล่า ห้ามย่างเท้าออกไปพ้นชายคา

“จริงอะ”

ทิชากรโผล่ใบหน้าออกมาจากโปงผ้าห่ม เธอกระซิบถามเสียงใส แววตาพราวระยับ ความคิดบังเกิดเต็มหัวสมอง ดูสิว่าจะกระตุกขนหน้าแข็งของเจ้าพ่อใหญ่ เธอจะทำให้เขาเดือดดาลจนยอมปล่อยเธอได้ไหม

“ค่ะ” โมนิก้าพยักใบหน้าสำทับ เปิดยิ้มกว้างเมื่อคนบนเตียงสดใสขึ้น ไม่ได้หดหู่เหมือนตอนที่เธอเข้ามาพบเจอใหม่ๆ

“จัดมาเลยคะ ทั้งหมดที่โมนิก้าบอก ร้านเสื้อผ้าชื่อดังมีกี่ร้านเรียกมาให้หมด ร้านกระเป๋าด้วย... เอ...หรือจะเอาร้านรองเท้าด้วยดี โมนิก้าว่าอย่างไรบ้างคะ”

“เดี๋ยวโมนิก้าจัดการให้ค่ะ คุณจะได้สนุกกับการจับจ่าย อาบน้ำล้างตัวก่อนดีไหมคะ...อืม ร้านเครื่องสำอางด้วยคงจะเหมาะ เอาเครื่องประดับด้วยเลยไหมคะ”

เสียงกลั้วหัวเราะกับรอยขำขันในดวงตาของสาวต่างวัยสองคน ที่นึกสนุกขึ้นมาแบบฉับพลัน

“จัดมาเลยค่ะ นกจะสนองความยากของตัวเองให้สุดฤทธิ์สุดเดช ดูสิเจ้านายของโมนิก้าจะรู้สึกอย่างไร”

ทิชากรคลานลงมาจากเตียงและโมนิก้าหาชุดคลุมให้เธอสวมใส่เพื่อจะไปจัดการอาบน้ำล้างตัวก่อนจะออกมาสนุกกับร้านค้าชื่อดังที่กำลังจะทยอยตบเท้าเดินเข้าวิลล่าซาเดโต้ของเจ้าพ่อใหญ่ เพื่อให้เธอได้จับจ่ายอย่างสะดวกสบาย

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาร้านเสริมสวยด้วยเลยนะคะคุณผู้หญิง จะได้ครบเซ็ต”

“อืม ดีค่ะฟลูคอร์สเลยนะคะโมนิก้า อาบน้ำแร่แช่น้ำนม ขัดตัวพอกหน้า อาบโคลนจากท้องทะเลลึก หรือจะเอามาร์คหน้าด้วยผงทองดีไหมคะ? แหมๆ ตัดสินใจไม่ถูกเลยเชียว”

เสียงหัวเราะพลิ้วไหว ยามที่เธอนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงของเคลวินยามเห็นบิลรายจ่ายเป็นปึกๆ เพราะฝีมือของตัวเอง อยากรู้จังเธอจะสามารถกระตุกขนหน้าแข็งเจ้าพ่อใหญ่ได้สักกี่เส้นกัน ก่อนที่เขาจะหมดความอดทนกลับเธอ จนยอมปล่อยให้เธอถลาบินออกไปจากกรงทองที่กักกั้นเอาไว้

ห้องเสื้อชื่อดังๆ กลางกรุงโรมได้รับสายโทรศัพท์จากวิลล่าซาเดโต้ของเคลวิน พวกเขาพากันตบเท้าเดินเข้าเดินออกเป็นว่าเล่น นำสินค้าภายในร้านมานำเสนอให้ทิชากรดู เธอนั่งอกผายไหล่ผึ่งเหมือนนางพญาท่ามกลางการรุมล้อมของเจ้าของร้านชื่อดัง ที่ขนของในร้านค้าของตัวเองมานำเสนอแทบจะเกลี้ยงร้าน เพราะเป็นปรากฏการช็อควงการเลยทีเดียว เมื่อเคลวินยอมเปิดสถานที่ส่วนตัวให้พวกเขาทั้งหมดได้มีโอกาสเข้ามาให้บริการ

“ผ้าชิ้นนี้ถูกทักทอขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งนุ่มและเบา พอตัดออกมาเป็นชุดก็แสนจะเลอค่า เหมาะกับคุณผู้หญิงม๊ากเลยคร๊า”

“เครื่องเพชรชุดนี้คัดเพชรน้ำงามๆ เพื่อสรรสร้างออกมาเป็นเครื่องประดับเหมาะกับคุณผู้หญิงเช่นกันค่ะ”

“รองเท้าคู่นี้ทำจากไม้สนอายุร้อยๆ ปีค่อยๆ ขัด ค่อยๆ กลึงขึ้นรูปและหากคุณผู้หญิงใส่มันจะทำให้คุณผู้หญิงงามสง่าจนไม่มีใครเทียบ”

“ฟลูคอร์สชุดนี้หลังทำผิวจะนุ่มชุ่มชื้นกระจ่างใสวิ้งๆ เลยนะคะ”

“เครื่องสำอางค์สั่งตรงจากฝรั่งเศส ใช่แล้วไม่ระคายเคืองกับผิวอ่อนๆ ของคุณผู้หญิงเลยค่ะ”

“กระเป๋าใบเซ็ตนี้เซ็ตเดียวกับเจ้าหญิงแคเธอริน ดัชเชสของเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์เลยนะคะ ของหายากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์เหมาะกับคุณผู้หญิงมากๆ เลยคะ”

แต่ละร้านนำของที่เขาคิดว่าราคาแพงที่สุดมานำเสนอ เพราะเป็นความประสงค์ของทิชากร โดยเธอยิ้มรับและรับไว้ทั้งหมดสร้างความยินดีให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าร้องเท้า เครื่องสำอางเครื่องเพชร แถมด้วยฟลูคอร์สอบตัวนวดหน้าโดยใบเสร็จทั้งหมดจะถูกส่งไปให้เคลวิน ณ. ที่ทำงานของเขา บรรดาเจ้าของร้านค้าชื่อดังๆ แหล่ตามองสร้อยข้อมือเพชรสีชมพูบนเรียวแขนของทิชากรเป็นตาเดียว ใครๆ ก็รู้ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาภายในคืนเดียวโดยคำสั่งของ เคลวิน โดม โดยที่ไม่เกี่ยงราคาเพื่อมอบเป็นของกำนัลให้ใครคนหนึ่ง ที่ใครๆ ก็รอคอยเพราะความอยากรู้ ว่าผู้หญิงคนที่ได้รับคือใครเพราะมันเป็นของสูงค่า ราคาพอกับคฤหาสน์หนึ่งหลังเนื้อที่กว่า300 เอเคอร์กลางลอนดอน มันจึงทำให้ข่าวแพร่สะพัดยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเพราะอยากรู้อยากเห็นว่าสาวน้อยนางไหนจะเป็นผู้โชคดี จนกระทั่ง...มองเห็นสร้อยงดงามเส้นนั้นบนข้อมือเรียวงามของทิชากร พวกเขาจึงมั่นใจได้ว่าเธอคือผู้หญิงที่พวกเขาตามหาและการนำเสนอสินค้าครั้งนี้เขาจะได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ในขณะที่ทางนี้กำลังสนุกกับการจับจ่ายเคลวินกำลังขมวดคิ้วกับบิลมากมายมหาศาลที่ทยอยส่งมาให้เขาเซ็นรับรู้ อืม...มันเยอะจนเขาชักตะหงิดๆ ในใจ เพราะบิลแต่ละใบระบุถึงจำนวนข้าวของ เมื่อมันมากมายพอที่จะไปเปิดห้างสรรพสินค้าเลยทีเดียว ยัยบ้านั่นกำลังแกล้งเขาใช่ไหม รอยยิ้มสนุกๆ แต้มที่มุมปาก เดี๋ยวเถอะเขาจะเอาคืนเธอให้หน่ำใจ พอๆ กับจำนวนเงินที่เขาต้องจ่ายเลยทีเดียว

“หลุยส์!! ไอ้บิลพวกนี้หมายความว่าไง”

ชายหนุ่มโยนบิลค่าใช่จ่ายปึกใหญ่ลงบนโต๊ะและเอ่ยถามเหมือนไม่ใส่ใจ แต่เขากำลังตั้งตารอคำตอบ

“เอ่อ...มาจากร้านค้าทั้งหมดกลางโรม ที่เข้าไปให้บริการในวิลล่าซาเดโต้ครับ”

บอดี้การ์ดหนุ่มก้มหน้าลง เขาซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยากให้เจ้านายมองเห็น เพราะเขาแอบดูตัวเลขของบิลค่าใช้จ่ายแต่ละใบมันมีเลขศูนย์เรียงรายเยอะจนตาลาย

“ใคร!!?

“คุณผู้หญิงครับ”

“ยัยนั่นรึ ซื้อไปเปิดร้านรึไงว่ะ ทำอย่างกับไม่เคยมีใส่ ดีสิ!!? ฉันจะจับเจ้าหล่อนใส่ชุดทั้งหมดที่ซื้อมา... ใส่รองเท้าทุกคู่ด้วยเหมือนกัน ดูสิว่าใครจะชนะ”

ชายหนุ่มเซ็นรับบิลทั้งปึก เข้าเอ่ยเสียงกระหึ่ม ดวงตาลุกวาบ หากทิชากรมองเห็นเธอจะไม่อยากได้ชุดทั้งหมดที่ซื้อมาเลยทีเดียวเพราะหากใส่ๆ ถอดๆ ทั้งวันคงไม่หมดเพราะมันกองสูงท่วมศีรษะและเนื้อคงถลอกปอกเปิดเพราะผิวผ้าบาดเนื้อ

“เอ่อ เจ้านายสั่งหยุดไหมครับ ผมคิดว่า...”

“ปล่อยตามสบายเลย สร้อยคอฉันเสร็จยัง ฉันอยากเห็นมันอยู่บนลำคอของนก คงจะสวยน่าดู...”

เคลวินหยักไหล่ เขาก้มหน้าทำงานต่อ แต่ไม่วายเอ่ยถามถึงของที่สั่งทำไว้ หลังสวมใส่ส้อยข้องมือเพชรบนข้อมือของทิชากรเป็นของรางวัลให้เธอ ที่มอบความสุขสมให้กับเขา แม้จะเหนื่อย อิดโรย อ่อนเพลียเพราะอดหลับอดนอน แต่ร่างกายเขากลับกระปี๋กระเป่าเหมือนโด๊ปสมุนไพรจีนที่เขาว่าทั้งอึดทั้งทน เคลวิลรู้สึกเหมือนเช่นนั้นเลย ถ้าไม่สงสารแม่เนื้อนุ่มรึ!! วันนี้เขาคงเกงานเพราะอยากจะกกกอดฝังตัวลึกๆ ในเนินเนื้อนุ่มๆ ที่โอบรัดแก่นกายเขาไว้จนแนบแน่น

“กลับบ้านดีกว่า ไปดูสิว่าหนูนกผลาญเงินของฉันหมดไปกับอะไรบ้าง”

แค่นึกถึงเนื้อนุ่มๆ หอมๆ สมาธิในการทำงานของเคลวินก็หดหาย เขาผุดลุกขึ้นเหมือนไฟล้นก้น ชักชวนลูกน้องคนสนิทกลับที่พัก โดยใช้คำว่า “บ้าน” แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

หลุยส์มองตามหลังเจ้านายไปด้วยความแปลกใจ ดูสิบทจะไปจะมาตามไม่เคยทัน เดินตัวปลิวเหมือนกับว่าวิลล่าหลังนั้นมันจะมีขาจนเดินหนีเจ้านายหนุ่มไปได้ แล้วไอ้อาการเหม่อลอยเกือบทั้งวัน ทำงานได้มั่งไม่ได้มั่งนี่เกิดขึ้นเพราะผู้หญิงคนเดียว มันผิดปรกติวิสัยของเจ้านายที่ไม่สนใจหรือชายตาแล หากผู้หญิงคนนั้นเคยผ่านมือ นี่ถึงขนาดสั่งเครื่องเพชรชุดใหญ่ให้ สร้อย แหวน แถมสร้อยข้อมือที่เสร็จเป็นชิ้นแรกถูกสวมไว้บนข้อมือเรียวเรียบร้อย อีกหลายๆ ชิ้นจะทยอยตามมา ใจป้ำน่ะเป็นเรื่องปรกติ เพราะเจ้านายมีทรัพย์สินมหาศาลแต่นี่เข้าขั้นทุ่มเท จัดหนักจัดเต็มแบบไม่อั้น การเงินสะพัด แต่สะพัดจ่ายออกนะ อยากจะรู้เหมือนกันว่าโปรโมชั่นนี้จะกินระยะเวลานานเท่าไร!!?

ทีมอารักขาเดินตามคอยดูแลเคลวินห่างๆ พวกเขาอยากรู้เหมือนที่หลุยส์อยากรู้เพราะตั้งแต่ติดตามเจ้านายมาไม่เคยเห็นเจ้านายลุ่มหลงผู้หญิงคนไหนแบบคุณผู้หญิงที่กำลังอาศัยอยู่ในวิลล่าหลังที่ชายหนุ่มหวงห้ามเป็นพิเศษ

...

เคลวินมองรถยนต์หรูหราหลายสิบคันที่จอดอยู่หน้าโถงประตู เขาก้าวลงจากรถยนต์ขมวดคิ้วจนยุ่งกระแอมกระไอเหมือนอยากจะถามแต่ยังกักท่าเอาไว้

“รถยนต์ของบรรดาร้านค้านะครับ” หลุยส์รู้ใจเขารีบเอ่ยรายงานเสียงเคร่ง

“อืม...”

ชายหนุ่มพยักใบหน้ารับรู้ เขาเดินนำหน้าโดยไม่พูดอะไรออกมา และขบวนบอดี้การ์ดทั้งหมดเดินตามไปติดๆ เพราะอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังชายหนุ่มมองเห็นกองข้าวของที่ทิชากรขนซื้อมา

สายตาสีคาราเมลหวานฉ่ำเมื่อมองเห็นคนตัวเล็กกลางวงล้อมของแม่ค้าพ่อค้า ที่ขนสินค้ามาโชว์และกำลังบรรยายสรรพคุณของชิ้นนั้นกันอย่างเมามัน

“อุ้ย!!” มีคนตาดีมองเห็นเคลวิน พวกเขาฉีกหลบเปิดทางให้ชายหนุ่มเดินเข้าไปอยู่กลางวงล้อมและพากันหลบหน้าหลบตา เพราะรู้ตัวดีว่าวันนี้ชายหนุ่มต้องจ่ายหนักเป็นพิเศษ

“ดูอะไรกันอยู่”

คำถามที่เจ้าตัวไม่ต้องการคำตอบ เพราะทันทีที่พูดจบ ชายหนุ่มก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อสูท ถอดสูทผ้าไหม้ออกวางพาดบนบ่ากว้างและเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเปิดแผงอกล่ำๆ แบบไม่อายสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองเหมือนอยากจะกลืนกินเขา ทิชากรแอบย่นปลายจมูก เธอเบือนหน้าหนีไม่อยากมองให้อารมณ์ดีๆ เสียลง เพราะรู้สึก “หวง” เธอไม่อยากให้ใครก็ตามมองเห็นเนื้อตัวของชายหนุ่มเหมือนที่เธอเห็น ดวงตากลมโตจึงเริ่มขุ่นขวางขึ้น

“ชุดพวกนั้นสวยดีนะ ใส่ให้ดูหน่อยสิ”

เขาปลายตามองกองเสื้อผ้ากองมหึมา ก่อนจะชี้นิ้วไปที่เสื้อเหล่านั้น และเอ่ยเสียงดุดันเหมือนคาดคั้นกลายๆ

“ไม่อะ ลองแล้ว ชอบ... เก็บไว้ใส่วันหลัง”

เธอสะบัดเสียงตอบแทบจะผุดลุกหนี ถ้าไม่ติดว่าทุกคนจับตามองอยู่เกือบทุกสายตา

“วันนี้... ในฐานะที่ฉันเป็นคนจ่ายเงิน ฉันมีสิทธิ์ขอดูไม่ใช่รึ!!

เสียงเข้มเอ่ยท้วง เธอจึงสะบัดใบหน้ากลับมาพร้อมกับถลึงตาใส่

“ไม่ ฉันจะไม่ลองชุดไหนๆ ทั้งนั้น ขอบคุณค่ะ วันนี้กลับไปก่อนค่ะ แล้วจะให้โมนิก้าติดต่อไปหากฉันต้องการอะไรเพิ่มเติม”

ดูเหมือนว่าพายุกำลังจะเข้า บรรยากาศเริ่มอึมครึมเมื่อฝนฟ้าตั้งเค้าโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า พวกพ่อค้าแม่ค้าตบเท้าเดินถอยหลังกลับ ขนของมากมายก่ายกองจนภายในห้องโถงว่างเปล่าเหลือแค่เคลวิน ทิชากร และบอดี้การ์ดนับสิบชีวิต

“ออกไป!!” ชายหนุ่มโบกมือไล่ทีมอารักขา เข้าต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อจะจัดการกับคนตัวเล็กแสนดื้อ

“เอ่อ...ฉันไปบอกโมนิก้าก่อนนะว่าคุณกลับมาแล้ว เธอจะได้ยกของว่างหรือน้ำมาให้ทาน”

ขนอ่อนบนลำตัวพากันลุกชันเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอันตรายที่แผ่กระจายออกมาจากคนตัวใหญ่

“ไม่ต้อง ฉันไม่ต้องการน้ำ หรืออะไรทั้งนั้น เวลานี้ฉันต้องการเธอ มานี่สิ”

ชายหนุ่มตบฝ่ามือด้านข้างลำตัวพร้อมกับปลายตามองทิชากรไปด้วย

ก่อนหน้านี้เธอกำลังสนุกกับการกลั่นแกล้งชายหนุ่ม แต่เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นเธอรับรู้ว่าเธอเล่นแรงเกินไปจริงๆ เสื้อผ้ากองใหญ่เธอไม่ได้พิศสมัยเลยสักตัว มันไม่ใช่รสนิยมของเธอเมื่อมันเปิดมากกว่าปิด ผ้าบางเบามองทะลุถึงไหนต่อไหน แต่แพงหูฉี่ รองเท้าบ้าๆ ใส่แล้วเหาะได้รึไงถึงได้ราคาเหยียบแสนแต่เธอก็ซื้อเก็บไว้ เครื่องเพชรเครื่องทองในชีวิตไม่เคยคิดจะมีใส่เมื่อมันสร้างอันตรายให้กับตัวเอง เมื่อมันเป็นของมีราคาค่างวดเป็นภัยให้กับตัวเองหากไปเดินตะลอนๆ กลางตลาดเหมือนที่อยู่เมืองไทย หลายสิ่งหลายอย่างเธอกอบโกยเอาไว้ก็เพราะต้องการเห็นชายหนุ่มจ่ายสตุงสตางค์จนกระเป๋าฉีก อยากรวยดีนักดูสิเธอจะผลาญเงินเข้าได้สักกี่มะน้อย เงินคงไม่ยุบยอบเท่าไรหรอกเพราะออกจะร่ำรวยติดอันดับโลก!!

“ปุ๊ปๆ...”

เสียงตบเบาะนุ่มๆ ยิ่งดังขึ้นเท่าไร เธอก็ยิ่งกระสับกระส่ายเพิ่มมากขึ้น เพราะบรรยากาศรอบตัวเริ่มอึมครึมสาเหตุเพราะชายหนุ่มที่นั่งหน้าตึงอยู่ตรงโซฟาตัวใหญ่เพียงผู้เดียว

“จะเดินมาเองดีๆ หรือจะให้ลุกไปอุ้มเหอะ!!?

ในที่สุดเคลวินก็อดใจรอไม่ไหว เขาโพล่งถามเสียงดังลั่น

“แหม...ใจร้อน รอนิดรอหน่อยก็ไม่ได้ ความจริงอยู่ตรงนี้ก็ได้ยิน ไม่เห็นจะต้องเข้าไปใกล้ๆ เลยนะคะ”

เธอบ่นอุบอิบ แต่ก็ต้องจำใจเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ทั้งๆ ที่ไม่อยากไปสักนิดเพราะเธอปั่นหัวเขาเอาไว้เยอะ กลัวว่าจะถูกย้อนเกร็ดเอาคืน

เคลวินมองคนตัวเล็กที่ลดท่าทีลง ดูเธอสงบเสงี่ยมผิดปรกติเธอแกล้งทำเขารู้ดี มีรึที่ทิชากรจะยอมลดลาให้เขาดูจากการผลาญเงินในกระเป๋าของเขาวันนี้สิ เธอทำให้ผลกำไรของเขาในเดือนนี้มลายหายไปกับกองเสื้อผ้า นับว่าการแก้แค้นของผู้หญิงชั่งน่ากลัวเหลือเกินเพราะมันทำให้เขาต้องศูนย์เสียเงินจำนวนมหาศาลเพราะฉะนั้น...คงต้องมีการเอาคืน มุมปากเคลวินกระตุกยิ้มเมื่อคิดว่าเขาจะเอาคืนแม่เนื้อนุ่มตรงหน้าแบบไหนถึงจะเหมาะสม...

“ของว่างมาแล้วค่ะคุณเคลวิน วันนี้มีขนมอร่อยๆ หลายอย่าง สั่งตรงมาจากโรงแรมขึ้นชื่อรับรองว่าอร่อยถูกปากแน่คะ”

เสียงนอบน้อมของโมนิก้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างอุ้ยอ้ายเดินยักย้ายส่ายสะโพกเข้ามาภายในห้องรับรองแขก

“ความคิดของเธออีกใช่ไหม?

เสียงทุ้มๆ เอ่ยถามและเขาดูเหมือนว่าจะไม่ใส่ใจกับคำตอบเมื่อพอจะเดาเอาเองได้

ทิชากรก้มใบหน้าลง เธอซ่อนรอยยิ้มสาสมใจไว้จากสายตาอีกฝ่าย เพราะหากเขารู้ว่าเธอละลายทรัพย์สินของเขาไปกับอะไรบ้าง เขาจะต้องโกรธจนหนวดกระตุก

“คุณจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ”

โมนิก้าพยายามที่จะอยู่ภายในห้องนานที่สุด เพื่อจะช่วยลดทอนความกรุ่นโกรธของเคลวินเจ้านาย

ไม่มีเสียงตอบจากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายและเจ้าของวิลล่า เขาโบกมือเป็นสัญญาณให้ทุกคน!!? ออกไปจากห้องและต้องการความเป็นส่วนตัวจากทุกๆ คนเพื่อจะจัดการสั่งสอนให้ทิชากรรู้สำนึก ว่าหากเธอจะใช้เงินในกระเป๋าของเขา เธอจะต้องตอบแทนอะไรเขาบ้าง และเขาชอบที่จะได้รับของตอบแทนจากเธอเป็นที่สุด เมื่อคิดถึงผิวกายเนียนๆ เนื้อนุ่มๆ ความอวบหยุ่นที่น่าเคล้นคลึง ทิชากรมองสบนัยน์กับโมนิก้าตาละห้อย เธออยากออกไปจากห้องและรีบหาที่ซ่อนให้พ้นจากสายตาของชายหนุ่ม เขานิ่ง เขาเงียบ มันเป็นสิ่งผิดปรกติที่น่าเกรงกลัว เพราะเจ้าพอใหญ่อย่างเคลวินน่าจะปึงปังโวยวายมากกว่านั่งเงียบกริบ หลังรับรู้ว่าเธอผลาญเงินจำนวนมหาศาลไปกับสิ่งของไร้สาระ...

“หิว...”

เสียงเรียบกริบไม่บ่งบอกความรู้สึก กับสายตาที่เหลือบแลไปยังถาดอาหารว่าง เหมือนจะสื่อให้เธอรับรู้ว่าเขาต้องการอะไร และอยากให้เธอทำอะไร...

ทิชากรแอบย่นปลายจมูก ชิ!!? ใช่สิเขาเหนือกว่าและกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเกือบทั้งหมด จะให้เธอหันซ้ายหันขวา เดินหน้าหรือถอยหลังก็จำเป็นต้องทำหากอยากมีชีวิตรอดอยู่จนเห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น

“ไม่มีมือรึไง ทำเองไม่เป็นต้องให้คนอื่นคอยบริการ...”

เสียงพึมพำต่อว่าแผ่วๆ แต่เคลวินก็ยังได้ยินเข้าจนได้ เขาแอบอมยิ้มมองดูคนตัวเล็กที่ค่อยๆ ขยับเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ๆ ด้วยดวงตาวาววับ

ขนมชิ้นเล็กๆ พอดีคำถูกช้อนซ้อมเสียบและยื่นส่งมาให้เขาตรงหน้าแต่คนป้อนไม่แม้แต่จะเหลือบมอง จนขนมก้อนนั้นแทบจะทิ่มหน้าทิ่มตาเขา

“อะแห้ม!! ซ้ายนิดสิ”

ชายหนุ่มเอ่ยประชด เมื่อจะป้อนจะทิ่มก็ให้เอาสักอย่างดูๆ ทำเข้าสิ มันน่านัก...

ทิชากรหมุนตัวควับ เธออ้าปากค้างเมื่อคนตัวโตรวบกอดเอวบางและดึงรั้งเข้าไปใกล้ๆ จนเธอแทบจะเกยอยู่บนตักแข็งๆ เธอฝืนตัวยกมือขึ้นดันแผงอก ปล่อยช้อนซ้อมในมือหลุดกระเด็นหาย เสียงช้อนตกดังเปรื่องปร่างแต่ไม่ได้ทำให้เคลวินสนใจ เขาจับจ้องมองกลีบปากอิ่มตามันวับ และจากที่คิดจะชิมขนมถาดโตเปลี่ยนมาอยากชิมรสหวานละไมของกลีบปากนุ่มชุ่มชื่นแทน แค่คิดก็แสนสุขล้ำหากลงมือทำคงสุขฉ่ำทรวง ชายหนุ่มริมฝีปากฉกวูบไปยังที่ที่หมายตา วางทาบริมฝีปากหนาๆ บดเบียดปล้นจุมพิตหน้าด้านๆ ค้นหาความหวานที่คะนึงหามาเกือบทั้งวัน จนแม้แต่การทำงานยังไม่อาจทำให้เคลวินสนใจได้ เมื่อไม่ว่าจะหน้าเอกสารหรือแล็บท็อปประจำตำแหน่ง มีแต่หน้าหวานฉ่ำของทิชากรลอยอยู่เต็มไปหมด จนเขาทำงานไม่รู้เรื่อง ต้องรีบกลับมาก่อกวนคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว

“อื้อๆ...”

ที่ทำได้ก็แค่ส่งเสียงกระอึกกระอักในลำคอ เพราะริมฝีปากของเธอถูกปิดทับและถูกซอกซอนเขาบด เขาเบียด เขาดูดดึงจนเธอหัวหมุน รสจุมพิตซาบซ่านที่เหมือนกับว่าเขาได้กระชากวิญาณของเธออกมาจากร่างกาย จนเหมือนกับตัวเองเบาหวิวดั่งปุยนุ่นที่ถูกปล่อยให้รอยล่องอยู่ในอากาศ

เคลวินลากอุ้งมือหนาๆ ลูบไล้ไปตามลำตัวอ่อนบาง เขาดูดดึงและขบเม้มกลีบปากนุ่มชื้นสอดปลายลิ้นล้วงไล้ เกี่ยวกระหวัดร้อยรัดเรียวลิ้นเล็กๆ หยอกเย้าด้วยความสนุกสนานดื่มด่ำกับรสชาติหอมหวานจนลืมไปว่าตัวเองยังอยู่ในห้องรับรอง ไม่ใช่ห้องส่วนตัวที่จะมาทำอะไรประเจิดประเจอได้ เพราะยังมีสายตาของบอดี้การ์ดส่วนตัวคอยจับตามองอยู่ แต่...ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะจมดิ่งในห้วงปรารถนา

“ยะ อย่า...”

“อืม ทำไมล่ะ ก็อยากจูบนี่ เป็นค่าปลอบใจที่ฉันต้องควักสตางค์จ่ายเกือบกระเป๋าฉีก”

ชายหนุ่มกระซิบแนบริมฝีปากจิ้มลิ้มและเขาวนเวียนสัมผัสมันด้วยความหลงใหล

“มันไม่เหมาะ เดี๋ยวมีคนเห็น คุณไม่อายแต่ฉันอาย!!?

เธอกระซิบเสียงสั่นพร่า ใบหน้าแดงก่ำเพราะทั้งอายและโกรธ

“อืม...”

เคลวินครางรับรู้ แต่เขาก็ยังไม่หยุดจุมพิตเนื่องจากกำลังเพลินกับรสหวานละมุนละไม

“เอะ! คุณนี่พูดไม่รู้ฟัง...ปล่อยๆ”

มือเล็กทั้งผลักทั้งดันแต่มันหาได้ขยับเขยื้อน

“หยุดๆ...” ไม่ว่าจะดิ้นรนแค่ไหนเธอก็ไม่สามารถหลุดออกมาจากอ้อมแขนแข็งแกร่งได้สักนิด

“ขัดใจจริงคนกำลังเพลิน”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงหงุดหงิด เขาตวัดแขนแข็งแรงช้อนอุ้มทิชากรขึ้นจากพื้นหน้าตาเฉย ก่อนจะสาวเท้าเดินเร็วๆ ขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านโดยมีสายตานับสิบมองตามแบบคาดไม่ถึง

“อุต๊ะ!! แต่วันเลยโว้ยเห้ย เจ้านายนี่สุดยอด”

เสียงแผ่วๆ หลุดออกมาจากปากบอดี้การ์ดหนุ่มกลัดมัน จนหลุยส์ต้องถลึงตาใส่ ทำให้ทั้งกลุ่มแตกกระจาย พากันหลบสายตาและหาที่พักเมื่อวันนี้ดูแล้ว คุณเคลวินเจ้านายคงไม่ลงมาข้างล่างหรือออกไปไหนง่ายๆ เมื่อมีร่างเน่งน้อยอยู่ในอ้อมกอด

“คนบ้าคนหื่นๆ ปล่อยๆ ฉันไม่ใช่อีตัวนะ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ!!?

เธอโว้ยวายเสียงหลง ทั้งตบทั้งข่วนแต่คนหน้ามึนสนใจที่ไหน เขาตั้งหน้าตั้งตาเดินจนถึงห้อง ก่อนจะโยนเธอบนเตียงหนาแบบไม่ทะนุถนอมสักนิด จนเธอกระเด้งกระดอนเพราะสปริงชั้นดีของตัวที่นอน จนทั้งจุกและเสียด

เคลวินคลานขึ้นไปบนเตียงนอนเขาคืบคลานเข้าไปใกล้ๆ ในขณะที่คนตัวเล็กที่ยังตั้งหลักไม่ทันได้แต่กระทดตัวหนีจนไปสุดที่หัวเตียง เธอยกหมอนหนานุ่มขึ้นกั้น และส่งเสียงแปล๋นๆ ไม่ยอมง่ายๆ ใบหน้าหวานใสแดงจัด เพราะออกแรงทั้งดิ้นและส่งเสียงร้อง

“จะร้องทำไมนักหึ!! เก็บเสียงไว้ครางเวลาที่ฉันสะบึมเธอดีกว่า เอาน่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มาสนุกกันให้คุ้มกับที่ฉันต้องเสียงสตางค์จ่ายค่านั่นค่านี่กันเถอะ เธออยากก่อเรื่องเองช่วยไม่ได้”

“อย่ามาพูดแบบนี้น่ะ คุณจับตัวฉันมาและฉันไม่เต็มใจ”

“ตรงไหนที่แสดงว่าเธอไม่เต็มใจเหอะ!! เธออยู่อย่างสบายยิ่งกว่าราชินี ใช้เงินในกระเป๋าฉันแบบสะดวกเสรี ฉันไม่ว่าสักคำเพราะฉะนั้นต้องตอบแทนฉันบ้างสิ กว่าฉันจะหาเงินได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์ ฉันต้องนั่งหลังขดหลังแข็งเท่าไร ปวดเนื้อปวดตัวไปหมด เพราะอย่างนั้นเธอต้องช่วยฉันผ่อนคลาย”

“อี๋!! โม้ แค่เซ็นแกร็กเดียวคุณก็มีเงินเข้ากระเป๋าเป็นหลายๆ ล้าน แค่เสื้อผ้า หน้าผมฉัน แค่ไม่เท่าไรคงไม่ทำให้ขนหน้าแข็งมหาเศรษฐีอย่างคุณร่วงหลุดออกมาสักเส้นหรอกน่า”

เธอทำปากยื่นๆ เถียงกลับไปหน้าดำหน้าแดง แม้จะตกเป็นรองก็ขอสู้แบบถวายหัว

“มันก็จริง แต่เธอก็น่าจะตอบแทนฉันบ้าง กลับมาเหนื่อยๆ มานวดคลายเส้นให้หน่อย เดี๋ยวป๋ามีรางวัลให้”

ชายหนุ่มพลิกตัวหงายหลังผึ่ง เขาทอดตัวนอนกางแขนกลางขาอ่อยเหยื่อให้ติดกับ เพราะขี้เกียจออกแรงแล้วเหมือนกัน รอให้เหยื่อเข้ามาใกล้ๆ ค่อยตะครุบจับกินจะได้ไม่เสียเหงื่อและแรงมากเกินไป เก็บไว้ขยับโยกบนตัวของเธอดีกว่า

“ใครอยากได้กันล่ะ ฉันอยากกลับบ้าน เมื่อไรจะปล่อยฉันกลับไปเสียที ป่านนี้พวกคณะทัวร์เป็นห่วงแย่ ฉันไม่ใช่คนเมืองนี้ บ้านเกิดฉันอยู่ที่อื่น ไม่อยากมาอุดอู้อยู่ที่นี่หรอก ปล่อยฉันกลับไปเถอะนะ ฉันไม่เอาเรื่องคุณหรอก แค่คุณรับปากว่าจะปล่อยฉันกลับไป”

“เอาเรื่องฉัน!!? เธอจะทำอะไรฉันได้คนสวย ไหนลองบอกมาสิ หากฉันไม่ยอมให้เธอกลับ”

“บ้านเมืองมีขื่อมีแปร คุณจะมาทำตัวเหนือกฎหมายได้ยังไงกัน...หากฉันรอดไปได้น่ะฉันแจ้งความจับคุณข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพ”

“แจ้งความ...จับฉัน โอ...น่ากลัวชะมัด!!? เธอจะแจ้งความจับฉันข้อหากักขัง แล้วข่มขืนและปลุกปล้ำล่ะ ไม่มีในข้อหาที่ฉันทำกับเธอรึเปล่า”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงยานคาง เขาหัวเราะลงลูกคอจนลูกกระเดือกวิ่งพล่าน

“นั่นด้วย แต่ฉันไม่อยากพูดถึง!!?

ทิชากรกระแทกเสียงใส่ เธอเหวี่ยงหมอนนุ่มๆ ในมือใส่ชายหนุ่มที่เขาย้ำให้เธอรับรู้ว่าเธอถูกเขาย่ำยีแบบไหนบ้าง

“อืมคดีแบบนี้มันยอมความกันได้นะจ้ะคนสวย เรื่องผัวๆ เมียๆ ไม่มีใครสนใจหรอก อย่าเอาเรื่องในมุ้งไปทำให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองปวดหัวเปล่าๆ เราตกลงกันเองได้น่า”

เคลวินเอ่ยแย้งเขาชี้แจ้งเสียงนิ่งๆ แต่ดวงตาสีคาราเมลฉ่ำวาว มองจับจ้องทิชากรตาเป็นมัน(โดยเฉพาะเต่งเต้าที่คิดถึงเป็นพิเศษ) เขารับหมอนนุ่มไว้ได้พอดีก่อนจะจรดปลายจมูกดมกลิ่นที่ติดค้างไว้โดยดวงตามองจ้องใบหน้าหวานตาไม่กระพริบ

“ใครเมีย? ใครผัว? อย่ามาพูดพล่อยๆ เรื่องในมุ้งที่ไหนมันเกี่ยวกับฉันกับคุณโดยตรง คุณกักขังฉันไม่ให้มีอิสรภาพ อยากไปไหนก็ไม่ได้ไป”

“อยากไปไหนล่ะ เดี๋ยวป๋าพาไปเอง ลองบอกมาสิ เพื่อเธอบริการถูกใจฉันอาจจะพาไป”

“ฉันไม่อยากได้ความเมตตาจากคุณหรอก...แค่ปล่อยฉันกลับไปกับคณะทัวร์ แค่นั้นฉันก็ได้ไปท่องเที่ยวตามความต้องการแล้ว ฉันมาบ้านเมืองคุณเพราะอยากมาเที่ยว มาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของพวกคุณไม่ได้มาสนองตัณหาให้ใคร ที่แล้วๆ ไปฉันถือว่าทำทาน!!? คิดเสียว่ามันเป็นเวรกรรมแต่หนหลังที่ฉันต้องชดใช้ให้กับคนอย่างคุณ”

ทิชากรร่ายยาว ความอัดอั้นตันใจทำให้เธอโพล่งออกมาแบบไม่ต้องหยุดคิด สิ่งที่สูญเสียไปแล้วมันไม่อาจเรียกคืนได้ ขอแค่เธอมีชีวิตรอดปลอดภัยกลับบ้านเกิดเมืองนอนโดยไม่ถูกกักกันเอาไว้แบบนักโทษเหมือนเช่นปัจจุบันนี้

“โอ๊ะ!!? ใจดีเสียด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ อยากได้ความเมตตาแบบนั้นอีกสักครั้งได้ไหมล่ะ นึกว่าสงสารคนอดอยาก...” ชายหนุ่มลากเสียงยาวๆ นัยน์ตาคมกริบวาววับ

“เอะ! คุณนี่ได้คืบจะเอาศอก ฉันไม่เอาเรื่องเอาราวคุณก็ดีแล้ว ยังจะมีหน้ามาขอนั่นขอนี่”

“อ้าว!! ก็บอกว่าทำทาน ไอ้เราก็นึกว่าอยากจะทำอีก แหมๆ เสียดาย แต่...ถ้าฉันปล่อยให้เธอกลับไปยังที่ที่เธอจากมา เธอจะลืมฉันไหมล่ะ”

“ลืม...ฉันจะลืมให้สนิท จะกดมันไว้ให้ลึกๆ และจะไม่กลับมาเหยียบที่โรมนี้อีกครั้ง คุณไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า...ฉันคนจริง พูดคำไหนคำนั้น”

“ถ้าอย่างนั้น...เรามาทบทวนความหลังกันน่าจะดีกว่า หากเธอลืมมันได้ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก...แต่... ฉันจะไม่มีวันลืมเธอเลย...ฉันสัญญา”

ไม่รู้ผีห่าซาตานตนใด ดลใจให้เคลวินเอ่ยประโยคนี้ออกมา เขาเป็นคนลืมง่ายแหนงหน่ายเร็ว แค่พวกหล่อนก้าวเท้าพ้นเตียงนอน เขาก็แทบจะจำเค้าหน้าพวกเธอไม่ได้เสียแล้ว แต่ทำไม เขาถึงเสนอว่าจะจำผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ เก็บเธอเอาไว้ในซอกหัวใจ

ทิชากรอึ้ง เธอไม่นึกว่าจะได้ยินประโยคนี้หลุดออกมาจากปากชายหนุ่ม เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่มีอิทธิพลล้นเหลือ เป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์กับเพศตรงข้าม ฐานะการเงินมั่นคงเป็นที่ใฝ่ปองของสาวๆ ทั่วโลก และเธอหลงเข้ามาในวงโคจรของเขาด้วยความบังเอิญ ตกเป็นเครื่องสนองอารมณ์เขาด้วยความจำใจ เคลวินเองก็ไม่ต่างจากทิชากรชายหนุ่มสะอึกอึ้ง!!? เมื่อหลุดปากพูดออกไปตามที่ใจคิด ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ และมันช่างเป็นความคิดที่น่าหวาดกลัว เพราะมันหมายความว่าเขาเอง กำลังรู้สึกพิเศษๆ กับเธอมากกว่าคนอื่นๆ

“อย่าไปคิดเรื่องอื่นๆ เลยนะ เราสองคนมาสมานความสัมพันธ์ให้แนบแน่นจะดีกว่า”

ชายหนุ่มรีบตัดบทเมื่อความคิดในหัวสมองเริ่มจะวุ่นวาย เขาคืบคลานเข้าไปใกล้ๆ ในตอนที่สาวเจ้ายังไม่ทันได้ตั้งตัว

ร่างใหญ่โตครอบงำเธอไว้อีกครั้ง และครั้งนี้เธอกำลังสับสนจนลืมที่จะปัดป้อง กว่าจะรู้สึกตัวเธอก็ตกเป็นรองอีกฝ่าย ร่างกายจมหายไปในอ้อมอกกว้างและถูกชายหนุ่มบุกลุกอย่างหนัก ทั้งสองคนดื่มด่ำกับรสชาติหอมหวานของไฟปรารถนา ด่ำดิ่งในห้วงแสนสุขโดยปัดความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ในใจทิ้งไป พยายามไม่ใส่ใจความรู้สึกที่เกิดขึ้น เมื่อมันยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็เก็บกดเอาไว้ หันมาให้ความสนใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ย่อมจะดีกว่า เวลาอาจจะทำให้ลบเลือนหรืออาจจะทวีความรู้สึกนี้ขึ้นมาอีกนับเท่าตัว ไม่มีใครรู้เท่ากับเคลวินและทิชากร...

หญิงสาวนอนกระพริบเปลือกตาปริบๆ เธอยอมรับว่าความรู้สึกซาบซ่านที่ชายหนุ่มมอบให้ มันแปลกใหม่กับตัวเองและเธอก็กระหายใคร่รู้ ปรารถนามันไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าชายหนุ่ม มันสร้างความรู้สึกแปลกๆ ให้เกิดขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆ ความรู้สึกผูกผัน ห่วง หวง ผุดขึ้นมาในหว่างใจจนเธอเองกลัวใจตัวเอง จริงอยู่ว่าเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน แค่ใจเต้นหรือแอบสนใจยังไม่เคย แต่แล้วทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนี้กับคนที่บีบบังคับเธอเสียจนมุมต้องเป็นของเขาทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจ โชคชะตากำลังเล่นตลกกับชีวิตเธอใช่ไหม? คำถามที่ผุดขึ้นมากลางใจที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะค้นหาคำตอบ...

+++++++++++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

350 ความคิดเห็น

  1. #51 Love Have (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 10:30
    แม่นกน้อยในกรงทองของเคลวินกำลังเกิดความรู้สึกบ้างอย่างกับหัวใจที่มีต่อตัวเคลวิน  แม่นกน้อยน่ารักที่สุดเลยค่ะ  แบบนี้เคลวินต้องทั้งรักทั้งหลงเธอหัวปักหัวปำอย่างแน่นอนเลยค่ะ
    #51
    0
  2. #42 fah55220110 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 18:54
    รอๆๆๆๆ
    #42
    0
  3. #41 poppy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 12:32
    บอกได้คำเดียวโดนใจมากกกกกกกกก รอเล่มอยู่นะคร้า
    #41
    0
  4. #40 AssasinX25 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 12:16
    #40
    0