จอมมารบัญชารัก

ตอนที่ 5 : บทที่4.ยัดเข้ากรง80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    19 เม.ย. 58


ขอพระอภัยที่มาช้า สารภาพเลย ลืม password ลืมขั้นตอนการขอใหม่ จนกดเข้ามาดูถึงรู้ว่าเด็กดีเขามีระบบให้แจ้ง ทำแปปเดียวเสียเวลานึกอยู่หลายวัน เนื้อเรื่องต่อจากตอนนี้ เสี่ยงโดนแบนม๊ากกกกกก เพราะฉะนั้นจะค่อยๆ เรียบเรียงเอามาลงทุกๆ คนจะได้ไม่เสียอารมณ์ เวลาอ่านเพราะบางฉากต้องถูกตัดออกไป ถ้าโชคดีได้เป็นรูปเล่ม ค่อยอ่านกันเต็มๆ ฟินๆ เนอะ พรีสสสสส กดโหวด ขอคะแนนให้เขาโหน่ยยยยยย
บทที่4.ยัดเข้ากรง

เชื่อเถอะว่า พรหมลิขิต... มีจริง!!
รักแรกพบ... ก็มีจริง!!!
ความรัก แบบใน นิยาย... ก็มีจริง!! ตามหามันให้เจอแล้วคุณจะสมหวัง...
บทที่4.ยัดเข้ากรง

เคลวินอารมณ์ดี เขาผิวปากเป็นเพลงจังหวะสนุกๆ เมื่อได้กลั่นแกล้วยัยนั้นไปบ้างแล้วบางส่วน อยากหันกลับไปมองว่าเธอจะทำหน้าแบบไหนแต่สู้อุตส่าห์อดใจไว้และคาดเดาเอาเอง ชายหนุ่มสวมกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวโดยสวมชุดคลุมไว้บนตัวแค่นั้น เพราะเวลาล่วงเลยจนดึกดื่น ร่างกายประท้วงอยากพักผ่อนบนเตียงกว้าง หากมีตุ๊กตาดิ้นได้อยู่บนนั้นด้วยก็จะเป็นการดี...

“เธอเอาเสื้อใครมาใส่?

ชายหนุ่มหรี่เปลือกตาเขามองร่างเล็กๆ ที่ขดตัวซุกอยู่ข้างตู้ด้วยสายตามเอือมระอา

“ไม่รู้สิ เห็นอยู่ในตู้นี่”

เสียงเรียบกริบเอ่ยตอบ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ แหมๆ ขยันโชว์เสียจริงรู้หรอกน่าว่าหุ่นดี แผงอกเป็นมัดๆ นั่นก็น่าลูบไล้และสัมผัสเสียจริงๆ ทำมาเป็นยั่วเธอไม่หลงกลหรอกน่า โธ่ ก็แค่ล่ำ กล้ามตึงเปรี๊ยะ อกแน่นๆ แขนใหญ่ๆ ตัวสูงๆ ตาสวยๆ อ้ายยๆ...พอๆ เลยยัยบ้า!!? จะไปชื่นชมเขาทำไมเขาจับตัวเธอมานะ และเขาหวังอะไรก็ไม่รู้ คนธรรมดาแบบเธอจะเอาอะไรไปสู้กับเจ้าพ่อใหญ่ แถม “โรม” เป็นถิ่นเขาด้วยเธอจะหาทางหนีไปจากวิลล่าแห่งนี้ยังมองไม่เห็นทาง...

“เธอคิดว่า จะหาทางเอาตัวรอดจากฉันยังไง ถ้ายังซุกซ่อนเหมือนหนูในท่อ ตามซอกตามมุมบ้าน”

ชายหนุ่มเอ่ยเหยียดๆ เขามองก้อนกลมๆ ที่ซุกนิ่งอยู่ตรงซอกข้างโซฟาตัวใหญ่ด้วยสายตาว่างเปล่า ผีห่าซาตานอะไรเข้าสิง ทำให้เขาพบเจอกับยัยตัวยุ่งที่น่ารำคาญกันนะ

“มันเรื่องของฉัน... ฉันสบายใจที่จะอยู่ตรงนี้ อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อยฉันไปเถอะ!!

“ไม่มีใครเคยสอนเธอรึ!! การอ้อนวอนร้องขอคนอื่นน่ะ เขาต้องใช้น้ำเสียงแบบไหนกัน คนที่เป็นต่อเขาถึงจะยอมอ่อนลงให้”

เสียงเรียบเย็นเอ่ยช้าๆ ชัดๆ  แต่ทิชากรรู้ดีว่ามันเป็นหลุมพรางที่เต็มไปด้วยอันตราย ชิ!! เป็นต่อ ใช่ซีเขายิ่งกว่าเป็นต่อเสียอีก เขากุมชะตาชีวิตเธอด้วยซ้ำ

“ฉันรู้...รู้ว่าต้องอ้อนวอนร้องขอความเมตตาจากคุณ แต่...”

“แต่...แต่อะไร หรือว่าเธอจะเสนออะไรใหม่ๆ เป็นตัวเลือกให้ฉันพิจารณาเพิ่มล่ะ ฉันอาจจะใจดีปล่อยเธอเป็นอิสระก็ได้?!!

 เคลวินวางเหยื่อล่อและเขายกยิ้มสมใจเมื่อ ยัยหนูตกท่อรีบมุดออกมาจากซอกตู้ ส่งสายตาวิบวับอ้อนวอนเขากลายๆ เหมือนจะให้เขาเมตตาสงสาร

“ฉันไม่มีอะไรดีเลยซักอย่าง คุณคงไม่อยากมาเสียเวลากับผู้หญิงหน้าตาบ้าน ที่ไร้ทรวดทรง อกแฟบ ดั้งแมบ ตัวเล็กเหมือนม้าแคระหรอกใช่ไหมคะ ปล่อยฉันไปเถอะฉันอยากกลับบ้าน ป่านนี้คณะทัวร์คงกำลังวุ่นวาย ฉันต้องเดินทางกลับประเทศของฉันแล้ว อย่ารั้งฉันไว้เลยค่ะ”

ใบหน้าสลดกับน้ำเสียงแผ่วเครือมันทำให้เคลวินใจวูบไปพักหนึ่ง ไม่มีใครวิงวอนที่จะเป็นอิสระจากเขา เพราอะไรเธอถึงพยายามถอยห่างในขณะที่คนอื่นๆ อยากกระโจนเข้าใส่ เพราะอะไร!!? แล้วไอ้เหตุผลที่เอามาอ้างฟังแล้วมันชวนให้ขำขันมากกว่า “ม้าแคระ” อืม...มันก็อาจจะใช่นะ ตัวเล็กๆ เหมือนสุนัข “อกแฟบ ดั้งแมบ” ไอ้ดั้งแมบนี่คือจมูกใช่ไหม?? อกแฟบนี่ขอเถียงเพราะเขาเห็นมาด้วยตาตัวเองแล้ว เธอซ่อนสิ่งที่ยวนตาไว้ใต้เสื้อผ้าหลวมโพลก มันไม่ได้แฟบแต่มัน อวบอูม จนเขาไม่สามารถปล่อยเธอให้หลุดมือไปได้เพราะอยากจะลองลิ้มชิมรสดูสักครั้ง อยากรู้ว่าไอ้แฟบๆ ที่เธออ้างจะให้รสชาติละมุนละไมขนาดไหน

“โกหก!!? มันไม่แฟบแล้วก็ไม่ได้แมบด้วย แต่ไอ้แคระๆ แกนๆ นี่เห็นด้วยนะ”

 ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนิ่งๆ พยักเพยิดสำทับด้วยเมื่อพูดถึงความแคระแกนของร่างกายคนตัวเล็ก

“ชิ!!? ฉันรู้ตัวดีว่าฉันเป็นแบบไหน แต่ฉันไม่ได้โกหก”

เธอลุกขึ้นยืนด้วยความลืมตัว ดวงตากลมโตตะวัดค้อนชายหนุ่มประหลำประเหลือก

“เหรอ...พิสูจน์ไหมล่ะ ไอ้ที่เธอบอกว่าแฟบๆ นี่ฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง”

ชายหนุ่มตะหวัดเรียวขาแกร่งขึ้นไขว่ห้าง ดวงตาสีคาราเมลฉ่ำหวานมองตรงมายังคนตัวเล็กที่อยู่ในเสื้อและกางเกงของเขา ความยาวของตัวเสื้อคลุมถึงสะโพกและชายกางเกงถูกม้วนขึ้นมาจนเป็นก้อนกลมๆ มองดูเหมือนเด็กน้อยขโมยเสื้อผ้าของคุณพ่อมาใส่ยังไงยังงั้น

“พิสูจน์ บ้าสิ ใครจะไปยอม”

ทิชากรยกมือขึ้นกอดอก เธอถอยหลังกรูดๆ เตรียมจะกลับเข้าไปซุกอยู่ตรงตำแหน่งเดิม

“เดี๋ยว!!? เธอไม่ให้พิสูจน์แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงกัน”

“คุณเห็นแล้วเมื่อซักครู่ ในเมื่อคุณเป็นคนถอดเสื้อผ้าฉันออกทั้งหมด เพราะฉะนั้นน่าจะพิสูจน์คำพูดฉันได้... ว่าฉันพูดความจริง” เธอหมุนตัวกลับมาเถียงหน้าดำหน้าแดง

เคลวินยกนิ้วขึ้นโบกไปมา เขาแสยะยิ้มกว้างก่อนจะ...

“ไม่ๆ แค่ถอดบางชิ้น ไม่ได้ถอดทั้งหมด ฉันไม่เห็นอะไรเลยเพราะฉันเป็นสุภาพบุรุษพอ เพราะฉะนั้นต้องพิสูจน์ ฉันถึงจะเชื่อว่าเธอไม่มีอะไรน่ามองอย่างที่บอกไว้จริง!!” สายตาคู่คมกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขายักไหล่ตามความเคยชิน

“เชอะ!!? ฉันควรจะเชื่อใช่ไหมคะมิสเตอร์ ว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษน่ะ”

ทิชากรกระแทกเสียงเธออยากจะ จะ...ได้แค่คิด เพราะหากเข้าไปใกล้ๆ เขามันจะเป็นอันตรายกับตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องรักษาระยะห่างของตัวเองเอาไว้ และคุมสถานการณ์ตรงหน้าให้เป็นไปอย่างที่ต้องการ ก่อนที่จะเพลี่ยงพล้ำให้กับจอมวายร้าย อย่างผู้ชายหล่อเหลาคนนี้

“ฉันเป็นสุภาพบุรุษตั้งแต่หัวจรด... เธอเข้ามาดูเองสิ รับรองไม่มีผิดหวัง”

ชายหนุ่มเอ่ยตอบเสียงยานคาง เขาหรี่เปลือกตาลงและคิดหาวิธีตะล่อมยัยดื้อด้านเข้ามาใกล้ เดี๋ยวเถอะนะ เดี๋ยวเถอะ พ่อจะกำหลาบให้ครางลั่น และเรียกร้องให้เขาทำซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าจะหมดแรงเลยคอยดู

ฝ่ายหนึ่งคิดจะครอบครอง อีกฝ่ายคิดแต่จะถอยหนี และดูเหมือนว่าฝ่ายที่ต้องการจะครอบครองจะมีอิทธิพลมากกว่า เพราะเขาเป็นคนกุมอำนาจ

“แปลกนะคะ? คนอย่างคุณไม่น่าจะอดอยากปากแห้ง จนต้องมาบีบบังคับให้ฉันสมยอมกับเรื่องที่ฉันไม่ต้องการ คุณก็...ออกจะดูดี ร่ำรวย และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ แต่ทำไม๊ ทำไม!!? ถึงอยากมาวอแวกับคนขี้เหล่อย่างฉันล่ะ”

ปากจิ้มลิ้มขยับต่อว่า เธอวิเคราะห์ความเป็นไปของเขาและแอบเหน็บชายหนุ่มเล็กๆ

“บางครั้ง...ฉันก็อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้างนี่ เจอของสวยของงามมามากมายก่ายกอง ลองลิ้มรสลูกเป็ดขี้เหล่ดูบ้างจะเป็นไรไป”

“คุณมันคนบ้า!!? ฉันไม่เคยเจอใครงี่เง่าและพูดยากเท่าคุณมาก่อนให้ตายเถอะ ฉันบอกว่าไม่ๆ และไม่ ฉันไม่มีทางยอมคุณหรอก ต่อให้ต้องตายก็เถอะ”

เธอเอ่ยเสียงฉุนเฉียวเมื่อไม่สามารถกลั้นความโกรธเอาไว้ได้ ก็แค่เจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่แล้วเธอต้องกลัวด้วยหรือ เขาไม่ใช่พ่อใช่แม่เสียหน่อย ตายเป็นตายสิ!!

“เหมือนกันเลย...ฉันเสียเวลากับเธอมากเกินไปแล้วล่ะ ในเวลาเช่นนี้...เธอน่าจะนอนอยู่บนเตียงนั่น และครวญครางเรียกแต่ชื่อฉันเท่านั้นไม่ใช่รึ!!? แต่...เพราะเธอเรื่องมาก...พูดก็ยาก ฉันถึงยังไม่ได้ทำอะไรที่ตั้งใจไว้เลย”

เคลวินผุดลุกขึ้นยืนเขาเดินเข้าใส่ร่างบอบบางที่ถอยหลังกรูดๆ เธอรีบหนีหัวซุกหัวซุน จนชายหนุ่มสบถเสียงเครียด ยัยบ้านี่จะกลัวอะไรเขากันนักกันหนา เมื่อสักครู่ยังเถียงเขาฉอดๆ คอเป็นเอ็น พอเขาเอาจริงเขาหน่อยวิ่งหนีหางจุกตูด

“อย่ามาทำบ้าๆ นะ บ้านเมืองมีกฎหมายคุณจะมาทำทุเรศๆ กับฉันแบบนี้ไม่ได้ ฉันจะแจ้งความเอาผิดคุณให้ได้เลย...คอยดู”

เธอถอยหลังหนีและพูดขู่ชายหนุ่มไปด้วย เพื่อเขาจะนึกกลัวบ้าง

ทิชากรลืมไปว่าเวลานี้เธอยืนอยู่ในอิตาลีและชายหนุ่มผู้นี้มีอิทธิพลที่สุด เขาไม่กลัวกฎหมายบ้านเมือง ไม่กลัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่กลัวกลุ่มอิทธิพลเพราะเขายิ่งใหญ่อยู่เหนือทุกสิ่ง จะมีใครกล้าเอาผิดเขาล่ะ เมื่อเคลวิน โดมเป็นผู้ทรงอิทธิพล จนไม่มีใครกล้า พวกเขาเข็ดขยาดกับมหาอำนาจแบบชายหนุ่ม ที่มีทั้งเงินและอาวะอยู่ในมือ ธุรกิจสถานบันเทิงเป็นสิ่งที่ทำให้เคลวินผงาดอยู่ในโรม ไม่มีใครกล้าเพราะอาจไม่มีดวงตาไว้มองพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ไม่มีจมูกไว้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ไม่มีปากไว้กินอาหารสชาติเอร็ดอร่อย เพราะฉะนั้นอยู่ห่างๆ เขาเป็นการดีที่สุด

“ถ้าเธอรอดออกไปจากเงื้อมือของฉันนะแม่นกน้อย เธอจะลากฉันเข้ากรงฉันก็คงต้องยอม”

ชายหนุ่มไล่ต้อนกวางสาวปราดเปรียวด้วยความสนุกสนาน เขาเอ่ยเยาะหยันทิชากรและกระโจนพรวดเดียวเข้ารวบร่างบอบบางจนล้มกลิ้งลงไปบนพื้นพรมทั้งคู่

“ปั่ก!!

เสียงกระแทกกับเสียงหกล้มดังสนั่น ทิชากรหวีดร้องดังลั่น แต่...จะมีใครกล้าเข้ามาช่วยเธอล่ะ เมื่อตอนนี้ เวลานี้เธออยู่ใต้กำมือของมหาอำนาจ

“ว้าย!!? ช่วย...อ่วย”

 เสียงกระอึกกระอักหลุดออกมาจากปากอิ่มที่ถูกปิดสนิทด้วยฝ่ามือแข็งแรง เคลวินคำรามลั่น เมื่อทิชากรฝังเขี้ยวแหลมคมกับอุ้งมือหนา เธอกดคมเขี้ยวสุดแรงเกิด กระชากๆ กดและดึงจนได้ลิ้มรสเลือดสด กลิ่นคาวเลือดแผ่กระจายทั่วอุ้งปากรสมันเฝื่อนๆ ชวนอาเจียนแต่เธอก็ไม่คิดจะปล่อย เมื่อมันคือทางรอดทางเดียวที่พอจะมองเห็น

เคลวินยกมือข้างที่ว่างบีบปลายคางของคนใต้ร่างสุดแรงเกิด เขาเจ็บแปล็บทั่วอุ้งมือที่ถูกยัยหมาบ้ากัดเสียจมเขี้ยว เสียงคำรามของหมาป่าดังก้อง เอาสิมาลองดูกันสักตั้งว่าเขาจะปราบพยศเธอได้หรือไม่ ให้มันรู้ไปว่าจอมมารผู้ยิ่งใหญ่จะเอาชนะผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวไม่ได้ แรงโทสะทำให้ชายหนุ่มหมดความยั้งคิด หลังสามารถชักมือออกมาจากปากจิ้มลิ้มนั้นได้ ชายหนุ่มแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาลดมือเปื้อนเลือดลงและกระชากเสื้อที่ทิชากรใส่อยู่สุดแรง

“แค๊วก...”

กระดุมเสื้อขาดแหล่ง หลุดกระเด็นตามแรงดึงของแรงมหาศาล ชายหนุ่มเหวี่ยงชายผ้าที่ขาดแหล่งติดมือมาไปที่มุมห้อง เขากดทับลำตัวบอบบางด้วยร่างกายใหญ่โต ดวงตาสีคาราเมลลุกวาบ ก่อนจะหรี่ลงเมื่อได้ยลผิวกายนวลลออใกล้ๆ

“ยะ อย่านะ ได้โปรดอย่าทำฉันเลย”

ทิชากรต่อมน้ำตาแตก เธอสะอึกสะอื้นร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต ร่างกายสั่นระริกหวาดกลัวชายหนุ่มจนแทบจะแดดิ้นสิ้นใจ

“ไม่เก่งต่อไปล่ะ คนสวย ฉันอยากจะรู้ว่าเธอมีฤทธิ์อีกเท่าไร กำลังสนุกเลย”

เคลวินลดใบหน้าลง เขากระซิบเสียงเคร่งแนบกลีบปากอิ่มตรงหน้า มือเปื้อนเลือดยกขึ้นชูจนลิ่มเลือดหยดใส่ใบหน้าหวานของทิชากร เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหยดเลือดและป้ายใส่ปากของคนใต้ร่าง ดวงตาคมดุจ้องมองปฏิกิริยาของเธอด้วยความสะใจ!!?

ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำตามองเหมือนเกร็ดเพชรระยิบระยับในหน่วยตา ก่อนจะรินไหลอาบพวงแก้มเป็นทางยาว เธอคงไม่มีทางรอด เมื่อช่องทางหนีถูกปิดสนิท ใครจะเข้ามาช่วยเธอได้ล่ะเมื่อกำลังอยู่ในอานาจักรของเขาและกำลังตกเป็นรอง เสียงสะอื้นไห้ไม่ได้ทำให้เคลวินรู้สึกอะไรเลย ตอนนี้เวลานี้เขากำลังสนุกกับชัยชนะ ที่สามารถทำให้คนตัวเล็กหวาดกลัว และกำลังจะได้ลิ้มรสหวานหอมจากเธอ กลิ่นกายที่โชยออกมาจากตัวเธอหอมอ่อนๆ เป็นกลิ่นสะอาดๆ น่าสูดดม ไม่เหมือนกับกลิ่นน้ำหอมหรือโคโลญ มันคล้ายกับแป้งกระป่องที่เขาเคยใช้ตอนเด็กๆ ปลายจมูกโด่งกดลงบนผิวเนื้อระหว่างอก เขาซุกใบหน้าแนบอกอิ่มและทิชากรรีบโก่งตัวหนี แต่...มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อตอนนี้เธอถูกกดทับด้วยลำตัวหนาหนักของชายหนุ่ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

350 ความคิดเห็น

  1. #29 Love Have (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 15:43
    ไม่รู้ว่างานนี้นกจะรอดจากเงื้อมือเคลวินหรือเปล่านะคะ
    #29
    0
  2. #18 นงลักษณ์ ไพบูลย์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 11:10
    จะรอดมั้ย..ลูกนกลูกกา...
    #18
    0
  3. #17 poppy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 17:27
    มาน้อยจังค้างเลยย...แต่ไม่เป็นไรคะดีกว่าไม่มา
    #17
    0