จอมมารบัญชารัก

ตอนที่ 4 : บทที2.ปะทะ!!?100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    14 เม.ย. 58



สวัสดีวันสงกรานต์คาบ คิดถึงกันไหมเอ่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

มาแย้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บทที2.
ปะทะ!!?

“ใกล้เวลากลับยังอะ นกง่วงแล้ว”

ทิชากรไม่ได้สนใจเคลวินด้วยซ้ำหลังจากเพื่อนๆ กลับมาที่โต๊ะ เธอควานหาของกินได้บนโต๊ะกว้าง จิ้มอะไรบางอย่างเป็นก้อนๆ เขาปากและเคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ได้สนใจสายตาคมวาวที่จ้องมองอยู่สักนิด แก้มใสป่องเข้าป่องออก เพราะเธอจับอาหารยัดเข้าปากตลอดเพราะความหิว เมื่อออกแรงเสียเยอะในการออกไปเต้นแร้งเต้นกาอยู่กลางฟลอร์จนหิวจัด

“เอ่อ!!? นก”

เสียงกระอึกกระอักข้างตัวกับมือเล็กๆ ที่จับชายเสื้อเธอเขย่าเบาๆ

“ไรจ้า พี่ไกด์ว่าไงจะกลับยัง นกง่วงแล้ว อยากนอนเต็มแก่”

เธอยังจับอาหารบนโต๊ะเข้าปากไม่หยุด บ่นพึมพำไม่ได้สนใจสายตาวาวๆ ของเคลวินด้วยซ้ำ

อาการกระอักกระอ่วนเกิดขึ้นบนใบหน้าของเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริป พวกเขาหวั่นกลัวแทนทิชากร แต่ก็ไม่กล้าที่จะยื่นมือเข้าช่วย หากเป็นไปได้อยากจะเปลี่ยนตัวเองไปแทนทิชากรด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะเจอะเจอเคลวินตัวเป็นๆ และที่สำคัญจะทำอย่างไรให้เขาถูกใจ!!?

“นกๆ เธอไม่คิดจะบอกอะไรเขาสักหน่อยเหรอ เขารอนานแล้วนะ”

เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งที่มองเคลวินตาเป็นมัน เธอสะกิดทิชากรยิกๆ บุ้ยใบ้ปากไปทางทิศที่ชายหนุ่มนั่งอยู่

“รอ!!? ใคร รออะไร”

สาวเจ้ายังมึนตึบ เธอไม่รู้ว่าเขารออะไร? และรอทำไม! ในเมื่อเธอไม่ได้ตกลงอะไรด้วย ข้อเรียกร้องที่เขาต้องการมันตลกสำหรับเธอ เมื่อยังมีสองมือสองเท้าเก็บไว้ทำมาหากิน ไม่จำเป็นต้องเอาร่างกายมาเร่ขาย อีกอย่างนะ!!? เธอยังเวอร์จิ้นสดสะอาด ไร้แมลงไต่ตอมและชอนไช สิ่งสำคัญนี่เธอเก็บเอาไว้ให้ผู้ชายในฝันโดยเฉพาะ แต่เขาแค่ยังไม่มาปรากฏตัว และเธอยังไม่เคยถูกใจใคร ยังไม่มีใครทำให้หัวใจเธอเต้นโครมครามได้เลย เอ้า!!? ยกเว้นตานั่นไว้คนก็ได้ เพราะครั้งแรกที่สบตากัน นัยน์ตาสีคาราเมลนั่นทำให้เธอหวั่นไหวและหัวใจเธอเต้นดั่งกลองรบ เสียงหัวใจเธอเต้นดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายได้ยินด้วยซ้ำไป...

“นก!!? เธอไม่รู้หรือว่าคุณเคลวินเขารอเธอ”

“หึ!! ไม่รู้ แล้วเขาจะมารอนกทำไมล่ะ งงนะเนี้ย!!?#฿”

เครื่องหมายปรัศนีปรากฏบนใบหน้าหวาน เธอกำลังงงและสับสน สายตาแวววาวเหลือบมองใบหน้าคมคายที่อยู่ไม่ไกลด้วยความไม่เข้าใจ เมื่อความสงสัยเกิดขึ้นในใจทิชากรจึงเดินเข้าไปใกล้เคลวิน ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น เธอย่นปลายจมูกยู่ยี่ทำปากบิดปากเบี้ยวเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ เพราะสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นเธอไม่คิดจะสนใจและจะทำตาม

สายตานับสิบคู่จับจ้องไปที่เคลวินและทิชากรเป็นพิเศษพวกเขาลุ้นระทึก และส่วนใหญ่ อิจฉา!!? การที่เคลวินลงมาอยู่ตรงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องปรกติ เขาไม่เคยลงมาสุงสิงกับใครเป็นพิเศษ อย่าว่าแต่จะเดินเข้าไปทักทายใครเลย แค่ให้มองหน้าตรงๆ ก็เถอะเคลวินยังไม่เคยทำด้วยซ้ำ แต่นี่!!? สาวน้อยมหัศจรรย์ เธอทำให้เคลวินลงมาจากวิมานของเขาร่วมเต้นรำกันหลายต่อหลายเพลงและยังตามติดไปนั่งประจ๋อประแจ๋ และทุกคนกำลังลุ้นว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลงตรงไหน ระหว่างชายหนุ่มหิ้วเธอคนนั้นกลับไปด้วย หรือ...เขาจะใช้ห้องVIP ชั้นบนจัดการกับสาวน้อยนัยน์ตาใสกระจ่างคนนั้น แต่ความหมายโดยรวมก็คือ ไม่มีใครหนี้พ้นหากชายหนุ่มต้องการ

“มิสเตอร์ ฉันคิดว่าฉันตอบคุณไปแล้วนะคะ ฉันไม่สนใจที่จะทำความรู้จักกับมิสเตอร์เพิ่มขึ้นหรอก ฉันสนุกพอแล้ว และอยากกลับไปนอน เข้าใจ!!?

ทิชากรยืนค้ำเคลวิน เธอกางขายืนปักหลักแน่วแน่ ใบหน้าหวานใสยับยู่ยี่ เพราะความไม่พอใจ

“หืม...หมายความว่า!!?

เคลวินครางเสียงต่ำๆ ยัยนี่คิดว่ากำลังพูดอยู่กับใครกันน่ะ เขาไม่ใช่เพื่อนเล่นเจ้าหล่อนนะ ที่ลงทุนทำแบบนี้เขาก็คิดว่ามากเกินพอ และที่สำคัญเขาไม่คิดว่าจะได้รับคำปฏิเสธ!!? ผู้ชายแบบเขาไม่ได้มีมากมายเกลื่อนโรม ภาพลักษณ์ของเขาออกแนวเสเพลและเป็นจอมบงการ  ทำทุกอย่าเพื่อที่จะมั่นใจว่าเขาจะเป็นฝ่ายชนะและนำหน้าคู่แข่งอยู่หนึ่งก้าวเสมอ และครั้งนี้เขาคะเนแล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าจะไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอของเขาแน่ๆ ในเมื่อเธอเป็นเพียงผู้หญิงทำธรรมดา ถึงจะถูกใจต้องตาก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ

“เป็นคนเข้าใจยาก!!? หรือว่าหูฟังไม่ชัดกันแน่คะ ดูปากฉันนะคะมิสเตอร์ ฉันไม่สนข้อเสนออะไรของคุณสักอย่าง ฉันอยากกลับไปนอน ที่นี้พอจะปล่อยให้ฉันกลับไปได้หรือยัง”

 ทิชากรยกปลายนิ้วขึ้นชี้ที่ริมฝีปากอิ่มของเธอ ก่อนจะพูดออกมาแบบชัดๆ ชายหนุ่มมองตามปลายนิ้วเล็กๆ นั้นแต่เขากลับไพล่ไปนึกถึง...หากได้แนบริมฝีปากลงไปตรงนั้นความนุ่มนิ่มที่คาดไว้จะเป็นดั่งใจคิดหรือเปล่า!!?

หากทิชากรรู้ว่าเคลวินคิดอะไรอยู่ เธอจะบันดาลโทสะมากขึ้นกว่านี้ เมื่อชายหนุ่มมองริมฝีปากอิ่มตาเป็นมัน เขาบอกตามตรงเลยว่ากำลังกระหายที่จะได้ชิมรสแม่สาวแก่นแก้วที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เธอท้าวสองแขนกับช่วงเอวทำให้ส่วนโค้งส่วนเว้าเห็นชัดขึ้น เคลวินกลืนน้ำลายลงคอ ลูกกระเดือกของเขาวิ่งพล่านเพราะรู้สึกแปลกๆ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้น ห่ะ!!? ไอ้ลูกชายของเขามันดันมีปฏิกิริยาสะงั้น มันจะมากระดี๋กระด๋าอะไรตอนนี้ฟ่ะ!!? กำลังอยู่ระหว่างการต่อลอง ที่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นลองเสียด้วย เมื่อแม่สาวนักเต้นดันใจแข็ง ไม่สนใจข้อเสนอที่หยิบยื่นให้ ปากจิ้มลิ้มน่าจูบนั่น มันลอยยั่วยวนอยู่ตรงหน้า หากเป็นไปได้นะเขาจะจัดการหล่อนเสียมันตรงนี้แหละ อยากอวดเก่งดีนัก ทำให้อายผู้คนเสียเลยดีไหม!!?

 มุมปากเคลวินกระตุกยิ้ม เขาวาดแผนการในอากาศและ...รอเวลาลงมือ

ทิชากรขยับเข้าไปใกล้เคลวินอีกนิด เธอคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเสียงเพลงดังกระหึ่มมันเลยอาจจะเป็นสาเหตุที่ชายหนุ่มหูดับ และคงไม่ได้ยินเสียงอะไรจากเธอเลย เธอจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ และเอ่ยเสียงสั่นๆ เนื่องจากดวงตาสีคาราเมลหวานฉ่ำนั้นทำให้เธอเสียความตั้งใจ

 “ฉันง่วงและอยากพักเข้าใจไหมค่ะ คุณไปไหนก็ไปเถอะฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น อุ๊ป!!?

สิ่งที่ทิชากรพยายามจะบอก ยังไม่ทันจบสิ้นดี ชายหนุ่มฉกวูบใบหน้าเข้าใกล้ เขาทาบเรียวปากบางๆ ทาบทับกลีบปากนุ่มนิ่มที่หมายตา เพียงแรกสัมผัส!!? โอ้แม่เจ้ามันเหมือนมีปะจุไฟฟ้าแรงสูงซ็อตเขาเสียจนสั่นไหว ร่างกายกระตุกเยือก ผิวกายซาบซ่าน เขาอยากได้มากกว่าจูบแผ่วๆ นี้ อยากสัมผัสเธอทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยทีเดียว

“คุณๆ!!?

ทิชากรพลิกตัวหลบหลังงันไปหนึ่งอึดใจ ร่างกายถลาวูบล้มกลิ้งลงบนพื้น พอตั้งตัวได้ก็ยกมือเล็กๆ ขึ้นปิดปากพร้อมทั้งยกปลายนิ้วชี้หน้าเขา นิ้วเล็กๆ สั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด

“คุณปล้นจูบผม เพราะฉะนั้นจ่ายค่าเสียหายมาซะดีๆ”

 เคลวินเอ่ยหน้าตาย เขาชะโงกหน้าไปใกล้ๆ คนตัวเล็กที่ถอยหลังกรูดๆ พร้อมทั้งยกมือปิดปากอิ่ม รอบๆ ตัวเงียบกริบ สายตาทุกคู่จับตามองสองคนเป็นพิเศษพวกเขาลุ้นระทึกว่าใคร!!? จะเป็นฝ่ายควบคุมเกมส์และเป็นฝ่ายกำชัยชนะ

“เหอะ!!? ฉันอยู่เฉยๆ แค่ยื่นหน้าไปใกล้คุณ แต่ฉันไม่ได้จูบคุณ ตาบ้า!!?

ทิชากรเอ่ยต่อว่าฉอดๆ เธอค้อนให้เคลวินประหลำประเหลือก อย่าจะประเคนฝ่ามือบนใบหน้าหล่อๆ นั่นให้สมกับที่เขาฉวยโอกาสกับเธอ แต่...ไม่กล้า!! เธอกลัวว่าเขาจะย้อนเกร็ดเอาคืนเธออีกครั้ง

“อ้าว!!? เหรอ เมื่อสักครู่ฉัน “จูบ” เธอรึไม่ยักรู้ แต่สนใจแบบฟลูคอร์สไหมล่ะ ฉันยินดีบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ”

เคลวินเอ่ยเสียงแผ่วกระซิบ เขาแสยะยิ้มให้กับทิชากร ดวงตาสีคราลาเมลฉ่ำวาวกระพริบวิบวับเต็มไปด้วยประกายสนุกสนาน

ทชิการหยัดกายขึ้นยืน เธอหรี่ตาลงก่อนจะโปรยรอยยิ้มหวานชื่นให้กับเคลวิน จนชายหนุ่มตราพร่า เขา “ชอบ” รอยยิ้มของเธอเพราะมันสดใสและไร้จริต

“ไม่!!? รสจูบห่วยแตกอย่างเมื่อสักครู่ ฉันให้คะแนนคุณติดลบ มิสเตอร์!!? เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอใคร “จูบ” ได้แย่เท่าคุณมาก่อน ฉันคิดว่าจูบกับเด็กๆ ยังได้รสชาติดีกว่าที่จูบกับคุณเสียอีก”

เสียงเย็นๆ กับใบหน้านิ่งสนิท แต่คงไม่มีใครรู้ว่าทิชากรสั่นไปทั้งตัว เธออายจนอยากจะเอาหน้าหมุดดินหนีเพราะตั้งแต่เป็นสาวเต็มตัว ริมฝีปากนี้ไม่เคยมีใครได้แตะต้อง แต่...ผู้ชายตรงหน้าฉวยโอกาสเอาเฟิร์สคิสของเธอไปเสียแล้ว เพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมให้เขาได้ครอบครองความภูมิใจ เขาจะต้องอับอายไม่แพ้เธอ!!?

ห่ะ!!? ยัยเด็กกะโปโลพูดอะไรออกมาน่ะ เขานี่นะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักรัก เป็นคาสโนว่าที่หมายปองจากสาวๆ ทั่วโลก กลับถูกผู้หญิงธรรมดา “หยาม!!?” เธอหาว่าเขาจูบได้ห่วยสิ้นดี จูบกับเด็กน้อยยังดีเสียกว่าจูบกับผู้ชายอย่างเขา เคลวินเดือดจัด เขาโกรธจนเส้นกระตุกไปทั้งตัว ถูกดูหมิ่นว่าไร้น้ำยายังไม่โกรธเท่า...กับว่าจูบของเขาไม่ได้เรื่อง ในเมื่อตกลงกันดีๆ ไม่ได้ ก็ต้องใช้ “กำลัง!!?” จะมาหาว่าเขาใจร้ายไม่ได้นะ เมื่อเขาต้องกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองคืนมาบ้าง ลบคำสบประมาทที่ออกจากปากจิ้มลิ้มน่าจูบนั้น

บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ไม่ไกล พวกเขาพากันก้มหน้าลง ผู้หญิงคนนี้ใจกล้าเกินหญิง เธอกล้าที่จะกระตุกหนวดเสือ และไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง!!?

ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาก้าวสวบๆ เข้าไปใกล้ และกระชากทิชากรด้วยมือข้างเดียวจนเรือนกายบอบบางถลาเข้ามาปะทะแผงหน้าอก เธอรีบยันมือกับแผงอก พยายามขืนตัวเอาไว้เต็มที่ แต่แรงอันน้อยนิดหรือจะหาญสู้ แรงกำลังที่มีมากกว่าบวกกับความโกรธ เคลวินหรี่เปลือกตาลงเขาลดใบหน้าลงใกล้ๆ และ “เธอจะต้องเสียใจที่พูดออกมาแบบนี้ ยังไม่มีใครสักคนว่าฉันว่า “จูบ” ไม่ได้เรื่อง เพราะฉะนั้นฉันจะทำให้เธอถอนคำพูด!!?

“อ้าย!!?#฿ ปล่อยนะปล่อยเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้บ้านแตกเลยคอยดู”

เธอตวาดเสียงขู่ ลมหายใจหอบๆ เพราะออกแรงดิ้นสุดกำลัง แต่ไม่สามารถสลัดฝ่ามือที่เกาะกุมให้หลุดออกไปได้ มือของเขาแข็งแกร่งปานคีมเหล็ก ที่เกาะเกี่ยวแน่นหนึบ เคลวินฉกเรียวปากวูบ เขาปิดเสียงน่ารำคาญนั่นด้วยปากของตัวเอง ชายหนุมกระแทกเรียวปากหนักๆ และบดขยี้เหมือนกับการลงโทษ ทำให้เธอเจ็บจะได้รู้ตัวว่าไม่สมควรหมิ่นประมาทเขาด้วยถ้อยคำระคายหู เรียวปากแข็งกระด้างบดเบียดหนักๆ เขาแยกแย้มริมฝีปากที่เม้มแน่น ก่อนจะสอดแทรกปลายลิ้นร้อนๆ เข้าไปในโพลงปากนุ่มนิ่ม กวาดต้อนเรียวลิ้นเล็กๆ ที่กระเสือกกระสนหนี เกี่ยวกระหวัดร้อยรัด และดูดซึมความหอมหวาน ความหวานละไมที่ได้รับจากคนตัวเล็ก ทำให้ชายหนุ่มหลงเพลิด เขาเอื้อมกกกอดเรือนกายโปร่งบางให้แน่นขึ้น ขบเม้มกลีบปากเปียกชื้นและบดขยี้หนักๆ

เงียบกริบ แม้เสียงเพลงจังหวะหนักๆ จะดังกระหึ่มก้อง แต่ทิชากรหูดับเธอไม่ได้ยินเสียงใดใดเลย... เพราะกำลังตื่นตกใจที่โดนผู้ชายคนเดิมปล้นจูบซ้ำอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาหลายๆ คู่และเธอไม่สามารถดิ้นให้หลุดไปจากการเกาะกุมได้ มือเล็กๆ พยายามทั้งผลักทั้งดันแต่เหมือนกับว่าเธอกำลังผลักกำแพงหนาสักสิบฟุตมันถึงไม่เขยื้อนเคลื่อนไหว จนเธอกำลังจะสิ้นแรงและหมดลม เรียวปากหนาหยักทาบทับบดขยี้จนเธอรู้สึกแปลกๆ มันวูบวาบและหวิวไหว ดวงตากลมโตเบิกโพลงก่อนจะหรี่ปรือและดับวูบ!!? สติอันลางเลือนเธอมองเห็นแค่ใบหน้าคมคายที่ชะโงกมองใกล้ๆ ก่อนจะดำสนิท

“เฮ้ย!!?

ยัยบ้านี่ มันน่านัก... แค่ถูกจูบยังเป็นลมแล้วมีหน้ามาคุยเขื่องว่าเขาจูบไม่ได้เรื่อง เคลวินพ่นลมหายใจเขาตระกองกอดร่างปวกเปียกแล้วจึงช้อนอุ้มขึ้นมาไว้ในวงแขน

“เอ่อ...คุณเคลวินจะพานกไปไหนคะ” เพื่อนๆ ของทิชากรเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา

“นก...ยัยนี่ชื่อนกรึ!!?

“ค่ะ นก คุณจะพาเพื่อนของพวกเราไปไหน”

แม้จะกลัวแต่ความเป็นห่วงสวัสดิภาพของทิชากรมีมากกว่า กลัวว่าชายหนุ่มจะทำอะไรร้ายแรงกับเธอ

“เปล่า... แค่จะพาไปหาที่เงียบๆ เพื่อนพวกคุณเป็นลม ในนี่น่าจะไม่เหมาะกับคนป่วย”

ชายหนุ่มตาวาว เขามองคนในอ้อมแขนนิ่งๆ

“ให้พวกเราพาไปจะดีกว่าไหมคะ”

“ไม่ดี ไม่ดีแน่ๆ...ฉันขอดูแลเจ้าหล่อนเองก็แล้วกัน มีปัญหารึ!!?

“เอ่อ...เปล่าค่ะ ไม่มี”

“ก็ดี...”

ชายหนุ่มก้าวเดินจากไป มีสายตาของทุกคนในกลุ่มทัวร์มองตามไปด้วยความเป็นห่วง แต่ใครล่ะจะกล้าเสี่ยงกับ เคลวิน โดม เมื่อเขามีอำนาจล้นมือ

“ทำยังไงดี ทำยังไงจะช่วยยัยนกได้”

“สวดมนต์สิย่ะหล่อน ที่ทำได้ก็มีแค่นี้ล่ะ แหมๆ ทำไมไม่เป็นฉันที่คุณเคลวินสนใจ ฉันจะกระโจนใส่ตั้งแต่เขาออกปากแล้ว อือๆ น่าเสียดาย”

มีแต่คนสงสารทิชากร แต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วย เสียงพร่ำบ่นมีแต่อิจฉาเพราะคนที่อุ้มทิชากรไปคือ เคลวิน โดม เจ้าพ่อสถานบันเทิงผู้ร่ำรวย เขาหล่อ เขารวย เขาเพอร์เฟค ใครก็ตามที่ตกอยู่ใต้ร่างเขาจะได้ดื่มด่ำกับความหฤหรรษ์ที่ไม่อาจบรรยาย ไหนจะค่าอบแทนหลังชายหนุ่มสมใจ มีเสียงร่ำลือมาปากต่อปาก ว่าจำนวนเงินมากโข จนสาวๆ ทั่วโลกแทบจะต่อคิวเขาไปให้ชายหนุ่มเชยชิม แต่นักล่าอย่างเคลวินชอบควานหาเอาเอง เขาพอใจก็จะสะกิดบอก จึงไม่แปลกหากชายหนุ่มปรากฏตัว ผู้หญิงทุกคนในบริเวณนั้นต่างพากันยั่วยวนเขาเต็มที่ เพื่อทีอาจจะเป็นที่ต้องตาชายหนุ่ม มันเหมือนกับว่าถูกรางวัลล็อตโต้เลยที่เดียว เผลอๆ อาจจะเป็นแจคพ็อตเลยก็ได้

“ให้ผมช่วยไหมครับคุณเคลวิน”

บอดี้การ์ดอาสาแทน เพราะระยะทางจากด้านในไปจนที่จอดรถยนต์ไกลพอดู

“ไม่ต้องยุ่ง”

ชายหนุ่มตวาดเสียงกลับ เขากระชับร่างบอบบางให้แน่นขึ้น ดวงตาขุ่นขวางเพราะความไม่พอใจขึ้นมาแบบฉับพลัน

หลังนั่งในรถยนต์ส่วนตัวเรียบร้อย ชายหนุ่มก้มมองใบหน้าเนียนใสใกล้ๆ ผิวแก้มอมสีระเรื่อ มีเส้นเลือดฝาดกระจายตามพวงแก้มยุ้ยดูน่ารักน่าใคร่ ปลายนิ้วแข็งแรงเกลี่ยเส้นผมที่ปลิดปลิวปรกใบหน้า เขาเสยผมนุ่มๆ ทัดแนบใบหูเล็กๆ พิจารณาวงหน้าใสกระจ่างตาไม่กระพริบ เธอไม่มีเครื่องสำอางอื่นใดบนใบหน้าหวานฉ่ำ นอกจากลิปสติกมันที่เคลือบริมฝีปากนุ่มนิ่มและเขาสัมผัสไปแล้ว รสชาติหวานหอมชุ่มฉ่ำ และติดใจจนอยากจะประทับจูบอีกสักหลายๆ ครั้ง เคลวินเหมือนต้องมนต์สะกด เขาหลงใหลใบหน้าอ่อนเยาว์เฝ้ามองไม่มีเบื่อหน่ายตลอดระยะการเดินทาง จุดหมายปลายทางไม่ใช่คอนโดหรูๆ กลางกรุงโรมอย่างที่ทุกคนคิด เพราะสถานที่นั่นๆ เป็นแหล่งที่ชายหนุ่มใช้โรมรันกับคู่ควงแทบทุกคน เวลานี้บอดี้การ์ดของเคลวินกำลังงงกับพฤติกรรมของเจ้านาย จุดหมายปลายทางที่เคลวินสั่งคือสถานที่พักผ่อนส่วนตัวของชายหนุ่ม วิลล่าเซดาโต้ริม “แม่น้ำไทเบอร์” เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นที่สามของประเทศอิตาลี โดยมีต้นแม่น้ำอยู่ที่เทือกเขาแอเพนไนน์ในเอมีเลีย-โรมานยา โดยไหลผ่านอุมเบรียและลาซิโอไปยังปากแม่น้ำในทะเลเทียร์เรเนียน แม่น้ำไทเบอร์ไหลผ่านกรุงโรมที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออก และมีความยาวทั้งสิ้น 406 กิโลเมตร ตัวตึกสีเหลืองอ่อนดูเด่นสะดุดตาและเป็นที่พักหวงห้ามของเคลวิน เพราะเขาชอบมานอนเล่น รับสายลมอ่อนๆ ที่โชยขึ้นมาจากแม่น้ำ

รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วคงที่จนเลี้ยวเข้าเขตรั้วของวิลล่า ร่างบอบบางในอ้อมแขนขยับหยุกหยิก เหมือนกับว่าสติที่หดหายไปกลับคืนมา เธอรีบกระทดตัวลงจากตักแข็งๆ และกวาดตามองรอบๆ ตัวด้วยสายตาตื่นตระหนก

“มิสเตอร์!!? จะพาฉันไปไหน คุณกำลังทำผิดกฎหมาย โดยการพาคนที่ไม่ยินยอมไปในที่ที่เขาไม่ต้องการ”

เสียงสั่นๆ เอ่ยบอก ร่างบอบบางแนบลำตัวเบียดชิดแนบกับประตูรถยนต์ด้านข้างมากขึ้น

เคลวินตวัดปลายขาขึ้นไขว่ห้าง เขาควานหาเครื่องดื่มจากตู้เย็นเล็กๆ และรินใส่แก้วโดยไม่คิดจะตอบให้อีกฝ่ายหายข้องใจ ทิชากรมองดูน้ำสีอำพันที่หายไปในลำคอหนา เธอกลัว!!? กลัวจนฉี่แทบเล็ดไม่เคยเจอสถานการณ์อะไรที่แฝงด้วยภัยคุกคามเช่นนี้มาก่อน รังสีอันตรายแผ่กระจายออกมาจากลำตัวหนาๆ ใครๆ ก็พูดให้ฟังว่าอิทธิพลมืดในโรมมีมากมายเกลื่อนเมือง เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยผู้คนและกลุ่มอิทธิพลที่แฝงตัวอยู่มาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ และตอนนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับมันแบบไม่ได้ตั้งตัว

“ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ นึกว่าสงสารลูกนกลูกกา!!?

เสียงสั่นเครือวิงวอนเสียงพร่า ใบหน้างดงามซีดสลด ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำใสๆ เธอภาวนาให้เขาสงสาร และปล่อยตัวเธอไปก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรง สองมือยกขึ้นไหว้ชายหนุ่มปรกๆ

เคลวินเลิกปลายคิ้วขึ้น เขาปลดกระดุมเสื้อสูทช่วงเอวและถอดสูทตัวนอกออก วางไว้ข้างตัว ถลกปลายแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกหรี่ตามองคนตัวเล็กเบื้อหน้าที่พยายามเบียดตัวชิดกับขอบประตูมากขึ้น

“เหรอ เธอไม่เต็มใจรึ!!? อีตอนอุ้มมาไม่เห็นจะขัดขืนนี่ ฉันมีพยานตั้งมากมายก่ายกอง”

น้ำเสียงยียวนเอ่ยตอบ เขาแสยะยิ้มสำทับด้วย

ทิชากรฉุนกึก เธอเป็นลมหมดสติจะให้ดิ้นขัดขืนเขาได้อย่างไร อีตานี่ถ้าจะมีปัญหากับระบบสมองถึงได้คิดอะไรๆ แต่ละอย่างน่าตบปากเสียงจริง ดวงตากลมโตตวัดตามองเขา เธอยกมือเช็ดน้ำตาร้อนๆ ที่ปริ่มขอบตาออกไปให้หมด อารมณ์คุกรุ่นขึ้นมาติดหมัด จนเห็นช้างตัวเท่ามดและหมดความเกรงกลัวเขาไปโดยปริยายเมื่อต่อให้อ้อนวอนคนๆ นี้ก็คงไม่คิดจะเห็นใจเธอหรอก เมื่อเขากุมชัยชนะอยู่ในมือ

“ฉันเป็นลม มีคนเป็นลมคนไหนที่ดิ้นรนขัดขืนได้บ้างล่ะ!!?

เธอกระแทกเสียงตอบกลับ กับการแก้ต่างของเขาที่ฟังแล้วช่างเหมือนการเอาสีข้างเข้าถุกับพนังห้อง

“อ้าวใครจะไปรู้ นึกว่ายอมมานี่ เห็นเงียบๆ มันช่วยไม่ได้น่ะ!!? มันเข้าใจผิดไปแล้ว ทำยังไงดีล่ะ”

ชายหนุ่มยักหัวไหล่ เขาบิดมุมปากเหมือนจะยิ้มเยาะหยันเธอ ทิชากรกำมือแน่นจนปลายเล็บจิกลงไปในผิวเนื้อตรงอุ้งมือและถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธจัด

“คุณๆ!!?

เธอชี้หน้าเขา อยากจะถลาเข้าไปตะกุยหน้าหล่อที่แสนยียวนนั่นแต่...เข็ดล่ะ ครั้งก่อนเธอโดนปล้นจูบหน้าตาเฉย เพราะฉะนั้นจะไม่ให้ซ้ำรอยเดิมได้เป็นเด็ดขาดเพราะขณะนี้สถานการณ์อันตรายมากกว่าเก่า เมื่ออยู่ใต้อาณัติของเขาอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวที่กำลังมุ่งหน้าไปไหนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ

รถยนต์จอดสนิทหลังวิ่งเข้าไปจอดที่หน้าวิลล่าหลังใหญ่ ตัวตึกฉาบสีเหลืองอ่อนๆ มองดูอ่อนหวานและสงบเงียบ บอดี้การ์ดใบหน้าเข้มเปิดประตูด้านข้างให้เชื้อเชิญให้เธอลงมาจากตัวรถทิชากรมุดออกมาเธอยืนมองทิวทัศน์รอบๆ ตัวด้วยความสนใจ หากว่าไม่ได้ถูกบังคับฝืนใจมาเธอคงตื่นเต้นยินดี เพราะแม่น้ำกว้างๆ ที่อยู่น่าบ้านกับสายลมเย็นๆ ที่โชยมาปะทะใบหน้าพาให้สดชื่นรื่นรมย์ แต่...ชายหนุ่มที่ยืนหน้าตายอยู่ใกล้ๆ นี่ต่างหากที่ทำให้บรรยากาศสวยๆ หมดความหมาย เธอขุ่นใจจนไม่อยากจะซึมซับบรรยากาศนั้นๆ เพราะกำลังอารมณ์ไม่ดีที่ถูกพาตัวมาแบบไม่ได้เต็มใจ

“เธอน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงของแม่น้ำไทเบอร์มาบ้างนะ หากเธอมาเหยียบโรมหลายวันแล้วน่ะ ดูท่าทางเธอไม่น่าจะใช่คนแถวนี้ ใช่ไหม!!? 

ทิชากรตวัดสายตาใส่ก่อนจะหมุบหมิบตอบ “ค่ะ เคยได้ยินแต่ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นเพราะมันไม่ได้อยู่ในโปรแกรมทัวร์ ฉันเป็นคนไทย ไทยแลนด์ค่ะ เคยได้ยินไหม บ้านเราเป็นเมืองพุทธและมีประชาธิปไตย!!?” เธอเค้นเสียงตอบ แยกเขี้ยวโชว์ฟันซีเล็กๆ ให้เขาดูด้วย

“อืม...ประเทศเล็กๆ โซนเอเชีย เคยไป ผู้หญิงสวยและของกินอร่อย”

“มิสเตอร์คงไม่ได้บังคับฉันมาเพื่อจะมาคุยเรื่องอาหารการกินใช่ไหมคะ เอาล่ะคุณต้องการอะไรกันแน่...”

ความอดทนของเธอขาดผึ่ง จึงโพล่งคำถามชายหนุ่มไป เพราะมัวแต่ลีลาก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น อุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างรวดเร็วจนเธอสั่นสะท้าน

“ก็ใช่ ฉันไม่ได้อยากจะคุยกับเธอเรื่องประเทศเล็กๆ นั่น หรืออาหารอะไรทั้งสิ้น ฉันอยากเห็นเธอบนเตียงนอนของฉัน และดิ้นอยู่ใต้ร่างฉัน นั่นคือวัตถุประสงค์ของฉันไง เธอจะว่าไงล่ะ”

“ฉันไม่อยากเชื่อเลยนะ ว่ามิสเตอร์เคลวินผู้ยิ่งใหญ่ จะใช่วิธีบีบบังคับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งให้สมยอมด้วยวิธีบังคับฝืนใจ”

“เธอจะไม่พูดแบบนั้น ถ้าเธอรู้ว่าจะได้เท่าไรสำหรับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้”

“ต่อให้เอาเงินมากองท่วมศีรษะฉันตอนนี้ ฉันก็ไม่สนใจหรอก!!? ฉันไม่ได้สิ้นคิดถึงขนาดต้องขายร่างกายแลกกับเงิน!!?

ทิชากรกระแทกเสียงใส่ เธอสะบัดใบหน้าหนี ไม่อยากมองชายหนุ่มให้อารมณ์พลุ่งพล่านมากขึ้น และที่แน่ๆ เธอกลัวสายตาของเขา เมื่อมันลุกวาบโชนแสงขึ้นเพียงแค่ได้ยินเธอปฏิเสธ

“เธอไม่อยากพูดแบบนั้นหรอกใช่ไหม? เพราะอะไรรู้ไหม... ที่นี่คือ “โรม” ไม่ใช่ประเทศเล็กๆ ที่เธอเคยอาศัยอยู่ เพราะฉะนั้นฉันยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้เธอสูญหายไปตลอดชีวิตหากเธอกล้า...”

“ฉันไม่กลัวคุณหรอกค่ะ!! บ้านเมืองมีขื่อมีแปร ต่อให้คุณใหญ่โตแค่ไหนคุณก็หนีเงื้อมือกฎหมายไม่พ้น”

เธอสะบัดใบหน้ากลับมาและก่นว่าเขาเสียงเคร่ง

“โอ! ฉันอยู่เหนือกฎหมายที่เธอพูดถึงนะสาวน้อย ใครจะกล้ากับฉันล่ะ เพราะฉันคือ เคลวิน โดม!!?

ชายหนุ่มไหวไหล่ เขาโบกมือไล่ลูกกระจอกที่อารักขาอยู่รอบๆ ตัวให้ถอยห่างก่อนจะเดินสาวเท้ายาวๆ เข้าหาทิชากรด้วยท่าทางคุกคามจนหญิงสาวถอยหลังหนีกรูดๆ สายลมเย็นๆ จากแม่น้ำไทเบอร์โชยมาปะทะ ทำให้เธอหนาวสั่นมากขึ้นทั้งกลัวเกรงผู้ชายตรงหน้าและอากาศที่ลดลงฮวบฮาบ

ให้ตายเถอะ!!? เคลวินสบถเสียงฉุนเฉียว ยัยบ้านั่นวิ่งหนีเขา ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่แทบจะกระโจนเข้าใส่ ดูๆ วิ่งหน้าตั้งทั้งๆ ที่ไม่มีทางหนีเพราะเบื้องหน้ามีบอดี้การ์ดเขากระจายกำลังโอบล้อมไว้และแม่น้ำไทเบอร์กว้างสุดลูกหูลูกตา ไม่นะ เจ้าหล่อนคงไม่ได้คิดที่จะวิ่งหนีลงน้ำใช่ไหม เมื่ออากาศเย็นเฉียบด้านบนในแม่น้ำจะเย็นมากกว่าอีกนับเท่าตัว เคลวินออกวิ่งสุดตัวเพราะเขาคาดเดาได้ว่ายัยผู้หญิงบ้านั่นต้อง...

“ตู้ม!!?

เสียงน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง ร่างบอบบางลอยละลิ่วล่วงลงบนแผ่นน้ำ สองมือพยายามตะเกียกตะกายพาตัวออกไปให้ห่างชายฝั่งมากขึ้น และไปให้ไกลจากเงื้อมือของจอมมารอย่างเคลวิน โดม

“ชิป!!?

เคลวินสบถเสียงก้อง เขาสะบัดรองเท้าหนังสีดำและกระโจนตามทิชากรไปติด

“ตู้ม!!?” ผืนน้ำแตกกระจายมากกว่าครั้งแรก เพราะน้ำหนักตัวชายหนุ่มมากกว่าทิชากรนับเท่าตัว แผ่นน้ำสะเทือนละรอกคลื่นซัดใส่ร่างบอบบางที่กำลังแหวกว่ายอยู่กลางแผ่นน้ำ อุณหภูมิเย็นๆ รอบตัวทำให้เรียวขาอ่อนแรงชายิบ ขาของเธอแทบจะไม่กระดุกกระดิก มันแข็งชาและหมดความรู้สึกขึ้นมาแบบฉับพลัน ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เธอพยายามพยุงตัวเมื่อใกล้จะจมดิ่งลงไปก้นแม่น้ำ ขาที่เคยเคลื่อนไหวได้มันหยุดชะงักไม่กระดุกกระดิกและเธอก็ค่อยๆ จมดิ่งลงใต้แผ่นน้ำเย็นฉ่ำ ดวงตากลมโตหรี่ปรือ เธอคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ขึ้นมาจับใจ “พ่อจ๋าแม่จ๋า!!” ในอณุสติก่อนที่ทั้งหมดจะดับวูบลง เธอถูกมือแข็งแรงกระชากขึ้นมาจากความตาย พร้อมกับเสียงสบถยาวเหยียด

“ให้ตายเถอะยัยบ้า ไม่มีใครคนไหนกระโดดลงมาในแม่น้ำไทเบอร์ตอนตีหนึ่ง!! อยากฆ่าตัวตายหรือไงห่ะ”

ชายหนุ่มสบถงึมงำ เขารั้งช่วงเอวของเธอและพาเข้าชายฝั่งอย่างทุลักทุเล บอดี้การ์ดนับสิบกระโจนตามลงมาช่วยประคองเจ้านาย พวกเขาดันชายหนุ่มขึ้นมาบนฝั่งจนสำเร็จ

“หันหลัง...ด่วน!!?

พอขึ้นมาบนฝั่งได้ เคลวินกรรโชกเสียงก้อง เพราะเสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์บนเรือนกายบอบบางตรงหน้าเวลาที่มันเปียกน้ำจนชุ่มโชกเนื้อผ้าแนบลำตัวและบางใส จนมองเห็นบราเซียสีเนื้ออ่อนๆ ที่ห่อหุ้มทรวงอกอวบอิ่มของทิชากรไว้รูปทรงเหมือนอย่างที่เขาคาดคะเนเป๊ะ!! เพราะเต้าทรวงพุ่งชูชันเตะตา

เคลวินครางงึมงำรีบกระชับร่างบอบบางให้แน่นขึ้น เขาช้อนอุ้มและเดินดุ่มๆ ตรงไปยังวิลล่าเซดาโต้หลังงาม โดยมีกลุ่มบอดี้การ์ดวิงตามเป็นกระพรวน

“ไปไหนก็ไปปะ ที่เหลือฉันจัดการเอง”

เขาตวาดเสียงเคร่ง หัวคิ้วขมวดมุ่นเริ่มรำคาญลูกสมุนขึ้นมาติดหมัดก็วันนี้เอง

บอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมเกาศีรษะแกร็กๆ พวกเขาพากันแปลกใจที่เคลวินไม่ต้องการความช่วยเหลือ หากเรื่องนั้นเกี่ยวกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เจ้านายหอบหิ้วขึ้นไปยังห้องพัก!! เห้ย!! ห้องพัก ในรอบ10ปี ที่ติดตามรับใช้เคลวินมา เขาไม่เคยเห็นเจ้านายพาผู้หญิงคนไหนมาที่วิลล่าเซดาโต้นี้ และยิ่งไม่เคยเห็นเจ้านายพาใครขึ้นไปบนห้องนอน...สงสัยผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็นแม่มด!! เหลือไม่ก็นางฟ้าจำแลงแปลงร่างลงมาเพื่อกลั่นแกล้งเจ้านายหนุ่มเป็นแน่

++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่3.ดิ้นหนีสุดฤทธิ์

“ตุ๊บ!!?

ชายหนุ่มโยนร่างเปียกชุ่มของทิชากรบนเตียงนอนหนานุ่ม แบบกระแทกกระทั้น เมื่อยัยบ้านี่ บังอาจหนีเขาลงไปในแม่น้ำไทเบอร์ ตอนตีหนึ่ง เพื่อให้พ้นกรงเล็บของจอมมารอย่างเคลวิน แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เข้าขางเธอ เพราะเธอหนีไม่สำเร็จ เธอถูกเขาลากกลับมาและหมดสติ!!? ให้เขาต้องหอบหิ้วขึ้นมา

ชายหนุ่มชะโงกมองทิชากร ริมฝีปากของเธอเริ่มเขียวคล้ำ เขาจึงรีบปลดเสื้อผ้าเปียกชุ่มออกมาโดยเร็ว เสื้อบนตัวหลุดออกมาชิ้นแรก ตามด้วยกางเกงผ้าหลวมโพลกจนร่างกายขาวโพลนเหลือแค่ซับในตัวกระจี๊ดลิดปกปิดสิ่งสำคัญ เฮ้อ!! กรรมของตรู!!? เคลวินบ่นในใจ เขามองเต้าทรวงอวบอัดที่ถูกปิดด้วยบราเซียสีเนื้อตาเป็นมัน ใช่ว่าไม่เคยเห็นผู้หญิงโป้เปลือยเสียเมื่อไร แต่ที่อยู่ตรงหน้านี่ เหมือนประติมากรรมชั้นเลิศ โค้งเอวอ่อนช้อยแผ่นท้องแบนเรียบ สะโพกผายกลมกลึงและแอ่งสะดือบุ๋มยวนตัว ผิวกายของเธอออกสีเหลืองนวลเหมือนฉาบด้วยทองคำสุกปลั่งมันเปล่งแสงสว่างแยงนัยน์ตาจนพร่ามัว ผมยาวสยายเต็มที่นอนหนา เหมือนกับปะการังกลางทะเลลึกที่แผ่กระจายงดงาม เรียวแขนงามเสลาวางสงบนิ่งข้างตัว เขาสูดลมหายใจลึกๆ ร่างกายปวดหนึบและมันขยับขยาย มีปฏิกิริยาอย่างที่เขายังไม่ต้องการ

“ใจเย็นไอ้หนู!!? เธอสลบเพราะสำหลักน้ำ รอก่อนใจเย็นๆ...”

เขาพึมพำเสียงแผ่วๆ กระชากผ้าคลุมเตียง โยนขึ้นไปปกปิดความงามเย้ายวนกลางเตียง ก่อนจะถอดเสื้อผ้าเปียกชุ่มของตัวเองกองบนพื้นและจึงเดินสบายอารมณ์เข้าห้องน้ำ เพื่อชำระล้างคราบโคลนคราบฝุ่นบนลำตัว

“อื้อ!!?...”

ทิชากรครางเสียงแห้ง เธอแสบร้าวไปทั้งลำคอ ขนตางามงานกระพือปริบๆ เธอทะลึ่งพรวดเมื่อเปิดเปลือกตามาเห็นเพดานห้องหรูหรา “อ้ายยย...หะ หายไปไหนหมด ใครๆ ใคร!!? ถอดเสื้อผ้านกกันน่ะ” มือเล็กๆ ตะครุบผ้าผืนใหญ่ ที่หล่นไปกองที่ช่วงเอง ดึงขึ้นมาคลุมตัวจนมิดและเร่งสำรวจตัวเองเป็นการใหญ่ อย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วย สิ่งที่หายไปคือเสือกับกางเกง ซับในยังค้างคาบนลำตัวแต่มันเปียกชุ่ม ความทรงจำครั้งสุดท้ายคือเธอกำลังจมดิ่งในอ้อมกอดของสายน้ำที่เย็นจับขั้วหัวใจ มีมือแข็งแรงกระชากเธอขึ้นมาก่อนที่สติจะดับวูบ

“อีกแล้วน่ะ เป็นลม ปล่อยให้หมอนั่นทำตามอำเภอใจ สบาย!!?

เธอกระแทกเสียงฉุนๆ มองหาเสื้อผ้ามาสวมทับร่างกายเปล่าเปลือย “ห่ะ!!” ไอ้กองผ้าขยุกขยุยนั่นมันไม่ใช่เสือผ้าของเธอเพราะมันดูดีแม้จะกองแอ่งแม้งอยู่บนพื้น เธอหมุนตัวเลิ่กลัก มองหาตัวช่วยเพราะมันคงไม่ปลอดภัยถ้าจะนั่งอยู่เฉยๆ โดยมีเสื้อผ้าติดกายแค่2ชิ้น!!?

ทันทีที่กางเกงหลวมโพลกถูกสวมบนลำตัวช่วงล่าง ประตูห้องน้ำเปิดผ่างออกมาและบุรุษรูปงามที่ออร่าเปล่งประกายวิบวับจนเธอตาค้าง เขาเดินเอื่อยๆ ออกมาสองมือขยี้ผมเปียกโชกบนศีรษะ ช่วงล่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวคาดไว้แบบน่าหวาดเสียว มันเกาะเกี่ยวสะโพกแกร่งและน่ากลัวว่ามันจะหลุดล่วงเพราะผืนผ้าเล็กจ้อย จนปิดช่วงขาเพรียวไว้ไม่มิด

“คุณ!!?

เธอกระโดดหย่องแหยงเพราะขากางเกงยาวกว่าช่วงขาตัวเอง ถอยหลังกรูดๆ ไปหลบหลังโซฟาตัวใหญ่ โผล่ใบหน้าออกมามองชายหนุ่มแบบกริ่งเกรง

“หืม...ฟื้นแล้วรึ เธอทำบ้าๆ อะไรกระโดดลงไปในแม่น้ำกลางดึก เดือดร้อนคนอื่นเขาไปหมด ทำอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้” ชายหนุ่มสะบัดผ้าเช็ดตัวผืนเท่าฝ่ามือขึ้นไปคล้องอยู่บนบ่าและเดินอาดๆ เข้าไปใกล้ทิชากร เขายืนค้ำศีรษะเธอกางสองขาออกโดยไม่คิดว่าผ้าผ่อนจะหลุด

“อี๋ๆ...ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนสิคะ แบบนี้ฉันไม่คุยกับคุณนะ มันสั่นประสาท”

เธอยกมือขึ้นปิดดวงตา ป้องกันการมองเห็นสิ่งที่น่ากลัว เคลวินขมวดคิ้วเขานิ่วหน้าบึ้งตึง ยัยคนนี้ทำเหมือนกับว่าเขาเป็นโจรบ้ากามที่จ้องจะพรากพรหมจรรย์จากเธอตลอดเวลา มีแต่สาวๆ ที่กระโจนเข้าใส่เขาจนเกิดความเบื่อหน่าย แต่...เธอคนนี้วิ่งหนี หนีไม่พอยังกระโดดลงไปในแม่น้ำไทเบอร์เพื่อหนีให้ห่างจากเขาอีก แปลก!!?

“คนพึ่งอาบน้ำเสร็จเธอคิดว่าฉันควรจะใส่ชุดอะไรล่ะ อีกอย่าง...นี่ห้องส่วนตัวฉัน ฉันจะถอดจะใส่อะไรมันก็เรื่องของฉันนี่”

เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากว้าง วาดสองแขนสองขากางเต็มพื้นที่โดยที่คนเจ้าปัญหาส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดไม่หยุด

“หยุดเสียทีเถอะน่า จะร้องทำไมนักหนา!!? ไม่ได้แก้ผ้าแก้ผ่อนเสียหน่อย ยังมีผ้าปิดอยู่จนมิด หรือว่า...ไอ้ที่ร้องอยู่นี่เพราะยังไม่เห็น จะได้จัดให้เป็นบุญตาเสียเลย”

ชายหนุ่มตวาดเสียงขุ่นน้ำเสียงเริ่มจะหงุดหงิด

“อี๋ๆ อย่านะ...อย่านะ ไม่เห็นอยากจะดูหนอนสกปรกน่าเกลียดให้เสียสายตาหรอก เชิญคุณไปเปิดให้ผู้หญิงของคุณดูโน้นไป!!?

 ทิชากรกระทดตัวถอยหลังลุกลน เธอแอบซุกตัวตรงซอกมุม ยกมือขึ้นปิดนัยน์ตาและโวยวายเสียงดังลั่น

“หนอนสกปรก!! เธอคิดว่าลูกชายของฉันน่ารังเกียจและเป็นแค่หนอนอย่างนั้นเหรอ”

ชายหนุ่มครางเสียงแห้ง พญามังกรจอมอหังการถูกเปรียบเปรยเป็นแค่หนอนน้อยตัวกระจิ๊ดลิดแถมสกปรกน่ารังเกียจจนไม่อยากจะมองเห็น...

เคลวินอยากจะจับยัยนั่นทุ่มกับพื้น ที่เธอบังอาจดูหมิ่นร่างกายส่วนที่เป็นความภูมิใจของเขา เปรียบเปรยเสียมันหมดราคา ดูไม่มีค่าและน่าหวากหวั่น เอาเถอะๆ เอาเถอะน่า วันหนึ่งเขาจะทำให้เธอครางเรียกร้องไอ้สิ่งที่เธอบอกว่าเกลียดและอยากให้มันฝังแน่นอยู่ในตัวเธอ เขาสัญญา!!? มุมปากเคลวินกระตุกยิ้ม เขาหรี่เปลือกตาลงและวาดแผนการในอากาศ โดยมีทิชากรเป็นเป้าหมาย

“ว้าย!!?

เธอร้องเสียงหลงเมื่อชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืน เขากระตุกชายผ้าเช็ดตัวที่เกาะเกี่ยวสะโพกสอบของเขาและตวัดมันขึ้นพาดบ่าปล่อยให้ร่างกายโป้!!? อวดบั้นท้ายตึงแน่นและปลีขาเพรียวยาวแข็งแรงให้เธอมองเห็นเต็มตา ทิชากรยกมือปิดใบหน้าแน่นๆ รอยแยกระหว่างนิ้วทำให้เธอมองเห็นประติมากรรมสง่างาม ใครว่ารูปปั้นเดวิดที่ตั้งอยู่ในกรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี งดงามที่สุดนั้น ทิชากรขอเถียงแทนเวลานี้ ตอนนี้มีหนึ่งบุรุษที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับรูปปั้นหินอ่อนที่ยืนตระหง่านอวดสรีระของร่างกายที่กำยำและแข็งแกร่งทรงพลัง เคลวิน โดม บุรุษที่เธออยากยกให้เขาเป็นหนึ่งในหนุ่มรูปงาม บั้นท้ายตึงตัวขยับส่ายไหวเมื่อเขาเดินย้ายก้นพาตัวออกไปไกลๆ ที่เธอซ่อนตัวอยู่ เสียดาย!!? อ้ายยย!!?&#@ เธอคิดอะไรอยู่นี่ถึงไปเสียดมเสียดายที่ไม่ได้ยลโฉมส่วนหน้าเพราะเขาเดินหันหลังให้กับเธอ...

“อี๋!!? ตาบ้า นึกว่ารูปร่างดีเพอร์เฟคไง ถึงได้เดินแก้ผ้าอวดโฉม ใคร? เขาอยากดูกันเล่า”

 ทิชากรบ่นอุบอิบแต่เธอก็ไม่สามารถชักสายตากลับมาได้ ดวงตากลมโตแอบมองผ่านง่ามนิ้วมองตามจนชายหนุ่มหายลับไปหลังฉากกั้นห้อง...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

350 ความคิดเห็น

  1. #28 Love Have (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 15:39
    ถึงกับตลึงเลยหรือค่ะ  ระวังนะจะหลงเสน่ห์เคลวินเข้าเหมือนกับคนอ่านนะคะ
    #28
    0
  2. #16 Faii Kanokkan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 16:24
    อัพต่อเร็วๆนะคะ สู้ๆ รออ่านอยู่นะ
    #16
    0
  3. #14 นงลักษณ์ ไพบูลย์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2558 / 22:40
    สรุปว่าอยากเห็นด้านหน้า รึป่ะ
    #14
    0
  4. #13 poppy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 21:08
    อืม...ค้างอะ...แต่ก้อจะรอค่ะ
    #13
    0
  5. #12 poppy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 20:55
    อืม!เสียดาย.........รออ่านต่อค่ะ
    #12
    0