จอมมารบัญชารัก

ตอนที่ 17 : บทที่9.ลาก่อนความทรงจำแย่ๆ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    17 มิ.ย. 58


เวิ่นเว้อสักนิด
แหะ ความจำไม่ดีลงถึงตอนไหนไม่รู้เลยยกมาทั้งตอนเลยนะคะ อย่าโกรธกันนะ เขากำลังมึน โปรเจคยักษ์ทำเอาหัวสมองไม่จำอะไรเลย อยากแต่จะพิมพิ์ๆๆๆ 400 หน้างานหินโคตร แต่ก็ต้องสู้เพื่อความฝัน ขอกำลังใจให้เขาโหน่ยยยยยยยย อยากได้เยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#โหมดพำเพ้อ......
บทที่9
.ลาก่อนความทรงจำแย่ๆ

หลุยส์สาวเท้าเร็วๆ เดินเข้าไปหาผู้หญิงของเจ้านาย เขาคงต้องกันตัวเธอออกให้ห่าง ก่อนที่พายุใหญ่จะกระหน่ำซัดเธอจนอาจจะหมดแรงยืน หรืออาจจะเลวร้ายไปกว่านั้น

“คุณหลุยส์ เขาให้ฉันกลับได้แล้วค่ะ ช่วยไปส่งที่แอร์พอร์ตหน่อยได้ไหมค่ะ?!!

ริมฝีปากสั่นแทบจะกระทบกันกึกกัก แต่เธอก็สามารถเค้นเสียงออกมาจนได้ในที่สุด

“ครับ”

หลุยส์มองวงหน้าซีดเซียว ดวงตาของเธอแดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเสียใจ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับเคลวินเจ้านาย รู้แต่ว่าเธอคงเจ็บช้ำพอดู แต่เธอก็ยังเก็บอาการได้ดีจนเขาแอบนับถือความอดทน เจ้านายเองก็เถอะดูก็รู้ว่ารู้สึกไม่ได้ต่างอะไรกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้าเขานี่เลย ในเมื่อเคลวินเป็นมหาอำนาจ เขาอยู่กับความเลวร้ายและเหี้ยมโหดจนกลายเป็นความเคยชิน และเจ้านายเก็บอารมณ์ได้ดีใต้แววตานิ่งสงบ ไม่เคยมีใครคาดเดาได้ว่าชายหนุ่มรู้สึกอย่างไร แต่วันนี้ไม่ว่าใครดูก็รู้ว่าเจ้านายกำลังโกรธจัด จนอาจจะฆ่าใครสักคนได้หากทำให้เขาไม่พอใจซ้ำ และที่สำคัญเจ้านายไม่เคยมีปฏิกิริยารุนแรงกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน เท่าที่เคยเห็นอย่างมากก็แค่พอใจนิดๆ แต่กับเธอผู้นี้ชายหนุ่มทุ่มเทขนาดหนัก กับเครื่องเพชรมูลค่าหลายร้อยล้านยูโร

เคลวินเกร็งมือที่กำราวระเบียงแน่น เขาถลึงตามองไปยังทิชากรและลูกน้องคู่ใจ อยากจะโผลงไปยื้อยุดเธอไว้ แต่หากทำแบบนั้นใครเล่าจะเกรงกลัวเขาอีก เมื่อเขากลายไปคนไม่อยู่กับร่องกับรอย พลิกลิ้นไปมาไม่เข้มแข็ง ยัยบ้านั่นก็ใจแข็ง น้ำตาสักหยดก็ไม่มีให้เห็น จะร้องขอความเมตตาจากเขาบ้างก็ไม่มี ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและว่างเปล่าจนเขาเจ็บจุก หึ!! เสียงหัวเราะเยาะหยัน ไม่รู้ว่าเย้ยหยันใครระหว่างตัวเขาเองกับแม่นกน้อยที่กำลังจะโผบินออกไปจากกรงทองอันแสนสุข แต่เธอไม่ต้องการและไม่ปรารถนาจะอยู่ เธออยากโผบินออกไปรับอิสรภาพ ช่างสิ... แค่ผู้หญิงคนเดียว!! อีกไม่นานเขาจะมีใหม่ จะมีให้ครบทั่วทุกประเทศ เธอจะได้รู้ว่าเธอไม่มีค่ากับเขาเลยสักนิด เขาไม่แคร์หรอกแค่ผู้หญิงคนเดียวที่ไม่ต้องการ ยังมีสาวๆ สวยๆ อีกมากมายก่ายกองที่ปรารถนาอยากให้เขาไปนอนแนบข้าง

“ปัง!!

เสียงกระแทกประตูดังปังใหญ่!! เมื่อชายหนุ่มไม่สามารถทนมองเธอเดินจากเขาไปได้ เขากลัวว่าตัวเองจะพ่ายแพ้จึงตัดสินใจหันหลังให้ ก่อนที่จะขายขี้หน้าคนอื่นๆ โดยการวิ่งลงไปยื้อทิชากรเอาไว้ด้วยตัวเอง

น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลรินเมื่อสิ้นเสียงดังกัมปนาท เธอยกมือขึ้นปิดปากไว้จนแน่นกลั้นเสียงสะอื้นไว้สุดความสามารถ ไหล่เล็กๆ ไหวสะท้านและแทบจะทรุดฮวบลงไปกองที่พื้น ความเจ็บปวดหลั่งไหลเข้ามากลางใจ ความเจ็บช้ำตีกลางแสกหน้า และมันเจ็บแทบขาดใจตายเลยทีเดียว

“คุณ!!

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ นกทนได้ นกต้องทนให้ได้ใช่ไหมคะ?!!” ดวงตาคู่งามฉ่ำน้ำตา เธอเม้มเรียวปากหลังจากพูดจบ

หลุยส์อึ้ง!! ไม่รู้สิว่าเขากำลังคิดสงสารและเห็นใจผู้หญิงของเจ้านายคนนี้ เธอดูไร้เดียงสา ไร้จริตมายา ไม่เหมือนคู่ควงคนเก่าก่อนของเจ้านายสักนิด แววตาเธอใสซื่อสะอาดไม่มีเล่ห์กล

“ไปกันหรือยังคะ นกไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว นกอยากกลับบ้าน แต่...เอกสารของนกทั้งหมดอยู่ที่คณะทัวร์ ไม่รู้?!! ว่าเขาจะฝากไว้ให้นกที่เคาว์เตอร์โรงแรมหรือเปล่า ผ่านมาหลายวันแล้วด้วยนะคะ” เสียงเครือสะอื้นเอ่ยขึ้นช้าๆ

“ผมเก็บไว้ให้แล้วครับ เดี๋ยวผมไปเอามาให้”

หลุยส์ชี้แจงให้ทิชากรทราบ เขาอยากยื้อเวลาให้นานขึ้นอีกสักนิด เพื่อเจ้านายอาจจะเปลี่ยนใจกะทันหัน

“นกไปรอที่รถนะคะจะได้ไม่เสียเวลา”

เสียงแหบสั่นเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่เจ้าตัวรีบเดินออกไปยังหน้าประตู เธอไม่สนใจว่าเวลานี้จะดึกดื่นเพียงใด รู้แค่ว่าเมื่อถูกเสือกไสไล่ส่ง เธอก็ไม่มีหน้ามายืนรอรับความเมตตาจากเจ้าของบ้าน ในเมื่อเขาไม่อยากเห็นหน้า ก็จะขอไปให้ไกล และจะไม่กลับมาเหยียบอิตาลีอีกครั้งชั่วชีวิต สาปส่งกันไปเลยแม้สิ้นลมหายใจก็จะไม่ย้อนกลับมาให้หัวใจชอกช้ำเพิ่มขึ้น

หลุยส์เดินถอยหน้าถอยหลัง เขาพยายามชะเง้อคอมองเพื่อเจ้านายหนุ่มอาจจะเปลี่ยนใจ บอดี้การ์ดคู่ใจหนักใจแทนเคลวินและสาวน้อยที่กำลังจะจากไป เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนั้นเพราะกำลังหลับฝันดี สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังปานฟ้าฝ่าของเคลวินเจ้านาย น้ำเสียงขุนขวางฉุนเฉียวดูเจ้านายหนุ่มหุนหันไม่เป็นตัวของตัวเอง

ร่างเล็กดูบอบบางและหดหู่ เธอยืนรออยู่ข้างรถยนต์คันหรู โดยไม่ปริปาก ทั้งๆ ที่อากาศภายนอกเย็นเฉียบ แต่ร่างเล็กๆ นั่นกับยืนเฉย เหมือนเธอไม่รับรู้อะไรรอบๆ ตัวเลยสักนิด หลุยส์สาวเท้าเดินให้เร็วขึ้น ไม่ว่าเขาจะพยายามยื้อเวลาออกไปให้นานแค่ไหน ก็คงไม่มีทางทำได้สำเร็จ เมื่อไอ้เรื่องปากแข็ง อ่อนไม่เป็นนั้นต้องยกให้เคลวินเจ้านาย

“ผมพยายามช่วยแล้ว เจ้านายไม่ลดทอนความโกรธลงมาเลย ก็สุดแล้วแต่โชคชะตากำหนดเถอะครับ!!

เสียงพึมพำรอดริมฝีปากหนาหยักเขาส่ายใบหน้าอ่อนอกอ่อนใจกับเจ้านาย

“เชิญครับคุณ”

ประตูรถยนต์เปิดอ้า ร่างเล็กๆ มุดตัวเข้าไปนั่งโดยไม่ปริปากพูดเช่นเดิม

หลุยส์ทำหน้าที่เป็นสารถีคนขับเช่นเดิม เขาขับเคลื่อนรถยนต์คันงามออกไปจากวิลล่าซาเดโต้ช้าๆ เส้นทางมุ่งหน้าตรงไปยังท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโนท่ากาศยานที่เธอจะใช้เดินทางกลับไปยังประเทศไทย ประเทศเล็กทางโซนเอเชีย คนละมุมโลกกับอิตาลี

“ผมจัดการเรื่องตั๋วให้นะครับ คุณนั่งรออยู่แถวๆ นี้ก็ได้ เอาเสื้อนี่ไปใส่ทับไว้อีกชั้นนะครับ อากาศมันเย็นจัด เดี๋ยวคุณจะไม่สบายไปเปล่าๆ”

เป็นเพราะท่าทางเลื่อนลอยของผู้หญิงตรงหน้า หลุยส์จึงอยากสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับเธอบ้าง แลดูคู่ควงคนนี้ของเจ้านายจะไม่เหมือนคนอื่นๆ เมื่อเธอดูหงอยเหงาเศร้าซึมไม่เหมือนคู่ควงคนอื่นๆ ของเจ้านาย เพราะเวลาอยู่ต่อหน้าเคลวินเจ้าหล่อนจะดูเศร้าสร้อยอ้อนวอนไม่อยากจากมา พอหลับหลังเจ้านายเท่านั้นล่ะ เธอดูเริงร่าและพร้อมที่จะถลาไปจับจ่ายเงินก้อนโตที่เจ้านายมอบให้ จริงสิไม่มีคำสั่งนี่นะให้มอบเช็คเงินสดให้เจ้าหล่อน เอ!! เจ้านายลืมหรือว่าจงใจกันล่ะ เอาละซี ปวดหัวแล้วกู!! หลุยส์ครองเอ็ดอึงในลำคอ เจ้านายก่อเรื่องให้คิดเสียแล้ว เธอมาแต่ตัวมีสตางค์ติดตัวไม่เท่าไร เท่าที่เขาแอบสำรวจในกระเป๋าใบเล็กๆ นั่นนะ เห้อ!! เอาไงดีว่ะ ไม่เป็นไรมอบเงินขวัญถุงติดตัวไปให้เธอคงไม่ทำให้จำนวนเงินในบัญชีของเจ้านายยุบลงไปสักเท่าไรหรอก ก็เธอดูน่าสงสารจะตาย

หลุยส์ตัดสินใจเอง เขาหยิบสมุดเช็คของเคลวินขึ้นมาและกรอกจำนวนเงินลงไปพอสมควรเพื่อมอบให้ผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นโดยแอบซุกไว้ในพาสปอร์ตเพราะดูเธอเหม่อลอยและไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

น้ำตาไหลรินร่วงเป็นสาย แม้จะพยายามกลั้นเอาไว้มันก็ไม่ฟังคำสั่งของเธอสักนิด ในเมื่อมันกำลังกลั่นความเจ็บช้ำภายในออกมาทางน้ำตาอุ่นร้อน “ทิ้ง!!” เธอถูกทิ้งเหมือนของไร้ค่าไร้ราคา แต่ก็ดีไม่ใช่รึ!! เธอจะได้อยู่ห่างๆ ผู้ชายที่น่ากลัวอย่างเคลวิน

“เรียบร้อยแล้วครับคุณ”

เวลาผ่านไปนานเท่าไรเธอไม่รู้ รู้แต่ว่าเธอร้องไห้จนแสบตา น้ำตามากมายไหลพรั่งพรูเหมือนเขื่อนแตก มันไหลปรี่ จนทะลักทลาย เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ พยายามยิ้มเต็มที่ แต่ก็ได้แค่รอยยิ้มเซียวๆ

“ขอบคุณค่ะ เอ่อ...รบกวนถอดเจ้านี่ไปคืนเจ้าของด้วยได้ไหมคะ”

แขนเรียวยาวยื่นมาข้างหน้า เธอคงหมายถึงเครื่องเพชรราคาแพงหูฉี่นี่ใช่ไหม หลุยส์งง!! ในเมื่อมูลค่าของมันมากมายจนไม่สามารถระบุได้ เพชรแต่ละเม็ดมาจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนและมอบมันให้กับเธอผู้นี่ แล้วทำไม!! เธอถึงทำท่าเหมือนจะรังเกียจ!! เขาไม่ได้เข้าใจผิด เพราะแววตาของเธอยามทอดมองสายสร้อยดูรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

“เอ่อ...ผมไม่มีกุญแจครับ มันอยู่ที่คุณเคลวิน”

“ค่ะ ช่วยให้เขาส่งลูกกุญแจปลดล็อกไปให้ฉันที่เมืองไทยด้วยนะคะ มีE-Mail ไหมคะคุณบอดี้การ์ด ฉันจะส่งที่อยู่มาให้หลังจากถึงที่นั่นแล้ว ฉันไม่ต้องการเห็นมันอีก ช่วยกรุณานำมันไปคืนให้ผู้ชายคนนั้นด้วย”

อืม...งง...มึน...สับสน เธอไม่รู้หรือไงว่ามูลค่าของสร้อยเส้นงามนี่เท่าไร ไม่ว่าจะสร้อยคอ สร้อยแขน รวมถึงที่อยู่บนข้อเท้าเรียวนั่น รวมกันน่าจะซื้อคฤหาสน์หลังงามกลางกรุงลอนดอนได้แบบสบายๆ ที่สำคัญมันยังไม่ครบ ยังเหลืออีกสองชิ้นคือแหวนโคตรเพชร กับต่างหูพวงระย้า!! ตายห่าเขายังไม่ได้ไปรับมานี่นา ไม่ได้การล่ะ กลับจากส่งเธอ เขาจะต้องถามเจ้านายแล้วล่ะ ว่าจะทำอย่างไรกับสองชิ้นที่เหลือ เมื่อเจ้าตัวดูเหมือนจะไม่ต้องการ

“เอ่อ...”

หลุยส์กระอึกกระอัก แล้วในที่สุดเขาก็ต้องใจอ่อนเมื่อแววตาคู่นั้นร้าวราญเสียจนชายหนุ่มหัวใจแข็งแกร่งยังอดสงสารไม่ได้ เจ้านายนะเจ้านาย กำลังทำร้ายตัวเองอยู่ชัดๆ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่ารู้สึกกับเธอคนนี้มากกว่าคนอื่นๆ ทำไม่ถึงเสือกไสไล่ส่งเธอไปไกลตัวเอง ปวดหัวแทนว่ะ!!

“ขอบคุณค่ะ”

ทิชากรรับตั๋วเครื่องบินและพาสปอร์ตมาไว้กับตัวเองเงียบๆ เธอจ้องมองนามบัตรของบอดี้การ์ดหนุ่มเหมือนจะมองให้ทะลุไปถึงไหนต่อไหน กระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ กับบรรดาภาพวาดที่เธอขนซื้อมาหลุยส์ใจดีสู้อุตส่าห์แบกมาให้ทั้งหมด เธอมองของเหล่านั้นโหลดขึ้นไปบนสายพานเพื่อลำเลียงขึ้นไปเก็บไว้บนเครื่องบินลำโต ภาพความทรงจำอันแสนสุขลอยเข้ามาในหัวสมอง มันทำให้น้ำตาร้อนเริ่มรินไหลออกมาอีกครั้ง เธอจะไม่ลืมช่วงเวลานั้นชั่วชีวิต และจะไม่ลืมความใจร้ายใจดำของเคลวินเหมือนกัน จะขอจดจำไปจนวันตาย และไม่มีทางให้อภัยผู้ชายร้ายกาจคนนั้นเลย ตลอดไป...

“ลาก่อนค่ะคุณบอดี้การ์ด ขอบคุณสำหรับความกรุณาที่มอบให้ฉันจะจดจำไว้ในใจ... ว่าอิตาลีก็ยังมีดีคนดีๆ เหมือนกัน ลาก่อนค่ะ” เธอยกมือขึ้นโบกช้า หมุนตัวเดินจากไปโดยทิ้งหัวใจของตัวเองไว้บนแผ่นดิน “โรม” คงมีสักวันล่ะที่เธอจะยิ้มและกลับมาเป็นคนเดิม แต่มันคงต้องใช้เวลา...แต่คงอีกนานแสนนาน

หลุยส์มองผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจนเธอหายลับไปหลังเกรท เขาจึงหมุนตัวกลับหมดภาระหน้าที่ของตัวเอง ต้องย้อนกลับไปที่วิล่าซาเดโต้ เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้านายหนุ่ม คืนนี้เป็นคืนที่อาจจะติดค้างอยู่ในความทรงจำอีกนาน มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นและมันเหมือนมีบางอย่างผิดรูปผิดรอย เจ้านายเคยเป็นคนที่สุขุม แต่ในคืนนี้ดูเหมือนว่าจะหุนหันทำอะไรปุปปัปโดยไม่ยั้งคิด กลางดึกกลางดื่นกลับส่งคู่นอนกลับ แทนที่จะสุขสำราญกับเรือนกายอวบอุ่นนั้นหรือว่าเบื่อจนเกินทน จึงไม่อยากมองหน้าเธอผู้นั้นอีก ไม่น่า!! เมื่อหัวค่ำยังหวานแหว๋วกันอยู่เลย พอตกดึกเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ถึงได้โมโหฉุนเฉียว ให้ส่งแขกกลับกลางดึกกลางดื่น สงสัยจะผิดใจกัน

...

ทิชากรนั่งซุกตัวบนที่นั่งบนเครื่องเธอดึงหมวกใบใหญ่ปิดบังใบหน้ามากขึ้น เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอกำลังร้องไห้ อีกแล้ว!! น้ำตาร้อนๆ มันไหลออกมาเองทั้งๆ ที่เธอพยายามห้ามสุดความสามารถ ใจเจ้าเอยทำไมถึงอ่อนแอนัก ในเมื่อเขาไม่สนใจก็อย่าไปแคร์เขาสิ ตัวเธอเองแท้ๆ ไม่รักตัวเองกลับไพล่ไปรักใครก็ไม่รู้ เขาใจร้าย ใจดำ เย็นชา และโหดเหี้ยม เป็นเจ้าพ่อที่แสนจะเอาแต่ใจ ไม่เคยสนใจว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับใครบ้าง ขอแค่ตัวเองให้รับผลสำเร็จก็พอ จะต้องเหยียบย่ำใครขึ้นมาบ้างกูไม่สน

เวลาเกือบ7ชั่วโมงบนเครื่องบินชั่งทรมานสุดฤทธิ์ เธอรู้สึกเหมือนว่ามันนานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ ดวงตาเธอแห้งผากเมื่อน้ำในตัวไหลออกมาทางดวงตาคู่นี้จนหมดสิ้น เส้นริ้วแดงก่ำมองเห็นเด่นชัดมันกระจายอยู่ในดวงตาคู่งาม เธอค่อยๆ เดินตามผู้โดยสารท่านอื่นๆ เมื่อพญานกเหล็กแรนดิ้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหลังเทียบท่าและต่อทางลงกับตัวเครื่อง ประตูเปิดออกอนุญาตให้ผู้โดยสารทยอยลงจากเครื่องได้ เกิดความอลหม่านขึ้นมาแบบปุปปัป คนไหนที่มาท่องเที่ยวก็เริงร่า เพราะจะได้ชื่นชมบรรยากาศแบบที่ไม่เคยพบเจอ เธอเองแทนที่จะมีความสุขที่หลุดพ้นพันธนาการได้สำเร็จ แต่กลับหงอยเหงาเหมือนกับว่าความสุขทั้งมวลหายไปที่อิตาลีเสียแล้ว

เสียงจอกแจ๊กจอแจของกลุ่มคนรอบตัวดังเหมือนนกตัวน้อยๆ ที่กลับจากการหาเลี้ยงปากท้องต่างแย่งกันพูดแย่งกันคุย สรรพสำเนียงหลายภาษาจากกลุ่มคนที่มาจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อท่องเที่ยวในเมืองไทยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศแสนสวย เมืองไทยมีดีหลายอย่าง ทั้งอาหารการกินและทิวทัศน์ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์

หลังรอกระเป๋าเดินทางและสัมภาระอื่นๆ โหลดลงมาจากตัวเครื่อง ใช้เวลาไม่นานสายพานก็ค่อยๆ ลำเลียงกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารออกมา ผู้คนที่รออยู่กุลีกุจอเข้าไปรับกระเป๋าของตัวเองและต่างก็แยกย้ายออกไปด้านนอกเพื่อหารถยนต์บริการไปส่งยังสถานที่ที่ต้องการ

ทิชากรคว้ากระเป๋าบวกสัมภาระของตัวเอง เธอยกมันวางบนรถเข็นเพราะทั้งกระเป๋าและสัมภาระมีมากกว่าหนึ่งอย่าง ภาพวาดที่อุตส่าห์หอบหิ้วมาจากโรม เธอมองมันด้วยความเศร้าใจ

“เข้มแข็งไว้นก ไม่มีอะไรต้องกลัว ช่างมันเถอะ!!

เธอพยายามปัดความทุกข์ในใจทิ้งไป เมื่อต้องตัดใจทิ้งความทรงจำแย่ๆ ไว้ที่ประเทศในฝัน ก็ต้องเข้มแข็งและยืนให้ได้ เธอค่อยๆ เข็นรถเข็นตรงไปยังช่องทางบริการเพื่อจัดการหารถแท็กซี่ไปส่งยังที่พักตัวเอง เอาของกลับไปเก็บที่คอนโดเล็กๆ ที่เธอยังเช่าอาศัยอยู่ ก่อนจะกลับบ้านไปซุกอกพ่อแม่และกลับมาตั้งตนหางานทำ เวลาคงช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นหลังจากนี้ไป

บรรยากาศรถติดกลางเมืองกรุงยังคงเหมือนเดิม อากาศร้อนๆ ก็ยังเหมือนเช่นเดิม เธอกลับมาอยู่ในที่คุ้นเคยแต่กลับไม่มีความสุขเลย เพราะอาจจะเป็นด้วยสาเหตุที่เธอยังไม่สามารถลืมได้ แม้จะพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถสลัดความทรงจำนั้นออกไปจากใจได้

“ถึงแล้วครับคุณ”

“ค่ะ”

ทิชากรสะดุ้ง เธอหยิบสตางค์จ่ายค่าโดยสาร พร้อมกับก้าวเท้าลงจากรถแท็กซี่บริการ ชายวัยกลางคนรีบลงมาช่วย เนื่องจากสัมภาระของลูกค้ามีไม่ใช่น้อย กระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ แต่กล่องใบใหญ่ที่บรรจุภาพวาดสีน้ำ สีน้ำมันที่เธอหอบหิ้วกลับมาด้วยจากโรม ก่องใบใหญ่ที่เธอมองเห็นแล้วพาลให้เจ็บจี๊ด แต่เพราะความทรงจำช่วงนั้นมันแสนสุขจึงไม่อยากโยนทิ้งให้เสียของ เก็บเอาไว้ชื่นชมและเตือนใจตัวเองดีกว่า ต่อไปนี้เธอคงสาปส่งการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างบ้านต่างเมือง เพราะกลัวว่าจะเจอเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม

“ช่างมันเถอะนก!! ลืม...ต้องลืม”

เธอสูดลมหายใจเข้าปอด เฮือกใหญ่ๆ สิ่งที่เสียไปไม่สามารถเรียกคืนได้ ก็อย่าไปสนใจกับมัน เมื่อยังมีอนาคตรออยู่เบื้องหน้า ถ้ามัวย่ำอยู่ที่เดิมเธอคงต้องเจ็บเช่นนี้ไปอีกแสนนาน

“สู้โว้ย!! สาวไทยใจกล้า ไม่มีอะไรต้องกลัว”

ลูกอีสานของแท้ ลูกหลานเมืองย่าโม่ เมื่อท่านเป็นวีรสตรีผู้เข้มแข็งแล้วไฉนเลยลูกหลานของท่านจะมามัวสนิมสร้อย ท้อแท้กับสิ่งที่เสียไปและไม่อาจเรียกคืน ทิชากรเป็นคนนครราชศรีมา มาแต่กำเนิดเธอไปร่ำเรียนหนังสือในเมืองกรุง ครอบครัวค่อนข้างไปทางมีกินเพราะพ่อกับแม่ เปิดร้านขายข้าวขาหมูอยู่ใกล้อนุสาวรีย์ย่าโม กิจการขายดิบขายดีจนมีเงินส่งเสียให้ทิชากรเข้าไปร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง และเธอก็ประพฤติตัวอย่างดี ขยันเรียนจนเกรทเฉลี่ยออกมาสูงลิบ รางวัลสำหรับคนเก่งคือตั๋วไปเที่ยวต่างประเทศสถานที่ที่เธอใฝ่ฝันมาตลอดแต่เป็นหายนะในของชีวิตเธอ เมื่อได้เจอะเจอกับเคลวิน!! บุรุษหนุ่มที่เป็นมหาอำนาจและกระชากความสาวสดไปจากเธอหน้าด้านๆ

เธอลากกระเป๋าและอุ้มกล่องใบใหญ่ยักษ์เดินขึ้นไปบนที่พัก ประตูเปิดกว้างเมื่อเธอหมดแรงต้องวางกล่องใบใหญ่ไว้ ค่อยๆ ลากเขาห้องนอนสาวโสดที่ใช้ซุกหัวนอนตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง

“พรูว์!! หนักเป็นบ้า”

ห้องนอนสีขาวสะอาดแต่วันนี้กลับดูหม่นมัว มันก็คงเหมือนกับตัวเธอใช่ไหมที่ถูกแต่งแต้มสีอื่นๆ จนไม่ได้สีขาวสะอาดเหมือนเดิม

...

แสงไฟสว่างจ้าทั่วตัวตึก แสงสาดส่องเป็นลำยาวเหมือนดังเช่นเวลากลางวัน หลุยส์ยกข้อมือขึ้นดูเวลา 00:02 นี่เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่ ทำไมถึงได้เปิดไฟเกือบทุกดวงไม่หลับไม่นอนกันหรือย่างไร

“พี่หลุยส์!!

“เกิดอะไรขึ้นว่ะ!!

“เจ้านายสิพี่อาละวาดอยู่ เมาปลิ้นเลย!!

“คุณเคลวินนี่นะเมา?!! ล้อเล่นหรือเปล่าว่ะ คอทองแดงแบบคุณเคลวินเมามิกินเหล้าเป็นโอ่งๆ รึ!!

“ยิ่งกว่าโอ่งอีกนะพี่ อาบเลยเชียวล่ะ พอมึนๆ ก็อาละวาดแบบนี้ไงครับ พวกผมเอาไม่อยู่แล้วพี่หลุยส์ เจ้านายฤทธิ์เยอะชิปหาย!!

“จริงเหรอ เป็นอะไรล่ะ”

“ไม่รู้ครับ ได้ยินแต่เสียงโวยวายก่นว่าผู้หญิง...”

“ผู้หญิง...”

“ครับ ผู้หญิง!!

หลุยส์ปวดหัวตึบๆ ความวัวพึ่งจะบินหายลับฟ้าไปหยกๆ ความควายก็กำลังคลุ้มคลั่งอาละวาดขว้างปาสิ่งของเสียงดังโครมคราม เหมือนกับเป็นการระบายความไม่พอใจไปกับการออกแรง

“หลุยส์ ปายแล้วใช่ไหมมม!!” นัยน์ตาหรี่ปรือเผยอขึ้น ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงอ้อแอ้

“ครับ!!

“ไปสะได้ก็ดี ยัยงี่เง่า มาๆ มาลัลล๊ากานดีกว่า อยากไปก็ไปเล๊ย!!

ชายหนุ่มยกแก้วบรั่นดีขึ้นชู เขาไม่วายแอบเหน็บถึงคนที่จากไป ดวงตาสีคาราเมลลุกวาว ในเมื่อไม่เป็นที่ต้องการเขาก็จะไม่ใส่ใจและชายตาแล

“เจ้านายครับ เอ่อ...”

“อารายว่ะ คนจากินเหล้า ว่ามาเสียเวลาชิป!!

“เครื่องประดับที่เหลือจะให้ผมทำอย่างไรดีครับ ของพึ่งเสร็จผมไปรับมาแต่ลืมเอาให้เจ้านาย”

เคลวินชะงักกึก ชายหนุ่มหยุดนิ่งเหมือนถูกปิดสวิตซ์ ลำตัวแข็งเกร็งก่อนจะโบกมือให้หลุยส์และสั่งเสียงดังกังวาน

“เอาไปทิ้ง!! หรือไม่ก็ส่งให้ยัยนั้นไป ฉันไม่อยากเห็นให้เสียอารมณ์”

“คุณผู้หญิงบอกว่าจะส่งคืนทั้งหมดให้เจ้านาย ถ้าจะส่งกุญแจปลดล็อกไปให้เธอครับ”

“อะไรนะ!! ยัยบ้านั่นบอกว่าอะไรนะ”

เคลวินแทบสร่างเมาเมื่อได้ยินคำตอบของลูกน้องคู่ใจ ยัยผู้หญิงบ้าอวดดี แม้แต่ของที่เขาให้เธอก็ไม่ต้องการหรือ!!? อวดดีเกินไปแล้ว

“เธอจะส่งของทั้งหมดมาคืน ถ้าเจ้านายส่งกุญแจปลดล็อกไปให้”

“อวดดี!! ไม่ต้องส่งไปให้เธอ ให้มันอยู่แบบนั้นแหละ ดูสิว่าจะทนได้สักกี่น้ำ ปล่อยเลยตามเลย ช่างเธอเถอะ!!

เคลวินแสยะยิ้ม เขายกแก้วบรั่นดีจรดริมฝีปาก สาดแอลกอฮอล์แรงๆ ให้ไหลลงไปในลำคอ เขากัดฟันกรอดๆ ยัยนั่นอวดดีเกินไปจนไม่ยอมรับของกำนัลราคาสูงที่เขามอบให้เชียวหรือจะเกลียดชังอะไรกันหนักหนา ถ้าเป็นสาวๆ คนอื่นๆ ปานนี้ยังร่ำไห้ไม่หยุดเพราะเสียดายโอกาสที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา เกินไปแล้วนะ เกินไป เดี๋ยวพ่ออาละวาดให้กระเจิง

“ผมเขียนเช็คให้เธอไป จำนวนหนึ่งนะครับเจ้านาย”

“เธอรับไหม?!!

“รับครับ”

เคลวินเหยียดยิ้ม ในที่สุดทิชากรก็ไม่ต่างอะไรจากคนอื่นๆ ยอมรับเงินหน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่ร่ำร้องขออิสรภาพ

“เธอไม่รู้ครับ ผมสอดไว้ในพาสปอร์ต แต่ป่านนี้น่าจะรู้แล้วล่ะครับ”

เคลวินหน้าชา เขาโกรธจนหน้าตึง อะไรๆ ล้วนแล้วแต่ขัดหูขวางตา ไม่ได้อย่างใจสักอย่าง

“มีเบอร์ยัยนั่นไหม?” สร่างเมาเลยเชียวล่ะ เมื่อหัวสมองหมุนเร็วจี๋ เขาต้องแก้หน้าตัวเองให้ได้ ให้มันรู้ไปว่าผู้หญิงคนนั้นจะมีอะไรดีกว่าคนอื่นๆ ในเมื่อก็แค่ “ผู้หญิง” คนหนึ่ง

“ไม่มีครับ!! รออีเมล์คุณผู้หญิงตอบกลับมาก่อนครับ เดี๋ยวผมจะถามเธอให้”

“...ไปเอาเหล้ามาอีกไปหลุยส์ วันนี้จาเมาฉลองความโสด ได้สลัดยัยผู้หญิงเรื่องมากไปไกลๆ ตัวได้ มานต้องเลี้ยงใหญ่!!

เสียงอ้อแอ้ยานคางสั่งการลูกน้องคู่ใจ ร่างกายเหม็นคละคลุ้งเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจาย ใบหน้าคร้ามคมแดงจัด ดวงตาคมดุหรี่ปรือ พร่ำคำพูดพึมพำเบาๆ ทุกคำล้วนแต่ต่อว่าต่อขานคนที่จากไป ทั้งๆ ที่ปากบอกว่าดีใจ แต่ลักษณะทางกายภาพบอกว่ากำลังเสียใจสุดซึ้ง หลุยส์ส่ายใบหน้า เขานำของที่เจ้านายต้องการมาส่งให้ พร้อมกับคอยดูแลแบบใกล้ชิด กว่าที่เคลวินจะสงบลงได้ พระอาทิตย์ยามเช้าก็โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาพอดี เจ้านายเมามายฟุบหลับ ครั้งแรก!! ครั้งแรกนับตั้งแต่เขาติดตามเคลวินเจ้านาย ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะทำให้ชายหนุ่มเมามายจนไม่รู้ตัว หลุยส์เหลือบมองขวดเหล้าสารพัดยี่ห้อ ที่กองเกลื่อนกราด ขวดล้มกลิ้งระเกระกะ ประมาณด้วยสายตาน่าจะเกินสิบขวดขึ้นไป ไม่แปลกหรอกเมื่อแอลกอฮอล์ปริมาณมากขนาดนั้น ยังสามารถล้มช้างตัวใหญ่ๆ ได้ แล้วนับประสาอะไรกับแค่มนุษย์เดินดินธรรมดาอย่างเจ้านาย จะเมาล้มกลิ้งไม่เป็นท่า

ตื้ดๆ...

เสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือส่วนตัวในกระเป๋าเสื้อสูท มันสั่นไหวเมื่อมีข้อความเตือน หลุยท์ล้วงโทรศัพท์รุ่นล่าสุดบางเฉียบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ชายหนุ่มกดรหัสปลดล็อกและรีบเปิดดูด้วยความรวดเร็ว

จดหมายอิเลคโทรนิคมีข้องความเข้า มือใหญ่ๆ สั่นเทาเมื่อกดเปิดอ่าน รอยยิ้มสมใจแต้มที่มุมปาก เมื่อเห็นข้อความที่อยู่ในจดหมายนั่น คือจดหมายของคนที่ทำให้เจ้านายสิ้นสภาพการเป็นผู้ยิ่งใหญ่ หมดคราบความองอาจกลายเป็นคนขี้เมาปากแข็ง!!

“ผมขอโทษ... ผมหวังดีกับเจ้านายครับ หวังว่ามันคงทำให้เจ้านายตาสว่างได้บ้าง วันนั้นเจ้านายอาจจะขอบคุณผม หรือจะด่าว่าผม “เสือก” ก็สุดแล้วแต่...แค่ผมไม่อยากเห็นเจ้านายอยู่ในสภาพเช่นนี้ ขอโทษครับ!!?

หลุยส์มองเจ้านายนิ่งๆ เขาเรียกบอดี้การ์ดคนอื่นมาช่วยกันหามเคลวินขึ้นไปนอนบนห้อง กว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เช็ดเนื้อเช็ดตัวทำความสะอาดให้เจ้านายจนเสร็จต้องผจญกับการสะบัดเนื้อสะบัด ดิ้นเหมือนหวงตัวจัด เสียงอ้อแอ้โวยวาย ร้องห้ามและก่นว่าถึงคนที่อยู่ไกลคนละซีกโลก

“ไปเล๊ย ไปไหนก็ไป อยากไปก็เชิญ ใช่อยากง้อ”

“ผมไปนะพี่หลุยส์”

“อืมไปเถอะ เดี๋ยวที่เหลือพี่ดูเอง”

“ครับ”

พอบอดี้การ์ดทยอยออกไปหมด ห้องนอนกว้างก็เงียบงัน มีเสียงพึมพำของเคลวิน ดังขึ้นเป็นบางครั้ง หลุยส์เดินหาของสำคัญ เพื่อจะส่งมอบให้ทิชากร เขาค้นหาเจอในที่สุดกุญแจดอกสำคัญที่จะเป็นตัวกลางระหว่างเจ้านายและผู้หญิงคนนั้น หลุยส์มองกุญแจปลดล็อกและฉีกยิ้มกว้างเขาคงต้องไปจัดการส่งให้เจ้าตัว ปลดพันธนาการของเคลวินเจ้านายออก อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำอย่างที่เขาคิดเอาไว้หรือเปล่า แต่มันจะเป็นชนวนเหตุให้เจ้านายมีข้ออ้างในการไปทวงคืน ถึงมันจะดูอิลักอิเหลื่อแต่มันก็เป็นหนทางเดียวที่เขามองเห็น

หลุยส์แพ็คกล่องอย่างดี เขาจัดการด้วยตัวเองก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของเจ้านาย จัดการมอบหมายธุระสำคัญให้กับบอดี้การ์ดคนหนึ่ง นำมันไปมอบให้ทิชากรด้วยตัวเองถึงประเทศไทย

อาลองโซพยักใบหน้าหงึกงัก เขาพูดไทยได้พอสมควร จึงถูกระบุให้เป็นคนนำของสำคัญไปส่งถึงประเทศไทยด้วยตัวเอง

“ส่งให้ถึงมือนะ ห้ามฝากหรือส่งต่อ ต้องมอบให้คุณผู้หญิงด้วยมือของนายเอง ฉันอนุญาตให้เที่ยวที่นั่นได้หนึ่งอาทิตย์ ฉันคาดว่าเธอน่าจะเอาออกขายทันที ที่ปลดล็อกได้ ผู้หญิงเจ้าคิดเจ้าแค้น คิดอะไรตื้นๆ ถึงคุณผู้หญิงจะไม่ได้อยากได้เงิน แต่คงทำเพื่อความสะใจมากกว่า”

“ครับ”

“ส่งข่าวมาทันที หากเธอนำมันออกประมูล ของมีราคาที่ทั่วโลกจับตาอยู่ คงขึ้นหน้าหนึ่งตามสื่อ สายด่วนถึงฉัน!! ทันที”

“ครับ” อาลองโซรับคำหนักแน่น เขาเองก็รอลุ้นปฏิกิริยาของเจ้านายอยู่เหมือนกัน หากคุณผู้หญิงนำเครื่องเพชรออกประมูลจริงๆ เจ้านายจะตอบโต้อย่างไร ในเมื่อเครื่องเพชรชุดนี้ เจ้านายหนุ่มต้องการมอบให้เธอโดยเฉพาะ แค่คิดก็เริ่มสนุกแล้วอยากรู้เหมือนกัน ว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ตกเป็นลองอีกฝ่ายงานนี้คงตองติดตามแบบใกล้ชิด แบบติดขอบสนามเชียวล่ะ เพราะมันอาจจะหมายถึง ตำแหน่งสำคัญของ “โดม” เมื่อมันยังว่างอยู่ไร้เงาคนที่จะครอบครอง...

++++++++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

350 ความคิดเห็น

  1. #228 Love Have (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 16:22
    หลุยส์ช่างเป็นบอดี้การ์ดที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ
    #228
    0
  2. #108 ja-aor (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 09:13
    หลุยส์จะมีคู่กับเค้ามั้ยอ่ะ
    #108
    0
  3. #106 Maya (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 16:32
    งานนี้เหล่าบอดี้การ์ด จะช่วยเจ้านายได้มั๊ยน๊อ ^^
    #106
    0
  4. #105 ต้นหญ้า ลมหนาว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 14:30
    น่าสนใจ  น่าติดตาม  ว่าหลุยส์จะวางแผนอะไรค่ะ

    รอค่ะ  รอตอนต่อไป


    เป็นกำลังใจให้นะคะ  ขอบคุณค่ะ
    #105
    0