จอมมารบงการรัก

ตอนที่ 13 : บทที่12.ใจเริ่มจะไหวหวั่นกับจูบแรกที่คุ้นเคย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 ม.ค. 57


บทที่12.ใจเริ่มจะไหวหวั่นกับจูบแรกที่คุ้นเคย

                “ป๋าจันทร์เจ้าต้องเดินทางไปภูเก็ตเพื่อทำงาน อาจจะสามถึงสี่วันที่จันทร์เจ้าต้องพักอยู่ที่นั่น เพราะต้องถ่ายภาพยามว่างของนักธุรกิจดัง อเล็ก แซม คาโนวาเลย์”เตชิลาบอกคุณปราโมทและคุณศรีไพผู้เป็นบิดามารดาเมื่อถึงวันเดินทาง

                “พ่อไปกับจันทร์เจ้าไม่ได้ด้วยซี มีงานต้องเข้าไปดูด้วยตัวเองคุณละว่างหรือเปล่า พอจะลางานไปเป็นเพื่อนลูกได้ไหมละ”คุณปราโมทหันไปถามคู่ชีวิตอย่างปรึกษาหารือเพราะตัวเองติดงานไม่สามารถปลีกตัวไปได้

                “คงไม่ได้หรอกคุณฉันติดคุมสอบนักศึกษา”คุณศรีไพทำหน้ายุ่งเมื่อไม่มีใครว่างพอจะไปดูแลเตชิลาลูกสาวได้ซักคน

                “จันทร์เจ้าโตแล้วนะค่ะ จันทร์ไปคนเดียวได้ มีเพื่อนร่วมทางตั้งหลายคน ทั้งนักข่าวที่ต้องไปสัมภาษณ์ไหนจะเด็กค่อยจัดฉาก ทีมงานเยอะแยะจันทร์เจ้าไม่ได้ฉายเดี่ยวเสียหน่อย”เตชิลาทำเสียงง่องแง่งเมื่อผู้ปกครองมองตัวเธอเป็นเด็กน้อยอยู่ตลอดเวลา

                “พ่อเป็นห่วงนี่ จันทร์เจ้าไม่เคยไปไหนโดยไม่มีพ่อหรือแม่เลยซักครั้ง”

                “ครั้งนี้ไงค่ะ จันทร์เจ้าจะได้โตเป็นผู้ใหญ่เสียที ไม่งั้นป๋ากับแม่ก็คอยจะมองว่าจันทร์เจ้าเป็นเด็กอยู่ร่ำไป”

                “OK…ก็ได้พ่อจะคอยดูความสำเร็จของจันทร์เจ้า”

                “ค่ะจันทร์เจ้ารักป๋ากับแม่ม๊ากมาก จันทร์เจ้าจะไม่ทำให้ใครผิดหวังรวมถึงทุกคนที่ Thai portด้วยที่เปิดโอกาสให้จันทร์เจ้าได้แสดงฝีมือ”น้ำเสียงหนักแน่นเมื่อเตชิลารู้สึกมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อมีกำลังใจจากทั้งคุณปราโมทและคุณศรีไพผู้เป็นบิดามารดา

                “จันทร์เจ้าไปวันไหนละลูก พ่อจะได้ไปส่งจะได้ดูด้วยว่าที่อยู่เหมาะสมหรือเปล่า”

                “ไปวันนี้ค่ะป๋า ออกเดินทางสายๆจันทร์เจ้าจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน แค่หิ้วกระเป๋าไปรวมกับทุกคนก็สามารถเดินทางได้ทันที ที่พักป๋าไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ จันทร์เจ้าไดพักที่โรงแรมเปิดใหม่ของคุณอเล็กเลยเป็นอภินันทนาการของเจ้าของโรงแรมเพื่อโปรโมทไปในตัวเพราะฉะนั้นปลอดภัยหายห่วง”

                “เฮอดูคุณดูลูกบอกเราเอาวันเดินทางเลย แล้วอย่างนี้พ่อจะตามไปดูจันทร์เจ้าได้ยังไง เพราะตอนนี้กำลังติดพันกับงานอยู่”คุณปราโมทหันไปพยักพเยิดกับภรรยาเมื่อไม่สามารถไปคุมเตชิลาได้เหมือนเดิม

                “จันทร์เจ้ากะแล้วว่าป๋าจะตาม เลยไม่บอกป๋าก่อน จันทร์เจ้าไปกับทีมงานที่เป็นผู้ใหญ่จันทร์เจ้าไม่อยากอายผู้ร่วมงานทุกคน ที่มีผู้ปกครองไปเฝ้าเหมือนเด็กไม่รู้จักโต”เตชิลาทำหน้าย่นจมูกยู่ยี่เมื่อคาดการไว้ไม่มีผิด “จันทร์เจ้าไปดีกว่า เดี๋ยวจะสายจนทุกคนรอนาน”เตชิลาวิ่งขึ้นไปด้านบนของบ้านเพื่อหยิบกระเป๋าเดินทางที่จัดไว้แล้ว ดดยมีสายตาของคุณปราโมทที่มองตามอย่างเป็นห่วง

                “คุณลูกอายุ22แล้วนะ ให้แกได้ทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง โอบอุ้มเหมือนไข่ในหินจนแกเปราะบางเหมือนแก้วมากขึ้นทุกวัน ให้แกไปเผชิญหน้ากับความจริงในโลกโดยไม่มีผู้คุ้มครองบ้างจะได้มีภูมิคุ้มกันตัวเองเวลาเจอปัญหา และสามารถผ่านไปได้ด้วยสองมือตัวเองไม่ใช้เราสองคนที่โอบอุ้มอยู่”คุณศรีไพเอ่ยเตือนสามีเมื่อคุณปราโมทแทบจะประคองเตชิลาไว้ในอุ้งมือและคอยกรุยทางให้จนลูกสาวไม่เคยรู้จักกับความลำบาก

                เตชิลาเดินทางมาสมทบกับทุกคนที่ด้านหน้าตึกสำนักงานThai portด้วยชุดหวานแหว๋วกระโปรงผ้าตัดแปะยาวกลอมเท้าและเสื้อแขนตุ๊กตากับกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ ซึ่งผู้ร่วมงานทุกคนแอบมองด้วยความชื่นชมกับความสดใสร่าเริงของเตชิลาที่มากับความสดใสเหมือนกับอากาศยามเช้าที่สดชื่นและแอบสงสารสาวน้อยที่กำลังตกเป็นเหยื่อของสิงโตเจ้าป่าอย่างอีธาน มาส์วาเลสที่จ้องจะตะคลุบเหยื่อที่หวานฉ่ำกัดกินจนไม่เหลือซาก

                “จันทร์เจ้ามาช้าไปไหมค่ะ จันทร์เจ้าว่ากะเวลาดีแล้วเชียวนา”เตชิลาทักทายทุกคนด้วยความเป็นกันเอง รับรู้กระแสแววตาแปลกๆที่มองกลับมาและไม่เข้าใจกับแววตาแบบนั้นจึงสลัดความฟุ้งซ่านออกไป พยายามตั้งใจพิสูจน์ฝีมือให้ทุกคนเห็นเพื่อจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงของทีมงาน

                เสาวลักษ์นักข่าวสาวที่ต้องเป็นผู้คอยสัมภาษณ์ อเล็ก แซม คาโนวาเลย์เดินเข้ามาจูงมือเตชิลาและชักชวนให้สาวน้อยนั่งด้านข้างตัวเอง เพราะรู้สึกเห็นใจเตชิลาที่กำลังตกเป็นเหยื่อของอีธานประธานหนุ่มของThai portอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

                “จันทร์เจ้ามานั่งกับปุ้ยดีกว่า อย่าไปสนใจพวกนี้เลย มีแต่หนุ่มๆมีแค่เราสองคนที่เป็นผู้หญิงเพราะฉะนั้นจันทร์เจ้าเกาะอยู่ใกล้ๆปุ้ยรับรองปลอดภัย”เสาวลักษ์เอ่ยขึ้นอย่างตัดความสนใจของเตชิลาเมื่อมองเห็นว่า สาวน้อยขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อมองเห็นแววตาแปลกๆของทุกคน ในเมื่อทุกคนในที่นี้ได้รับคำสั่งมาจากหัวหน้าตัวเองให้ปิดปากเงียบที่สุดและต้องไม่กระโตกกระตากจนเตชิลารู้ตัว ไมเช่นนั้นอาจจะโดนจอมมารอย่างอีธาน สั่งดองและหมดหนทางเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งของตัวเอง ที่บังอาจสอดมือเข้าไปยุ่งกับเกมล่ากวางสาวเนื้อแน่นของอีธาน มาส์วาเลสสิงโตเจ้าป่าแห่งThai port ทุกคนจึงต้องเก็บปากเก็บคำตัวเอง แม้จะสงสารเตชิลาเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องทำเพื่อปากท้องของตัวเองและครอบครัว อีกอย่างอีธานคงไม่ใจร้ายเมื่อได้ดื่มชิมความหวานหอมของเตชิลา สาวน้อยอาจจะโชคดีได้เป็นเศรษฐีแค่ชั่วข้ามคืน เพราะอีธาน มาส์วาเลสร่ำรวยเสียจนไม่สามารถบรรยายได้ว่าทรัพย์สินของเขามีมากมายเท่าไรจาก การเป็นเจ้าสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลกที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยวัยเพียง32ปี

                “ค่ะ”เตชิลารับคำเพื่อนสาวคนใหม่และเดินเอากระเปาไปเก็บท้ายรถตู้เพื่อเตรียมตัวเดินทาง

                “เราออกเดินทางกันกี่โมงค่ะนี่ จันทร์เจ้าว่าใกล้เวลาแล้วไม่ใช่หรือค่ะ ต้องไปเช็คอินที่สนามบินอีกนะ ถ้าไปช้าพวกเราทั้งหมดอาจจะตกเครื่อง”เตชิลาเอ่ยขึ้นเมื่อทุกคนยังไม่เข้าประจำที่และดูเหมือนว่าจะรีรออะไรบางอย่างอยู่

                “ยังไปไม่ได้หรอกจะ คนสำคัญยังไม่มา ถ้าขืนออกเดินทางไปก่อนพ่อเจ้าประคุณพิโรธขึ้นมาจะเดือดร้อนไปทั้งThai port”เสาวลักษ์นักข่าวสาวผิวเข้มเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้ เมื่ออีธานยังไม่ปรากฏตัวเสียทีและมันจวนเจียนเวลาเดินทาง

                “ใครกันค่ะ จันทร์เจ้าว่ามากันครบแล้วนะนี่”เตชิลาชะโงกหน้าดูทุกคน และเมื่อประเมินดูคร่าวๆก็มีครบทุกตำแหน่งทั้งช่างภาพ นักข่าว ผู้ควบคุมและเด็กผู้ช่วยรวมถึงคนขับรถที่ต้องเป็นคนขับไปส่งที่สนามบิน

                “มาแล้วครับ ขอโทษทีนอนเพลินไปหน่อย แต่ก็มาทันเวลาใช่ไหมนี่”อีธานเอ่ยเสียงร่าเริงเปิดยิ้มกว้างและทุกคนก็เกร็งตัวก่อนจะขยับตัวพรึบพรับก้าวขึ้นรถเพื่อเตรียมเดินทางโดยปราศจากคำพูดใดๆ อีธานยักไหล่กวนๆและแอบถลึงตาใส่ เสาวลักษ์นักข่าวผิวเข้มเมื่อเธอทำหน้าตาไม่พอใจเพียงคนเดียว นอกนั้นก้มหน้าหลบสายตาอีธานเป็นพัลวัน

                ขบวนรถที่ต้องเดินทางไปทำงานและมีเลศนัยแอบแฝงไปด้วยครั้งนี้ เริ่มออกเดินทางอย่างเงียบสงบมีเสียงพูดคุยเบาๆของสองสาวด้านหลังที่ดูจะถูกคอกันเป็นพิเศษ อีธานนั่งกอดอกหน้าบึ้งเมื่อเตชิลาหนีไปนั่งกับเสาวลักษ์นักข่าวผิวเข้มปล่อยให้เขานั่งเพียงลำพังอย่างเงียบเหงา รถตู้มาจอดด้านหน้าสนามบินดอนเมือง ที่มีสายการบินในประเทศไว้คอยบริการหลากหลาย และทางThai port จัดตั๋วเครื่องบินไว้ให้ อีธานก้าวลงจากรถตู้และสีหน้ายังไม่คลายจากความไม่พอใจ เมื่อเตชิลาหลีกหนีไปอยู่กับเสาวลักษ์นักข่าวจนอีธานไม่สามารถแทรกเข้าไปได้เลยซักครั้ง จึงได้แต่รีรออยู่ใกล้ๆ

                “จันทร์เจ้าเราไปรอในเกรทสนามบินกันดีกว่า เวลาที่เขาเรียกจะได้ไม่ต้องรีบ”เสาวลักษ์เอ่ยชวนเตชิลาและแอบยิ้มเยาะอีธานอย่างไม่เกรงกลัวเมื่อเตชิลายังอยู่ใกล้ๆเธอ ก็ไม่หวั่นว่าโดนเขี้ยวอันแหลมคมของสิงโตเจ้าป่าที่กำลังกราดเกรี้ยวเมื่อกวางสาวแอบหลบอยู่หลังกองหินที่มันเกะกะตา

                อีธานมองตามเตชิลาและเสาวลักษ์นักข่าวสาวผิวเข้มไปอย่างไม่พอใจ จนอยากจะฝังเขี้ยวอันแหลมคมลงบนลำคอของนักข่าวสาว เพื่อประกาศอำนาจในการควบคุมฝูงแต่ก็หวั่นเกรงว่าแผนจะแตกก่อนเวลาที่จะได้ลิ้มรสหวานหอมของเตชิลาจึงต้องข่มกลั้นความไม่พอใจของตัวเองเก็บไว้และเดินตามทั้งสองคนไปห่างๆรอดูทีท่าของทุกคนก่อนจะเริ่มลงมือ

                “คุณอีธานเชิญทางนี้ครับ เราต้องไปรอทางด้านโน้นเวลาประชาสัมธ์ประกาศเรียกจะได้ไม่ต้องรีบ”ทีมงานคนหนึ่งที่ใจกล้าเดินมาเชื้อเชิญอีธานให้เข้าไปรอในเกรทรับลอง ความที่เคยเดินทางแต่ชั้นเฟิร์สคลาสที่มีห้องรับรองพิเศษ จึงไม่เคยรู้ว่าชั้นประหยัดจะต้องไปรวมกลุ่มรอให้ประชาสัมพันธ์ประกาศถึงจะขึ้นไปบนเครื่องบินได้ อีธานพยักหน้ารับและเหลือบตามองสองสาวที่ยังคุยกันเมามันด้วยแววตาตัดพ้อ

                เตชิลาแอบมองอีธานอยู่ตลอดเวลาที่นั่งคุยกับเพื่อนใหม่ สาวน้อยแอบหวั่นใจเมื่อรู้ว่ามีอีธานร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนี้แค่ช่วงเวลาในที่ทำงานเตชิลาก็แทบจะสำลักความหวานที่อีธานขยันหยอดให้ตลอดเวลา แต่นี่ต้องใกล้ชิดท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของท้องทะเลที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาเรื่องความสวยงามจนได้สมญานามว่า “ไข่มุกอันดามัน” เมื่อลอบมองอีธานอีกครั้งจึงได้สบนัยน์ตาสีฟ้าใสที่เจือไปด้วยแววตัดพ้อจน เตชิลาสะท้านไหวไปกับแววตาแบบนั้นจนนึกอยากจะผละจากเสาวลักษ์นักข่าวที่ชวนคุยไม่หยุดเพื่อไปปลอบใจชายหนุ่มที่นั่งกอดอกเพียงลำพัง

                ช่วงเวลาเดินทาง45นาทีก่อนเครื่องบินจะร่อนลงบนรันเวย์โดยสวัสดิภาพ อีธานต้องกัดกรามแล้วกัดอีกเพราะ อยากจะกระชากร่างบอบบางของเตชิลามาอยู่ใกล้ๆตัวเองอย่างหวงแหน เมื่อผู้ร่วมทางในสายการบินครั้งนี้มีหนุ่มหล่อหน้าตาดีหลายคนและทุกคนก็พุ่งความสนใจมาที่เตชิลาเป็นตาเดียวกัน ความที่สาวน้อยอัธยาศัยดีจึงแจกรอยยิ้มให้ชาวต่างชาติอย่างไม่ถือตัว แต่มันทำให้อีธานกระวนกระวายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกหวงแหนเกาะติดอยู่ในใจ จึงแอบถลึงตาให้หนุ่มเหล่านั้นเมื่อเดินตามหลังร่างบอบบางขอเตชิลามาติดๆ ผ่ามือหนาที่วางทาบอยู่เบื้องหลังเตชิลาจึงหมุนกายกลับมามองอย่างไม่พอใจ พร้อมที่จะมีเรื่องถ้าถูกลวนลาม

                “หยุดทำไม เดินต่อไปเถอะกระเป๋าจันทร์เจ้าผมจะวางบนชั้นให้เอง”เสียงเคร่งขรึมกับวงหน้าเคร่งเครียดของอีธานทำให้เตชิลาเดินต่อไปยังที่นั่งของตัวเองอย่างสับสนไม่เข้าใจ

                อีธานนั่งอยู่ใกล้ๆแต่คนละแถวกันร่างสูงใหญ่ดูทรมานเพราะขายาวๆที่มันไม่พอดีกับความกว้างของที่นั่งทำให้ต้องงอเข่านั่งอย่างทุลักทุเล เตชิลาแอบอมยิ้มอย่างขำขันเมื่อพอรู้สาเหตุแห่งความไม่พอใจของอีธานซึ่งเข้าใจเอาเอง คงไม่ค่อยชอบโดยสารเครื่องบินเพราะความยาวของลำตัวที่เป็นอุปสรรคจึงทำให้หน้าตาบึ้งตึงตั้งแต่มาถึง

                และแล้วก็มาถึงโรงแรมใหญ่ที่ต้องพักนอนและอาศัยอยู่ที่นี่เกือบสี่วัน กระเป๋าหลายใบถูกชายหนุ่มในกลุ่มทยอยยกลงมาจากท้ายรถยนต์ที่เป็นบริการของสนามบินจนหมด และพนักงานเข็นกระเป๋าก็มายกใส่รถเข็นอีกทอดเพื่อส่งตามห้องพักหลังจากจัดการเช็คอินเรียบร้อย

                เสนาพี่ใหญ่ของกลุ่มเดินไปทำหน้าทีตรวจเช็คและดูข้อมูลการเข้าพักกับประชาสัมพันธ์คนสวยที่นั่งคอยบริการอยู่โดยที่อีธานยืนกอดอกอยู่ด้านนอกไม่พยายามเข้าไปรวมกลุ่มกับทุกคนเกรงว่าจะสะดุดตาเกินไป หมวกไหมพรมใบใหญ่ถูกงัดขึ้นมาจะเป้สะพายหลังเพื่อสวมลงบนศีรษะตัวเองปิดบังจากสายตาที่มองมาอย่างสนใจ เมื่ออาจจะมีหนึ่งในนั้นที่เคยเห็นหน้าตาอีธานจากหนังสือพิมพ์หรือสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆที่ชายหนุ่มมักจะเป็นข่าวขึ้นหน้าหนังสือมาเรื่อยๆ

                การ์ดเปิดประตูห้องถูกแจกจ่ายให้ทุกคนรวมถึงอีธานที่อเล็กจัดให้เป็นพิเศษเนื่องจากอยู่ในแก๊งเดียวกัน ที่สนุกสนานกับนารีมากมายที่งดงามควรค่าในการครอบครอง ซึ่งแผนครั้งนี้อเล็กได้คุยกับอีธานโดยตรงจึงอนุญาตให้ลูกน้องของอีธานมาทำข่าวของตัวเองในครั้งนี้ได้ ทุกคนแยกย้ายไปตามห้องที่ได้รับมา โดยเตชิลาถูกแยกอยู่คนละชั้นกับทุกคน เตชิลาเอนกายลงน้ำบนเตียงกว้างและหลับตาพักอย่างอ่อนเพลียเพราะความตื่นเต้นจึงนอนหลับไม่สนิทกระสับกระส่ายตลอดคืน บวกกับความฝันอันลางเลือนแต่ทำให้หัวใจเต้นแรง ชายในเงามืดที่ปรากฏตัวในความฝันกับรสจูบหวานล้ำที่เตชิลาจำได้ขึ้นใจ แม้จะมองเห็นหน้าไม่ชัดเพราะในความฝันเต็มไปด้วยหมอกควันที่โรยตัวปกคลุมอยู่แต่ เตชิลามั่นใจว่าคนในความฝันคือผู้ชายโรคจิตที่แอบขโมยจูบแรกไปจากเธอที่หาดนางรำจังหวัดชลบุรี เตชิลาผวาตื่นอย่างตระหนกบวกกับความรู้สึกซาบซ่านที่ติดอยู่บนริมฝีปากไม่ว่าจะล้างคราบต่างๆที่เกาะอยู่เท่าไรก็ไม่สามารถลืมได้เสียที เตชิลาหลับไปพร้อมกับความรู้สึกสับสนไม่เข้าใจตัวเองเมื่อน่าจะรังเกียจกริยาจาบจ้วงจากชายผู้นั้นแต่ในส่วนลึกของจิตใจกับจำความรู้สึงหวานล้ำทุถูกส่งผ่านมาทางริมฝีปากหนานั้นอย่างไม่ลืมเลือน

                                                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #23 rainbow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2557 / 15:53
    เฮ้อสงสารเตชิลาจุงเบย ถ้ารู้ว่าโดนเขาหลอก จะเต็มใจให้หลอกมั้ยน้อ
    #23
    0
  2. #21 noonnid (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2557 / 09:38
    อัพไวๆๆๆค่า
    #21
    0