เมียชั่วคราว...

ตอนที่ 5 : คำแนะนำของพ้องเพื่อนๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 พ.ย. 56

 

5.คำแนะนำของพ้องเพื่อนๆ

                ดอจิโน่เดินทางกลับไปยังลอนดอนอย่างอารมณ์ดี ที่สามารถตบตามาดามเรียซ่าไปได้ซักพัก ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในร้าน Best New Electroเพื่อเริ่มงานอย่างยินดี

                มาเมื่อไร ทำไมไม่บอกก่อนล่วงหน้า แต่ก็ดีผมมีธุระพอดี กำลังคิดจะให้ราฟเข้ามาดูให้ คุณก็มาพอดีคาลอสเอ่ยขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาหลังจากตรวจรายรับร่ายจ่ายในบัญชี

                คุณมีธุระอะไรละ นี่มันใกล้คริตมาสต์เข้าไปทุกที ที่ร้านน่าจะวุ่นวายน่าดูผมอุตส่าห์รีบกลับมา

                ผมบอกไว้แล้วนี่ ว่าช่วงคริสมาสต์ผมต้องไปคุมการเดินเรือแทนแด๊ด และก็น่าจะเป็นช่วงนั้นพอดีคาลอสเอ่ยขึ้นเมื่อดอจิโน่ลืมเลือน

                คาร์ค...มีเรื่องอยากถามพอดี ผมว่าการที่หาผู้หญิงมาเป็นกันชนมัมนะ ต้องหาผู้หญิงแบบไหนดี จะได้ไม่เดือดร้อนภายหลังๆจากที่บอกตัดความสัมพันธ์ลง

                เรื่องเดิมๆเหรอ มัมคุณก็ไม่ต่างจากมาดามเรียซ่าเลย ดีแต่ว่าคุณยังมีโอกาสได้เลือก ส่วนผมนะหมดสิทธิ์คิดได้แต่ยอมรับอย่างเดียว

                ประมาณนั้น...ดอจิโน่เอ่ยขึ้นอย่างหมดแรง เมื่อ่รู้สึกเหมือนโดนบีบให้จนมุมลงไปทุกขณะที่เวลาวิ่งผ่าน

                ไว้คืนนี้นะ รอให้ราฟกับกัมปนาทมา เราค่อยมาปรึกษากันอีกที ผมว่ามันน่าจะมีทางออกแม้จะมืดมนเต็มทีคาลอสเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย พยายามปกปิดความรู้สึกของตัวเองไม่ไห้ดอจิโน่รับรู้ว่าเนื้อเต้นขนาดไหนที่จะได้แต่งงานกับคนที่รอคอยและปรารถนามาเนิ่นนาน

                คุณไม่รีบไปหรือ ไหนว่ามีธุระ

                นิดหน่อยนะ เดี๋ยวค่อยไปแค่หาซื้อของใช้ไว้สำหรับการเดินเรือครั้งนี้

                งั้นหรือ งั้นค่อยเจอกันคืนนี้ ผมต้องเข้าไปจัดการเรื่องบางเรื่องให้มันเรียบร้อยก่อน ถ้าปล่อยไว้อาจจะเป็นอันตราย

                ดอจิโน่เดินจากไปปล่อยให้คาลอสนั่งเพียงลำพังอย่างเหม่อลอย

                ดอจิโน่ล้วงโทรศัพท์ส่วนตัวออกมาจากกระเป๋ากางเกงเมื่อมันสั่นเตือนให้รู้ว่ามีสายโทรเข้ามา มือหนายกโทรศัพท์ขึ้นดูก่อนจะกดรับเมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอ

                “คุณมีธุระอะไร ผมคิดว่าเราคุยกันเข้าใจทั้งสองฝ่ายแล้วนะ”เสียงทุ้มๆเอ่ยขึ้นเมื่อกดรับสาย

                “ฉันเข้าใจค่ะ คุณดอจิโน่ถึงวัตถุประสงค์ของคุณ แต่มันจะไม่เป็นการใจร้ายไปหน่อยหรือไงกันค่ะ ถ้าคู่รักจะเจอกันน้อยครั้งจนเกินไป”ลินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานยวนใจ

                “คุณต้องการอะไร บอกมาเลยดีกว่าตอนนี้ผมกำลังยุ่งเต็มที”

                “คืนนี้ มีงานเลี้ยงรับรองของท่านนายก ฉันคิดว่าน่าจะใช้โอกาสนี้เปิดตัวถึงความสัมพันธ์ของเรา”

                “ตกลง ผมจะไปตามนัดคุณแจ้งสถานที่มาได้เลย”

                “ค่ะ คุณจะไม่คิดมารับฉันไปงานพร้อมกันหรือไง ฉากเปิดตัวจะได้งดงามและสะเทือนวงการสมความตั้งใจของคุณ”

                “คุณอยู่ที่ไหนละผมจะได้ไปรับถูก”

                “หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์คงจะงง คบเป็นแฟนกันแต่คุณไม่รู้ว่าฉันพักอยู่ที่ไหน”

                “อย่านอกเรื่องนะ บอกมาผมจะได้ไปรับคุณถูก”

                ลินดาแจ้งที่อยู่ให้ดอจิโน่รับรู้ก่อนจะกดวางสาย และถลาลงไปนอนกลางเตียงพลางวาดวิมานในอากาศยามมีร่างสูงใหญ่คร่อมทับเหนือร่างตัวเอง สองมือเรียวยกลูบไล้ไปตามเนื้อตัวพลางคิดถึงยามมือหนาใหญ่ลูบไล้ตามผิวกายความรู้สึกที่ได้รับคงจะเร่าร้อนและซาบซ่าน

                ดอจิโน่เปิดประตูห้องทำงานเข้าไปและทรุดนั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สมองเฉียบคมคิดคำนวณแผนการอย่างรวดเร็ว มือหนาขีดเขียนบนกระดาษแผ่นโตที่อยู่บนโต๊ะอย่างเลื่อนลอย มาสะดุ้งตกใจเพราะเสียงทักทายอื้ออึงของพ้องเพื่อนทั้งกลุ่มที่นัดรวมตัวกันหลังจากเรียนจบ

                “แดร็กคุณมีนัดหรือเปล่าวันนี้ คาร์คขอตัวไปคนเพราะติดธุระแต่จะมาสมทบตอนดึกหลังจากเสร็จธุระ หวังว่าคุณคงไม่มีธุระสำคัญอีกคนนะ”กัมปนาททรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานเอยถามขึ้นอย่างกระตื้อลือล้น

                “เอาแน่อะไรกับดอจิโน่นะคุณกัน ธุระสำคัญของเขาก็คงไม่พ้นสาวๆในคอเล็คชั่น”ราฟาเอลเอ่ยขึ้น และทรุดนั่งด้านข้างของกัมปนาทสองมือยกหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดูค่าเวลา

                “ผมมีนัดจริงๆแต่จะตามไปหลังจบงาน คาดว่าไม่น่าจะดึกเกินไป”

                “งาน งานเลี้ยงอะไร”ราฟาเอลเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาดูเพราะสงสัยว่า ดอจิโน่ที่เกลียดกลัวงานเลี้ยงนึกยังไงถึงจะไปร่วมงาน

                “งานการกุศลนะ เรื่องนี้ไงที่อยากจะถามความเห็นของทุกคน”

                “ถามพวกเรานี่นะ”

                “ใช่”

                “เรื่องอะไรกันอธิบายมาซิ”

                “ก็เรื่องเดิม พอดีเจอคนที่เหมาะสมจะเป็นกันชนให้นะ ก็เลยอยากถามความเห็นของพวกคุณว่าเห็นด้วยหรือเปล่า”

                “ใครกันละ ที่ตกลงเป็นกันชนให้”

                “ลินดา คลอฟอร์ด”

                “ลินดา คลอฟอร์ดลูกสาวรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศนั่นนะ หล่อนชื่อเน่าจนไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดลอดสายตามาดามดาเรียมัมของนายนะ”

                “เห็นแด๊ดบอกว่ามัมไม่ได้เช็คประวัติเพราะเห็นว่าเป็นถึงลูกสาวของคนมีชื่อเสียง”

                “กรรม แต่ถ้าถามความเห็นของพวกเราผมคิดว่าหล่อนก็เหมาะสมที่สุด เพราะเวลาเลิกราเรามีข้ออ้างในการสิ้นสุดความสัมพันธ์ที่หล่อนไม่สามารถเรียกร้องหรือโวยวายได้เลย”

                “ผมก็คิดแบบนั้นถึงได้ยืนข้อเสนอไป แล้วเธอก็รีบตกลงทันที คืนนี้ถึงต้องไปร่วมงานเพราะเธอจะใช้งานเลี้ยงเป็นการเปิดตัวถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้”

                “เกิดเป็นคนรวยนี้แสนจะลำบากเนอะ มีแฟนที่ก็ต้องคัดสรรให้ดีไม่อย่างนั้น จะพานให้ครอบครัวเสียชื่อ”

                “ผมไม่สนหรอกว่าคนที่จะมาเคียงข้าง จะจนหรือรวยขอแค่เราสองคนพอใจกันและอยู่ร่วมกันด้วยดี ที่สำคัญต้องเป็นคนที่เรารัก”ราฟาเอลเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนหันมามอง แม้กระทั่งคาลอสที่พึ่งเดินเข้ามา

                “ราฟคุณเปลี่ยนไปนะ หลังจากกลับมาจากประเทศไทย น่ากลัวจะทำหัวใจหล่นไว้ที่นั่นถึงได้พูดจาชวนเลี่ยนได้แบบนี้”

                “สงสัยฝากหัวใจไว้ที่น้องเอมิซะละมั้ง คิดถึงเขาก็กลับไปหาซิว้า มานั่งลำพึงลำพันทำไม”

                “พูดบ้าๆ ใครจะไปคิดถึงผู้หญิงแบบนั้น ป่านนี้คงลืมกันไปหมดแล้ว นานเป็นปีไม่เคยติดต่อมาเลย”

                “คุณทิ้งอะไรไว้ให้น้องเขาบ้างหรือเปล่าละ จะให้น้องเอมิติดต่อกลับมา”

                “เปล่า... แต่ถามหน่อย!!!มีคนไม่รู้จักพวกเราด้วยหรือ ออกจะดังติดอันดับโลกเสียขนาดนี้ คงจะมีแต่พวกหลังเขาเท่านั้นละที่ไม่รู้จัก “สี่หนุ่มเจ้าสำราญ”แบบเราๆ”ราฟาเอลเอ่ยอย่างทะนงตัว ปนเหยียดหยามตัวเองที่ไม่เป็นที่ต้องการของสาวน้อยที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำแม้ว่าเวลาผ่านไปนานเป็นปี

                “น้องเอมิอาจจะอยู่ในกลุ่มนั้นนะ เพราะดูจากสายตาที่มองพวกเราทุกคนน้องเขาคงไม่รู้จักเราจริงๆ”คาลอสเอ่ยขึ้นอย่างวิเคราะห์จนราฟาเอลนิ่งอึ้งไป

                “ผมไปก่อนนะ แล้วจะตามไปสมทบที่ร้านหลังเสร็จธุระ”คาลอสเอ่ยขอตัวเมื่อต้องไปจัดเตรียมของใช้ส่วนตัวเพื่อใช้กับการเดินเรือครั้งนี้

                “ถ้าจะธุระสำคัญมาก ถ้าบอกว่าคาลอสมีแฟนผมก็เชื่อนะดูซิแถบจะถลาออกไปจนเกือบลืมพวกเรา”ดอจิโน่มองตามคาลอสที่รีบร้อนออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

                “ท่าทางแปลกๆตั้งแต่ ตอนเรียนจบอึกๆอักๆจนผมคิดว่าจะเปลี่ยนใจ ไม่ร่วมลงทุนด้วยกันเสียแล้ว มาเปลี่ยนใจตอนหลังเอาตอนนาทีสุดท้ายจนผมยังอดแปลกใจ”

                “เฮอ... มีแต่คนมีความรักแต่ไม่ยอมรับความจริง”กัมปนาทกล่าวยิ้มๆและมองหน้าราฟาเอล

                “ใครๆใครมีกัน ไอ้ความรัก น่าเบื่อจะตาย”ราฟาเอลรีบลุกขึ้นยืนเมื่อเริ่มรู้สึกร้อนรน ชายหนุ่มออกเดินและหันกับมาพยักหน้าเรียกเพื่อนที่ยังเหลืออยู่

                “ไปได้แล้วมัวแต่โอ้เอ้ เสียเวลากินเหล้าชะมัด”

                “ฮ่าๆๆ”ดอจิโน่กับกัมปนาทหัวเราะเสียจนท้องคัดท้องแข็งเมื่อเห็นท่าทางอิหลักอิเหลื่อของราฟาเอล

                “ผมไปก่อนนะ ขอไปนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนคนปากกับใจไม่ตรงกันก่อน คุณจะไปพร้อมกันตอนนี้เลยหรือเปล่าละ”

                “ไปกันก่อนได้เลย ผมให้เด็กจัดโต๊ะพิเศษไว้ให้ขอไปจัดการเรื่องของตัวเองก่อนแล้วจะตามไป”

 

                                                    ☺☺☺☺☺
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น