นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย [FIC - TOPBOM] : When I was your man

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
รวมเรื่องสั้นจาก บล๊อค ที่พลอยเคยลงเอาไว้นะคะ



กดอ่านกันได้ตามสะดวกเลยค่า ^^




เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 พ.ค. 56 / 22:53


Description

 
อัพ fiction ของคู่ชาย-หญิงที่มี main character มาจากวง BIGBANG กับ 2NE1
แล้วก็เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องราวในนี้
เป็นแค่จินตนาการของคนเขียน ไม่ได้มาจากเรื่องจริงแต่อย่างใดค่ะ
 
 
 
 

 

 

 

 

 

[Oneshot] : When I was your man

Paring : No pair. T.O.P's pov

Rating : PG15

Genre : PWP

Note : เรื่องนี้เขียนเพื่อเติมเต็มฟินตนาการ XD [ยืมคำพี่ iSarii มา] เพราะคุณพี่สาวขอว่าขอทาบิหล่อๆ เศร้าๆ

          เหมือนในเพลง When I your man - Bruno Mars ก็เลยเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “พี่ อยู่ไหนแล้วเนี่ย งานจะเริ่มแล้วนะ”
 

                จียงกรอกเสียงลงในโทรศัพท์อย่างร้อนใจพลางเหลือบมองนาฬิการุ่น Cosmograph Daytona สายหนังสือดำที่ข้อมือ
 

                “ฉันใกล้ถึงแล้วจียง”
 

                “ใกล้ถึงของพี่นี่อยู่ตรงไหนเนี่ย อย่าบอกนะว่าเพิ่งออกมาจากบ้าน”
 

                คนโทรหาบ่นอย่างหงุดหงิดก่อนจะเหลือบมองเข้าไปด้านใน แขกเหรื่อที่มาร่วมงานวันนี้กำลังร่วมถ่ายรูปกับคู่เจ้าสาวที่ด้านหน้าทาง เข้าโบสถ์ เสียงหัวเราะเฮฮาจากเพื่อนเจ้าบ่าวดังมาถึงหน้ารูปมารดาพระคริสต์ที่เขายืนอยู่
 

                “ไม่เกินสิบนาทีก็ถึงแล้ว นายเข้าไปรอในงานก่อนก็ได้”
 

                ปลายสายตอบกลับมาเรียบๆ พร้อมกับท่อนฮุคเพลง Sophisticated Lady ของ Duke Ellington จียงถอนใจก่อนจะเอ่ยปากยอมแพ้
 

                “โอเค ผมรอในงานนะ ถ้าพี่มาถึงก็โทรหาผม”
 

                “ได้ เดี๋ยวฉันโทรหา”
 

                ซึงฮยอนตอบจียงกลับไปเรียบๆ ก่อนวางสาย ชายหนุ่มอัดมวลไอน้ำอุ่นๆ จาก Blu Cigs เข้าปอด กลิ่นมินท์เย็นๆ กระจายอยู่ในโพรงปากและลำคอ ปลายนิ้วแข็งแรงเคาะพวงมาลัยของรถคันใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อต้นปีอย่าง ครุ่นคิด เขาโกหกจียงว่ายังไปไม่ถึงงาน แต่ที่จริงแล้วเขามาถึงตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน และนั่งมองยอดหลังคาโบสถ์ชอนดองแห่งเมืองชอนจูอยู่นานแล้ว
 

               ตาคมจ้องหน้าตัวเองในกระจกมองหลัง ใบหน้าหล่อเหลานั้นมีริ้วรอยที่บ่งบอกว่าเขาไม่ได้เป็นวัยรุ่นอีกต่อไป รอยยับย่นเล็กๆ ตรงหางตาฟ้องว่าวัย 32 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข
 

 

                ปีนี้เธอก็อายุ 34 แล้วสินะ


 

                ซึงฮยอนยกยิ้มมุมปากแล้วเหลือบตามองกุหลาบสีโอโรสหอมหวานช่อโตที่วางอยู่ที่ เบาะข้างๆ กลิ่นหวานๆ นั้นกำจายอยู่ทั่วรถ เขายังเขินไม่หายตอนที่คุณป้าเจ้าของร้านดอกไม้และร้านกาแฟร้านโปรดที่อยู่ ตรงข้ามเพนชั่นที่เขาอยู่มาหลายปีเอ่ยทักว่าจะซื้อดอกไม้ไปจีบสาวที่ไหน


                หล่อนแกล้งหยอกตอนที่ผูกโบผ้าสีทองอ่อนกับช่อดอกไม้ว่าสมัยหนุ่มๆ เขาไม่เห็นเคยแวะมาซื้อดอกไม้อะไรเลยนอกจากซื้อกาแฟ เขาจำได้ว่าตัวเองไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้ม

 

                “เฮ้อ”


                เขาถอนใจและเห็นว่าหน้าจอโทรศัพท์เตือนว่าจียงโทรเข้ามาอีกหน สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจสตาร์ทรถแล้วมุ่งหน้าเข้าไปที่โบสถ์นั้น พนักงานรักษาความปลอดภัยช่วยโบกชี้ทางให้เขาเอารถเข้าไปจอด ซึงฮยอนเปิดกระจกและยื่นธนบัตรสีเขียวสองใบส่งให้ชายวัยกลางคน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสูทที่คล้องค้างไว้กับเบาะข้างๆ


                ดอกุหลาบช่อโตที่ยังดูสดฉ่ำ ราวกับเพิ่งถูกตัดมาจากสวนส่งกลิ่นหวานๆ เรียกเขาให้หอบมันลงไปให้เธอตามความตั้งใจ ซึงฮยอนยิ้มจางๆ แล้วแตะกลีบกุหลาบดอกที่อยู่ใกล้มือที่สุด มันนุ่มลื่น บอบบางเสียจนเขากลัวว่าจะเผลอทำให้มันช้ำ


                ประตูรถถูกเปิดออกและปิดลง โดยที่ช่อกุหลาบยังคงถูกทิ้งเอาไว้ในรถตามเดิม

 

 



                “อ้าว พี่ท๊อปมาแล้ว”


                น้องเล็กที่สุดของวงที่เตรียมตัวจะเข้ากรมในเดือนหน้าหันมาเห็นเขาเป็นคนแรก เสียงร้องทักของซึงรีทำให้ทุกคนในกลุ่มหันมามองกันเป็นตาเดียว ท่านประธานยางที่ยืนถือแก้วแชมเปญอยู่เดินมาตบบ่าและดึงเขาเข้าไปในวงสนทนาของวายจีแฟมิลี่



                จียงหันมาทำหน้าบูดใส่เขาทันที ถึงแม้ว่าบิกแบงจะไม่ได้ทำเพลงด้วยกันตั้งแต่ตอนที่ซึงฮยอนเข้ากรมไปเป็นคน แรก แต่จียงก็ยังคงเป็นหัวหน้าวงเจ้าระเบียบคนเดิมอยู่ดี


                “มาช้าชะมัดเลย ผมนึกว่าพี่จะเบี้ยวแล้ว”


                “พี่เขาก็มาแล้วไง นายจะบ่นทำไมวะ”


                ยองเบรีบตัดบทก่อนที่จียงจะบ่นมากไปกว่านี้ ซึงฮยอนยิ้มอย่างรู้กันให้ยองเบที่กลับมาทำผมทรงโมฮอคสั้นๆ เหมือนเดิม และกำลังอุ้มลูกสาววัยสองขวบของพี่ดองอุคอยู่


                “ไปถ่ายรูปกันเถอะครับ” ซึงรีทำเสียงสดใสให้พวกพี่ๆ ที่หน้างอใส่กัน “หลานรักจ๋า อยู่กับคุณลุงฮยอนซอกก่อนนะครับ เดี๋ยวพวกอาๆ ขอไปถ่ายรูปหน่อยนะครับคนดี”


                ซึงรีดึงเด็กหญิงที่ยองเบอุ้มอยู่ส่งให้ท่านประธานยางรับไปอย่างงงๆ ก่อนจะต้อนพี่ๆ ที่เหลือให้ไปยืนที่ฉากดอกไม้สีหวานสวยที่จัดเอาไว้ บรรดานักข่าวที่ถูกเชิญมาร่วมงานกดชัตเตอร์ไม่หยุดตั้งแต่เห็นวงไอดอลที่เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการเพลงเกาหลีรวมตัวกันอีกครั้ง


                แดซองหันมายิ้มกับพี่ชายที่มักจะทำตัวเป็นมักเน่ปลอมๆ ก่อนจะเดินตามสมาชิกในวงคนอื่นไปโดยมีซึงฮยอนปิดท้าย แสงแฟลชวูบวาบบาดตาทำให้ซึงฮยอนตาพร่าไปชั่วขณะ น้องๆ ของเขากำลังยิ้ม และซึงฮยอนก็บอกตัวเองให้ยิ้มให้สมกับที่วันนี้เป็นวันมงคลของเธอ

 

 

                เสียงเพลง Here Come The Bride จากเปียโนหวานใสที่ยองเบเป็นคนเล่นผสมกับเสียงเชลโลของปาร์คโกอึนพี่สาวแท้ๆ ของปาร์คบอม บวกกับบรรยากาศในโบสถ์ทำให้พิธีในวันนี้ดูงดงามอ่อนหวานอย่างที่เจ้าสาวฝัน มาตลอด ซึงฮยอนนั่งรวมกับจียง แดซอง แล้วก็ซึงรี เก้าอี้ยาวฝั่งตรงข้ามเป็นซานดาร่า แชริน มินจี พี่จียอน แล้วก็พี่ฮเยซอน
 

               เขาไม่ได้มองตอนที่เธอเกาะแขนคุณพ่อเดินเข้ามาในงาน เพราะมัวแต่ก้มหมุนแหวนทองคำขาวเรียบๆ ที่นิ้วกลางข้างซ้ายของตัวเองอย่างใจลอย พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีเธอก็เดินมาถึงหน้าแท่นพิธีที่เจ้าบ่าวยืนรออยู่แล้ว กับท่านบาทหลวง ชุดเจ้าสาวสีขาวของเธอฟูฟ่อง ยาวระพื้นที่มีกลีบกุหลาบสีหวานที่ Flower girl อย่างยูจิน ลูกสาวของท่านประธานยางโปรยเอาไว้เต็มพื้น


 

               “นี่นายจะออกไปดื่มอีกแล้วเหรอ”


               “ก็ไปกับพวกรุ่นพี่ที่ถ่ายหนังด้วยกัน” ซึงฮยอนตอบอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าบอมหน้างอ “เธอก็รู้จักทุกคนนี่”


               “ไม่ไปไม่ได้เหรอ นายออกไปกว่าจะกลับมาก็ดึก เมากลับมาทุกครั้งเลย”


               “เราพูดเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะ”


               ซึงฮยอนขึ้นสียงเมื่อเห็นว่าบอมกำลังยกเรื่องที่ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่ บ่อยๆ ขึ้นมาเป็นประเด็น เขาหยิบเสื้อโค้ทและกล่องบุหรี่เตรียมออกไปจากห้อง แต่ปาร์คบอมก็ยังพยายามยื้อเอาไว้เพราะมือบางเอื้อมมาดึงแขนร่างสูงเอาไว้ มั่น


               “อย่าไปเลยนะซึงฮยอน ฉันเป็นห่วงนายนะ”


               “ฉันจะสายแล้ว ปล่อยเถอะบอม”


               พี่สาวคนสวยที่เป็นทั้งศิลปินร่วมค่ายและเป็นคนรักของซึงฮยอนหน้าชา เมื่ออีกฝ่ายแกะมือบางออกและออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจนัก เขารู้ว่าบอมคงโกรธแน่ แต่เดี๋ยวพอเธออารมณ์ดีขึ้นเขาจะง้อเธอเอง เพราะปาร์คบอมไม่เคยโกรธเขาได้นาน

 



 

               บาทหลวงเอ่ยนำคู่บ่าวสาวให้ปฏิญาณตน เขามองเห็นแค่ด้านหลังของปาร์คบอมเท่านั้น แต่ถึงจะไม่ได้เห็นหน้า เขาก็รู้ว่าบอมกำลังมีความสุข เสียงเบาๆ ของเธอเอ่ยอย่างอ่อนหวานเมื่อกล่าวตามบาทหลวง และซึงฮยอนก็ได้เห็นใบหน้าของเธอตอนที่เธอหันไปมองเจ้าบ่าวหนุ่มนักธุรกิจ ที่รู้จักกันผ่านท่านประธานยางฮยอนซอก


               แววตาของบอมดูเปี่ยมสุข และดอกกุหลาบสีหวานช่อใหญ่ในมือของเธอก็งดงามเข้ากับเจ้าสาวในวันนี้






 

 

               “อาหารอร่อยดี”


               ซึงฮยอนหั่นเนื้อสเต็กที่เรียกว่า Beef Tenderloin Flambe เข้าปาก บอมเป็นคนเลือกร้านอาหารฝรั่งเศสร้านนี้เพื่อฉลองที่คบกันครบสามปี ที่จริงแล้วเขาจำวันนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำจึงไม่ได้รู้สึกว่าวันนี้พิเศษมากมาย นัก เพราะเขากับบอมก็คบหากันอย่างเปิดเผย


               “ฉันดีใจนะที่นายชอบ”


               บอมยิ้มหวาน ดวงตากลมใสนั้นเปล่งประกายสดใสเหมือนเด็กสาว ปีนี้คนรักของเขาอายุ 29 แล้ว แต่ก็ยังดูอ่อนเยาว์สดใสอยู่ ซึงฮยอนจิบไวน์แดง เช็ดปากและวางผ้าแนปกินส์ลงข้างๆ กล่องกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตที่ทำด้วยเงินที่บอมสั่งทำให้ เขาหยิบถุงกระดาษใบโตที่มีชื่อยี่ห้อดังติดหราอยู่บนถุงยื่นส่งให้เธอ หญิงสาวรับไปดูและยิ้มน้อยๆ แต่ซึงฮยอนกลับรู้สึกว่าความสดใสในตอนแรกนั้นลดน้อยลง


               “เป็นอะไรไป ไม่ชอบกระเป๋าที่ผมซื้อให้เหรอ”


               “เปล่า” เธอส่ายหน้าและวางถุงใส่กระเป๋าใบนั้นลงข้างตัว “ขอบใจมากนะซึงฮยอน”


               “อือ ทานต่อซิ เดี๋ยวอาหารชืดหมดนะ”


               “อืม”


               ปาร์คบอมพยักหน้าและจัดการมื้ออาหารไปเงียบๆ พอสบตากับคนรักที เธอก็ยิ้มออกมาทีหนึ่ง แต่ซึงฮยอนกลับรู้สึกว่าบอมดูไม่ค่อยสดใสเท่าตอนแรก พอพนักงานมาเก็บจานของหวานออกไป บอมก็เอ่ยปากถามเบาๆ


               “จะกลับเลยเหรอ”


               “อือ ทำไมเหรออยากไปไหนต่อ”


               เขาหันหน้ามองหญิงสาวคนรักอย่างไม่เข้าใจ ปาร์คบอมทำท่าอึกๆ อักๆ ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ


               “ก็..ไม่มีดอกไม้ให้ฉันหน่อยเหรอ”


               “ดอกไม้” คิ้วเข้มของซึงฮยอนขมวดเป็นปม “ไม่ได้ซื้อมาหรอก ก็ไม่นึกว่าเธออยากได้”


               “อ๋า...ไม่เป็นไร”

 



 

               ช่วงที่โกลาหลที่สุดของงานแต่งงานคือตอนที่ถ่ายรูปหมู่ที่หน้าโบสถ์ ชเวดองอุคจัดการคนในวายจีแฟมิลี่ด้วยการรวบรวมเอาเด็กๆ ลูกๆ ของศิลปินในค่ายคือลูกของชอร์นทั้งสี่คน ลูกสาวกับลูกชายของท่านประธานยาง และลูกสาวของดองอุคเองให้ยืนด้านหน้าและข้างๆ คู่บ่าวสาว และจัดการจับลำดับสมาชิกของวายจีตามลำดับอาวุโส พวกบิกแบงถูกส่งให้ไปยืนด้านหลังข้างๆ กับ Epik high ส่วนอีกฟากเป็นญาติและเพื่อนๆ ของเจ้าบ่าว


               กล้องของช่างภาพหลายตัวสาดแฟลชเข้าหาเพื่อเก็บความทรงจำที่เลื่อนไหลไม่หยุด หย่อนให้กลายเป็นภาพนิ่ง กว่าจะถ่ายรูปเสร็จซึงฮยอนก็รู้สึกว่าตัวเองยิ้มจนเมื่อยแก้ม คนที่มาร่วมงานต่างเข้าไปแสดงความยินดีกับบ่าวสาวพร้อมกล่องของขวัญ แดดตอนบ่ายวันนี้ไม่ร้อนจนเกินไปทำให้บรรยากาศของงานยิ่งสดใสขึ้นไปอีก


               ซึงฮยอนรับถุงใส่ของขวัญจากพี่แบงแองที่ยังดูแลเขาอยู่จนถึงตอนนี้ ก่อนจะเดินไปหาบ่าวสาว ของขวัญสำหรับเจ้าบ่าวเป็น DOM PÉRIGNON OENOTHÈQUE ปี 1996 และเข็มกลัดรูปช่อดอกกุหลาบที่สั่งทำพิเศษสำหรับบอม หญิงสาวส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้เมื่อเห็นเขา


                “ซึงฮยอน ขอบใจมากนะที่มา ตอนแรกจียงบอกว่านายจะไปฝรั่งเศส นึกว่าจะไม่มาแล้ว”


                ปาร์คบอมคล้องแขนเจ้าบ่าวเอาไว้แล้วเอ่ยทักทายเขา ซึงฮยอนยิ้มน้อยๆ แล้วส่งถุงใส่ของขวัญให้หญิงสาวรับไป บอมส่งให้ใครสักคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ช่วยของสามีของเธอ


                “พอดีเลื่อนวันน่ะ” ซึงฮยอนยิ้มอ่อนโยนตอนที่เห็นเจ้าบ่าวของบอมช่วยจัดผ้าคลุมผมที่โดนลมพัดให้ เธอ “มีความสุขมากๆ นะ”


                “ขอบใจมากนะซึงฮยอน” บอมพูดพลางเอื้อมมือมากุมมืออีกฝ่าย “เย็นนี้มีปาร์ตี้ที่โรงแรม นายต้องไปนะ”


                “วันนี้ขอตัวล่ะ ฉันมีนัดกับที่บ้านไว้ตอนเย็น”


                ซึงฮยอนดึงมืออกจากการเกาะกุมของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยปากบอกลาทั้งคู่และเดินไป หาพวกน้องๆ ที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ พอเขาบอกว่าจะขอตัวกลับแดซองก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกังวล


                “พี่โอเคนะฮะ”


                “โอเคซิ เดี๋ยววันไหนพวกนายว่างๆ ฉันจะโทรชวนกินข้าวนะ ก่อนที่มักเน่จะเข้ากรมนี่แหละ”


                ชายหนุ่มบอกลาน้องๆ และคนรู้จักคนอื่นๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นกุหลาบหอมหวานที่โดยความร้อนก็เปลี่ยนเป็นกลิ่นอับน้อยๆ และกลีบกุหลาบนั้นเริ่มเฉา ซึงฮยอนถอนใจและออกรถกลับไปตามเส้นทางที่ขับมาตั้งแต่ต้น

 





 

                “เราเลิกกันเถอะ”


                เสียงของเขาเองที่ทำลายความเงียบทุกอย่าง เขากับบอมทุ่มเถียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องมานานนับชั่วโมง และคำพูดต่างๆ ก็จบลงด้วยน้ำตามากมายของบอม


                “ได้ เราจบกันแค่นี้เถอะ ฉันก็เหนื่อยจนทนไม่ไหวแล้ว”


                ปาร์คบอมปาดน้ำตาที่ยังรินมาไม่ขาดสาย เสียงหวานที่พูดออกมาสั่นเครือและเบาหวิวจนแทบจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำ หญิงสาวลุกขึ้นคว้ากระเป๋ากับกุญแจรถของตัวเองมาถือไว้


                “พอกันทีชเวซึงฮยอน เราพอกันแค่นี้”

 





 

                ร่างสูงลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองกำลังฝัน ที่จริงควรจะเรียกว่า ความทรงจำกลับมาในรูปของฝันน่าจะถูกกว่า เพราะเขาเห็นภาพช่วงเวลาสุดท้ายของตัวเองกับบอมก่อนที่ความสัมพันธ์ฉันคนรักจะจบลง ซึงฮยอนถอนใจเมื่อรู้สึกว่าเหงื่อเหนียวๆ ไหลซึมทั่วเสื้อเชิ้ต เขาปลดกระดุมเม็ดที่สองกับกระดุมทที่ข้อมือออกและมองไปรอบห้อง


                ช่อกุหลาบที่เริ่มเหี่ยวเฉานั้น วางอยู่บนโต๊ะข้างโทรทัศน์ในห้องนอน แสงไฟจากนอกหน้าต่างส่องเข้ามาตกตรงช่อกุหลาบนั้นพอดี เขาหลับสนิทตั้งแต่กลับมาจากงานแต่งงานของบอมและตกใจไม่น้อยที่ตัวเองตื่น เอาตอนเกือบเที่ยงคืนแบบนี้


                ซึงฮยอนนั่งนิ่งๆ อยู่ตรงปลายเตียงครู่ใหญ่เพราะยังไม่ตื่นดี แต่สุดท้ายก็ค่อยๆ เดินสะโหลสะเหลไปเปิดตู้เย็นเล็กที่ตั้งไว้ในห้องนอน เขาหยิบไวน์ที่แช่เอาไว้ในตู้นั้นออกมาเปิด ก่อนจะค่อยๆ บรรจงรินเครื่องดื่มสีแดงคล้ำลงแก้วอย่างทะนุถนอม


                แสงสลัวเลือนรางจากนอกห้องไม่ได้เป็นอุปสรรค กลิ่นของไวน์กำซาบอยู่ในโพรงปากและลำคอ ซึงฮยอนนึกถึงรอยยิ้มสดใสของบอมตอนที่ยิ้มกับเจ้าบ่าวแล้วก็อดรู้สึกเสียใจ ไม่ได้

 

                ตอนที่คบกัน เขาไม่เคยทำให้บอมยิ้มกว้างแบบนั้นได้สักครั้ง

 

                ชายหนุ่มจิบไวน์อีกอึกและเดินไปหยิบช่อดอกไม้ที่เริ่มเฉาขึ้นมา เขารู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นบอมถือมันไว้ในอ้อมแขน แต่ว่าก็ยังดีใจที่อย่างน้อยเขาได้ทำเข็มกลัดรูปช่อดอกไม้ให้เป็นของขวัญกับ เธอ เพราะอย่างน้อยเข็มกลัดช่อดอกไม้นั้นก็ไม่มีวันแห้งเฉา




 

                “มีความสุขมากๆ นะ บอม”

 

               

                เหล้าองุ่นรสดีถูกรินลงแก้วเป็นครั้งที่สอง และคงจะถูกรินเติมลงไปอีกหลายครั้ง เหมือนหลายๆ คืนที่ผ่านมา

 

                  

 

               

 

 






- END -











Talk....เรื่องนี้จบแบบเศร้าๆ ค่ะ ฝากผลงานเอาไว้ด้วยนะคะ ><

แล้วก็ใครอยากติดต่อเค้า เม้นทิ้งในเด็กดี หรือติดต่อทางทวิตเตอร์ @PIoyniez นะคะ ขอบคุณค่า ^^

ผลงานอื่นๆ ของ Ployniezz

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ปู่ป้าโอนลี่
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 12:47
    อาาา ร้องไห้จริงๆนะ

    ทำไมก็ไม่รู้ รู้สึกว่าสงสารทั้งปู่และป้ามาก

    ตอนแรก เป็นช่วงที่ป้าทรมานมาก เพราะปู่เป็นคนรักที่ยังมองไม่เห็นค่าของป้าที่มีอยู่ตอนนั้น

    แต่ตอนสุดท้าย เป็นปู่เองที่ต้องเจ็บปวด เพราะรู้ค่าความสำคัญของป้าช้าไป ซึ้งมากค่ะ.



    ปู่ป้าโอนลี่
    #2
    0
  2. วันที่ 16 พฤษภาคม 2556 / 23:27
    แง่งงง กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ไรท์เตอร์นะไรท์เตอร์ แหม่
    #1
    0