ชิดกลางใจ

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ก.ย. 52

            

         หลังจากเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการได้ 2 วันก็มีลูกค้าเข้ามา เป็นลูกค้าต่างชาติที่มาซื้อคอนโดริมทะเลเอาไว้พักผ่อน และต้องการมัฑณากร  (
Interior-Decorator)  และที่บริษัทก็เริ่มยุ่งขึ้นมาอีกหน่อยเมื่อมีบริษัทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์มาติดต่อให้ออกบ้านจัดสรรชั้นเดียว นฌิชร์จึงเริ่มไม่ว่างเหมือนเมื่อก่อน ต้องเก็บใบเสร็จ ทำเรื่องเบิกจ่าย พอเริ่มมีงานจริงจังหญิงสาวจึงรู้ว่าต้องเพิ่มตำแหน่งหน้าที่ให้ตัวเองอีกตำแหน่งหนึ่ง คือ ประชาสัมพันธ์  คอยรับโทรศัพท์ตอบคำถามลูกค้าที่โทรมาสอบถามข้อมูล สอบถามราคา  รวมทั้งโอนโทรศัพท์ไปให้พนักงานที่เกี่ยวข้อง  ติดต่อกับsupplier  งานไม่หนักแต่นฌิชร์รู้สึกว่าจุกจิก มีอะไรให้ทำได้เกือบทั้งวัน แต่หล่อนก็ได้กลับบ้านตรงเวลา คนที่อยู่และทำงานต่อเป็นพนักงานที่มีหน้าที่ออกแบบ  วันนี้พอใกล้เวลาเลิกงาน ร่างสูงก็เดินมาหาหล่อน 

          

         ผมขอคุยเรื่องรีสอร์ทที่เกาะช้างหน่อย 

        คุณศิลป์อยากคุยในฐานะที่ให้ลูกชิดเป็นลูกน้อง หรือเป็นลูกค้าคะ 

        ต่างกัน?”  

          ใบหน้าน่ารักพยักหน้าช้าๆ  ต่างกันแน่นอนถ้าหล่อนคุยกับชายหนุ่มในฐานะลูกน้องก็ต้องระวังตัวว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้านาย  ถ้าในฐานะลูกค้าหล่อนก็จะสามารถแปลงร่างเป็นพระเจ้าได้ 

         ลูกน้อง ชายหนุ่มตอบอย่างไม่ลังเล แล้วต้องเกือบจะหลุดยิ้มออกมา เมื่อหญิงสาวทำหน้ามุ่ยลงทันที  แต่ก็หยุดตัวเองไว้ได้ แล้วพูดต่อ ช่วงนี้พายุเข้า ทำให้งานล่าช้า เพราะตัวบ้านพักทาสีไม่ได้ เราเลยจะขอปรับที่ และจัดสวนไปก่อน ต้องแจ้งคุณกษิดิศเป็นลายลักษณ์อักษร พรุ่งนี้สายๆ พิมพ์จดหมายแจ้งให้ผมด้วย

         นฌิชร์หน้ามุ่ยหนักกว่าเก่า นัยน์ตาโตสวยมองอีกฝ่ายตาขวาง  ให้ลูกชิดคิดแต่งจดหมายแจ้งหรือคะ

          ใช่

          เพราะฝนตก พายุเข้า ทาสีไม่ได้  ยอมเสียค่าปรับล่าช้าให้คุณกษิดิศสักเท่าไหร่ดีคะ 2 3 แสนดีมั๊ย

        เป็นพนักงาน หัดรักษาผลประโยชน์บริษัทด้วย... เสียงทุ้มหยุดเว้นระยะ ก่อนจะพูดเน้น เขียนแจ้งหรืออธิบายไปว่า ทางเราจะทำให้เสร็จตามกำหนด เพียงแต่ เวลาตามแผนงาน ที่เราเคยยื่นไว้ว่าจะทำอะไร ช่วงไหน อาจจะสับเปลี่ยนไปเท่านั้น 

        พรุ่งนี้สายๆนะคะ ได้ค่ะ พออีกฝ่ายพยักหน้าแล้วเดินไป หล่อนก็ขมุบขมิบ ว่าอย่าให้เป็นทีหล่อนบ้าง เสาร์ อาทิตย์นี้หล่อนจะกลายร่างเป็นลูกค้าคือพระเจ้า จะหาเรื่องต่อว่าให้น่าดู  

 

       
       
วันรุ่งขึ้นเมื่อพิมพ์เสร็จเรียบร้อย นฌิชร์จึงเดินเอาไปส่งให้ชายหนุ่มในห้องทำงาน  เคาะประตูแล้วก็เดินตรงไปวางกระดาษลงบนโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง

        ชายหนุ่มเหลือบตาดูมือบางและกระดาษที่วางลงมาบนโต๊ะ ก่อนจะพูด แล้วผมจะโทรบอกว่าต้องแก้ตรงไหน

          นฌิชร์แอบสะบัดไปอีกทางแล้วยิงฟันร้อง ชิส์ในใจ เพราะอีกฝ่ายพูดคล้ายกับว่า หล่อนเขียนไม่ดี ต้องมีแก้อย่างแน่นอน 

         ใบหน้าคมเงยหน้ามองหญิงสาวตรงๆ เมื่อทางหางตาเห็นว่าอีกฝ่ายหันหน้าไปอีกทาง แต่ก็เห็นใบหน้าค่อนข้างกลม กำลังมองเขาตาใส

          ค่ะ ลูกชิดไปนะคะ  เกือบไป เงยหน้ามาทำไม

          คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันขณะที่มองร่างสมส่วนเดินออกไป  ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบงานที่มอบให้หญิงสาวทำมาอ่าน 

 

           

     

           ทางด้านไหมแก้ว ซึ่งพอกลับมากรุงเทพฯได้เพียงแค่วันเดียวก็รีบไปนวดตัว ขัดผิวบำรุงผิวเป็นการใหญ่  เพราะหล่อนไปตากแดดตากลมที่ต่างจังหวัดอยู่หลายวัน  พอกลับเข้าบ้าน มารดาก็เรียกเข้าไปคุยด้วย

             สดชื่นขึ้นหรือยังลูก

             ถ้าอยู่นานกว่านี้ ผิวแก้วต้องหมองมากแน่เลยค่ะคุณแม่

              คุณมนวิภามองบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง ลูกแก้ว แล้วจะไปอยู่กับพี่เขาที่นั่นได้หรือลูก ไม่มีอะไรสักอย่าง ทั้งร้านอาหารดีๆ ทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ไหนจะร้านเสริมความงาม

          ไหมแก้วนิ่งคิด  ได้ค่ะคุณแม่ พอถึงเสาร์ อาทิตย์ก็ขึ้นเครื่องเข้ากรุงเทพฯ

              คุณมนวิภาหนักใจ จะดีหรือที่จะให้บุตรสาวแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น นางเลี้ยงนางถนอมของนางมา ไม่อยากให้บุตรสาวต้องลำบาก แต่ไหมแก้วก็ดีใจและมีความสุขเสียเหลือเกินยามเมื่อได้อยู่กับชายหนุ่ม คุณมนวิภาหายใจเข้าเพื่อช่วยไม่ให้หัวใจต้องบีบตัวหนักมากกว่านี้ ก่อนจะถามบุตรสาวอีกครั้ง  ลูกแก้วของแม่ ลูกแน่ใจหรือว่าอยู่ได้

               ไหมแก้วพยักหน้า แล้วมองมารดาอย่างไม่เข้าใจที่มารดามองหล่อนด้วยสีหน้าเป็นกังวล ทำไมหรือคะคุณแม่ หรือคุณแม่ไม่ชอบพี่ศิลป์

               แม่ไม่อยากให้ลูกแก้วต้องลำบาก แล้ว.. คุณมนวิภาไม่อยากพูดต่อไปว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้รักบุตรสาวเป็นอย่างอื่น จึงพูดเลี่ยงไป ศิลป์ก็ไม่ได้ดูแลลูกของแม่เท่าที่ควร

             ไหมแก้วเม้มปาก เมื่อมารดาพูดแทงใจ ชายหนุ่มไม่ได้ดูแลหล่อนเท่าที่หล่อนต้องการ หรือเท่าที่คนรักควรเอาใจใส่กันและกัน 

                ความจริง ลูกน่าจะมองคนอื่น คนที่เขาพร้อมจะดูแลหนูได้มากกว่าผู้ชายที่เขาเอาแต่ทำงานนะลูก คุณมนวิภาลองพูดให้บุตรสาวเปลี่ยนใจดู

               แต่แก้วชอบพี่ศิลป์

            คุณมนวิภาถอนใจ ก่อนตัดสินใจพูดเข้าเรื่อง ถึงแผนการณ์ที่ปรึกษาไว้กับคุณฤดี แล้วลูกแก้วจะรอพี่เขาถึงเมื่อไหร่ล่ะลูก อีกกี่ปีกัน หือ...

            ไหมแก้วก้มหน้า น้ำตารื่นขึ้นเมื่อหล่อนเริ่มคิดกังวล หล่อนไม่อยากแต่งงานตอนแก่ หล่อนอยากสวย อยากสดใสในวันแต่งงาน อยากให้ผู้ชายที่หล่อนรักเห็นหล่อนในวัยที่สวยสด

              แม่ไม่ได้ให้หนูทิ้งศักดิ์ศรี หรือความเป็นกุลสตรีนะลูก เมื่อบุตรสาวเงยหน้ามามองด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ นางจึงพูดต่อ แต่ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ ผู้ชายอย่างศิลป์ไม่มีทางเอ่ยปากแน่ คงปล่อยให้ผ่านไปหลายปีกว่าจะยอมแต่งงานกับลูก

            คุณแม่จะให้แก้วขอพี่ศิลป์แต่งงานก่อนหรือคะ 

                ไม่ใช่ลูก คุณมนวิภาผ่อนลมหายใจออกยาว แม่แค่อยากให้ยัยหนู... คุณมนวิภาจ้องหน้าบุตรสาว ก่อนจะพูดต่อ   แกล้งเป็นลมตอนอยู่กับพี่เขา 2 ต่อ 2

               ไหมแก้วคิดตามที่มารดาพูด ก่อนจะทำตาโต แกล้งหรือคะ

             แม่คุยกับคุณฤดีว่า ถ้าขืนปล่อยไปเรื่อยๆ ศิลป์ก็คงจะเรื่อยๆกับลูกแก้วไปแบบนี้  ต้องทำอะไรสักอย่างให้ศิลป์ต้องตัดสินใจเสียที   ที่คิดไว้คือ พอลูกของแม่เป็นลม พี่เขาต้องดูแล ต้องเป็นห่วงแน่นอน   หนูทำเท่านั้น ที่เหลือ แม่กับคุณฤดีจัดการเอง

             ไหมแก้วตกใจกับแผนของมารดา ไม่คิดเลยว่าตนเองจะต้องแกล้งทำอะไรแบบนั้นเพื่อที่จะได้แต่งงาน แต่ก็แอบดีใจถ้าแผนนั้นสามารถทำให้หล่อนสมหวัง  

                  คุณมนวิภายกมือขึ้นลูบต้นแขนบุตรสาวเบาๆ แล้วพูด ลูกแก้วของแม่มีค่ามากกว่าจะทำแบบนั้น อย่าดีกว่า แม่จะไปคุยกับคุณฤดีใหม่ คุณมนวิภาเปลี่ยนใจกระทันหัน เพราะรู้สึกกังวลว่า ถึงได้แต่งงานกัน  ไหมแก้วจะมีความสุขจริงหรือในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้รัก  นางทั้งห่วงทั้งกังวลแต่สงสารลูกอยากให้สมหวัง ในใจของคุณมนวิภาจึงสับสนมากเสียจนไม่รู้จะหาทางออกยังไง แต่แล้วไหมแก้วก็ตอบกลับมา

              แค่แกล้งทำเป็นลม แก้วทำได้ค่ะ คุณแม่ขา แต่ว่าคุณแม่ต้องบอกแก้วนะคะว่าจะให้ทำเมื่อไหร่ ยังไง

 

 

               สายๆวันเสาร์นฌิชร์นั่งหน้าบึ้งฟังรายงานความคืบหน้าและการพูดคุยเรื่องการปรับปรุงรีสอร์ทอยู่ที่โต๊ะในห้องอาหาร   หล่อนเหล่ตามองไปทางบ้านพัก แล้วตวัดกลับมามองใบหน้าคมของคนออกแบบอย่างไม่สบอารมณ์  หล่อนอุตส่าห์ขึ้นเรือเที่ยวแรกมาเกาะช้าง เพราะกะว่าจะมาหาเรื่องจับผิดการก่อสร้างให้ได้ แต่ดูๆไปไม่มีอะไรให้หล่อนติเลยสักอย่างหนึ่ง จะหาเรื่องว่าทางเดินมีแต่ดิน ทำไมไม่กวาดทุกชั่วโมงจะได้เดินง่ายๆ หรือทำไมต้นไม้ไม่โตสักที แอบเอาต้นไม้พันธุ์แคระมาให้หรือเปล่า ก็ดูจะเป็นการหาเรื่องอย่างโจ่งแจ้งเกินไป แถมปู่ดิศก็พอใจกับการทำงานดี เลยทำให้หล่อนต้องนั่งหงุดหงิดจนกระทั่งการพูดคุยจบลง

                  นั่งเงียบเชียวลูก เสียงทุ้มแหบปนสั่นน้อยๆของชายชราเอ่ยถามหลานสาว  เป็นอะไรหรือเปล่า

                 เปล่าคะปู่ งานเรียบร้อยมากจนลูกชิดไม่รู้จะว่าไร

                 คุณสิทธิ์ศักดิ์หัวเราะ ผมถือเป็นคำชมนะครับ

                ฟังๆที่พวกเพื่อนๆเขาโดนผู้รับเหมาเอาเปรียบ ไม่เรียบร้อยทำชุ่ยๆมาเยอะ ตอนแรกก็กังวล  แต่เห็นการทำงานของบริษัทคุณ ผมก็สบายใจ ดีใจที่ได้คุณศักดิ์มารับผิดชอบรีสอร์ทผมคุณกษิดิศเอ่ยชม

                ไม่อยากเสียชื่อน่ะครับ ผู้รับเหมาตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เผื่อจะมีใครเห็นแล้วจ้างต่อ

                คุณกษิดิศหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ย ผมขอตัวกลับเลยนะ เขาเองอายุเยอะแล้ว สุขภาพก็ถดถอยตามวัย ออกมาเดินนานๆ ก็เพลีย แถมภรรยาก็เป็นห่วงบอกให้วัตน์ บิดาของนฌิชร์มาดูงานแทน แต่เขายังคิดว่าตัวเองไหวเลยไม่ยอม แต่พอออกมาหลายๆวันติดกัน ก็เริ่มเมื่อยไปหมด

                ลูกชิดไปส่งที่เรือ เสียงใสหันไปบอก

                  คุณกษิดิสหันไปยิ้มให้หลาน ย่าเขารอให้ถึงอาทิตย์หน้าไวๆ อย่าลืมนะ

                 ค่ะ ปู่ลูกชิดไม่ลืมหรอกค่ะ หล่อนบอกกับย่าเกดไว้ว่า อาทิตย์หน้าจะไปค้างด้วย ส่วนอาทิตย์นี้เพราะพรุ่งนี้หล่อนต้องไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนบิดามารดา ที่ไปตรวจสุขภาพประจำปี จึงไปค้างที่บ้านปู่ดิศไม่ได้

       

                 เมื่อคุณกษิดิศขึ้นเรือไปเรียบร้อย  นฌิชร์ก็เตรียมกลับ หล่อนเห็นเจ้านายของหล่อนกำลังเก็บของเตรียมกลับเช่นกัน  นฌิชร์มองแล้วก็นึกสงสัยว่าทำไม อาชีพด้านออกแบบนี้ดูไม่มีเวลาว่างเลย  การออกแบบบ้านสักหลังยากนักหรือไง เห็นเปิดตามหนังสือก็เยอะแยะ แบบก็ซ้ำๆกันไม่เห็นจะแปลก ที่แปลกก็มีแต่เหมือนจะอยู่ไม่ได้ แล้วต้องขีดๆเขียนๆอะไรกันนัก เจ้านายหล่อนถึงได้ง่วนอยู่ได้ทุกวัน คนอื่นๆที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านนี้ก็เช่นกัน พอมีงานก็เริ่มก้มหน้าก้มตากันได้ทั้งวัน แต่พอได้พักก็พักกันจริงๆ  พอเดินเข้าไปใกล้ ปากก็ถามออกไปตามที่นึก  คุณศิลป์ ออกแบบบ้านยากนักหรือคะ ทำไมไม่เปิดหนังสือเอา เยอะแยะ

            นัยน์ตาคมหรี่มองคนถามด้วยสายตาค่อนข้างดุ ทุกคนต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่ไปก๊อปงานคนอื่น

                นฌิชร์ยักไหล่ ดูๆแล้วไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างสักเท่าไหร่ เหมือนๆกันไปหมด

              เพราะคุณไม่รู้จักอาชีพสถาปนิก เสียงทุ้มตอบห้วนๆเรียบๆ  คำถามที่ว่า มีสถาปนิกไปทำไม ต้องเสียเงินจ้างทำไม  เป็นคำถามที่หลายคนถามมาก เสียงใสๆที่ถามมาก็เข้าลักษณะคำถามนี้ ทำให้เขากรุ่นๆขึ้นมา

                 จะไปรู้จักได้ยังไงล่ะคะ ก็ลูกชิดไม่เคยต้องเกี่ยวกับงานด้านนี้

              แล้วผมจะเอาหนังสือให้อ่าน ในนั้นอธิบายเกี่ยวกับอาชีพนี้ และทำไมต้องมีสถาปนิก  

                   นฌิชร์เถียงออกไป  ลูกชิดทำงานได้แล้ว ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ

              แล้วทำไมต้องจ้างสถาปนิก ตอบได้มั้ย ถ้ามีลูกค้าถามขึ้นมา คุณจะตอบเขาว่ายังไง

              นฌิชร์ทำปากยื่น ร้อง หึ ในลำคอ ลูกชิดก็เรียกสถาปนิกมาตอบลูกค้าสิคะ ง่ายกว่า เข้าใจมากกว่า แถมยังชักจูงให้ลูกค้าเสียเงินจ้างสถาปนิกด้วยเหตุผลที่มาจากสถาปนิกตัวจริงเสียงจริง แล้วมองชายหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้

               ชายหนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะถือของที่เก็บเรียบร้อย เดินไปที่รถเพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำ

                 นฌิชร์เบ้ปาก รักอาชีพตัวเองเหลือเกิน  

 

               พอถึงเช้าวันจันทร์ ขณะที่นฌิชร์กำลังนั่งทำงานของตัวเองอยู่ ธีมปทินท์ก็เดินเข้าไปหา

             สวัสดีตอนเช้า  ...ฟาง ฝากมาให้ครับพร้อมวางกล่องสีเหลี่ยมเล็กลงบนโต๊ะของหญิงสาว เสาร์อาทิตย์ ถ้าไม่มีงานเร่งด่วน เขาจะเข้ากรุงเทพฯไปหาพนิตาเป็นประจำ คราวนี้พนิตาฝากของมาให้นฌิชร์ด้วย

                 นฌิชร์ยิ้มกว้างมองกล่องกระดาษสีทองที่มียี่ห้อเค้กชื่อดังติดอยู่ อเมริกันชีสเค้กของร้านนี้ อร่อยมาก  พี่ธีมเคยลองทานรึยัง

             ธีมปทินท์ยิ้ม ไม่เคยหรอก  พี่ไม่ค่อยทานเค้กเท่าไหร่

               นฌิชร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแซว รักษาหุ่น กลัวพี่ฟางไม่รักหรือคะ

               ธีมปทินท์หัวเราะเบาๆ  เมื่อวันเสาร์ลูกชิดไปดูรีสอร์ทมาแล้วใช่มั้ย  เดี๋ยววันนี้พี่ต้องไปดูบ้าง ตอนนี้พี่ขอตัวไปคุยกับศิลป์ก่อนนะ

            ขอบคุณนะคะพี่ธีม  เดี๋ยวหล่อนก็ต้องโทรศัพท์ไปขอบคุณพี่ฟางด้วย   พอธีมปทินท์เดินไป  นฌิชร์ก็มองกล่องสีทอง แล้วเลื่อนไปไว้ใกล้มุมโต๊ะเพราะขี้เกียจลุกเอาไปเก็บในตู้เย็น เที่ยงก็กินแล้วคงไม่เสียรสหรอก      

   

          ธีมปทินท์ที่ทำหน้าที่ส่งเค้กข้ามจังหวัดเดินกลับลงมาจากชั้นลอยหลังจากหายไปเกือบ 20 นาที แล้วก็ตามมาด้วยร่างสูงของชายหนุ่มอีกคน นัยน์ตาคู่สวยมองร่างสูงที่เดินตรงมาหาหล่อน แล้วก็เหลือบมองมือเรียวใหญ่ข้างที่ถือม้วนกระดาษยาวซึ่งหล่อนเห็นเป็นประจำ กับอีกมือที่ถือหนังสือเล่มเล็กขนาดเท่านิยายเล่มหนา 1 เล่ม  ก่อนจะตวัดสายตาไปมองใบหน้าคมอย่างคิดว่าตัวหล่อนคงเดาไม่ผิดว่าอีกฝ่ายเดินมาทำไม  

          นี่หนังสือ เปิดอ่านดู มือเรียวใหญ่ยกหนังสือขึ้นแล้วลงบนโต๊ะของสาว  ก่อนจะหมุนตัวกลับ     

          นฌิชร์มองชื่อหนังสือที่เขียนว่า รู้จักสถาปนิก   ก่อนจะตาโตเมื่อเห็นว่า เจ้าม้วนกระดาษสีขาวยาวๆที่อีกฝ่ายถือมาด้วย เวลาเจ้าของหัน มันก็หันด้วยแต่มันเอี้ยวตัวไม่เป็นเพราะมันยาวเลยมุมโต๊ะหล่อนเข้ามา แล้วแอบแต๊ะอั๋งกล่องสีทองสวยจนเลื่อนหล่นออกนอกโต๊ะ 
           
 
อ๊ะ ไม่นะร่างสมส่วนลุกขึ้นรีบเอื้อมมือไปตะครุบกล่อง

            ศิศิลป์หันไปมองตามเสียงร้อง แล้วก็พบกับตาขวางๆของหญิงสาวเจ้าของเสียงเมื่อครู่กำลังจ้องเขาอยู่  ก่อนจะสังเกตุเห็นว่ามีกล่องสีเหลี่ยมสีทองตกตะแคงอยู่ใกล้กับเท้าของเขา

       อ้าว  ธีมปทินท์ร้องอุทาน ก่อนก้มลงหยิบกล่องเค้กที่เอียงกะเท่เร่อยู่ขึ้นมา แล้ววางลงบนโต๊ะให้นฌิชร์ที่กำลังหน้าบึ้ง

        นฌิชร์เอื้อมมือไปหยิบแล้วรีบเปิดออกดู  พอเห็นก้อนเค้กที่ไม่มีรูปทรงเรขาคณิต ทั้งสีขาวกับสีม่วงยังมารวมตัวกัน ก็พูดต่อว่าคนซุ่มซ่ามที่ยังมีสีหน้าไม่รู้เรื่อง คุณศิลป์ คุณทารุณเค้กของลูกชิดจนหารูปร่างไม่ได้เลย

        ผม?”

          จะมีใครอีกละ ...คะ  นฌิชร์เกือบตกคำว่า คะ เพราะโมโห

          ผมทำเหรอ  คนที่ไม่รู้ตัวยังคงถามย้ำ  เขาพร้อมจะรับผิดและขอโทษ แต่เขาไม่รู้สึกว่าเขาไปโดนอะไรบนโต๊ะของหญิงสาว

          นฌิชร์เม้มปากก่อนหันไปหาชายหนุ่มอีกคน  พี่ธีมเห็นมั๊ยคะ เสียงใสถามพยาน

          แต่คนที่เป็นพยานก็ไม่แน่ใจเพราะไม่เห็น  แต่คิดว่าคงเกิดจากเพื่อนหันตัวไปโดนเพราะเขาเห็นนฌิชร์นั่งอยู่เฉยๆ กล่องคงเลื่อนเองไม่ได้  เลยพูดแล้วชี้ไปที่ม้วนกระดาษที่เพื่อนถืออยู่ ไปโดนเข้าน่ะสิ

            นัยน์ตาคมของคนที่ตกเป็นผู้ต้องหา มองสิ่งที่ตัวเองถืออยู่ แล้วก็คิดว่าคงจริง เขาผิดเอง จึงเอ่ย ขอโทษ แล้วผมจะซื้อใช้ให้ 

             อารมณ์โกรธเมื่อครู่ของนฌิชร์ค่อยเบาลงเมื่อ ได้ยินคำขอโทษจากอีกฝ่าย แต่ก็ใช่ว่าจะหมดไป  ไม่เป็นไรค่ะ ลูกชิดทราบว่าคุณศิลป์ไม่ได้ตั้งใจ  อีกอย่างเค้กนี่หาซื้อยากค่ะ เพราะมันทำจากเชฟมืออาชีพในกรุงเทพฯ สูตรพิเศษที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ อ๋อ อเมริกันชีสเค้กนะคะ ของโรงแรม... คุณศิลป์ไม่ต้องซื้อมาให้หรอกคะ ถึงจะทำเละไปก็เถอะหล่อนบอกชื่อโรงแรมดังไปแล้วยิ้มกว้างให้คนที่มองหล่อนนิ่ง   

              

          พอกลับถึงบ้านนฌิชร์ก็โทรหาพนิตา  เพื่อพูดขอบคุณและเล่าเรื่องเค้กให้อีกฝ่ายฟัง   พี่ฟางอุตส่าห์ไปซื้อมาให้

           ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ลูกชิด แล้วพี่จะซื้อให้ใหม่

              ไม่ใช่พี่ฟาง ไม่ใช่ ไม่ต้องหรอกค่ะ ลำบาก   ลูกชิดแค่เสียดาย ดูสิ เค้กที่พี่ฟางซื้อมา พี่ธีมเอาข้ามจังหวัดมาให้ เพราะเจ้านายซุ่มซ่าม เลยเละเลย แต่ลูกชิดก็ทานนะ ทานได้

            พนิตาหัวเราะ เบาๆ อย่าโกรธคุณศิลป์เธอเลย เธอไม่ได้แกล้ง ลูกชิดก็อย่าไปหาเรื่องคุณศิลป์ด้วย พนิตาเตือน เพราะเสียงใสๆเล่าให้ฟังว่าพูดแกล้งอีกฝ่ายไป ทำนองที่จะให้ซื้อมาใช้  ยังไงคุณศิลป์ก็เป็นเจ้านายนะคะ

             เจ้านาย นฌิชร์พึมพำ ก็เพราะเจ้านายน่ะสิคะ ถ้าเป็นที่โรงแรม ละก็ ฮึ่ม

               พนิตายิ้มขำ ความจริงลูกชิดผิดเองตั้งแต่แรกที่ไปแกล้งคุณศิลป์ เลยโดนเข้าใจผิดใช่มั๊ยคะ

           นฌิชร์หน้ามุ่ย ไม่อยากรับความจริงข้อนี้  เลยตอบเสียงอ่อย ค่ะ

            แล้วจะไปหมั่นไส้คุณศิลป์ทำไมล่ะคะ  อภัยให้เธอเถอะ

             ก็ได้มั๊ง ถ้าไม่กวนหรือว่าลูกชิดอีกนะ

           

      ไม่ มีข้อแก้ตัวใดๆ ที่มาหลังสัญญาถึง  22 นาที  ก็ข้อแก้ตัวมันเดิมๆน่ะสิ รอหาข้อแก้ตัวใหม่ได้ก่อน 55 + (มาแบบไม่ได้รีไรท์อีกต่างหาก เฮ่อ ชีวิต  ขนาดขออัพทุกวันที่ 15 ของเดือน เดือนละหน  ไม่น่าคบเลยคนเขียนนี่ ตอนหน้า พระนางคงเข้ารูปเข้าร่าง เข้าหัวใจหน่อยๆกันบ้าง แค่หน่อยๆ เวรกรรมอีก 20 ตอนละมั๊ง ถึงจะรักกัน

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

290 ความคิดเห็น

  1. #231 แพนด้า (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2552 / 11:11
    นี่! คุณศิลป์ ทำเค้ก เค้าตก น่ะ ไปซื้อมาชดใช้เค้าเลยนะ 2 กล่อง แหะ..แหะ เผื่ออิชั้น 1 กล่องด้วย (แหมก็อยากชิมมั่งสิ ดู ลูกชิดออกอาการเสียดายขนาดนั้น ขนาดหน้าเละ ยังกินเลย คงอร่อยน่าดู
    #231
    0
  2. #230 oss-spy (@oss-spy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กันยายน 2552 / 21:45
    น้องเค้ก ...

    เสียดายน้องเค้กอ่ะ

    T^T
    #230
    0
  3. #228 นภัสวริน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กันยายน 2552 / 01:30
    จะช้าจะเร็วก็นอนรอดึกเลยเวลานางซินก็รอรองเท้าหายเข้าบ้านไม่ได้ก็รอ

    ลุงบ่นก็รออ่านทีเร็ก รับผิดด้วยชอบป้ารับเอง555ป้าโหวตและให้ 5 คะแนนนะ

    บ๊าย บาย ง่วงแล้ว
    #228
    0