ชิดกลางใจ

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 มี.ค. 52

                   หลังชายหนุ่มตอบ คนที่งงที่สุดและคิดว่าตัวเองคงเป็นอัลไซเมอร์อย่างกะทันหันคือคุณสิทธิ์ศักดิ์ คิดอยากจะหันไปถามบุตรชาย แต่เพราะอยู่ต่อหน้าผู้ว่าจ้างจึงต้องรักษามารยาทไว้ ทำได้เพียงหันไปตอบรับคำขอบคุณและคุยต่อเท่านั้น

                     นฌิชณ์ไม่รู้ว่าทำไมชายหนุ่มถึงตอบรับ อาจเป็นเพราะเกรงใจปู่ดิศกับย่าเกดทำให้ปฏิเสธการมัดมือชกจากหล่อนไม่ได้  หรือบางทีอาจแพ้กระแสสะกดจิตที่หล่อนพยายามส่งไป แต่จากสายตาเมื่อครู่ของชายหนุ่มทำให้หล่อนแน่ใจว่า พลังจิตของหล่อนคงหมดสภาพตกเข้าหลุมอากาศไปกลางทาง หลังจากนี้หล่อนคงต้องหาทางเลี่ยงที่จะต้องคุยกับชายหนุ่มไปก่อนเพราะยังคิดอะไรไม่ออกถ้าโดนอีกฝ่ายถาม  นั่งมองๆคนนั้นทีคนนี้ที เมื่อไม่มีอะไรที่จะดึงหล่อนเข้าไปเกี่ยว นฌิชร์จึงหันกลับมาหมกมุ่นกับความคิดของตนเองต่อ ปัญหาคือจะบอกพี่ฟางดีมั๊ย แล้ว...นัยน์ตาคู่สวยเหลือบมองธีมปทินท์ รู้อะไรด้วยหรือเปล่า 

         

                          เมื่อทานอาหารเสร็จ คนทำงานก็ขอตัวกลับไปทำงาน คนที่ตามมาเที่ยวก็ขอแยกตัวกลับกรุงเทพฯ 

                           ศิศิลป์หันไปพูดกับธีมปทินท์ด้วยน้ำเสียงที่คิดว่านฌิชร์จะได้ยิน จะไปไปดูตึกกันก่อนกลับใช่มั๊ยแล้วหันไปทางหญิงสาวที่ยืนชิดติดกับภรรยาผู้ว่าจ้าง คุณลูกชิดไปดูที่ทำงานกันมั้ยครับ ไปพร้อมกันเลย

                         ไม่หรอกค่ะ ลูกชิดอยู่ที่นี่อยู่แล้ว ไปวันอื่นก็ได้ วันนี้อยู่นี่ดีกว่า

                         คุณลูกชิดทราบหรือครับว่า ตึกอยู่ตรงไหน

                  ไม่ทราบหรอกค่ะ แต่ว่าถ้าคุณศิลป์บอกแค่ เลขที่บ้าน ลูกชิดก็นึกออก รู้จัก ไปถูกค่ะ

                   เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ชายหนุ่มจึงหยุดชวน แล้วหันไปคุยกับเพื่อน

                        นฌิชร์โล่งอกที่ชายหนุ่มเลิกชวน ไม่เช่นนั้นหล่อนคงบอกปัดลำบาก  ธีมปทินท์และมุรีหันมาไหว้ลาย่าเกดอีกครั้งก่อนจะขอตัวกลับกรุงเทพฯ นฌิชร์มองตามร่างบางที่เดินห่างออกไปอย่างรังเกียจ รูปร่างหน้าตาก็ออกดี ทำเรื่องร้ายๆไปได้ มีวิญญาณสถิตย์ร่างเป็นปรสิตเก้าหางหรือไง 

 

         

                                ช่วงค่ำหลังจากกลับมาบ้านพร้อมกับพ่อและแม่ นฌิชร์รีบโทรหาสลิสาทันที

                          ...หน้าตาก็โอเคนะ 7 เต็ม10 หุ่นบอบบางมาตรฐานทั่วไป  ทำไมอยากได้ผู้ชายขนาดนั้น น่าเกลียด น่าเกียจและน่าเกลียด  นฌิชร์สรุปส่งท้ายหลังจากที่ร่ายเรื่องยืดยาว

                                แน่ใจเหรอว่าไม่บอกพี่ฟาง แต่จะจับเอง

                         นั่นนะดิ นฌิชร์เริ่มคิด คิดว่าไง

                         เราก็คิดเหมือนแกแหละ  พี่ฟางสู้ยัยนั้นไม่ได้หรอก ถึงจะรู้ตัวจริง อย่างดีก็แค่บอกว่า  คุณเลิกโทรมาแกล้ง อาจจะเรียกชื่อ มุรี ให้ฝ่ายนั้นรู้ตัวก็แค่นั้น ไปๆมาๆ ยัยนั้นก็รอด ลอยหน้า ข้าไม่ได้ทำไรสักหน่อย เอาให้ปฏิเสธไม่ออกแหละดีจะได้รู้สำนึก

                       ใช่มะ ใช่มะ  เราถึงอยากจับให้ได้แบบอึกทึกครึกโครม นฌิชร์บอกอย่างแน่วแน่

                                สลิสาหัวเราะ เลยกล้าบอกไปหน้าตาเฉย ว่า…”  พูดเลียนเสียงเพื่อน ...รับลูกชิดเข้าทำงานค่ะ ลูกชิดจะตั้งใจทำงานค่ะ ...คุณศิศิลป์ขาขอบพระคุณมากค่ะ

                                เฮ้ย ไม่ได้พูดคุณศิศิลป์ขา  ...ว่าแล้วก็นะ นี่ก็แย่เหมือนกัน มั่วไปจนได้ ตานั้นก็รับเฉย ไม่รู้ทำไม แต่ก็ดี 

                                เข้าไปแล้วก็ต้องทำงานจะเอาเวลาที่ไหนไปทำสงคราม

                         เวลางานนั่นแหละ  ที่ฟังๆสำนักงานแค่  20 กว่าตารางเมตร คงเห็นกันทั้งวัน

                         ยัยชิด สลิสาพูดเรียบๆ ถ้าธีมปทินท์เป็นแฟนกับมุรีจริงๆ ระวังตอนที่ต้องบอกความจริงพี่ฟางให้ดีก็แล้วกัน      

                                 อืมม์ แย่แหะ มีเรื่องต้องแย่ตั้ง 2 เรื่องเรื่อง แย่เรื่องที่ 1 ก็คือการหาคำตอบดีๆให้กับคนแสนรู้ ที่ชอบต้อนหล่อนให้จนมุม กับเรื่องพี่ฟาง  ว่าแต่สาเหอะ เตรียมตัวสอบไปถึงไหน

                                  สบายอยู่แล้ว ความรู้อยู่ในหัว

                                   นฌิชร์หัวเราะแล้วแซว ความรู้ท่วมหัว แต่ไม่เคยเอาออกมาได้นะสิ ก่อนหัวเราะร่วนที่เพื่อนทำเสียงงึมงำจับใจความได้ว่า กำลังต่อว่าหล่อนกลับ     

      

                           ขณะเดียวกันนั้นหลังจากที่ศิศิลป์คุยกับบิดาเสร็จ ก็ต้องนั่งทวนเหตุการณ์และการตัดสินใจของตนเองอีกครั้ง เพื่อตัดปัญหาการอธิบายให้บิดาฟัง เขาเลยบอกบิดาไปว่า ที่รับนฌิชร์เข้าทำงานเพราะคิดตามที่บิดาพูดว่าครอบครัวของหญิงสาวเป็นที่รู้จัก หากหญิงสาวทำงานกับบริษัทน่าจะดีกว่า เลยเปลี่ยนใจทีหลังแล้วลืมบอกบิดา คิดแล้วโมโห นฌิชร์คงรู้ว่าเขาปฏิเสธต่อหน้าคุณกษิดิศและเกษราไม่ได้ ถ้าตอนนั้นเมื่อคุณเกษราถามแล้วเขาตอบไปก่อนว่า ไม่รับ คงจะดี  เพราะมัวแต่ไปคิดว่าถ้าหญิงสาวเป็นคนพูดเองว่าไม่อยากทำงานกับเขา จะดูดีดีกว่าที่เขาปฏิเสธไม่รับด้วยตนเอง แล้วหวนนึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งที่เจอหญิงสาวหน้าร้านสปา ก็เห็นๆว่าไม่อยากทำ แล้วเปลี่ยนใจทำไม...จะมีอะไรแค่เด็กชอบแกล้งคนอื่น...แล้วทำไมจ้องแต่จะแกล้งธีม ..มุรีอีกคน เราเองยังโดนคิ้วเข้าขมวดเข้าหากัน ใบหน้าคมเริ่มบึ้งเมื่อไม่เข้าใจแต่รับมาแล้ว ....มีความรู้ระดับปริญญาตรี ให้รับผิดชอบเรื่องการเงิน ให้รับลูกค้าและประสานงานทั่วไป น่าจะดีศิศิลป์หยิบสมุดและปากกาขึ้นมาร่างโครงสร้างองค์กรง่ายๆ จำนวนคนที่คิดเอาไว้ว่าจะรับ งานที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบ  

 

                                     ส่วนนฌิชร์นั้น เมื่อคุยกับสลิสาเสร็จก็โทรหาพนิตาต่อ  เพื่อลองถามความสัมพันธ์ระหว่างพี่ฟางกับธีมปทินท์ว่าราบรื่นหรือว่ากำลังระหองระแหงกัน ถ้าใกล้เลิก หล่อนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามจับ แล้วจะได้ถล่มแบบไม่ต้องเกรงใจใคร       

                             พี่ฟางจะนอนยังคะ

                           ยังหรอกค่ะ

                           งั้นให้ลูกชิดกวนก่อนนะ  นฌิชร์พูดร่าเริงตามนิสัย พี่ฟางเป็นไงบ้าง ยังมีคนคอยโทรกวนอีกหรือเปล่าคะ

                                   ไม่มีแล้วพนิตานึกถึงครั้งสุดท้ายที่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว ไม่มีโทรมาอีกเลย

                                   ดีจัง นฌิชร์พูดเรียบๆ ใจก็คิดไปถึงมุรี เลยเผลอหลุดปากเปรยออกไป  สงสัยกำลังมีความสุขที่ได้เกาะติด

                                     พนิตาแปลกใจ ลูกชิดพูดว่าอะไรนะคะ

                            อ๋อ ตัวก่อกวนน่ะพี่ฟาง ลูกชิดสงสัยว่าคงไปเกาะติดอยู่ที่ไหนแล้ว เลยเลิกมาแกล้งพี่ฟางของลูกชิดไงลูกชิดยกมือขึ้นตบปากตัวเองเบาๆ ไม่มีก็ดีแล้วนะคะ

                                       พนิตาฟังเสียงใสๆพูดแจ้วๆแล้วยิ้ม ก่อนจะคุยถามสารทุกข์สุกดิบไปเรื่อยๆ  ขณะที่คุยอยู่ก็มีสายเรียกซ้อนเข้ามา อีกฝ่ายคงได้ยินเสียงแปลกๆเข้าด้วย เลยถาม

                                    มีคนโทรเข้าใช่มั้ยคะ

                                     ไม่เป็นไรหรอกคุยต่อได้  หล่อนดูแล้วว่าคนที่โทรเข้าคือธีมปทินท์

                                     แน้..อย่าเลย  โทรมาตอนนี้ คุณธีมใช่มะ ลูกชิดไม่ขวางดีกว่า ว่าแต่พี่ฟางช่วงนี้ happy หรือเปล่าคะ หรือว่าโกธรกันเลยไม่รับโทรศัพท์ นฌิชร์กล้าพูดกล้าถามตรๆ เพราะสนิทกัน

                                      พนิตาหัวเราะที่อีกฝ่ายถามดุ้นๆตรงๆ หล่อนรู้จักนิสัยของน้องสาวคนนี้ดี และไม่ถือสากับคำถามที่เป็นส่วนตัว ก็เรื่อยๆค่ะ ไม่มีอะไร  

                                      ลูกชิดโทรมาเพราะคิดถึงไม่เจอกันเลย ไม่มีอะไรพิเศษหรอกค่ะ งั้นลูกชิดวางก่อนดีกว่า แล้วลูกชิดจะโทรมาใหม่นะคะ

 

                                         พอนฌิชร์ขอวางสายไป ไม่กี่นาทีคนที่โทรมาเมื่อครู่ก็โทรเข้ามาใหม่

                              คุยกับใครอยู่เหรอครับ

                                        น้องลูกชิดค่ะ

                              นินทาผมหรือเปล่าเอ่ยธีมปทินท์พูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง

                                 พนิตาหัวเราะ นินทาสิคะ ก่อนจะรีบบอกความจริง เปล่าหรอกค่ะ ลูกชิดโทรมาคุยเฉยๆ แต่เล่าด้วยว่าจะไปทำงานที่เดียวกับธีม ฟางยังแปลกใจเลย แต่ก็ดีแล้ว เพราะลูกชิดเคยปรึกษาฟางเรื่องงาน ว่าไม่รู้จะตามใจผู้ใหญ่ดีมั๊ย

                              พูดถึงแต่คุณลูกชิด ไม่คิดถึงผมบ้างเหรอฟาง

                                         พนิตายิ้ม คิดถึงทำไมล่ะคะ ไม่เจอกันแค่อาทิตย์เดียวเอง แถมคุยกันก็บ่อย ...แล้วสำนักงานที่ตราดเป็นยังไงบ้างละคะ เดินทางไปกับสาวๆสนุกมั๊ย ไม่เห็นเล่าให้ฟางฟังเลย 

                                  ก่อนเดินทางเขาบอกพนิตาแล้วว่า มีเพื่อนผู้หญิงไปด้วยคนนึง โดยยืนยันกับพนิตาว่า เป็นเพื่อนร่วมงานจริงๆ เพราะเขารู้ดีว่าเขายังแก้ข้อกล่าวหาและเข้าใจผิดไม่ได้

 

                                  เริ่มต้นวันใหม่ ก่อนเวลาเข้างานมุรีเดินไปหาธีมปทินท์ที่โต๊ะอย่างที่มักทำบ่อยๆ เมื่อวานนี้ ธีมกลับถึงบ้านดึกมั้ย มุรีว่าจะโทร ก็กลัวธีมจะพักผ่อน ขับรถตั้งไกลแล้วยังไปแวะส่งมุรีที่บ้านอีก

                                             ไม่ดึกหรอก

                                  ธีม...มุรีฟังที่คุณศิลป์คุยกับธีมเมื่อวาน  ธีมได้ไปทำงานที่นั้นแน่เลยใช่มั๊ย

                                              ธีมปทินท์นิ่งคิดว่าจะตอบหญิงสาวอย่างไรดี ความจริงต้องมีประกาศก่อนว่าใครจะได้ไปที่สาขา แต่เพราะเขาสนิทกับศิศิลป์ และวันที่ไปยื่นใบขอย้าย เพื่อนก็บอกแล้วว่ารับเขา  ธีมปทินท์พูดเบาๆ  ใช่เราคงไป มุรีอย่าเพิ่งบอกใครได้มั้ย เพราะศิลป์ยังไม่ได้ติดประกาศเลย

                                  มุรีพยักหน้ารับ คุณศิลป์กับธีมปรึกษาเรื่องสาขากันใหญ่ ดูยังไงธีมก็ได้ไปอยู่ที่นั่นแน่ มุรีสิ ไม่รู้จะได้ไปมั้ย อยากรู้เร็วๆจังหญิงสาวพูดเรื่อยๆ ก่อนจะแสดงสีหน้าคิดอะไรบางอย่างออก มุรีขอแสดงความคิดเห็นอะไรหน่อยได้มั๊ย  อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของธีม แต่มุรีเป็นห่วง

                                              ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ก่อนจะตอบ ได้สิ  คุยได้

                                  ธีมเคยบอกมุรีว่า แฟนไม่ว่าอะไรที่ธีมจะไปทำงานที่ตราด พูดแล้วหล่อนก็เจ็บวาบตรงกลางอก ที่ต้องยอมรับไปว่า หญิงสาวคนอื่นเป็นแฟนชายหนุ่ม ธีมแน่ใจเหรอ ธีมเป็นผู้ชาย ไม่ได้คิดอะไรมาก ผู้หญิงน่ะ คนรักต้องไปทำงานไกลๆ ไม่ค่อยได้เจอกัน บางทีก็เหงา ผู้หญิงน่ะมักจะรักผู้ชายมากกว่าที่ผู้ชายรัก ผู้ชายก็มักไม่เข้าใจจิตใจผู้หญิงอีกต่างหาก

                                              ธีมปทินท์หายใจเข้า ก่อนพูดยิ้มๆ สายตามองหญิงสาวล้อๆ  มุรีพูดเหมือนมีแฟนแล้วน่ะนี่

                                   เปล่าๆ ธีมอย่าแซวสิ เราแค่คิดตามที่ผู้หญิงน่าจะคิดเท่านั้นเอง

                                    ขอบคุณนะมุรีที่ห่วงเรา เสียงทุ้มพูดเนือยๆ เพราะเขาเองก็ไม่อยากห่างพนิตา คุยกันแล้ว เราคิดว่าไม่เป็นอะไรนะ เพราะบ้านฟางก็อยู่ที่นั่น ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ธีมปทินท์หมายถึงเรื่องการพิสูจน์ตัวเองของเขา อาจจะได้เจอกันทุกวัน แล้วคลี่ยิ้มบางๆ มุรียังไม่เคยเจอฟางใช่มั้ย แล้วเราจะแนะนำให้รู้จักนะ

                                  มุรีหยุดหายใจ หัวใจที่เจ็บอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้รู้สึกเหมือนแตกกระจายเป็นชิ้นๆ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย อะไรเรียบร้อย หมายความว่าอะไร

                                  มุรี เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเพื่อนที่ยังนั่งเงียบ

                                  เออ ...อือ มิน่าธีมถึงอยากไปตราด มุรีพูดออกไป เข้าใจกันก็ดีแล้วล่ะ ...โอ๊ะ…” หล่อนเหลือบตามองนาฬิกา เกินเวลาเข้างานแล้ว ไปก่อนนะ

                                               มุรีเดินตรงไปที่แผนกของตนเอง แต่ไม่ได้ไปที่โต๊ะ กลับเลี้ยวไปทางห้องน้ำ มือบางกำแน่น ก่อนจะไปหยุดยืนมองใบหน้าตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ นัยน์ตาเริ่มมีน้ำตาคลอ หล่อนชอบธีมปทินท์ หล่อนเคยบอกตัวเอง อยากให้เขาสนใจ อยากเป็นคนที่เดินเคียงคู่ อยากอยู่ใกล้ หล่อนเคยคิดว่า ทำไมจะแย่งมาไม่ได้ ไม่แปลกอะไรเลย ในเมื่อหล่อนเองก็รักธีมปทินท์ไม่แพ้ผู้หญิงคนนั้น  เพียงแต่ธีมปทินท์ไม่เลือกหล่อน ถ้าธีมปทินท์มองหล่อนบ้าง ...หล่อนมาทีหลังเท่านั้น มุรีกัดริมฝีปากตนเอง

 

                                             จวนจะค่ำแล้ว มุรียังไม่กลับบ้าน หล่อนเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง  แล้วตรงไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะ

                                             สวัสดีค่ะคุณฟาง เสียงเรียบๆปนเจ็บปวดเอ่ยทักอีกฝ่าย  ก่อนจะพูดแนะนำตัวเองอีกหน จำฉันได้มั้ยคะ แฟนธีมน่ะค่ะ 

                                พนิตาใจหายวาบ สวัสดีค่ะ หล่อนกลั้นใจตอบกลับ

                                         สบายดีมั้ยคะ

                                         สบายดีค่ะ พนิตาเม้มปาก เมื่อคิดถึงที่นฌิชร์เคยบอก ผู้หญิงคนนี้อาจไม่หวังดี ก่อนจะสูดลมหายใจเข้า เรียกความกล้าในการถามความจริงจากอีกฝ่าย คุณ ...จะให้ฉันเรียกคุณว่าอะไรคะ

                              มุรีตอบอย่างไม่คิด เพราะชื่ออะไรก็ได้ ไม่สำคัญ เอ้ค่ะ ขอโทษนะคะ คุยกับคุณตั้งหลายครั้ง ลืมบอกชื่อทุกที เสียมารยาทมากเลย ขอโทษนะคะ

                                        พนิตาใจเต้นเพราะไม่แน่ใจระคนสงสัยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ถึงโทรมาอีก แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายปล่อยโฮ

                                       มุรีพูดเสียงสะอื้น ขอโทษนะคะที่ฉันโทรมารบกวนหลายหน เพราะไม่รู้จะทำยังไงดี ฉัน ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ ฉันอยากตาย ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีธีม 

                                     คุณเอ้ ใจเย็นๆค่ะ มีอะไร พนิตาปลอบ หล่อนเริ่มไม่แน่ใจอีกแล้วว่า ผู้หญิงที่โทรมานั้นเป็นแฟนธีมปทินท์จริงหรือว่าไม่ใช่  คำพูดของนฌิชร์ก็ยังวนมาเตือน เสียงพูดปนสะอื้นทางปลายสายก็ทำให้หล่อนใจอ่อน

                                         ธีมขอเลิกกับฉัน ขอเลิกจริงๆนะคะ ไม่เหมือนทุกครั้ง ฉันรู้ว่าคราวนี้ เขาจะทิ้งฉันไป  ไปหาผู้หญิงคนใหม่ ฉันจะอยู่ยังไง

                                พนิตาชาทั้งตัว ไปหาผู้หญิงคนใหม่ ...หล่อนงั้นหรือ ? ปลายสายยังคงรำพึงรำพันต่อ พนิตาแทบจับใจความไม่ได้ เพราะมัวแต่ตกใจ          

                                 คุณฟาง คุณคงไม่เข้าใจฉัน แต่ฉันรู้สึกว่าคุณเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ต่อว่าฉันเหมือนเพื่อนคนอื่น ที่ว่าฉันโง่ โง่ที่เชื่อว่าธีมจะกลับตัวไม่เจ้าชู้เพราะความรักที่ฉันให้เขาได้  ก่อนจะหัวเราะเสียงขื่น แล้วจงใจพูดกระทบอีกฝ่าย ฉันอยากแช่งผู้หญิงที่ธีมไปติด อยากแช่งให้อกหัก โดนธีมทิ้ง

                               พนิตามือเย็น แล้วทราบมั๊ยคะว่า ผู้หญิงคนใหม่เป็นใคร

                             ไม่ทราบค่ะ มุรีหยุดพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น แล้วพูดด้วยเสียงเรียบเย็นคล้ายทำใจได้ แต่เขาขอเลิก ก็ต้องมีคนใหม่ ธีมอยู่โดยไม่มีผู้หญิงไม่ได้หรอกค่ะ  

                                        ... พนิตาพูดไม่ออก

                                        ริมฝีปากสีชมพูเหยียดออก ฉันอยากระบายให้ใครสักคนฟัง โดยที่ไม่คอยขัดหรือต่อว่าฉัน เท่านั้นเองค่ะ ขอบคุณที่รับฟังนะคะ หล่อนปล่อยให้เหรียญสุดท้ายตกลงและโทรศัพท์ตัดไปหลังพูดจบ ก่อนจะหันมองไปรอๆว่ามีใครอยู่ใกล้ๆ คอยมองตอนที่หล่อนแกล้งส่งเสียงสะอื้นไปหรือไม่ เมื่อไม่มีจึงเดินลิ่วๆออกไปจากตรงนั้น

                                            เมื่อเสียงสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดดัง พนิตาก็ยังไม่ได้กดวาง มือบางยังถือหูค้าง ตอนนี้หล่อนค่อนข้างสับสนและไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง ความคิดทางด้านบวกและลบหักล้างเหตุผลกันไปมาไม่จบสิ้น เมื่อรู้สึกว่าศีรษะเริ่มหนักจึงเอนตัวลงนอนไปกับโซฟา ก่อนจะนึกถึง เพื่อนรุ่นน้องที่สนิทสนมและรู้เรื่องทุกอย่าง หล่อนก็ต้องการคนพูดคุยและปรึกษาเช่นกัน

 

                                        นฌิชร์ตาโต ก่อนจะเข่นเขี้ยวรอดไรฟัน แต่ไม่ออกเสียงให้คู่สนทนาได้ยินเมื่อพี่ฟางพูดจบ  มุรี ยัยตุ๊กแก 9 หัว 9 หาง’ “พี่ฟางคะ  ลูกชิดขอเบอร์ที่โทรเข้าเมื่อครู่ได้มั๊ยคะ หญิงสาวเอ่ยขอ เพราะอยากรู้ว่าเป็นเบอร์เดียวกับที่ได้มาหรือเปล่า  ได้ยินเสียงกดปุ่มแทรกเข้ามาในหูโทรศัพท์ ก่อนที่เสียงใสปนเศร้าจะตอบ

                                    เบอร์ 02 .....นะคะ พนิตาบอกเลขอีก 7 หลักหลังจากนั้นให้นฌิชร์ฟัง   จดทันมั๊ยคะ

                                    ค่ะพี่ฟาง เรียบร้อย

                           แต่พี่ลองโทรไปแล้วนะลูกชิด ไม่มีคนรับเลย

                                   ไม่เป็นไรหรอกพี่ฟาง ลูกชิดขอเก็บไว้เผื่อจะรู้อะไร หล่อนคิดว่าจะไปหาดูว่าเป็นเบอร์ของใคร หรือโทรจากที่ไหน

                                       พนิตาถอนใจ ลูกชิดว่าเขาโทรมาแกล้งพี่หรือคะ

                                      นฌิชร์ไม่อยากบอกความจริงว่าหล่อนก็ไม่แน่ใจนักว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนธีมปทินท์หรือหรือเปล่า แต่คงไม่เลิกกันเร็วอย่างนี้  ตอนที่เจอก็ไม่มีวี่แววอะไร พูดจากันดีแถมพากันมาเที่ยวถึงตราด ผ่านมาแค่วัน 2 วันจะเลิกกันจนจะเป็นจะตายแบบนี้ได้ยังไง ค่ะ แกล้งแน่ๆ หล่อนมั่นใจข้อนี้ "คนไม่รู้จักกัน ใครกล้าพูดเรื่องส่วนตัวให้ฟัง โทรมาร้องไห้อีกต่างหาก แถมยังเคยว่าพี่ฟางยุ่งกับแฟนเขา ...อ้างว่าแฟนน่ะค่ะ แล้วจะมาบอกอะไรต่อมิอะไรทำไม คิดยังไงก็แปลกใช่มั้ยล่ะ

                              แต่คิดอีกแง่ก็ได้นะลูกชิด  เป็นไปได้ที่เขาอยากจะคุยกับใครสักคนที่ไม่รู้ตัวตนของเขา ไม่ไปพูดเรื่องของเขาในสังคมที่เขาอยู่  หรือฟังเฉยๆโดยไม่ต่อว่า เพราะแค่อยากระบาย อย่างที่เขาบอกพี่

                              นัยน์ตาโตสวยกระพริบปริบๆ พี่ฟางมองโลกในแง่ดี นึกไปหล่อนคงเป็นคนไม่ดีสินะ ถึงได้มองในแง่ร้าย ถ้าเขาไม่ประสงค์ร้าย ทำไมเขาโทรหาพี่ฟางฝ่ายเดียว โทรกลับทีไรไม่เคยได้เลย นฌิชร์ยกเว้นกรณีที่หล่อนโทรติดเอาไว้  พี่ฟางอย่าสนใจผู้หญิงคนนั้นเลยนะคะ เดี๋ยวลูกชิดจัดการให้

                                        พนิตาถอนหายใจ ไม่ได้เฉลียวใจกับท้ายประโยคที่นฌิชร์บอกว่าจะจัดการให้ พี่ก็ไม่อยากสนใจ

                                        พี่ฟางบอกว่า ให้คุณธีมพิสูจน์ตัว งั้นเราก็ต้องดูคุณธีม พี่ฟางอยากจับผิด จับพิรุธ จับโกหก ก็ลุยเลยพี่ฟาง พูดไปก็รู้อยู่ว่า พนิตาไม่ลุยแหง๋   ส่วนผู้หญิงคนนั้นอย่าเอามาใส่ใจ อย่าไปห่วงเขาด้วยนะคะ             

                                        พี่จะพยายามไม่นึกถึง  แค่นี้นะลูกชิด พี่ขอไปนอนก่อนดีกว่า ขอบคุณนะ

                                       ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ฟาง โทรหาลูกชิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันไม่มีวันหยุดเลยนะคะ

                             หลับฝันดีนะคะ

                                       เช่นกันค่ะ  พอพี่ฟางวางสายไป  นฌิชร์ก็นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่คนเดียว ก่อนจะรวมรวบสมาธิที่โดนตีแตกเพราะความหงุดหงิด เพื่อคิดหาทางเอาคืนมุรี  สงสัยรอจนทำงานไม่ได้ นึกว่าหายเงียบไปเพราะผู้ชายเอาใจ  ทำไงดี ปรึกษาสา  ..ไม่ได้ พี่ฟางขออย่าบอกใครนฌิชร์คิดวิธีขึ้นมาทีละอย่าง ก่อนจะเหวี่ยงทิ้งไปทีละอย่างเช่นกัน เพราะไม่น่าจะใช้จับมุรีได้  มุ่งแต่ผู้หญิง ลองไปทางผู้ชายดูบ้างดีกว่า น่าจะง่ายกว่า แล้วหันมาสนใจเบอร์โทรที่เพิ่งได้จากพี่ฟาง  กดดูเบอร์โทรศัพท์ พร้อมๆกับเปิดคอมพิวเตอร์ หาเวปที่ใช้ค้นหาเบอร์โทรและชื่อบุคคล จัดการคีย์ตัวเลขเข้าไป 9 หลัก ผลที่ได้คือ เบอร์โทรศัพท์สาธารณะ  แต่ริมฝีปากบางสีเรื่อก็ยิ้มออกเมื่อรู้ว่าอยู่เขตไหน  



    โอ๊ยยยยยยยย พิมพ์ตอบเม้นท์มา 2 รอบ ตั้งแต่ 5 ทุ่ม  นี่จะเที่ยงคืน       เด็กดี เน่า อะไรก็ไม่รู้ หายหมด หายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ       คำบ่นเมื่อวันที่ 20 เวลา 11.45   

                                  

              หลังจาก พิมพ์ตอบเม้นท์ หายมา 2 รอบ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง heydon วันนี้ก็เริ่มมีความคิดขึ้น  คราวนี้ไม่พิมพ์สดในเด็กดีแล้ว พิมพ์ใน word ดีกว่า 

 

                         ท่านป้านภัสวริน  เหอๆ เราเริ่มจำชื่อท่านป้าได้แล้วนะ ทำไมมี 2 จังหวัด แปลว่า 2 คนเหรอ??  ท่านป้าไปซื้อทำไม ทำไมไม่บอก heydon นิยายขายไม่ออกของ heydon น่ะ มีเหลืออีก เอาไปรองนอน เอามารองขาโต๊ะ ยัดเยียดให้คนอื่น ไปๆมาๆยังเหลืออีก 2 เล่ม  heydon พร้อมจะส่งให้ เก็บเงินปลายทาง 555 + ไม่หรอก heydon ไม่หน้าสีสดขนาดนั้น (ที่ไหนได้ ทำจริง)    นี่นะ ตอนนั้นถ้าท่านป้าคิดคำตอบโดยลืมบวก 1 heydon เตรียมแซวเต็มที่  แต่ท่านป้าก็รู้ทันจนได้  เมื่อคืน heydon เขียนตอบเพราะกลัวผิดสัญญาแต่ เด็กดี (ต้องโทษ) มันให้ heydon login ใหม่หลังจากเขียนเสร็จ แล้วที่เขียนมันก็สลายไป อยากจะเอาหัวโขกหน้าเวป แต่ไม่กล้า กลัวจอฟัง  เลยโผล่มาตอนนี้แทน  ขอบคุณที่แวะเวียนมาค่ะ  heydon ถนัดเรียกตัวเองว่า heydon แต่ t- rex ก็โอเค นานๆที เวลามีนักอ่านรู้จักเราในนามปากกานั้น   ท่านป้ากล้าไปหยิบ ยัยแสนกวนป่วนให้รักด้วย รู้เปล่า ทั้งรูปปกทั้งชื่อเรื่องน่ะ เขาห้ามคนอายุเกิน 18 หยิบ

 

                     BerserkeR  เราก็อยากให้ถึงเร็วๆเหมือนกัน เพราะหมายความว่า เราอัพนิยายได้ก้าวหน้าไปเกือบค่อนเรื่องแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเลย เดินทางเยอะ เขาว่า หน้าจะย้อยลง ผมจะฟูชี้  ขอบตาแพนด้าเรียกเพื่อน หัวสั่นหัวคลอน แก่มากกว่าอายุจริง 5 ปี เป็นไปแล้วล่ะสิ  อย่ามาหน้าแก่ตามเราเลยเพื่อนรัก

                  
                      
ฟ้าหม่นเดียวดาย  แหม แกล้งคิดผิดให้เราโผล่มาเร็วกว่ากำหนดละสิ  เสียใจ
heydon คงสภาพความอืดไม่เปลี่ยนแปลง  ฟ้าหม่นเดียวดายเปลี่ยนไอดีแล้วนี่หน่า งงมะ เรานะ โคตรงงเลย รูปภาพก็หาย เหลือ 2 รูป ตอนแรก เปลี่ยนเสร็จ พอกลับมาอีกวัน log in ก็หาไม่เจอ   ตอนนี้เริ่มคล่องแล้ว อย่างมากก็รู้วิธีอัพนิยาย

                    
                     Oss-spy  อ๊ะ ยังมาหาเราอยู่  อยากช่วยลูกชิดมาช่วยดันคนเขียนก่อนดีกว่า

                           
                            ปุ้ม 
heydon ก็ดีใจที่มีคนเข้ามาอ่านเช่นกัน

                
                           
นกอ้วน เราเพิ่งเจอกันใช่มะ ยินดีที่ได้คุย และขอบคุณที่แวะมาอ่านนิยายเรา 

                  
                            
มะยม  คงต้องรอไปอีกสักตอน 2 ตอนน่ะ 555+  (มันยังไม่ถึงอีกเหรอนี่ นิยายอะไร)

                    
                             จ๋อม เขาว่าคนแก่จำวันออกหวยแม่น น่าจะจริงเนอะ หึหึ  เออ ทำไมไม่บอกชื่อเดิมพันอันใหม่สุดเดิ้นให้เร็วกว่านี้ ไม่งั้น เราไปเสนอ ดอกหญ้าแล้วย่ะ ชื่อไม่ซ้ำใครดี อีกอย่างนะ ตอนแรก เราไม่รู้เรื่องว่าเดิมพันออก  ก็ดอกหญ้าเอาปกมาให้ดูแล้วเงียบหาย เงียบสนิท เราก็ทำใจแล้วว่า ออกสิ้นปีก็ช่างมัน วันหนึ่งพี่นักอ่านที่เคารพ ก็เขียนมาบอกเราว่า ออกแล้ว เห็นแล้ว จองแล้ว เรายังสงสัย และแล้วผ่านไปแค่ 5 นาทีไปรษณีย์ก็มา พร้อมด้วยเดิมพันจากดอกหญ้า  โอ้ว้าว  ..เออ ว่าแต่ เราไม่เคยเห็นหนังสือของเราเองวางขายในร้านสักที หรือเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้เข้าร้านที่ไหน อีกอย่างเราไม่สนใจจำไม่ได้สักทีว่า นอกจากร้านดอกหญ้าแล้ว เขาวางขายที่ไหนกัน  จตุจักรไม่ต้องพูดถึง ไม่ได้ไปมา 4 ปีแล้ว เลยไม่เคยเห็น เคยไปดูดอกหญ้า ที่ร้านเดิน 30 ก้าวก็รอบร้าน เห็นแต่ของอัคนีกะ แมกไม้ ของเราอยู่ไหน  อย่าๆ ขายไม่ดีขนาดหายหมด เพราะเราถามยอดไปแล้ว กลั้นใจถามแทบตาย พอได้คำตอบ ก็หมดลมพอดี  ดูสิ นานๆคุยกันทีก็ไม่ยอมเข้า
mail นี่นะ เราเลยไม่ส่งไปเลย กลัวไม่ถึง  โม้อีกข้อละกัน ขอเอาชื่อจ๋อมไปเป็นเพื่อนนางเอกหน่อยนะ  ของเก่ายังเขียนไม่จบ ของใหม่ดันโผล่มามันจะรอดมะ  แต่เรื่องใหม่เราเขียนแนว t-rex ไม่ใช่แนว heydon

                
                          
Darr  อ๊ะๆๆ  เพิ่งเจอกันดันรู้นิสัยเราอีก แหมๆ แต่ไม่อายหรอก      จริงๆ heydon ไม่ชอบตะเข็บชายแดน นี่มันต้องเข้าไปในที่กรณีพิพาทเลย  โผล่มาตอนเกือบ 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม พยายามตอบเม้นท์ เด็ดดีเน่า เซ็งสุด ตาจะปิด ไม่ไหว ต้องรีบนอนวิ่งหนีความชราที่เอามือคว้ามาป้ายตีนกา  เลยโผล่มาใหม่ตอนเช้าจ้า

            
                        
Lala ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่าน  ขนาดคิดว่าธรรมดาก็ยังอ่านต่อ เย้.. เมื่อมาแล้วก็จะเจอ heydon เกาะหลัง  แต่สำนวน heydon น่ะ ไม่คงที่ เพราะไม่ใช่นักเขียนจริงๆ ขอบคุณที่ชอบนิยายเรา ว่าแต่ ปกติ อ่านแนวไหนเหรอ

                 
          เจอกันวันที่ 19 เมษา หลังสงกรานต์  นะคะ                               

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

290 ความคิดเห็น

  1. #196 MooNMa@฿∑!!ity (@bellity_2533) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 05:00

    เหอะๆ ออสก้าเอาให้คุณเธอเลย ไม่เลือกวิธีจริงๆ....

    #196
    0
  2. #132 นภัสวริน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2552 / 23:51
    หลาน19เมษนะนานไปป้ารอจนจะเข้าวัยทองแล้วไม่ต้องแซวคนอ่านแก่จริง

    ยิ่งรอยิ่งแก่หลานทีเร็กงวดหน้าไม่ต้องนานนะรีบ ๆ มาอัพละคอยซะรอย<img src=/a/writer/img/cross.gif><!--ตีน-->อีแร้ง

    เต็มเลย
    #132
    0
  3. #131 lala (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2552 / 21:28
    บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าชอบแนวไหนแต่ต้องมีเรื่องรักรักด้วย ส่วนเรื่องของ heydon อ่านแล้วชอบทุกเรื่องจริงๆ ก่อนที่จามาเริ่มอ่านนิยายในเนต ชอบอ่านของ โรสราเรน ต่อมาก็ชอบ ว.วินิจฉัยกุล แบบว่ามีหนังสือทุกเล่ม อ่านซ้ำได้อีก พอหลังเขียนไม่ทันให้อ่านเลย ลองนักเขียนหน้าไม่ตามร้ายหนังสือ ซิ้อมาบางเรื่องอ่านได้หน่อยไม่ชอบก็หลายเล่ม ตอนหลังมารู้ว่าในเนตมีนิยายที่เขียนดีดีเยอะเลย บางเรื่องตามอ่านในเนตแล้วชอบ ก็ไปซิ้อหนังสือที่เค้าตีพิมพ์ไปแล้วมาอ่าน คอนนี้ก็รอของheydon นี่แหละรอมานานไม่ยอมออก ว่าแต่เรื่อง ยัยแสนกวนป่วนให้รัก ไว้ถ้าพรุ่งนี้จะไปซื้อเหมือนกัน คนเขียนจะได้มีแรงเขียนต่อไป

    นี่เพิ่งส้่งทางเนตมาอยู่ 5 เล่ม ไม่มีแรงอ่านเพราะต้องใส่แว่นอ่านนานไม่ไหว แบบว่าสายตายาวขึ้นทุกวัน อ่านในเนตมันทำให้ ใหญ่ได้เลยอ่านสบาย แต่สายตาต่อนนี้อ่านอะไรไม่ใส่แว่นไม่ได้ อ่านไม่ได้แล้ว พล่ามไปเรื่องสายตาได้ไงนี่ เอาเป็นว่าเผลอ ๆเราน่าจะแก่กว่าทุกคนในนี้นะ
    #131
    0
  4. #130 Peem's sister (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 18:38
    Thanks xxxxxxxxxxxxx
    #130
    0
  5. #128 ปุ้ม (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2552 / 11:49
    ลูกชิดจ๋า เปิดสำนักงานนักสืบก็ดีนะจ๊ะ
    #128
    0
  6. #127 oss-spy (@oss-spy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2552 / 00:46
    ลูกชิดของเราจะทำสำเร็จไหมเนี้ย

    สำเร็จอยู่แล้ว

    พี่สาวเค้าซะอย่าง  (เค้ารับแกเป็นน้องเมื่อไรว่ ะ)
    #127
    0
  7. #126 นภัสวริน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2552 / 21:07
    สมองแก่ ๆ ของป้าจดจำวัน 19 เมษายนเจอกันนะหลานลูกไปคนอีกคนอยู่บ้านไปไกลบ้านมาก

    บ้านอยู่ภาคกลางดันไปใต้นอนไม่หลับเลยป่วนนิยายอ่านซะราบหมดเลยยัยแสนกวนนะ40กว่าก็

    ชอบอ่านนะหลานนี่หลานทีเร็กออกเดิมพันหรอไม่เห็นรู้เลยไม่บอกคนแก่คนแก่งอนนะแต่ป้าชอบ

    อ่านแบบทีเร็กเขียนนะภาษาได้ใจคนแก่มากแล้วเจอกันะหลาน
    #126
    0
  8. #125 มิยา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2552 / 15:41
    คิดได้ไงคะ ตัวประหลาด 9หัว 9หาง บรื๊อส์......
    #125
    0
  9. #124 นกอ้วน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2552 / 15:25
    เฮ้! ดีใจจังมาอัพแล้ว สนุกมากค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอ
    #124
    0
  10. #123 นภัสวริน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2552 / 22:29
    ป้าก็มาอ่านดึก ๆ เหมือนกันรอลูกกลับจากเที่ยวระนองกับภูเก็ตป้าไปสอยยัยแสนกวนป่วนให้รัก

    มาไว้ที่บ้านแล้วนะชิดกลางใจจะออกเป็นหนังสือก็จะไปช่วยสอยมาเก็บเหมือนกันคนแก่ก็แบบนี้

    ชอบสะสมบายนะหลานนะทีเร็กใช้หลายชื่อคนแก่งง
    #123
    0
  11. #122 lala (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2552 / 22:28
    อยากอ่านอีกจัง อ่านไปเนื้อเรื่องก็ธรรมดา แต่ก็รู้สึกสนุก ชอบสำนวนด้วย ยังไงก็อย่าให้รอนานนักนะ นัดใก้ลๆหน่อยนะ

    #122
    0