ชิดกลางใจ

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 พ.ย. 51

           (ความจริงมันควรเป็น ตอนที่ 10 ภาค 2 เนอะ ตัดความคิดผิดไปหน่อย ) 

             ร่างอรชรนั่งหน้าเศร้าอยู่ในห้องรับแขกที่บ้านของคุณฤดี ขณะที่คุณฤดีกำลังบ่นแกมต่อว่าบุตรชายของตัวเอง

            ตอนเด็กๆ แม่ก็ดีใจที่สนใจแต่เรื่องเรียน พอโตแล้วก็เอาแต่ทำงาน แม่ก็ยังภูมิใจที่ไม่ออกนอกลู่นอกทางไปไหน  แต่ถึงขนาดเอาแต่ก้มหน้าทำงานไม่สนใจหนูแก้วเลยนี่สิ คุณฤดีส่ายหน้าระอา ก่อนจะหันไปปลอบหญิงสาวหนูแก้ว ลูกอย่าคิดมากเลย พี่เขาเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร แม่เตือนก็แล้วสอนก็แล้ว ยังไม่รู้จักเอาใจผู้หญิง ถอนหายใจแล้วพูดต่อ เรื่องที่จะไปช่วยทำงานที่ตราดกับพี่เขา แม่ว่าศิลป์ไม่ปฏิเสธหนูแก้วหรอกลูก  เพียงแต่พี่เขาพูดไม่เก่งพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะของหญิงสาวเป็นเชิงปลอบ ที่ผ่านมาพี่เขาไม่ค่อยพูด  แต่มีอะไรก็ไม่เคยปฏิเสธจริงมั๊ย ถ้าพี่เขาไม่ติดงานจริงๆ

            ไหมแก้วหันหน้าไปมองคุณฤดี พลางหวนนึกถึงที่ผ่านๆมา ก็เป็นดั่งที่คุณฤดีว่า หล่อนมาชวนไปทานข้าวนอกบ้านชายหนุ่มก็ไป คุณฤดีให้พาไปชอปปิ้งชายหนุ่มก็พาหล่อนไป โดยลืมคิดไปว่าทุกครั้งนั้นเพราะมารดาของชายหนุ่มเป็นคนสั่ง  ค่ะคุณแม่  แล้วไหมแก้วควรทำยังไงต่อคะ

            คุณฤดีถูกใจไหมแก้วในหลายเรื่องทั้งเรื่องฐานะ ชาติตระกูล การศึกษา รวมถึงหัวอ่อน แต่ที่นางค่อนข้างจะเหนื่อยใจอยู่บ้างก็เรื่องความฉลาดเฉลียวที่ออกจะน้อยไปสักหน่อยแต่ไม่ถึงกับไม่มีเลย รอพี่เขาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วกันนะลูก

                แก้วต้องรีบไปหาความรู้เกี่ยวกับแบบบ้านไว้เยอะๆ เผื่อเวลาพี่ศิลป์พูดเรื่องงาน แก้วจะได้เข้าใจด้วย

                น่ารักจริง ...เย็นนี้อยู่ทานข้าวที่นี่ด้วยกันมั๊ย

            หญิงสาวสั่นศีรษะน้อยๆ ค่ำวันนี้แก้วต้องไปงานกาล่าดินเนอร์กับที่บ้าน  พรุ่งนี้แก้วจะมาทานเป็นเพื่อนคุณแม่นะคะ

            คุณฤดียิ้มเอ็นดูที่หญิงสาวเรียบร้อยน่ารัก แล้ววาดหวังไว้ว่าคงอีกไม่นานไหมแก้วจะแต่งงานกับบุตรชายของนางเสียที

 

             ช่วงหัวค่ำคุณฤดีนั่งรอบุตรชายเพื่อจะพูดเรื่องของไหมแก้ว พอเห็นร่างสูงเดินเข้ามาจึงเรียกให้มานั่งคุยด้วย  เหนื่อยมั๊ย มานั่งคุยกับแม่ก่อนสิ

            ร่างสูงทรุดตัวลงนั่ง วางของที่ตัวเองถือลงมากับเก้าอี้ข้างตัว

            ตอบแม่มาตรงๆนะ ศิลป์มีผู้หญิงที่ชอบอยู่หรือเปล่า

            คิ้วเข้มยกสูงขึ้นด้วยความแปลกใจ ไม่มีครับ

              คุณฤดียิ้มกว้างดีใจเพราะหมายความว่า บุตรชายจะไม่มีปัญหาหากนางให้แต่งงานกับไหมแก้ว แล้วต้องหุบยิ้มลงเมื่อบุตรชายพูดต่อ

             รวมถึงไหมแก้วด้วยนะครับใบหน้าติดบึ้งของมารดาทำให้ชายหนุ่มต้องหาคำพูดที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายโกรธ ผมยังเกาะพ่อกับแม่อยู่เลย ผมอยากเลี้ยงตัวเองให้ได้ก่อนนะครับ ค่อยคิดเรื่องอื่น

                ศิลป์อย่ามาอ้าง อะไรที่เป็นของพ่อกับแม่ก็เป็นของศิลป์ ทำงานทุกวันนี้ แม่รู้นะว่าศิลป์ก็มีทั้งเงินเดือนและเงินพิเศษ ทำไมจะเลี้ยงตัวเองไม่ได้

            เลี้ยงได้แต่ตัวเอง ยังไม่พร้อมเลี้ยงคนอื่นเลยครับ เสียงทุ้มตอบเรื่อยๆ

          หนูแก้วมีเงินเยอะกว่าเราด้วยมั๊ง ไม่ต้องหาเลี้ยงเสียหน่อย แบ่งเวลาให้น้องบ้าง พอถึงบ้านก็คอยสนใจ เอาใจ ดูแล แค่นี้น้องก็มีความสุขคุณฤดีไม่ยอม

           ศิศิลป์หัวเราะเบาๆในลำคอเมื่อคิดว่าตอนแรกมารดาแค่ถามเขาว่า มีผู้หญิงที่ชอบแล้วหรือยัง แต่ตอนนี้พูดคล้ายกำลังจะชักจูงให้เขาแต่งงาน ผมคิดว่าไหมแก้วเหมือนน้องสาว ลูกสาวแม่อีกคนไง

         คุณฤดีค้อนก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างแข็ง เพราะเห็นหนูแก้วเป็นลูกสาวแม่อีกคน แม่ถึงอยากได้มาเป็นสะใภ้ ...แม่ไม่อยากให้ศิลป์มองหนูแก้วเป็นน้อง  มองบุตรชายพร้อมถามเสียงเครียด คิดว่าอยู่ด้วยกันได้มั๊ย

         ชายหนุ่มเริ่มลำบากใจ เขาไม่ได้รังเกียจไหมแก้ว จะให้อยู่ด้วยก็คงได้ แต่เขาก็ไม่ได้รักหญิงสาวเช่นชู้สาว ผมยังตอบไม่ได้หรอกครับ

          คุณฤดีถอนใจ อย่าลืมคิดล่ะ แม่อยากรู้เร็วๆ

          ศิศิลป์คิดจะลุกไปอยู่แล้ว แต่ก็นึกขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามมารดา แล้วถ้าผมไม่ได้รักไหมแก้ว ล่ะครับแม่

          หนูแก้วว่าง่าย เรียบร้อยน่ารักขนาดนั้น ถ้าศิลป์อยู่กับน้องได้ ต้องชอบน้องเขาเองสักวัน

          ใบหน้าคมนิ่งขรึม ผม..

             คุณฤดีตัดบทเมื่อรู้สึกว่าบุตรชายกำลังจะปฏิเสธ เอาละๆ  แม่ไม่เร่งก็ได้ แต่ศิลป์ต้องให้โอกาสน้องบ้าง ไม่ใช่อะไรก็เอาแต่งานๆ ได้หรือเปล่า   

            ถึงจะลำบากใจแต่เขาก็ไม่อยากขัดมารดา และคิดว่าค่อยๆหาทางให้มารดาและไหมแก้วเข้าใจว่าเขายังไม่คิดแต่งงาน รวมถึงไม่ได้คิดกับไหมแก้วเป็นอย่างอื่นนอกจากน้อง ได้ครับ

            รับปากแม่แล้วนะ

             ชายหนุ่มตอบรับอีกครั้งพร้อมพยักหน้า ครับ 

             คุณฤดียิ้มถูกใจ ตอนนี้ศิลป์อาจบอกว่าเห็นหนูแก้วเป็นน้องสาว อนาคตไม่แน่นอน ศิลป์อาจจะรักไหมแก้วแบบอื่นก็ได้ ไปคิดดูดีๆนะลูก ...อย่าลืมมีเวลาให้น้องบ้าง  คุณฤดีกล่าวเตือนลูกชายอีกครั้ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกไป

            

           มือเรียวใหญ่เอื้อมไปกดสวิตช์ไฟในห้อง วางงานที่คิดจะเอามานั่งทำต่อลงบนโต๊ะ แล้วทรุดตัวลงนั่งพ่นลมออกทางปาก  ตอนนี้เรื่องของไหมแก้วเริ่มทำความลำบากใจให้เขามากขึ้น เขาพบหญิงสาวครั้งแรกเมื่อเพื่อนของมารดาพาหญิงสาวมาที่บ้าน เขาก็ไม่ได้สนใจมากมายนัก แม้จะรู้ว่าหญิงสาวดูดีน่ามอง  หลังจากวันนั้นมารดาก็มักจะชวนแกมบังคับให้เขาไปไหนมาไหนโดยมีหญิงสาวไปด้วยเสมอ  ยิ่งระยะหลังนี้มารดาของเขาแสดงออกชัดว่าต้องการหญิงสาวมาเป็นลูกสะใภ้หรือพูดง่ายๆก็คือ อยากให้เขาแต่งงานกับไหมแก้ว เขาทำเฉยๆมาตลอดเพราะคิดว่าไม่กระทบกับชีวิตเขามากนัก แต่ตอนนี้ชักจะยุ่งขึ้นเสียแล้วเมื่อมารดาเอ่ยขึ้นมาตรงๆ  ร่างสูงเอนหลังหลับตาลง  เพื่อถามความรู้สึกของตัวเขาเองว่าจะอยู่กับไหมแก้วในฐานะคนรักกันได้หรือไม่ แล้วเขาควรจะทำอย่างไรถ้ามารดาเร่งรัด 

 

          คุณสิทธิศักดิ์มองภรรยาที่เดินกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่มีความพอใจเจืออยู่ด้วย เขาพอจะรู้ว่าภรรยาไปนั่งรอบุตรชายทำไม แต่ไม่แน่ใจนักว่าเรื่องที่ภรรยาพูดไปถึงขั้นไหน จึงเอ่ยถามเพื่อให้หายข้องใจ  ศิลป์ว่าไงบ้าง

        หนูแก้วน่ารักน่าเอ็นดู ทำไมลูกเราไม่ชอบก็ไม่รู้

          คุณสิทธิ์ศักดิ์หัวเราะในลำคอเพราะเขาก็รู้ว่าบุตรชายไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับไหมแก้ว ต่างคนต่างหัวใจ ...ผมยอมฤดีได้หลายๆอย่าง  แต่เรื่องนี้ผมไม่อยากให้บังคับลูก คุณสิทธิศักดิ์ เอ่ยกับภรรยาตรงๆ

           ไม่ได้บังคับ คุณฤดีเน้นเสียง แค่พยายามจะช่วย…” คุณฤดีพูดอธิบายไม่ถูกจะว่าช่วยหญิงสาวที่นางถูกใจอย่างไหมแก้ว หรือช่วยให้บุตรชายมีครอบครัวที่ดี  “…ลูกเลือกผู้หญิงดีๆเท่านั้นเอง

          กลัวได้ลูกสะใภ้ไม่ถูกใจหรือไงคุณ

           สมัยนี้ผู้หญิงดีๆหายากนะ ไม่หวังเงินก็หาความเป็นกุลสตรีไม่ได้ ...ไม่รู้จักระวังตัวไม่รู้จักถือตัว  ออกไปเดินตามถนนกระโปรงสั้นๆเปิดกันพรึบพรับไม่สนใจ

          ไม่หรอกน่า  ผู้หญิงบางคนแต่งตัวเปรี้ยวแต่นิสัยดีก็มีถมไป

           ฉันแค่อยากให้ลูกกับไหมแก้วรักกัน คุณฤดีพูดเรียบๆคล้ายรำพึง

           คนฟังกำลังจะบอกภรรยาว่าไหมแก้วไม่เหมาะกับบุตรชายเพราะหญิงสาวบอบบาง และอยู่อย่างเป็นไข่ในหินจนเกินไป แต่ภรรยาก็พูดขึ้นมาเสียก่อน  

          ลูกรับปากกับฉันแล้วว่าจะให้เวลาหนูแก้วบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ทำงาน...คุณ.. เสาร์อาทิตย์หน้าจะไปตราดกับศิลป์ เอาหนูแก้วไปด้วยได้หรือเปล่า

          อย่าดีกว่า ไหมแก้วเดินนานๆได้เสียที่ไหน เดินตากแดดตากลมก็ไม่ไหว

          ก็อย่าพาหนูแก้วไปเดินแบบนั้นสิคะ รู้อยู่ว่าแกน่ะถูกเลี้ยงมาแบบทะนุถนอมแค่ไหน จะไปทนเดินอย่างนั้นได้ยังไง ให้นั่งรออยู่ที่ไหนก่อนก็ได้ ครั้งที่แล้วก็เห็นมีที่ให้นั่งเล่นตั้งเยอะ พอเสร็จงานคุณก็ปล่อยให้ศิลป์กับหนูแก้วใกล้ชิดกัน

         ไม่ดีมั๊ง พาไปแล้วจะให้นั่งอยู่คนเดียว

          ฉันรู้ว่าหนูแก้วเต็มใจ คุณก็ต้องดูออกว่าหนูแก้วชอบลูกเรา เหลือแต่ตาศิลป์นั่นแหละต้องให้ศิลป์อยู่กับหนูแก้วบ่อยๆ จะได้รู้ว่าน่ารักแค่ไหนแล้วก็จะได้รักกันไงคะ   

         คุณสิทธิศักดิ์ถอนใจแล้วส่ายหน้าเพราะไม่เห็นด้วย แต่ในเมื่อภรรยาเขาเชื่อว่าแค่ใกล้ชิดกันมากขึ้นจะทำให้บุตรชายชอบไหมแก้วขึ้นมาได้ ก็ลองให้ทำดู ภรรยาจะได้ตัดใจเสีย ถ้าไม่เป็นดั่งที่คิด ได้

          คุณฤดียิ้มดีใจที่สามียอม นับแต่แต่งงานมาสามีดีกับนางมาก ยอมตามที่นางขอแทบทุกอย่าง แต่เวลาที่สามีเอาจริงขึ้นมานางก็ต้องเงียบและรับฟังเพราะนั้นหมายความว่า อีกฝ่ายไม่ยอมอ่อนให้แล้วแน่ๆ  ชีวิตคู่ที่รู้จักต่างรู้จักถอยและยอมให้กันจะสามารถอยู่ได้ยืนยาว    

                                 

        วันรุ่งขึ้นคุณสิทธิศักดิ์เรียกบุตรชายเข้าไปพบที่ห้องทำงาน พ่อลูกคุยกันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

          แม่ให้พาไหมแก้วไปตราดด้วย แล้วพ่อก็ตอบตกลงรับปากไปแล้วหรือครับ เสียงทุ้มถามด้วยความแปลกใจระคนตกใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เป็นคำถามกลายๆ พ่อเห็นด้วยกับแม่? ”

        ชายวัยกลางคนหัวเราะแล้วพยักหน้า ก่อนจะหัวเราะมากขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของบุตรชายคนเดียว ทำไมหึ หนูไหมแก้วไม่ดีตรงไหนล่ะ

         ชายหนุ่มส่ายศีรษะช้าๆ ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงแบบไหมแก้วนี่ครับพ่อ

         แม่เขาเอาจริงนะ แกล้งพูดแหย่บุตรชายเล่น เขาหมายมั่นปั้นมือมาก จะจับแกกับไหมแก้วแต่งงานกันให้ได้

       โอ๊ย เสียงทุ้มโอดครวญ ผมลำบากใจนะพ่อ จะปฏิเสธไปเลยก็กลัวแม่จะน้อยใจ งอนไม่พูดด้วย หน้าบึ้งไปทั้งสัปดาห์

        แม่เขาคิดว่าถ้าให้ศิลป์กับหนูแก้วใกล้ชิดกันมากกว่านี้ ศิลป์จะรักไหมแก้ว ศิลป์ไม่คิดแบบนั้นบ้างล่ะคุณสิทธิศักดิ์ลองถามบุตรชาย

        นิสัยอย่างแก้ว ผมว่า...ยังไงคงเข้ากับผมไม่ได้แน่ครับ

       ชายสูงวัยพยักหน้าเข้าใจ ถ้ามั่นใจว่าไม่ชอบหนูแก้วก็หาทางพูดกับแม่เขาแล้วกัน เดี๋ยวถ้าให้ความหวังทั้งแม่เราเองทั้งหนูแก้วไปนานๆจะยิ่งแย่เอานะ ...แต่พ่อว่าถึงศิลป์จะปฏิเสธไป แม่เขาก็ไม่เลิกง่ายๆหรอก  ต้องให้แม่รู้เองว่าต่อให้ศิลป์กับหนูแก้วใกล้ชิดกันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 

        ศิศิลป์ฟังบิดาแล้วนึกถึงนิสัยของมารดาซึ่งคงเปลี่ยนใจยากอย่างที่บิดาบอก ด้วยความกลุ้มใจ

    lala                ยังไม่บ่อยเท่าไหร่แต่เริ่มพัฒนาแล้วใช่มะ เพราะโผล่หัวมาแล้ว     
   BerserkeR    เข้ามาอ่านอยู่จริงๆด้วย แต่รู้สึกจะหายไปพอๆกะเราเลยนะยะ
    
แหมว            จะพยายามพัฒนาอัตราความเร็ว  (ความพยายามอยู่ที่ไหนหนอความพยายาม)
   oss-spy          เป็นไรที่เขียนลำบากจิตลำบากใจมากกับพนิตา อยากเขียนให้มีคนเรียบร้อยเป็นตัวนำบ้าง แต่แทบ แย่    ไม่รู้จะเอาวิญญาณอะไรสิงเพราะไม่มีความเรียบร้อยในตัวให้รู้สึกเลย    เขียนไปก็ไม่รู้ว่าคนเรียบร้อยที่ไมสู้คน (คนดีที่ตรงข้ามกับคนเขียน) คิดไรพูดไร 
 จ๋อมจ๋า     ไอ้เราก็นึกว่าไม่เข้า  mail   ที่ไหนได้ com ประท้วงอยู่นั่นเอง   สมัยนี้ ปกสวยได้เปรียบ ถ้า ดอกหญ้าไม่รู้จักพัฒนา ถ้าจะแย่  ว่าแต่ จ๋อมจ๋าอ่านข้ามตอนอีกเปล่าเหอะ   คิดถึง ttt เนอะ หายไปจากเรายังพอว่านี่หายไปจากที่อื่นด้วยนี่ดิ 
  

        เอาละ คืบคลานกับความอู้มาได้แค่นี้   แล้วจะโผล่หัวมาอีกนะคะ   (มีคะด้วยคราวนี้)    

290 ความคิดเห็น

  1. #191 MooNMa@฿∑!!ity (@bellity_2533) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 04:26

    คลุมถุงชน ศิลหนักแน่นเข้าไว้ เพราะนางเอกนายไม่ใช่คนนี้555+

    #191
    0
  2. #85 เสี่ยวหลงเปา (@XiangJaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มกราคม 2552 / 14:46
    ตามอ่านเรื่องนี้มานาน แต่เรื่องนี้ก้อไม่จบสักที

    ยังไงก้อรออ่านต่ออยู่นะค่ะ
    #85
    0
  3. #82 แง้ว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 / 15:02
    ดีใจจังเลยที่มาอัพ
    #82
    0
  4. #79 แม่มน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 19:17
    เฮ้อ จะอัพอีกทีวันที่ 5 มกรา 52 อ๊ะเป่า
    #79
    0