ชิดกลางใจ

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ต.ค. 51

นฌิชร์ไม่ได้กลับตราดมา 2 อาทิตย์แล้ว และบิดามารดาก็ไม่ได้เข้ากรุงเทพฯช่วงนี้ หล่อนจึงคิดจะกลับตราดคนเดียว แต่ก็มีโทรศัพท์จากย่าเกดโทรมาหาเสียก่อน  

        เป็นยังไงบ้างลูกชิด ไม่กลับมาหาย่าเลย แอบไปสมัครงานไว้ที่ไหนหรือเปล่าลูก

        ก็มีบ้างค่ะนฌิชร์เสียงอ่อยยอมรับ แต่แค่ 2 บริษัทเองนะคะ แล้วลูกชิดก็กำลังจะกลับตราดพรุ่งนี้ ที่หล่อนอยู่กรุงเทพฯต่อเพราะมองหางานและไปสมัครงานมาบ้าง แค่ลองดูเองค่ะว่าจะมีบริษัทไหนสนใจลูกชิดมั๊ย เท่านั้นเอง แล้วลูกชิดจะกลับไปสมัครงานที่ตราดด้วย ยังไงลูกชิดก็ต้องเลือกงานที่ตราดก่อน หล่อนรีบบอกต่อ   

       แก้ตัวใหญ่เลยนะ คุณเกษราพูดนิ่งๆแต่แอบขันในใจ จำที่ย่าเคยบอกได้มั๊ยเรื่องบริษัทที่ย่าอยากให้ไปสมัคร

       นัยน์ตาคู่สวยกระพริบปริบๆ เมื่อนึกได้ ค่ะย่าเกด

       คุณเกษราจึงพูดต่อ ทางนั้นเขาให้เขียนประวัติ แล้วส่งไปทาง mail ได้ จดนะ

       ร่างเล็กๆจึงเดินไปหยิบกระดาษมาจด ก่อนจะจด E-mail address ที่ย่าเกดบอก เรียบร้อยค่ะ  แล้วอ่านทวนให้ผู้สูงวัยฟังอีกครั้ง หญิงสาวเห็นว่าเป็นชื่อซึ่งเป็น mail เฉพาะของบริษัท แต่บริษัทอะไรนั้นหล่อนไม่รู้  บริษัทอะไรค่ะ

      บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในและก่อสร้าง จะมาเปิดสาขาใหม่ที่ตราด

       คิ้วเรียวขมวด ย่าเกดไปรู้จักกับธุรกิจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  ไม่มีเส้นใช่มั๊ยค่ะ

       หญิงสูงวัยหัวเราะ ไม่มี ย่าไม่ได้บอกอะไรเขา ไม่ได้บอกด้วยว่าลูกชิดเป็นหลานจะไปสมัคร  คุณเกษรายิ้ม เพราะคิดว่าถึงไม่บอกถ้าทางนั้นเห็นรูปก็ต้องรู้  เมื่อสามีบอกว่า ทางคุณสิทธิศักดิ์บอกว่าบุตรชายหรือชายหนุ่มที่ชื่อศิศิลป์เป็นคนคัดเลือกพนักงานเอง แล้วถ้ารู้กันแบบนี้ความน่าจะเป็นที่อีกฝ่ายจะรับนฌิชร์ไว้ก็ต้องมีมากกว่า 50 เปอร์เซนต์หรือถ้ายังไงก็ให้สามีไปพูดฝากทางนั้น  อย่าลืมสมัครนะลูก

        ค่ะย่าเกด

        รับปากย่าแล้วนะ

        ค่ะ ลูกชิดจะส่งวันนี้เลย  

        กลับถึงบ้านพ่อเขาเมื่อไหร่ โทรบอกย่าด้วยนะ

        ค่ะ แล้วลูกชิดจะไปค้างด้วยอีกนะคะ  หลังจากวางสาย หญิงสาวจึงเดินไปเปิดคอม ฯ เพราะสัญญาไว้จึงยอมทำโดยดี  ข้อมูลประวัติหรือ resume มีอยู่ในเครื่องแล้ว จึงใช้เวลาไม่นาน  พอกดส่งไปก็นั่งดูจุดนามสกุลในชื่อ e-mail  เดายังไงก็ไม่รู้ชื่อบริษัท เมื่อกี้ก็ลืมถามชื่อบริษัทหล่อนคิดว่าจะได้ไปหาดูว่าเขารับสมัครตำแหน่งอะไรบ้าง แล้วไม่รู้จักกับครอบครัวหล่อนจริงหรือเปล่า     

 

       ชายหนุ่มที่ลงประกาศรับสมัครคนเข้าทำงานที่สาขาใหม่เห็น mail ของตนเองมีจดหมายเข้ามา พอกดเปิดดูแล้ว ต้องอ่านและดูรูปถ่ายหน้าตรงที่แนบมาด้วยซ้ำ ชื่อจริงที่เห็นชื่อว่า นฌิชร์  คุณหนูตัวแสบ ทำไมมาสมัครงานที่นี่ ทั้งที่ครอบครัวมีกิจการใหญ่โตขนาดนั้นเขาลงประกาศรับเฉพาะบางตำแหน่งที่อยากได้คนในพื้นที่ แต่บางตำแหน่งเขาอยากได้คนเก่าเพราะรู้ระบบงานที่สำนักงานใหญ่เวลาติดต่อกันจะได้สะดวก คนนอกที่สนใจสมัครเข้ามาส่วนมาก เป็นเด็กที่เพิ่งจบใหม่ในสาขาที่เกี่ยวข้อง เขาไม่ชอบพวกเข้ามาเอาประสบการณ์แล้วลาออก หญิงสาวคงเป็นหนึ่งในนั้น แต่ที่แปลกใจคือหญิงสาว คิดยังไงถึงมาสมัครเป็นลูกน้องเขา หรือคิดว่ายังไงเขาต้องรับเอาไว้ ถ้าคิดแบบนั้นคิดผิดแน่นอน

     

      มุรียืนอยู่หน้าบอร์ดติดประกาศของบริษัท อ่านประกาศรับสมัครคนที่ต้องการย้ายไปทำงานกับสาขาใหม่ที่ตราดอย่างสนใจ มีไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น  โชคดีที่มีตำแหน่งแบบหล่อนด้วย แต่สิ่งจูงใจที่ทำให้หล่อนอยากย้ายไปนั้น ยังไม่ได้ตอบแบบจริงจังเสียที เมื่อธีมปทินท์พูดว่าไม่แน่ แล้วหล่อนจะทำยังไง  ถ้าไม่ไปยื่นความจำนงไว้ก็คงไม่ได้ย้ายไปหากชายหนุ่มย้าย หากไปยื่นไว้ แล้วอีกฝ่ายไม่ไปเล่า หล่อนจะทำอย่างไร

      มุรี

      ใบหน้ายาวเรียวหันไปหาคนเรียกพร้อมยิ้มให้ อ้าวธีม วันนี้กลับเร็วนะ

      ชายหนุ่มยิ้ม พลางพูดตอบอย่างอารมณ์ดี มีนัดครับ

      คนฟังแม้จะรู้สึกชาวาบขึ้นมา แต่ก็ยิ้มระรื่นพลางแซวเสียงใส กับแฟนใช่มั๊ย ถึงได้ดูอารมณ์ดีนอกหน้าซะขนาดนี้

      ใบหน้าเกลี้ยงยิ้มกว้างอีกหนแทบคำตอบ ก่อนจะถาม เห็นยืนจ้องอยู่ อยากไปเหรอไง

      น่าสนใจ ไปอยู่จังหวัดชายทะเล แล้วยังมีค่าที่พักให้ด้วย แต่ยังไม่ตัดสินใจ แล้วพูดทีเล่นทีจริงอย่างที่หล่อนมักทำเพื่อดูท่าทีอีกฝ่าย รอธีมก่อน ธีมยังลังเลเลย มุรีก็ลังเลบ้างสิ

     อ้าว เป็นงั้นไป คนฟังไม่คิดว่าอีกฝ่ายมีความนัยน์อะไร หัวเราะแล้วขอตัว เพื่อไปหาพนิตาตามที่นัดไว้  ช่วงนี้ฟางหรือพนิตาทำตัวเป็นกันเองกับเขาเหมือนเมื่อครั้งที่คบหากัน ทำให้เขาสบายใจและมีกำลังใจมากขึ้น เขาปรึกษากับพนิตาเรื่องที่ศิศิลป์ชวนไปทำงานที่สาขาใหม่ และพยายามจับความคิดความรู้สึกของหญิงสาวว่าอยากกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดไหม ถ้าอีกฝ่ายอยากทิ้งความวุ่นวายที่กรุงเทพฯแล้วกลับไปอยู่บ้าน ทำงานเล็กๆน้อยๆ เขาก็จะย้ายไปอยู่สาขาใหม่แล้ว วางแผนแต่งงานเสียเลย คิดไปคิดมาเขาก็คิดอยู่ฝ่ายเดียวเรื่องแต่งงาน ยังไม่ได้ถามหรือเกริ่นกับหญิงสาวเลย  วันนี้เขาจะลองเอ่ยดู  

 

        พนิตามองใบหน้าที่คล้ายผู้หญิงของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่เต้นแรงเมื่อแน่ใจว่าได้ยินไม่ผิด ธีม  รู้มั๊ยว่า ที่ธีมพูดมีหมายความว่าอะไร

        รู้สิครับ ผมคิดของผมมาตั้งหลายรอบ ทำไมจะไม่รู้ เขาพูดเขินๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าตกใจ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดเสียงจริงจัง ผมอยากแต่งงานกับฟาง

         เมื่อได้ยินเสียงนุ่มลึกเอ่ยชัด หัวใจแทบจะหลุดออกมานอกอก ทำตัวไม่ถูกเมื่อความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งความสุขความดีใจและเขินอาย

        ชายหนุ่มที่กำลังอายอยู่เช่นกัน เริ่มยิ้มออกเมื่อเห็นใบหน้าสวยใส มีสีเรื่อขึ้น  ฟางยังไม่ต้องตอบก็ได้ครับ เอาเป็นว่าผมขออนุญาตไปไหว้คุณพ่อคุณแม่ของฟางที่ตราดบ้างได้มั๊ยครับ

        พนิตายังพูดไม่ออก หล่อนรู้ตัวว่ารักเขาหมดหัวใจแต่ยังมีเรื่องคาใจบางอย่างที่ชายหนุ่มต้องพิสูจน์ให้หล่อนเห็น  หล่อนจะพาเขาไปแนะนำดีหรือเปล่า ธีม เสียงหวานใสเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆเมื่อเห็นแววตาคมมีประกายบางอย่างที่ทำให้ใจอ่อนยวบ จนลืมสิ่งที่ยังคาใจ ค่ะ

        ธีมปทินท์ยิ้มกว้างอย่างดีใจ หัวใจเต้นอย่างมีความสุขที่หญิงสาวตอบรับ ผมรักฟางจัง เขาพูดออกไปอย่างที่รู้สึก เป็นผลให้ใบหน้าหวานที่มีสีเรื่ออยู่แล้วตอนนี้สีเข้มขึ้นอย่างน่ามอง    

       หญิงสาวเขินจนต้องก้มหน้าลงแล้วยิ้มบางอย่างมีความสุข ลืมความทุกข์ใจที่ผ่านมาไปสิ้น

 

       เช้าวันรุ่งขึ้น ธีมปทินท์ทำงานอย่างอารมณ์ดี จนคนที่เป็นทั้งเพื่อนและหัวหน้าสังเกตเห็น จึงเดินไปทัก วันนี้สมองแล่นหรือไง อารมณ์ดีตั้งแต่เช้า

      เห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วยิ้ม

      คิ้วเฉียงนิดๆขมวด หัวไม่แล่นก็คงเริ่มบ้า ยิ้มอยู่ได้

       คนอารมณ์ดีหัวเราะ ความรัก แล้วเงยหน้าไปยักคิ้วให้อีกฝ่าย สมหวัง

      กับคนไหนล่ะ

            มีคนเดียว ที่เคยบอก

 คนฟังผงกศีรษะช้าๆ เดี๋ยวอกหัก เดี๋ยวสมหวัง ใครจะไปรู้ว่าคนเดิมก่อนจะชะโงกหน้ามอง หน้าจอคอมฯที่อีกฝ่ายเปิดแสดงผลไว้ ใกล้เสร็จแล้ว ตอนบ่ายต้องออกไปพูดให้ลูกค้าฟัง อารมณ์ดีก็ดีเหมือนกัน งานวิ่งดีแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตนเอง ปล่อยให้คนที่ทำงานใกล้เสร็จ มองตามด้วยความอึ้งที่อีกฝ่ายวกกลับเข้าเรื่องงาน แต่ก่อนที่ธีมปทินท์จะหันกลับไปสนใจกับงานของตัวเองต่อ สายตาก็เห็นร่างบอบบางผิวขาว ผมลอนยาวสีชอคโกแลตเดินตรงไปทางห้องของศิศิลป์  คุณไหมแก้ว

 

เสียงเคาะประตูทำให้ศิศิลป์เงยหน้ามอง

พี่ศิลป์ขา  แก้วมาชวนไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้อง พร้อมยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม

ใบหน้าคมมองร่างบางที่มักจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม วันนี้หญิงสาวใส่ชุดเดรสสั้นสีชมพูอ่อน พี่มีนัดกับลูกค้าตอนบ่าย คงไปไหนไม่ได้

แล้วพี่ศิลป์จะพักไปทานข้าวที่ไหนคะ หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มที่ยังทำงานไปคุยไป

ฝากน้องๆเขาซื้อขึ้นมา

ข้าวกล่องจากร้านแถวนี้นะเหรอค่ะ

ใบหน้าคมพยักหน้า แล้วมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย เพราะใบหน้าเรียวเล็กมีสีหน้าคล้าย พะอืดพะอม ก่อนที่เสียงหวานจะพูดต่อ

พี่ศิลป์ทานได้ยังไงบ่อยๆความจริงหล่อนอยากจะบอกว่า ทานลงไปได้ยังไง  สกปรกหรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นทำครัวอยู่ข้างถนน โต๊ะที่นั่งก็สกปรก แต่ชายหนุ่มก็ไปทานได้บ่อยๆ ไม่เป็นอะไรบ้างเหรอคะ

ศิศิลป์หัวเราะเบาๆ วางมือจากงานจริงๆจังๆเพราะเริ่มงง จะให้พี่เป็นอะไร

ไหมแก้วพูดไม่ออก เปล่าค่ะ

แก้วจะทานอะไร เดี๋ยวพี่สั่งให้

ไหมแก้วรู้สึกคลื่นไส้เมื่อคิดถึงข้าวกล่องราคาถูกๆข้างถนน ที่หล่อนไม่เคยกิน อาหารที่หล่อนเคยกินตามร้านข้างถนน อย่างน้อยต้องเป็นร้านที่มีเครื่องปรับอากาศ มีครัวแยกต่างหาก สะอาดสะอ้าน ร้านที่มีครัวเป็นตู้หรือโต๊ะกับเตาไฟเพียงเตาเดียว แล้วควันโขมงอยู่ข้างถนนนั้นหล่อนไม่เคยเข้า แก้วอยากทานอย่างอื่น แต่พี่ศิลป์ไม่ว่างไปกับแก้ว งั้นแก้วสั่งมาทานที่นี่ดีกว่า แก้วสั่งเผื่อพี่ศิลป์เลยนะคะ

ได้สิ เขาเป็นคนทานอะไรง่ายๆอยู่แล้ว ถ้าหญิงสาวจะสั่งอะไรมาทาน เขาก็ไม่มีปัญหาอะไร

ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มที่ชายหนุ่มตามใจ จึงเอามือถือมากดโทรศัพท์หาร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีบริการส่งถึงบ้าน ก่อนจะสั่งอาหารชุดให้ตัวเองและชายหนุ่ม แล้วต้องหน้าบึ้งเมื่ออีกฝ่ายกลับไปก้มหน้าทำงานเหมือนเดิม ไหมแก้วลอบถอนหายใจที่มาหาชายหนุ่มทีไร อีกฝ่ายก็ไม่ค่อยสนใจหล่อนนัก แต่ถ้าชายหนุ่มและหล่อนคบหากันจริงจังหล่อนก็เชื่อว่า เขาคงมีเวลาให้หล่อนมากกว่านี้ แต่หล่อนคิดแล้วว่า หากอยู่กับศิศิลป์หล่อนก็ยอมรับได้หากชายหนุ่มจะทำงานหนัก แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องคอยตามใจและเอาใจหล่อนบ้างเท่านั้น ก่อนจะนึกเรื่องที่คุณฤดีมารดาของชายหนุ่มแนะนำ หล่อนจึงเอ่ยถาม พี่ศิลป์คะ…” ไหมแก้วอึกอัก หล่อนไม่รู้เรื่องการทำงานอะไรนัก เพียงแต่คุณฤดีบอกว่า หล่อนควรจะไปช่วยชายหนุ่มทำงาน จะได้ใกล้ชิดกัน  ที่สาขาใหม่ มีอะไรให้แก้วช่วยมั๊ย  

 ชายหนุ่มพอเข้าใจว่าหญิงสาวต้องการอะไร ไม่มีหรอกครับ

 แก้วอยากไปช่วยพี่ศิลป์ แก้วอ่านหนังสือแบบบ้าน แล้วก็เรื่องแต่งสวนมาตั้งเยอะ

 อยู่ทางนี้สบายกว่านะ ที่ตราดไม่มีอะไรเลย

 ไหมแก้วหน้าเจื่อน เมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ แต่หล่อนยังไม่ละความพยายาม แก้วอยู่ได้ อีกอย่างแก้วจะได้หัดทำงานไงคะ

 แก้วจะเดินทางยังไงครับ เดินทางไกลบ่อยๆไม่ดีหรอก

 ถ้าไปช่วยพี่ศิลป์ แก้วก็จะหาซื้อบ้านหรือไม่ก็คอนโดเทลที่นั่น เวลากลับกรุงเทพฯก็กลับพร้อมพี่ศิลป์ไงคะ

 ศิศิลป์วางมือจากงาน เพราะเริ่มเห็นเค้าลางว่าเขาอาจจะมีเรื่องให้ลำบากใจอีกแล้ว ถามทวนเสียงเรียบ แก้วจะไปอยู่ที่นั้น และกลับพร้อมพี่

 หญิงสาวยิ้ม บางทีคุณแม่คิดถึงพี่ศิลป์ก็ไปอยู่กับแก้วได้ด้วย ดีใช่มั๊ยคะ

 คนฟังหมุนดินสอในมือ  ตัดสินใจตัดบท เมื่อไม่อยากพูดปฏิเสธให้อีกฝ่ายน้อยใจ แล้วไปเข้าหูมารดาของเขา กว่าสำนักงานจะเสร็จคงอีกนานหลายเดือน พี่ต้องดูอะไรอีกหลายอย่าง แก้วหิวหรือยัง เลยเที่ยงมานานแล้ว อยากได้อะไรรองท้องก่อนมั๊ย

แก้วยังไม่ค่อยหิว ไม่เป็นไรค่ะ

ถ้าอย่างนั้น พี่ขอทำงานต่อก่อนนะครับแล้วก้มหน้าทำงานต่อ

ไหมแก้วหน้าเหวอ เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นห่วง จะชวนหล่อนคุยหรือสนใจหล่อน แต่ชายหนุ่มกลับขอทำงานต่อ  ทำให้หล่อนต้องนั่งเงียบๆคนเดียว จนกระทั่งอาหารที่สั่งไว้มาส่ง 






จ๋อมจ๋า  เราเขียน mail ไป เปิดดูบ้างเปล่า (วะ) เอาละ มาโวยในนี้ก็ได้  ไปซื้อทำไมเปลืองเงิน  นี่นะ เวลาขายมือ 2 ไม่คุ้มหรอก  แล้วอย่าไปมองปกคนอื่นให้เราอิจฉา 
         คราวนี้เดิมพันเราไม่เอาปกการ์ตูนแล้ว คิดว่ายังไงก็ไม่ยอม แต่เขายอมด้วย (เลยไม่ได้ อาละวาดเลย) แถมไม่ต้องเปลี่ยนชื่อ ใช้ชื่อเดิมได้อีก คราวนี้มาแปลก เราไม่ค่อยได้อัพ จ๋อมจ๋ายังอุตส่าห์มาหาเรา ดีใจจัง  
berserker  (เบอะเซอะเคอะ) หัวบานไปยัง  เราดิหัวร่วงหมดแล้ว 
nekojung  ยังโผล่มาบ้างมั๊ยยะ ส่งแต่น้องสาวมาคุยกะเรา
miow  ล่ะ ยังมาเปล่า ขอโทษนะ เราขี้เกียจมาก  (บอกอย่างไม่อาย) 
ส่วน ttt ดูดิ ไม่รู้จะมามั๊ย ขนาดมีคนมาถามหาแบบนี้ สงสัย หายจริง

นักอ่านทุกท่าน Heydon ..lazY   เริ่มมาละ แต่จะมาอยู่นานไหมไม่แน่    ข้า(ตัวไม่)น้อยขออภัยไว้ด้วย ณ ที่นี่ด้วย   เพราะที่อื่นไม่รู้จะไปขออภัยที่ไหน   รวมทั้งขอขอบคุณที่ยังมีความอดทนเข้ามาอ่านกัน ขอบคุณมากนะ

290 ความคิดเห็น

  1. #190 MooNMa@฿∑!!ity (@bellity_2533) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 04:22
    อ่ะคู่นั้นเค้าพัฒนาไปจนถึงการขอแต่งงานแล้ว(และมุรีก็ยังหลบอยู่ในเงามืดเหมือนเดิมฮา) แต่คู่เอกเรายังต้วมเตี้ยมๆ อยู่จุด
    เริ่มต้นอยู่เลย
    #190
    0
  2. #76 แหมว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2551 / 22:54
    มาบ่อยๆ นะคะ รออ่าน
    #76
    0