ผู้ชายที่เดินทางข้ามกาลเวลา

ตอนที่ 3 : ความผิดพลาดหนึ่งครั้ง เป็นอีกก้าวหนึ่งที่มุ่งไปข้างหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ย. 54

"ความผิดพลาดหนึ่งครั้ง เป็นอีกก้าวหนึ่งที่มุ่งไปข้างหน้า"

                                                                     โธมัส  เอดิสัน

 

          ผมยอมรับว่าหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของโทนี่ในหัวผมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ประมาณว่าจะพุ่งไปต่อยเขาแต่ในวินาทีต่อมาผมก็ต้องยอมรับว่าเรื่องที่เขาพูดก็ถูกเพราะเขาพยายามเตือนผมหลายรอบแล้วว่าอย่าพยายามช่วยฟ้าเลยแต่ผมเป็นคนรั้นผมเชื่อว่ายังไงผมก็ต้องช่วยเธอให้ได้

          "ผมเข้าใจดีว่าคุณโกรธผม"โทนี่พูดขึ้น

          ผมเลือกที่จะเงียบเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเอง

          "คุณอาจจะคิดว่ามันไม่ยุติธรรม งั้นเอาแบบนี้ละกันถ้าคุณเชื่อว่าเครื่องข้ามเวลานี้มันจะช่วยแฟนคุณได้ เพื่อเป็นการตอบแทนที่คุณช่วยผมให้เครื่องข้ามเวลานี้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ผมจะให้คุณใช้มันครั้งหนึ่งก่อนที่ผมจะกลับโลกอนาคต คุณตกลงมั้ย"

          "เอางั้นก็ได้"ผมยอมรับข้อเสนอและหยิบเครื่องย้อนความทรงจำมาสวมบนหัว

          อีกครั้งที่ผมดำดิ่งสู่ห้วงความมืดมิดอนันตกาลอย่างไม่สิ้นสุด แสงสว่างที่แวบเข้ามาอยู่ ณ ปลายสุดของสายตาก็ปรากฏขึ้น

          และนี่คือโอกาสครั้งที่ 2 ของผม

          "นิคเราว่านะ นิคน่าจะลองเขียนไดอารี่ดูบ้างนะ" คำพูดเดิมๆที่ผมเคยได้ยินมาแล้วของฟ้าย้อนกลับมาอีกครั้ง

          ผมไม่ตอบอะไรได้แต่ล้วงกุญแจรถยี่ห้อโทเยและพาฟ้าเดินออกมาจากที่ตรงนั้น ซึ่งเธอเองก็งงๆเล็กน้อย

          "อะไรเนี่ยนิค เพิ่งมาถึงเองจะรีบไปไหน"ฟ้าเริ่มโวยวาย

          ผมหันไปมองเธอแวบหนึ่งแล้วยิ้มให้ก่อนจะเปิดรถและขับออกไป ไปที่ไหนก็ได้ไปให้ไกลที่สุดยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี

16.01

          ผมจำเวลาที่หัวหน้าจะโทรมาได้ขึ้นใจพอๆกับเวลาตายของฟ้าผมจึงรีบปิดโทรศัพท์เสียก่อนที่เขาจะโทรมาให้ผมสติแตกด่าเขาแบบรอบที่แล้ว

          ตอนนี้ผมตัดสิ่งรบกวนทุกอย่างโดยรอบ ปิดวิทยุที่มักจะเปิดฟังตลอดเวลาขึ้นรถ บรรยากาศภายในรถเงียบมากจนน่าขนลุกจนได้ยินเพียงแค่เสียงเต้นของหัวใจผมที่รัวเป็นจังหวะถี่ๆ และเสียงหายใจที่เจือด้วยความเครียด

          ผมหันไปมองเธอชั่วขณะหนึ่งก็เห็นเธอพยายามนั่งให้นิ่งที่สุดเท่าที่ผู้หญิงไฮเปอร์อยู่ไม่สุขอย่างเธอจะนิ่งได้ ความจริงก็คือไม่ต้องนั่งให้นิ่งขนาดนั้นก็ได้ แค่นั่งหายใจมีชีวิตอยู่อย่างนี้ผมก็มีความสุขแล้ว

          ผมขับรถออกไปด้วยความเร็ว เร็วที่สุดเท่าที่ชีวิตผมจะเคยทำมาในชีวิต จุดหมายแรกที่ผมคิดจะขับรถไปก็คือขับกลับบ้านแต่ไม่รู้ทำไมรถดันมาติดเอาช่วงเวลานี้ ผมเลยตัดสินใจขับรถไปจอดไว้ที่ปั๊มใกล้ๆแถวนั้น ตอนนี้ผมห่างจากที่เกิดเหตุมามากพอสมควรมากกว่าครั้งแรกเป็นเกือบ สิบกิโล ถ้าฟ้ายังตายอีกก็ให้มันรู้ไป

          ผมหันไปมองคนโดยรอบที่บริเวณปั๊มนี้มีแต่คนที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนอาจจะเป็นเพราะผมมาไกลกว่าครั้งที่ผ่านมา ผมหันไปมองโดยทั่วและเริ่มสังเกตหาคนที่ดูท่าทางมีพิรุธ ผมไล่ดูตั้งแต่เด็กปั๊มที่กำลังจะเติมน้ำมัน พนักงานร้านสะดวกซื้อที่กำลังคิดเงินอยู่ในร้าน หรือแม้กระทั่งตัวมาสคอตที่คอยโบกธงให้คนมาเข้าปั๊ม

          ผมก้มลงมองนาฬิกา

16.12

          เหลือเวลาอีก 6 นาที

          ผมหันไปบอกให้ฟ้านั่งอยู่ในรถเอาไว้และล็อคประตูรถ เพราะผมคิดว่ายังไงซะก็คงไม่มีใครหน้าไหนมาเปิดประตูรถเอาฟ้าไปได้ง่ายๆหรอกผมเชื่ออย่างนั้น

          แต่ก็ไม่ใช่อย่างที่ผมคิดเสมอไป

"แคร๊ก"

          เสียงประตูรถด้านที่ฟ้านั่งดังขึ้น ผมหันไปดูทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ประตูรถข้างนั้นถูกเปิดออกด้วยความรวดเร็วสัญญาณกันขโมยไม่มีทีท่าว่าจะดังขึ้น คนร้ายคงจะใช้กุญแจผี หรืออะไรไม่รู้

          แต่ตอนนี้มันกำลังจะเข้าใกล้ฟ้าแล้ว

          มันอยู่ในชุดสีดำแขนยาวกางเกงสีดำ ดำไปหมดทั้งร่างกายปิดแม้กระทั่งใบหน้า ในมือถือมีดยาวประมาณ 5 นิ้ว

          เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที มันหยิบมีดขึ้นมาและแทงเข้าไปที่ท้องของฟ้า ที่เดิมกับที่ผมเห็นมาแล้ว 2 ครั้ง ผมพยายามจะคว้าตัวมันแต่ก็ไม่ทัน จับไม่ได้แม้แต่ปลายแขนเสื้อเลย

          "มึง ไอ้เลว"ผมคำรามขึ้นด้วยความโกรธแค้น ก่อนที่จะหันไปเปิดประตูเพื่อจะออกไปลากคอมันมา แต่ฟ้าก็จับแขนผมไว้เพื่อเป็นสัญญาณให้ผมอยู่กับเธอ

          ผมหันไปสบตากับฟ้า และก็ได้แต่ยิ้มแบบเศร้าๆให้เธอ

          ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งน้ำตาอีกเช่นเคย

          ฟ้าเราต้องจับคนร้ายมาให้ฟ้าให้ได้ ผมละสายตาออกจากฟ้าและรีบวิ่งตามมันไป

          ผมออกแรงวิ่งอย่างสุดชีวิตเพื่อจะตามคนร้ายให้ทัน ยิ่งวิ่งไปเท่าไหร่ร่างกายผมก็ยิ่งรู้สึกหนักอึ้งมากขึ้นเท่านั้น ความรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างไม่อาจจะฝืนได้เริ่มถาโถมเข้ามาในตัวผม

          คนที่ฆ่าฟ้าอยู่ข้างหน้าแล้ว ผมต้องจับมันมาให้ได้

          ผมพยามจะฝืนวิ่งต่อไปแต่ขาก็ไม่เป็นไปดั่งใจหวัง มันยิ่งชายิ่งล้าขึ้นเรื่อยๆ

          และไม่ว่าวิ่งเท่าไหร่ก็ไล่ไม่ทันจนสุดท้ายผมก็ล้มลงและก็ลืมตาขึ้นมาก็พบตัวเองอยู่ที่ห้องนอนห้องเดิม

          "คราวนี้เป็นยังไงมั่ง"ผมลืมตาขึ้นมาและถาม

          "016.22 ใกล้ความจริงเข้ามาอีกหน่อยแล้ว"โทนี่พูด

          เหมือนมีความทรงจำชนิดใหม่แทรกเข้ามาในหัวสงสัยคงจะเป็นเพราะผมเปลี่ยนเรื่องราวในอดีตซึ่งเรื่องที่ต่อจากนั้นก็คือผมวิ่งตามคนร้ายไปแต่ว่ามันหนีไปได้ สุดท้ายแล้วผมเดินกลับมาที่รถอย่างสิ้นหวังมองศพฟ้าที่ตายไปอย่างเศร้าเสียใจ แล้วก็ขับรถไปโรงพยาบาลแม้จะรู้ดีว่าเธอสิ้นใจแล้ว และจากนั้นตำรวจก็ดำเนินการค้นหาคนร้ายให้ผม ซึ่งกล้องวงจรปิดของปั๊มและสถานที่ใกล้เคียงถูกทุบทิ้งหมดเลยจึงไม่สามารถยืนยันตัวของคนร้ายได้

          แสดงว่านี่เป็นการก่อเหตุแบบวางแผนไว้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจคือทำไมต้องเป็นฟ้า ผมจำไม่เคยได้ว่าผู้หญิงคนนี้เคยสร้างความแค้นอะไรไว้ให้ใครตอนไหน เธอออกจะร่าเริงสดใส หรือบางทีอาจจะเป็นคนจากบริษัทคู่แข่งของพ่อเธอก็เป็นได้ที่ต้องการจะทำลายล้างบริษัทของพ่อเธอโดยเริ่มจากการฆ่าเธอเสียก่อน

          ทำไมฟ้าต้องเป็นผู้รับเคราะห์หล่ะ

          "ผมขอลองอีกซักรอบได้ไหม"

          "ผมว่าคุณไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เครื่องย้อนความทรงจำใช้ติดต่อกันมากมันจะมีผลข้างเคียงนะ"

          "ผลข้างเคียงยังไง"

          "มันจะทำให้สภาพจิตใจของคุณแปรปรวน ซึ่งคุณไม่อาจรู้ตัวได้หรอกเพราะมันจะแทรกเข้าไปตั้งแต่ระบบตรรกะเหตุผลความเป็นตัวตนของคุณจะเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย"

           ผมไม่เข้าใจเลย

          "ผมเข้าใจแล้วว่าคุณไม่เข้าใจ คือมันจะทำให้วิธีการคิดและเหตุผลของคุณเปลี่ยนไป อย่างเช่นว่าปกติคุณจะต้องใส่รองเท้าทุกครั้งก่อนออกจากบ้านเพราะด้วยหลักเหตุผลข้างนอกบ้านมีหินตามพื้นจึงต้องใส่รองเท้า แต่ด้วยผลข้างเคียงของเครื่องนี้จะทำให้คุณคิดว่า คุณออกจากบ้านไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าเพราะเท้าของคุณทนทานพอที่จะเหยียบลงไปในพื้นที่มีแต่หินหนามต่างๆ ซึ่งนี่มันก็เป็นแค่ตัวอย่าง แท้จริงแล้วอาจจะเป็นอะไรที่มากกว่านั้น แล้วพอมันเริ่มจากเหตุผลง่ายๆ อีกหน่อยนิสัยใจคอของคุณก็จะเปลี่ยนไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว และจะมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่คุณลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้แล้ว"

          "แล้วเคยมีใครใช้เครื่องนี้แล้วโดนผลกระทบที่คุณพูดมั้ย"

          "คนที่โดนก็ผมเนี่ยแหละ"โทนี่พูด

          ผมแทบจะจินตนาการหน้าเขาตอนก่อนโดนผลกระทบไม่ออกเลยว่ามันเป็นยังไงบางทีเขาอาจจะเป็นคนร่าเริงเฮฮา หรืออาจะเป็นคนขี้โมโหใจร้อน แบบผมก็ได้ แต่อย่างน้อยผมก็ต้องเชื่อแหละว่าเครื่องนี้มันมีผลกระทบจริงๆอย่างน้อยก็เจ้าเครื่องนี้สร้างหุ่นน้ำแข็งที่มีชีวิตซึ่งตอนนี้ยืนอยู่ข้างหน้าผมไว้ตัวหนึ่งแล้ว

          "ทำไมเครื่องนี้มันถึงทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้"

          "คุณแน่ใจใช่มั้ยว่าต้องการให้ผมอธิบาย"ผมว่านิสัยตอบคำถามด้วยคำถามของโทนี่น่าจะเป็นนิสัยที่ติดตัวเขามาตั้งแต่แรกอยู่แล้วแน่นอน คงไม่ใช่เพิ่มมาทีหลังเพราะเครื่องย้อนความทรงจำหรอก

           "ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ"

          "สมองคนเราจะจดจำเรื่องราวต่างๆเอาไว้ด้วยระบบประสาททั้ง 5 ของร่างกาย ซึ่งสมองจะสามารถบันทึกเอาไว้ได้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเหตุการณ์ที่คนๆนั้นจำได้แม่นยำ ก็จะทำให้ง่ายต่อการย้อนความทรงจำ สำหรับเครื่องย้อนความทรงจำเป็นการประยุกต์ระหว่างสองเทคโนโลยีคือ ชีววิทยา และ ฟิสิกส์ ซึ่งนำทฤษฎีการข้ามเวลามาใช้ในการช่วยส่งตัวคุณไปยังอดีตอีกทั้งยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของเส้นเวลา และใช้เรื่องเกี่ยวกับระบบประสาทกระตุ้นให้ตัวคุณรับรู้ถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น และเครื่องนี้จะกระตุ้นความทรงจำอันใหม่ที่คุณจะต้องรับรู้เมื่อเกิดผลกระทบของเส้นเวลาที่เปลี่ยนไป

          ดังนั้นแล้วการทำงานของเครื่องนี้มีผลอย่างยิ่งต่อระบบประสาท และสมองของคุณ ดังนั้นเวลาที่คลื่นไฟฟ้าไหลเข้าไปในร่างกายมันจะมีผลกระทบไปโดนส่วนที่เป็นความคิดในเชิงตรรกะเหตุผลซึ่งถ้าใช้แค่ครั้งสองครั้งอาจจะเห็นผลไม่มาก แต่ถ้าใช้ติดต่อกันมากๆเข้า หลักความคิดต่างๆของคุณก็จะเปลี่ยนไปแบบที่ผมได้เคยอธิบายไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงขอแนะนำให้คุณพักผ่อนเสียก่อนที่จะใช้เครื่องนี้ใหม่ในครั้งที่สาม ทั้งนี้ก็เพื่อสวัสดิภาพของร่างกายคุณ"

          "ผมต้องพักนานแค่ไหน"

          "ซักชั่วโมงนึงนะอย่างต่ำ"

          "แต่ผมรอนานขนาดนั้นไม่ได้"ผมพูดขึ้นและหยิบเครื่องย้อนความทรงจำขึ้นมาสวม

          "เดี๋ยวก่อนคุณนิพนธ์..."ผมไม่ได้ยินว่าโทนี่พูดอะไรจนจบแต่ผมรอให้ฟ้ากลับมาหาผมไปนานกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วแค่วินาทีเดียวก็มีค่า ต่อให้ผมจะกลายเป็นคนละคนไปก็ตาม ผมก็ยอมถ้าได้ฟ้ากลับมา

          ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในสถานที่เดิม

วันที่ 5 สิงหาคม เวลา15.48

          "นิคเราว่านะ นิคน่าจะลองเขียนไดอารี่ดูบ้างนะ"คำพูดเดิมๆที่ฟังเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

          ผมกำลังรู้สึกชาไปกับความเจ็บปวดที่จี๊ดขึ้นมาในสมองนี่อาจจะเป็นผลกระทบจากการที่เดินทางข้ามกาลเวลาถึงสามครั้งอย่างไม่หยุดพัก ผมสะกดกลั้นความเจ็บเอาไว้ข้างในแล้วยิ้มให้กับฟ้า

          อารมณ์ผมตอนนี้คงจะเป็นแบบนางงามที่ต้องยืนอยู่บนเวที ปั้นหน้ายิ้มให้ช่างภาพหน้าหื่นทั้งหลายที่รอถ่ายขาอ่อนอยู่ด้านล่างรอบๆเวทีได้ถ่ายรูปสวยไปเก็บไว้บูชา แม้ในใจอยากจะลงไปด่าพวกช่างกล้องซักแค่ไหนก็ต้องเก็บเอาไว้ในใจแล้วท่องออกมาว่า 'รักเด็กค่ะๆ' และบางทีถ้ายิ้มสวยโพสท่าดีๆ อาจจะได้รางวัลขวัญใจช่างภาพมาปลอบใจตอนที่อดได้รางวัลชนะเลิศก็ได้

          แต่ความเจ็บนี้มันก็สุดๆไปเลยจริงๆนะ เล่นเอาซะน้ำตาผมเล็ดเลยทีเดียว

          "นิคเป็นอะไรไปนะ" ฟ้าลุกขึ้นมาดูผม

          ผมรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีในเวลานี้เมื่อตอนที่ผมมีโอกาสผมกลับไม่เคยใส่ใจเลยซักนิดว่าเธอจะเป็นอะไร ไม่แคร์เธอเลย แต่ดูเธอสิทั้งๆที่อีกครึ่งชั่วโมงชีวิตของเธอก็จะดับลงแล้วเธอก็ยังคงเป็นห่วงผมอยู่ดี ผมเข้าใจแล้วว่าฟ้ารักผมแค่ไหน

          ผมก็รักฟ้า ผมน่าจะบอกในตอนที่มีโอกาส แต่ตอนนี้ต้องช่วยฟ้าให้ได้ก่อน

          โอกาสครั้งที่ 3 ผมพาฟ้าไปขึ้นรถ จุดมุ่งหมายในครั้งนี้ผมเลือกจะไปที่บ้านฟ้าแทน

          ผมจับมือฟ้า แต่ทำไมภาพข้างหน้ามันดูเบลอๆ หรืออาจจะเป็นเพราะน้ำตาที่เอ่อขึ้นมารึเปล่า

          ผมขับรถออกมาได้ซักระยะหนึ่งก็รู้สึกว่าภาพมันดับไป

          วูบ...

          ผมลืมตาขึ้นมาอีกทีแล้วก็พบว่าตัวเองกลับมาที่ห้องนอนเดิม เกิดอะไรขึ้นทำไมผมถึงกลับมาเร็วกว่ากำหนด แล้วทำไมผมถึงไม่มีความทรงจำของผลกระทบที่เกิดขึ้นเลย

          "แบตเตอรี่อ่อน ผมยังไม่ได้เสียบปลั๊ก"โทนี่พูด

          "แล้วทำไมไม่เสียบ"ผมอารมณ์เดือดดาลมาก

          "คุณสวมเครื่องนี้ไปแล้ว ผมเกรงว่าเสียบเข้าทีหลังมันจะเป็นผลเสียต่อร่างกายของคุณ"

          "ไม่จำเป็นต้องห่วงผม ห่วงชีวิตฟ้าดีกว่า"

          "คุณจะห่วงเธอทำไม ยังไงเธอก็ตายอยู่ดี"

          พลั่ก ผมทนไม่ไหวเหวี่ยงหมัดขวาเข้าไปโดยเล็งที่ใบหน้าของโทนี่ ผมยอมไม่ได้ถ้าใครมาดูถูกฟ้าอย่างนี้ แต่ปฏิกิริยาของเขาว่องไวกว่าที่ผมคาดคิด มือขวาของเขาขึ้นมารับหมัดผมได้แบบไม่รีบร้อนเลย

          "คุณประเมินผมต่ำไปหน่อยนะ"

          "คุณโทนี่ ถ้ายังไม่เลิกปากเสียเรื่องของฟ้าอีกผมเกรงว่าจะไม่หยุดแค่หมัดขวา"ปากผมก็พูดไปแม้จะประเมินสถานการณ์แล้วพบว่าผมไม่น่าจะมีแววสู้เขาได้

          "คุณตอนสมัยหนุ่มๆนี่อารมณ์ร้อนแรงจริงๆ แต่อยากจะบอกเอาไว้ว่าผมผ่านอะไรมาเยอะกว่าที่คุณคิด"

          ผมอยากจะลองดูว่าประสบการณ์เขามีซักแค่ไหนเลยถอดหมวกออกและลุกขึ้นมาวาดขาซ้ายเล็งไปที่สะโพกของเขา ซึ่งโทนี่เหมือนจะไม่ทันระวังตัว แต่เขาก็ยังกันได้แบบทุลักทุเล ก็ไม่เท่าไหร่นี่ ผมเล็งเข้าไปที่ลำตัวของเขา แต่โทนี่เอี้ยวตัวหลบได้

          "ตัวคุณในอนาคตบอกผมไว้ว่า คุณเป็นคมอารมณ์ร้อนแรงและต่อยตีเก่ง ผมไม่นึกว่าจะรับมือยากขนาดนี้ ต้องขออภัยที่ล่วงเกิน"โทนี่พูดจบก็จับแขนขวาผมล็อกและบิด จากนั้นใช้มือซ้ายที่ว่างเปล่า จับไปที่กางเกงผมเขาบิดตัวเพียงนิดเดียวก็ทุ่มผมลงกับพื้นได้

โครม

          หลังของผมกระทบกับพื้นเสียงดัง แต่เหมือนโทนี่ยังปราณีดึงแขนของผมเอาไว้ไม่เพื่อไม่ให้หัวตกลงไปกระทบกับพื้น จากนั้นก็ผ่อนคลายมือลงเพื่อให้ร่างผมนอนแผ่หลาไปกับพื้น

          ผมนอนหอบอย่างหมดแรง ผมไม่เคยแพ้หมดรูปขนาดนี้มาก่อน ผมไม่คิดเลยว่าคนตัวบางๆอย่างโทนี่ จะมีความสามารถในการต่อสู้สูงอย่างนี้ หรือบางทีตัวผมในอนาคตอาจจะเตือนเขาไว้แล้วก็ได้

          "ขออภัยที่ล่วงเกิน แต่ผมจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องตัวเอง และหยุดคุณ หวังว่าคุณคงเข้าใจ"

          โทนี่ยืนอยู่ด้านหัวของผม แม้ปากของโทนี่จะพูดว่าขออภัยแต่ในมือยังกำหมัดแน่นแสดงถึงความเตรียมพร้อมหาผมยังไม่หยุดอาละวาดใส่เขา

          "โอเค ผมยอมแพ้แล้วโทนี่" ผมใช้มือขวายันตัวขึ้นมาในท่านั่ง หันไปมองทางโทนี่ซึ่งตอนนี้เขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานของผม ผมสังเกตห้องโดยรอบแม้เมื่อซักครู่จะมีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ข้าวของเสียหายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เป็นความบังเอิญ หรือเป็นเพราะโทนี่เขาคำนวณไว้แล้วว่าจะทุ่มผมลงตรงไหน และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง แสดงว่าเขาคนนี้น่าจะเคยผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนแล้วแน่ๆ ไว้ว่างๆลองถามเขาดูดีกว่า

          "คุณจอดรถเอาไว้กลางทางแล้วจากนั้นก็มีคนร้ายเข้ามาดึงแฟนคุณออกจากรถ"

          "คุณพูดถึงเรื่องอะไร"

          "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเส้นเวลาที่ 016.27 นี้"

          "เล่าต่อที"

          "แฟนของคุณพยายามจะร้องเรียกคุณเท่าไหร่แต่คุณก็ไม่ตื่น สุดท้ายเธอถูกแทงตายหนึ่งแผล ไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดมีเพียงคำให้การจากพยานที่เห็นเหตุการณ์บริเวณนั้น ๆไม่มีใครรู้ว่าคนร้ายหายไปไหน"

          "ผมเคยเห็นคนร้ายในตอนย้อนเวลาครั้งที่ 2 เพียงแต่ผมไม่เห็นหน้ามัน มันปิดใบหน้าเอาไว้อย่างมิดชิด ทั้งตัวใส่ชุดสีดำ ในมือถือมีดขนาด 5 นิ้ว"

          "ผมว่าบางทีการที่เราจะไปอยู่ในเส้น 016.18 ได้นั้นอาจจะเป็นเพราะเราหาตัวคนร้ายพบก็เป็นได้นะ"

          "ผมก็คิดแบบนั้นเพียงแต่ผมไม่เข้าใจว่าอะไรคือเหตุจูงใจให้ฆ่าฟ้า ถ้าคุณจะบอกว่าฟ้าถูกกำหนดมาให้ตายด้วยมีดนั่น มันก็ถูกส่วนหนึ่งแต่ถ้าดูจากรูปการแล้วผมรู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างถูกเตรียมไว้แล้ว ซึ่งผมแยกออกได้เป็นสองกรณี คือ ฟ้าอาจจะถูกใครวักคนตามตัวอยู่ หรืออีกกรณีหนึ่งคือทุกอย่างถูกวางแผนไว้แล้ว แต่ที่แน่ๆคนร้ายน่าจะไม่ได้มีแค่คนเดียวแน่นอน"

          โทนี่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรเหมือนเขาจะไม่ถนัดการคิดไตร่ตรองหาหลักฐานแบบนี้ บางทีหน้าที่ในการหาคนร้ายอาจจะเป็นของผมคนเดียว

          "ผมสงสัยว่าแฟนคุณเคยไปทำอะไรใครไว้รึเปล่า"โทนี่ทายขึ้นได้ตรงกับจุดเดียวที่ผมคิดอยู่พอดี

          "บางทีอาจจะเป็นบริษัทคู่แข่งของพ่อเธอ ต้องการฆ่าเธอเพื่อข่มขู่พ่อของเธอ"

          "ถ้าจะข่มขู่ทำไมไม่เรียกค่าไถ่หล่ะ หรือคนสมัยนี้เขาทำกันแบบนี้หรอ แล้วพ่อเธอทำงานอะไร"

          "ธุรกิจส่วนตัวมั้ง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นงานอะไร แล้วที่ว่าข่มขู่มันก็แค่การคาดเดานะ"

          "คุณลองไปหาเบาะแสซักหน่อยดีไหม ในระหว่างที่พักอยู่นี้ เผื่อถ้าคุณรู้ว่าคนร้ายเป็นใครจะได้ตลบหลังมันได้ บางทีถ้าคุณจับคนร้ายได้อาจจะนำพวกเราไปสู่เส้นเวลา 016.18 ก็เป็นได้"

          ผมเห็นด้วยกับความคิดของโทนี่ ไม่ใช่ว่าผมคิดว่านี่น่าจะเป็นทางที่จะช่วยได้หรอกแต่เรามีกันสองคน โทนี่น่าจะเป็นคนที่รู้เรื่องเทคโนโลยีข้ามกาลเวลาดีกว่าผม ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะเห็นด้วยกับเขามากกว่าจะไปเถียง แล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะมีเหตุผลไหนที่มันดูน่าฟังไปกว่านี้แล้วด้วย

          "แล้วระหว่างนี้ที่ผมไปหาเบาะแสคุณจะทำอะไร"

          "ผมก็คงหาหนทางแก้ไขเส้นเวลาในวิธีการอื่นๆไปพลางๆ"

          ผมก้มลงมองนาฬิกาในมือ

05.11

          "การย้อนเวลาครั้งหนึ่งใช้เวลาประมาณเท่าไหร่"ผมถามคำถามที่น่าจะต้องรู้ตั้งนานแล้ว

          "อ้อ จริงด้วยสิ ผมลืมบอกไป แต่ละครั้งใช้เวลา 10 นาที แล้วก็ผมขอบอกคุณไว้อย่างว่าเครื่องนี้มันมีขีดจำกัดอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดนะ ดังนั้นในการทำอะไรแต่ละครั้งผมอยากให้คุณไตร่ตรองให้ดีก่อน"

          เรื่องสำคัญขนาดนี้เพิ่งจะมาบอก

          เบาะแสแรกที่ผมจะไปหาคือพ่อของฟ้า แต่ผมเกรงว่าถ้าไปบอกพ่อเธอว่าผมจอดรถทิ้งเอาไว้ แล้วทำให้ลูกสาวของท่านโดนแทงเสียชีวิต ผมคงถูกถีบออกมาจากที่นั่นแน่นอน

          "แล้วผมจะรีเซตทุกอย่างที่แก้ไขไปได้ไหม คือผมกลัวว่าพ่อเธอจะโกรธเอาถ้าปล่อยให้เธอตายอย่างนี้"

          "ถ้ารีเซตผมคงทำไม่ได้ มีแต่ต้องส่งคุณกลับไปแล้วให้คุณทำเหมือนในครั้งแรกสุด เพียงแต่ผมคิดว่ามันไม่เป็นผลดีกับคุณเท่าไหร่นะ" โทนี่นิ่งครู่หนึ่งเหมือนเขาจะรู้ว่าเตือนยังไงผมก็คงไม่ฟัง "ก็แล้วแต่คุณละกัน"

          ผมยิ้มน้อยๆเพื่อขอบคุณที่เขาไม่ห้ามผม ผมยื่นมือไปขอปลั๊กเขามาแล้วเสียบเข้ากับผนังบ้านเพื่อต่อไฟ ผมเองก็สงสัยเหลือเกินว่าในอนาคตยังใช้ปลั๊ก 3 ขา อยู่อีกหรอ แต่ไม่ใช่เลย สิ่งนี้โทนี่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้เหมาะกับยุคสมัยนี้ต่างหากผมอยากรู้จริงๆเลยว่าในอนาคตโลกของเราจะเปลี่ยนไปซักแค่ไหน

          ความจริงผมเองก็ไม่ใช่ได้ชื่นชมเท่าไหร่หรอกที่เห็นโลกเราพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างก้าวไกล ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากผมเป็นคนหัวโบราณ และอีกส่วนคงเป็นเพราะ ผมเคยได้ยินคำกล่าวจากหนังสือเล่มหนึ่งที่ว่า เราจะดูเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าได้จากสงคราม เพราะมนุษย์แข่งกันสร้างสรรค์เพื่อนำมาทำลายซึ่งกันและกัน ดูได้จากการคิดค้นธาตุต่างๆในช่วงสงครามเย็น แท้จริงแล้วจุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อความรู้ แต่เป็นเพื่ออำนาจในการเป็นมหาอำนาจของโลก

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆพัฒนากันอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะใช้คำว่าก้าวกระโดด น่าจะเรียกว่าติดไอพ่นแล้วพุ่งไปดีกว่า ทุกวันนี้คนเราแข่งกันสร้างสิ่งใหม่ๆสร้างเสริมสิ่งต่างๆที่มีอยู่แล้วให้ดีกว่าเดิม สร้างโทรศัพท์ที่เดิมทีมีไว้แค่โทรออกกับรับสายให้มีกล้องถ่ายรูปส่งอีเมล์ เล่นอินเตอร์เน็ต ตรวจบัญชีเงินฝาก เล่นเกม ดูทีวี และอื่นสารพัดจนเกินกว่าจะเรียกมันว่าโทรศัพท์ จนบางครั้งผมก็สงสัยว่าถ้าโทรศัพท์ทำแทนอุปกรณ์ต่างๆได้ขนาดนั้นแล้วเราจะมี โทรทัศน์ กล้อง ถ่ายรูป คอมพิวเตอร์ไปทำไม แล้วทำไมเราถึงยังเรียกอุปกรณ์สารพัดประโยชน์ครอบจักรวาลนี้ว่าโทรศัพท์อยู่อีก

          แม้ว่าผมจะเป็นคนปฏิเสธเทคโนโลยีซักแค่ไหนแต่ตอนนี้ผมก็ต้องอยอมรับแล้วว่ามันคืออุปกรณ์ส่วนหนึ่งที่จะมีบทบาทเหลือเกินในการช่วยชีวิตคนที่ผมรัก อุปกรณ์ช่วยชีวิตคนที่เหนือกว่าเทคโนโลยีการแพทย์ใดๆ

          ผมย้อนเวลาไปครั้งนี้เห็นทุกอย่างเหมือนในครั้งแรกสุด

          "นิคเราว่านะ นิคน่าจะลองเขียนไดอารี่ดูบ้างนะ"

          ฟ้าชวนผมคุยเรื่องไดอารี่เหมือนทุกครั้งที่ผมย้อนความทรงจำมา แต่ผมไม่สนใจ ผมนั่งเฉยเมย แม้ว่าจะอยากพูดคุยเพียงใด หรืออยากพาเธอวิ่งหนีแค่ไหน โทรศัพท์จากหัวหน้าโทรมาผมจำได้แล้วว่าตอนนั้นพูดไปว่าอะไรบ้าง ผมขอตัวจากฟ้าและลุกไปคุยโทรศัพท์

          ในระหว่างที่ผมยืนคุยโทรศัพท์อยู่ ผมหันไปมองฟ้าก็เห็นฟ้ายกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเหมือนว่าเธอจะคุยกับใครซักคนแล้วก็ลุกขึ้นจากที่นั่งตรงนั้น หรือว่าตอนแรกที่ผมโทรไปแล้วไม่ติดเป็นเพราะเวลานี้เธอกำลังพูดสายกับใครอยู่

16.14

          ผมแอบเดินตามฟ้าไปเงียบๆในขณะที่ฟ้ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในซอยที่ฟ้าจะต้องถูกแทงจนเสียชีวิต ผมเห็นเธอคุยโทรศัพท์แล้วหันซ้ายหันขวาไปมาและสุดท้ายในจังหวะที่มีคนเดินผ่านซอยนั้นเป็นจำนวนมากอยู่ๆฆาตกรคนนั้นก็โผล่มาจากมุมอับของตึกและแทงเธอเข้าไปที่ช่องท้อง

          ผมรีบกระโจนเข้าไปเพื่อจะจับตัวแต่ความรู้สึกของมันไวมาก มันจ้วงมีดหมายจะแทงผมแต่ผมหลบได้ ผมพยามจะคว้าข้อมือมันไว้แต่มันก็สะบัดได้มันผลักผมล้มลง และวิ่งหนีไปท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากผมพยามจะวิ่งตามแต่ก็ไม่ทันซะแล้ว

16.18

          หมดเวลาจะตาม ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในสภาพที่นอนอยู่ที่ห้องนอนของตัวเอง

          ความทรงจำของผมถูกกระตุ้นว่าผมกอดร่างของฟ้าแล้วร้องไห้ไปนานซักพักก็มีตำรวจหลายนายมาดึงร่างผมออกมาจากนั้นผมก็ไปให้การที่สถานีตำรวจผมพบ แล้วผมก็กลับมานั่งเสียใจอยู่ในห้องนี้ จนกระทั่งพบคุณโทนี่ เป็นความทรงจำเหมือนเมื่อครั้งแรกที่ผมได้เคยประสบมา

          ผมรู้สึกว่าความทรงจำทุกอย่างถูกเพิ่มเข้ามาไม่ได้ถูกแทนที่เพราะผมยังจำเหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดจากการย้อนเวลา 2 ครั้งแรกได้เป็นอย่างดีมีเพียงครั้งที่ 3เท่านั้นที่ผมไม่รู้เพราะว่าเครื่องดันแบตหมด

          "ยินดีต้อนรับสู่เส้นเวลา 016.11 คุณแสดงได้ดีมากเพียงแต่ว่าทุกอย่างที่ทำไปก็สูญเปล่าคุณไม่ได้อะไรเลยจากการย้อนความทรงจำถึง 4 ครั้ง"

          "ใครว่าไม่ได้หล่ะ" ผมยิ้มและเดินออกจากห้อง "ผมมีกุญแจห้องอีกดอกวางไว้ตรงโต๊ะที่คุณนั่งนั่นแหละ ถ้ายังไงจะออกไปไหนก็พกติดตัวไว้ซะหน่อยก็ดีนะ เผื่อไม่มีที่ไปจะได้กลับมาที่นี่ได้"

          "คุณแน่ใจได้ไงว่าผมจะไม่ขโมยของคุณหรอ"

          คนที่กล้าเดินมาบอกชาวบ้านเขาว่าตัวเองมาจากโลกอนาคตได้อย่างหน้าซื่อคงโกหกใครไม่ลงหรอก

          "ก็อยากจะลองเชื่อดูซักหน่อย"

          พูดจบผมก็เดินไปขึ้นรถและขับออกไปจุดหมายก็คือบ้านของฟ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #20 Aerng (@aerngaaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 00:31
    ตอนนี้เริ่มเฉลยเรื่องต่างๆ พอสมควรแล้ว สนุกดีครับผมชอบเรื่องลักษณะนี้อยู่แล้ว
    แต่ตรงที่ย้อนเวลาครั้งที่สาม บอกเวลาผิดนะครับ จาก 15.48 เป็น 16.48
    แต่งนิยายเกี่ยวกับเวลาต้องมีงงกันบ้าง ผมเองก็เป็น ฮ่าๆ
    สู้ๆ ครับ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะครับ ^^
    #20
    0
  2. #19 Consilium (@Willeam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 / 11:45
    มาอ่านแล้วคร้าบ! โทษทีครับที่มาช้า การจัดย่อหน้าดีขึ้นมากเลยครับ โอเคแล้วละ ส่วนจุดจังหวะก็ทำได้ลงตัวเหมือนตอนแรก 

    เนื้อเรื่องพอถึงตรงนี้ก็บอกได้คำเดียวว่า เจ๋งมาก! ถึงแม้อ่านแล้วอารมณ์จะคล้ายๆกับ source code แต่พื้นที่ก็กว้างกว่ามาก ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ไซไฟของแท้แน่นอนครับ ^ ^ ตอนหน้ามาจะรีบมาอ่านแน่นอนครับ >

    #19
    0
  3. #18 Lymsleia (@godzilla3000) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 / 15:56
    เนื้อหาค่อนข้างรวบรัดและฉับไว การย้อนเวลาแต่ละครั้งและเหตุการฆาตกรรมเกิดขึ้นในย่อหน้าเดียว

    ...แต่นั่นอาจจะเป็นเสน่ห์ที่คนเขียนพยายามแทรกเอาไว้ก็ได้ว่า ช่วงเวลาที่จะทำเพื่อแก้ไขสิ่งต่าง ๆ มันสั้นแค่พริบตา


    พล็อตเรื่องชมเลยว่าเยี่ยม
    จากการฆาตกรรมธรรมดา ค่อย ๆ มีปมเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่ย้อนเวลา
    ดึงความสนใจไม่ให้หยุดอ่านได้ดีทีเดียว



    #18
    0