ผู้ชายที่เดินทางข้ามกาลเวลา

ตอนที่ 2 : อดีตและปัจจุบันมีผลต่ออนาคต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 พ.ย. 54

อดีตและปัจจุบันมีผลต่ออนาคต

                                             นิรนาม

 

 

          เหมือนชั่วขณะหนึ่งผมรู้สึกว่าตัวเองฝันไปว่าฟ้าถูกแทงและเธอก็นอนตายคาอ้อมกอดผมจากนั้นผมก็เอาแต่นั่งเศร้าอยู่ในห้องนอนของตัวเองจนกระทั่งมีชายชื่อคนหนึ่งโทนี่เอาเครื่องย้อนความทรงจำมาให้ผมอธิบายทฤษฎีอะไรไม่รู้มากมายและบอกให้ผมย้อนเวลามาไม่ใช่ว่าผมเชื่อและทำตามนะ เหมือนเขาจะบังคับผมใส่

          ภาพสุดท้ายที่เห็นคือผมกำลังจมดิ่งสู่ห้วงความมืดอนันตกาลอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในหัวรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นเหมือนมีใครเอาเข็มยักษ์มาทิ่มแทงสมองแต่ก็เป็นความรู้สึกเพียงเสี้ยววินาที ฉับพลันแสงสว่างก็ปรากฏเบื้องหน้าผม

          แล้วไงต่อนะ

           ...

          แล้วจากนั้นผมก็ตื่นขึ้น

          อาจจะแค่ฝันไป หรือความจริงกันนะ

          เบื้องหน้าผมในเวลานี้เป็นวิวทิวทัศน์ช่วงเวลายามบ่ายคล้อยใกล้เย็นท้องฟ้ายังคงเป็นสีฟ้าขาว แกมด้วยแดดแรงอ่อนๆอากาศร้อนนิดหน่อย แต่ไม่มากถึงระดับที่ทำให้เหงื่อไหลย้อยได้ ผมนั่งอยู่ตรงข้ามกับผู้หญิงคนหนึ่งใบหน้าของงดงามดูอ่อนกว่าวัย นัยน์ตาสุกใสแวววาวเป็นกระกายชวนมอง ริมฝีปากบางเป็นสวยชมพู ตัดกับเส้นผมสีดำที่ปลิวสยายไปตามแรงลมที่พัดมาเอื่อยๆ เธออยู่ในชุดคอปกสีฟ้าอ่อนและกระโปรงสีดำมันชวนสนเท่ห์

          ผู้หญิงคนนี้ก็คือ ฟ้า

          ฟ้ายังไม่ตาย หรือเธอยังไม่เคยตายนะ ผมคิดในใจ

           “นิคเราว่านะ นิคน่าจะลองเขียนไดอารี่ดูบ้างนะ” ฟ้าพูดขึ้นเพื่อเรียกความสนใจจากผม

          เพื่อความแน่ใจว่านี่ไม่ใช่ฝัน ผมลองยื่นมือไปจับหน้าของเธอดู ซึ่งก็จับได้ และฟ้าก็มีท่าทีเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปัดมือออกหรือรังเกียจแต่อย่างใด ใบหน้าของเธอยังนิ่มมือชวนสัมผัสเหมือนทุกครั้งที่ผมเคยจับ

          จริงแท้แน่นอนนี่คือฟ้าตัวจริง

          ฟ้ายังไม่ตาย จิตใต้สำนึกผมบอกเช่นนั้น แต่ความรู้สึกเบื้องลึกก็คอยตอกย้ำว่าภาพฟ้าที่ตายไปนั้นเกิดขึ้นจริงเพราะอ้อมแขนที่อ้างว้างและเย็นเยียบ ยังติดตรึงอยู่ไม่จางหาย

          ผมยังคงสงสัยว่า แล้วตกลงอะไรคือเรื่องจริงกันแน่ ในเส้นเวลาที่ผมมีชีวิตอยู่นั้นฟ้าตายไปแล้วหรือยัง เรื่องไหนคือฝัน เรื่องไหนคือเรื่องจริงกันแน่

          แล้วใครกันที่บอกให้ผมรู้จักกับเรื่องเส้นเวลา คุณโทนี่ ตกลงว่าเขาเป็นบุคคลจริงหรือคนในความฝันกันแน่ ผมจะเลือกเชื่อโลกไหนดีหล่ะเนี่ย

          ผมหันไปมองดูรอบๆก็เห็นสภาพแวดล้อมต่างเหมือนที่เคยเห็นมาก่อน ร้านกาแฟกลางแจ้งสไตล์วินเทจ คุณฟ้าร้านขานผลไม้ ชายแก่กวาดถนน จนถึงหมาขี้เรื้อนที่นอนอยู่ริมทางเดิน

          ผมเคยเห็นภาพนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

          ‘ผมจะส่งคุณไปตอนเวลา 15.48’ ผมนึกถึงคำพูดของโทนี่และก้มลงมองที่นาฬิกาข้อมือ

5 สิงหาคม 15.48

          ผมดีใจได้ครู่เดียวก็ต้องสะดุ้งขึ้นมาเพราะผมจำได้ในฝันว่าเวลาที่ฟ้าตายคือ 16.18

          เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงแล้ว ไม่มีเวลามาไตร่ตรองแล้วว่าที่เห็นฟ้าถูกแทงตายในความฝันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผมก็ดึงแขนฟ้าขึ้นแล้ว ทำท่าจะพาเธอวิ่งหนี แต่ฟ้าขัดขืน

          “อะไรเนี่ยนิค เพิ่งมาถึงเองจะรีบไปไหน”

          “เถอะน่า เอาไว้จบเรื่องนี้แล้วเราจะอธิบายให้ฟ้าฟังเอง”ผมรีบดึงให้เธอลุกขึ้นมาอย่างรีบร้อน

          ฟ้าที่กำลังงงกับสิ่งที่ผมจะทำก็ได้แต่จำใจยอมรับและก็ตามมาแต่โดยดี ผมเชื่อว่าเธอเองก็คงจะผิดหวังเล็กน้อยผมคิดว่าเธอน่าจะเตรียมแผนเซอไพรส์วันเกิดผมเป็นแน่นอน แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่เป็นตามที่เธอหวัง ฟ้าวิ่งตามผมด้วยสีหน้างอนๆเล็กน้อย

          คอยก่อนนะฟ้า ถ้าจบเรื่องนี้ต่อให้อยู่ฉลองวันเกิดทั้งวันทั้งคืนเราก็ยอม ผมคิดอยู่ในใจไม่พูดออกไป

          ในขณะที่วิ่งไปใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้อยู่กับฟ้าเพิ่มขึ้นอีกสักนิดหนึ่งแม้เพียงวินาทีเดียวที่ฟ้ายังหายใจผมก็ยอม แต่อีกใจก็ต้องเศร้าแทบตายเพราะรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า คนที่ผมรักก็จะต้องตาย

          ไม่สิมันต้องมีหนทางที่จะเปลี่ยนได้ถ้าเราแก้ไขถูกจุด

          ‘อาจจะเป็นไปได้นะ ถ้ามันถูกจุดจริงผมนึกถึงคำพูดสุดท้ายของผู้ชายชื่อโทนี่ที่ดังขึ้นก่อนที่ผมจะตื่นขึ้นมาอยู่ในโลกนี้

          ผมก้มลงมองนาฬิกา 16.03 เหลืออีก 15 นาที ถ้าจำไม่ผิดน่าจะได้เวลาที่หัวหน้าของผมต้องโทรมาแล้ว

“กริ๊ง กริ๊ง”

          ไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นทันที โทรมาจริงๆด้วย แล้วผมจะแก้ตัวกับหัวหน้ายังไงดีเนี่ย ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูอย่างสิ้นหวัง

          ผมเริ่มจะเชื่อขึ้นมาจริงๆแล้วว่าสิ่งที่ผมได้เคยเห็นในฝันมันไม่น่าจะเป็นแค่ฝัน อย่างน้อยมันก็น่าจะเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า เดจาวู อะไรแบบนั้น เพราะคนรอบข้างที่อยู่ ณ บริเวณ ต่างก็เป็นคนที่ผมเคยเห็นหน้ามาแล้วทั้งนั้น อีกทั้งหัวหน้ายังโทรมาหาผมในเวลาแบบนี้จริงๆ แล้วในฝันผมแก้ตัวไปว่าอะไรนะ

          “คุณนิพนธ์คุณไปไหนมา ทำไมออกจากที่ทำงานโดยไม่บอกผมก่อน”หัวหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

          “เอ่ออ่า”ผมไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดี ในขณะที่จูงฟ้าวิ่งหนีไป

          “ตอบผมมาคุณนิพนธ์”เสียงในโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง

          “เอ่อ คือว่า”หน้าผมเริ่มซีดเผือดเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี เวลาก็เริ่มเหลือไม่มาก

          ผมพยายามคิดหาข้ออ้างไปพลางในขณะที่มือขวาก็จูงฟ้าวิ่งมาเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าเวลานี้ตัวเองช่างเป็นเหมือนนักการเมืองที่กำลังคิดหาข้อแก้ตัว โดยเอาสีข้างออกมาเพื่อแถลงการณ์ต่อหน้าสื่อมวลชนที่หมายจะนำเรื่องราวที่เขาพูดไปเผยแพร่ให้กับประชาชนที่นั่งรอฟังคำพูดของบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากพวกเขา บุคคลที่พวกเขาเชื่อเหลือเกินว่าจะนำพาประเทศไปสู้ความเจริญได้

           หลายครั้งผมก็เคยด่าพวกเขาว่า ไอ้พวกใส่สูทกินภาษีประชาชน มันช่างเอาสีข้างเข้าแถอะไรขนาดนั้น หลักฐานก็เห็นกันอยู่ตำตา ชาวบ้านก็รู้กันทั้งประเทศแล้วว่าใครผิดยังไง คิดว่าประชาชนอย่างพวกผมกินหญ้าเป็นอาหารหลักหรืออย่างไรถึงได้เอ่ยคำพูดหมาไม่รับฟังแบบนั้นออกมา แต่สุดท้ายแล้วก็ยังพ้นผิดอีกนะ ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ หรือว่าอาจจะมีหมาบางตัวก็เป็นได้ที่รับฟัง ปิดหูปิดตาให้พ้นผิดตาไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          แล้ววันนี้ผมต้องสวมบทบาทของมนุษย์ใส่สูทกินภาษีราษฎรหาคำแก้ตัวมาอ้าง ผมรู้ว่าแม้มันจะเป็นเหตุผลที่หมาไม่รับฟังแค่ไหน แต่ผมจะทำให้หมาที่ถือสายอยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์ฟังให้ได้

          “คุณต้องอธิบายนะคุณนิพนธ์ ผมไม่เคยเห็นคุณทำแบบนี้มาก่อน คุณเป็นคนมีเครดิตนะลองยกเหตุผลที่ฟังขึ้นซักสองสามข้อแล้วผมจะยอม….”หัวหน้าพูดคาดคั้นเพื่อต้องการฟังคำตอบจากผม

          แต่ว่ายังไม่ทันจะจบประโยคผมก็

          “เออ ช่างหัวมันเหอะ แฟนกูกำลังจะตายไม่มีเวลาว่างมาทำเรื่องไร้สาระเข้าใจมั้ย”

          ผมสติแตกไปเรียบร้อยแล้ว พูดเสร็จก็วางสายช่างมันเถอะงานหาใหม่หาไม่ยากหรอกแต่ตอนนี้ต้องเอาชีวิตของฟ้าให้รอดก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

          ผมวิ่งไปพลางหาตัวคนร้ายไปพลางแล้วก็ก้มดูนาฬิกาไปเรื่อยๆ นี่เราวิ่งมาไกลแค่ไหนกันแล้วเนี่ย ผมเพิ่งจะมาสนใจมองรอบข้างก็ตอนที่ฟ้าหอบอยู่ข้างๆผมแล้วก็บอกว่าไม่ไหวแล้วเธอหมดแรง

          ตอนนี้เราทั้งคู่ยืนอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากร้านกาแฟที่ผมเริ่มพาฟ้าวิ่งหนีมาพอสมควร

          บริเวณที่ผมยืนอยู่นี้เป็นลานค่อนข้างกว้างมีผู้คนเดินไปมาไม่มากเท่าไหร่นักเนื่องจากเป็นวันธรรมดาไม่ใช่วันหยุดกอปรกับที่บริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่เดินของคนวัยประมาณ25-30 ประมาณนั้น ซึ่งเวลานี้คนพวกนั้นคงกำลังทำงานกันตัวเป็นเกลียวเพื่อหาเงิน

          “เราวิ่งไม่ไหวแล้ว ช่วยบอกทีได้มั้ยเกิดอะไรขึ้น”ฟ้าพูดในขณะที่ลมหายใจยังไม่เป็นจังหวะ

          ผมกระอักกระอ่วนใจเหลือเกินที่จะบอกกับฟ้า ใครจะกล้าบอกหล่ะว่าเราฝันว่าฟ้าจะถูกใครซักคนแทงตาย 

          ผมก้มลงมองดูนาฬิกา

16.15

          ไม่ทันแล้วเวลาเริ่มกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆแล้ว ผมมองไปรอบกายเพื่อหาดูว่าใครบ้างที่ดูท่าทางมีพิรุธหรือถือมีดเดินเข้ามาในรัศมี แต่ทว่าก็ไม่พบความผิดปกติใดๆเกิดขึ้นเลย หรือว่าอาจจะมีแต่ผมคนเดียวที่ผิดปกติไปเอง

          ผมพาฟ้าเดินมานั่งที่ม้านั่งที่อยู่ใกล้ที่สุดบริเวณนั้นเพราะดูท่าทางเธอจะไม่ไหวเอาเสียแล้ว

          ผมนั่งลงและยังคงสอดส่ายสายตามองหาไปเรื่อยๆจนกระทั่งฟ้ารูสึกผิดสังเกตจึงร้องทักขึ้นมา ผมก็ไม่ได้ตอบออะไรได้แต่บ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น

16.16

          นาฬิกาในมือเริ่มบอกเวลากระชั้นชิดมาเรื่อย เหงื่อผมไหลซึมออกมาหนักกว่าเก่าด้วยความเครียด

          ไม่มีวี่แววของฆาตกรที่จะมาฆ่าฟ้าเลยถ้าคำนวณเวลาที่ฟ้าสิ้นใจก็คงเหลืออีก 2 นาที ถ้างั้นตอนนี้ฟ้าก็คงน่าจะถูกแทงได้แล้วสิ หรือว่าบางทีเราอาจจะแก้ถูกจุดจริงๆก็ได้ ผมเริ่มเบาใจลงนิดหน่อยที่ไม่เห็นท่าทีว่าจะมีใครมาฆ่าฟ้าได้เลย

            ผมจำได้ว่าเคยดูหนังเรื่องหนึ่งตอนสมัยเด็กๆชื่อเรื่อง ไทม์แมชชีน เป็นเรื่องที่เริ่มต้นด้วยการที่พระเอกหนังเรื่องนั้นประดิษฐ์เครื่องมือชื่อไทม์แมชชีนขึ้นมาเพื่อย้อนเวลากลับไปช่วยแฟนสาวของเขาที่เสียชีวิตตอนวันออกเดต ซึ่งเรื่องราวของผมเองก็ดูเหมือนกับว่าลอกมาหรือถ้าพูดให้ดูดีก็น่าจะเรียกว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่องนี้ทุกระเบียดนิ้ว แต่น่าเสียดายที่พระเอกเรื่องนี้ไม่สามารถช่วยคนรักของเขาได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาแก้ไขไม่ถูกจุด ไม่เหมือนกับผมที่สามารถช่วยคนรักได้เพราะว่าผมคงแก้ไขถูกจุด

          หรืออาจจะไม่ใช่

          “นิค….”ฟ้าเรียกผม ผมหันกลับไปดูเธอแล้วสิ่งที่พบก็คือฟ้าถูกแทงซะแล้วไม่มีมีดไม่มีคนแทงมีเพียงฟ้ากับรอยแทงที่เหลือไว้และเลือกที่ตอนนี้เริ่มไหลออกจากแผลของเธอ

          เกิดอะไรขึ้น เร็วเกินไปหรือเปล่า ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย

          ร่างของฟ้าเริ่มไหวเอนเหมือนจะหล่นลงจากม้านั่งอย่างอ่อนแรงแต่ผมประคองตัวเธอไว้ในอ้อมแขนไว้ได้ทัน

           ผมก้มลงมองที่ร่างของฟ้าแล้วก็เห็นแผลที่หน้าท้องของเธอขนาดเหมือนกับที่ผมเคยเห็นในความฝันทุกอย่างเหมือนกับที่ผมเห็นราวกับหนังที่ฉายซ้ำ เพียงแต่เปลี่ยนฉากหลังเป็นหน้าร้านอาหาร

           เลือดของเธอเริ่มเปรอะไปทั่วมือและแขนของผม และเริ่มไหลนองมากขึ้นจนลามไปทั่วม้านั่ง ผมตะโกนให้คนช่วยก็เห็นพลเมืองดี 2-3 คนโทรตามรถพยาบาลมาให้

          ฟ้าสบตาผม เหมือนกับว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย

          ไม่ใช่หรอกมันไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ผมจำแววตานี้ได้มันช่างเหมือนเหลือเกินผมจำได้ว่าผมเห็นมันเป็นครั้งที่สองแล้ว

           นี่ไม่ใช่เดจาวู มันไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก สิ่งที่ผมเห็นในฝันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเกิด แต่มันคือเหตุการณ์ที่เกิดไปแล้ว และมันจะต้องเกิดอีกครั้งไม่ว่าจะพยายามเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหน

          ความรู้สึกผมยืนยันว่าการย้อนเวลาคือเรื่องจริง คุณโทนี่มีอยู่จริง ผมย้อนเวลามาจริง และฟ้าตายจริง

          ผมเข้าใจและรับรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นตรงหน้าและก่อนหน้านี้ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงแล้วแต่เรื่องเดียวที่ผมไม่อยากจะยอมรับเลยก็คือเรื่องที่ฟ้าถูกแทงตายทั้งที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมแท้ๆ ใครกันที่ทำกับฟ้าแบบนี้แล้วมันมีจุดประสงค์อะไรแล้วตอนนี้มันหายไปไหนทำไมถึงไร้ร่องรอย

          “ใครแทงฟ้า แล้วมันไปไหนแล้ว”ผมตัดสินใจไม่เอ่ยคำลาแม้ว่าจะเศร้าจนอยากร้องไห้แค่ไหนเพราะผมรู้ดีว่าถ้าการย้อนเวลามีอยู่จริงผมจะต้องได้กลับมาเจอกับฟ้าอีกครั้งแน่นอน ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าถ้าผมย้อนกลับมาได้อีกครั้งผมจะจับตัวฆาตกรมาให้ได้

          “นิค….”ฟ้าร้องเรียกชื่อผมแล้วเอามือมาแตะหน้าอกผม ผมไม่ได้กอดฟ้าไว้แน่นเหมือนครั้งแรกเพราะผมกลัวว่าความรู้สึกในครั้งแรกที่ติดอยู่จะหายไปเพราะการกอดอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ก็เป็นความจริงเช่นกันฟ้าเองก็ตายจริงๆ

          ผมกอดเธอไม่ลง ใบหน้าของฟ้าที่มองผมตอนนี้ดูแววตาแล้วช่างเยือกเย็น จนทำให้น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไหลรินออกมา

          ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องตาย ทั้งที่ย้อนเวลามาแล้ว ทั้งที่พยายามช่วยแล้ว

          ทั้งที่ทำขนาดนี้แล้ว ….ทำไมกัน

          ในที่สุดน้ำตาที่ผมรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องไหลก็หลั่งรินออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ผมซบหน้าลงกับร่างของฟ้าประหนึ่งว่าหากสิ้นใจลงตรงนี้ก็พร้อมที่จะตายอย่างไม่ลังเล แม้ว่าจะกลัวว่าหากกอดไปอีกครั้งแล้วความรู้สึกที่ได้กอดไปครั้งแรกจะจางหายไป แต่ผมก็ยังคงกอดเธอไว้ ให้แน่นที่สุดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ตราบนานเท่านาน

          “สุขสันต์วันเกิดนะนิค”คำอวยพรวันเกิดที่แลกด้วยความตายของเจ้าของคำพูด

16.18

          ร่างของฟ้าหายไปจากอ้อมกอดของผมในพริบตา ผมไม่ได้ถูกตำรวจลากตัวออกมาแบบครั้งที่แล้ว ไม่ใช่แค่ฟ้าที่หายไปแต่ทุกอย่างรอบตัวก็พากันหายไป

          ภาพทุกอย่างดับมืดลงและผมก็จมดิ่งสู่ห้วงอนันตกาลแบบเดิมก่อนที่จะพบกับแสงสว่างมัวๆเทาซึ่งผมจำได้ว่าแสงนี้มันช่างเหมือนโคมไฟที่ห้องราวกับเป็นแสงเดียวกัน

6 สิงหาคม 04.25

           ผมลืมตาขึ้นในห้องมืดๆห้องเดิม แสงไฟสลัวๆจากโคมไฟดวงเดิม ยังคงส่องสว่างอยู่

          ผมพบว่าตัวเองในเวลานี้กำลังนอนอยู่บนเตียง ผมพยายามจะลุกขึ้นแต่รู้สึกหนักหัวเหลือเกินมีอะไรครอบหัวผมอยู่ ผมนำมือขึ้นไปถอดมันออกมาแล้วก็พบว่ามันคือเครื่องย้อนความทรงจำ ผมจำได้ผู้ชายชื่อโทนี่ ได้นำมันออกมาจากกระเป๋าเดินทางของเขาแล้วตอนนี้ผมก็เพิ่งถอดมันออกมา

          ถ้าเครื่องนี้อยู่นี่แล้วเจ้าของของมันอยู่ไหนหล่ะ คุณโทนี่อยู่ไหน

          ผมหันไปมองด้านซ้ายก็เห็นเขานั่งหน้าตาไร้อารมณ์อยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงผม ผมรู้สึกดีใจที่ฐานข้อมูลมีชีวิตของผมยังนั่งอยู่ ผมมีคำถามที่ค้างคาในใจตั้งมากมายที่อยากจะถามเขา

          “เกิดอะไรขึ้น”ไม่ใช่คำพูดของผม แต่เป็นของโทนี่

          “เอ่อ”ผมกำลังรู้สึกมึนงงกับเรื่องทั้งหมดซึ่งผมต้องการคำอธิบายแต่ฐานข้อมูลมีชีวิตดันชิงถามผมซะก่อน

          “ตอนนี้เราอยู่ในเส้นเวลาที่ 000,016.30 คุณทำให้เส้นเวลาเปลี่ยนไปไกลเกินไปแล้วนะคุณนิพนธ์ ผมอยากรู้ว่าคุณย้อนเวลาไปทำอะไรบ้าง เล่ามา”ถ้าฟังแต่เพียงคำพูดของเขามันก็จะบ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังมีอารมณ์โกรธ แต่สีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของเขากลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นยังคงนิ่งเฉยและสุขุมเยือกเย็น

           “ตกลงคือผมย้อนความทรงจำได้จริงๆใช่ไหม”ผมถามเพื่อความแน่ใจ

           “ใช่ คุณย้อนความทรงจำได้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากให้คุณพูด สิ่งที่ผมต้องการทราบคือคุณย้อนไปแล้วทำอะไรลงไปบ้าง”โทนี่ถามย้ำอีกครั้ง

         ผมมั่นใจแล้วว่าตัวเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั่นก็คือผมย้อนเวลาได้จริงๆนั่นก็หมายความว่าผมมีโอกาสอีกหลายครั้งเพื่อที่จะช่วยฟ้า ดังนั้นครั้งนี้ผมพาเธอวิ่งหนีแล้วยังถูกฆ่าตาย ผมก็ยังสามารถหาวิธีได้อีกเรื่อยๆจนกว่าจะค้นพบเส้นเวลาที่สามารถช่วยฟ้าได้แน่นอน

          ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าในตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าอันไหนคือเรื่องจริงการที่ผมพบคุณโทนี่แล้วย้อนเวลามาหรือว่าทั้งหมดเป็นความฝันแท้จริงแล้วผมกำลังเดตกับฟ้าอยู่แต่เผลอวูบไป แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่ากรณีแรกคือเรื่องจริง ผมเล่าว่าผมพยายามช่วยฟ้าแต่สุดท้ายเธอก็ยังตาย นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นกาลเวลาเปลี่ยน

           “แล้วคุณทำอะไรลงไปทำไมถึงมีคนชื่อ วรัตถ์ โทรมาหาคุณตั้ง 10 สาย เขาเกี่ยวข้องอะไรกับคุณรึเปล่า”

          วรัตถ์คือชื่อของหัวหน้าผม ผมจำได้ว่าตอนที่วิ่งหนีแล้วบังเอิญหัวหน้าเขาโทรมาผมเลยพูดจาแบบหมาไม่รับฟังไม่สิ หมาฟังแล้วยังอยากจะกัดเสียให้ตายเลยมากกว่า แล้วคงจะไม่พ้นผมคงโดนหมาตัวที่ว่าไล่ออกเป็นที่เรียบร้อย

           “ตอนที่ย้อนเวลาเขาโทรมาหาผม แล้วผมดันไปด่าเขาไว้ บางทีเขาอาจจะโทรมาไล่ผมออก”

           “ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ผมคิดว่านั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้เส้นเวลามันไกลออกจากเส้นที่ผมคาดไว้ตอนแรก”ผมคิดว่าโทนี่น่าจะกำลังเริ่มโกรธนะ แต่ดูสีหน้าหรือฟังน้ำเสียงนี่ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าแท้จริงเข้ารู้สึกอะไร

          “ผมไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้มันจะเกี่ยวกับการที่เส้นเวลาเปลี่ยนเลยนะ เพราะว่าการที่คุณให้ผมกลับไปเพื่อช่วยฟ้าไม่ใช่หรอ ผมว่าการที่ผมคุยกับหัวหน้า เอ่อผมหมายถึง คุณวรัตถ์ มันไม่น่าจะเกี่ยวเลยนะ”

          “เหมือนคุณจะมีเรื่องให้ผมอธิบายด้วยกันสองประเด็นนะ ประเด็นแรกก็คือเรื่องของผลกระทบเพียงเล็กน้อย หลายคนเรียกมันว่า ปรากฏการผีเสื้อกระพือปีก(Butterfly effect) ซึ่งเป็นคำพูดเชิงล้อเล่นว่า การขยับปีกของผีเสื้อตัวเล็กๆอาจจะทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลาย และส่งผลให้น้ำท่วมโลกก็เป็นได้

          มันคือความต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบเล็กแต่กลับเชื่อมโยงไปยังสิ่งต่างๆได้อย่างที่คุณไม่คิดว่ามันจะเกิด ยกตัวอย่างเหตุการณ์ง่ายๆ อย่างการที่คุณเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่คุณจบมาซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่แฟนคุณเรียน คุณทั้งคู่ได้เจอกัน ชอบกัน คบกัน แล้วเมื่อวันหนึ่งแฟนคุณก็ต้องตายไป จนทำให้ผมมาอยู่ตรงหน้าคุณเพื่อช่วยคุณ เหตุการณ์นี้มันจะไม่เกิดขึ้นเลย หากว่าคุณไม่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย คุณกับแฟนคุณก็คงไม่ได้คบกัน แล้วผมก็คงไม่ได้ย้อนเวลามาหาคุณในวันนี้ แล้วในอีก 30 ปีข้างหน้าผมและคุณก็คงจะไม่เกี่ยวข้องกัน และก็จะเชื่อมโยงไปยังเรื่องต่อไปที่ผมไม่อาจเล่าให้คุณฟังได้

          ดังนั้นถ้าย้อนกลับมาถึงสิ่งที่คุณทำ คุณอาจจะเปลี่ยนการกระทำในอดีต ถูกต้องแล้ว นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้คุณทำ แต่เรื่องราวนอกเหนือจากนั่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นผมเกรงว่าไม่ใช่สิ่งที่คุณควรจะทำ เพราะบางทีการที่คุณด่าหัวหน้าของตัวเองอาจจะส่งผลให้ตัวคุณในปัจจุบันถูกเขาไล่ออก และผมคิดว่าที่เขาโทรมาหลายสายอาจจะเพราะโทรมาไล่คุณก็เป็นได้ และทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลที่คุณคิดว่าเรื่องที่มันไม่น่าจะเกี่ยวกันเลยทำไมถึงทำให้เส้นเวลาหลุดไปไกลขนาดนั้น

           ส่วนประเด็นต่อมาคือเรื่องแฟนของคุณ ผมจะบอกยังไงให้คุณเข้าใจดีหล่ะว่ามันเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ในเส้นกาลเวลาที่ 000,016.30 ซึ่งการย้อนเวลากลับไปแบบในทฤษฎีของเครื่องย้อนความทรงจำนี้คุณจะเปลี่ยนได้แค่ตัวเลขหลังทศนิยมเท่านั้น ก็เหมือนกับคุณแค่เปลี่ยนพาหนะในการเดินทางที่ไม่ว่าคุณละเลือกเครื่องบิน รถยนต์ หรือรถไฟฟ้า ปลายทางมันก็เหมือนเดิมอยู่ดี การจะเปลี่ยนไปยังเส้นเวลาที่คนหนึ่งคนจะไม่เสียชีวิตจะต้องเปลี่ยนอย่างน้อยก็หลักหน่วยจำเป็นต้องใช้เครื่องข้ามเวลาเข้าช่วยแต่ผมขอบอกนะว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นหรอก”

          “หมายความว่าถ้าผมทำให้เราไปอยู่ในเส้น 016.18 ได้ เครื่องข้ามเวลาก็จะสามารถใช้งานได้ใช่ไหม”

          “ผมนึกว่าคุณเข้าใจเรื่องนี้ได้ตั้งแต่แรกเสียอีก”

          “ที่คุณบอกว่าการจะเปลี่ยนความเป็นความตายของคนอย่างน้อยต้องใช้เครื่องข้ามเวลา ดังนั้นก็หมายความว่าหากผมต้องการจะช่วยชีวิตของฟ้าผมก็ต้องกลับไปเปลี่ยนเส้นกาลเวลาให้เป็น 016.18 เพื่อให้เครื่องข้ามเวลาทำงานได้ใช่มั้ย”

          โทนี่มองหน้าผมนิ่งเป็นครั้งแรกที่เขาแสดงอารมณ์ออกมาผ่านทางสีหน้าและแววตาแม้จะเพียงน้อยนิดแต่ผมก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังรู้สึก เหนื่อยหน่ายใจอยู่อย่างแน่นอน

          “คุณนิพนธ์ คุณเข้าใจจุดประสงค์ของผมที่ย้อนเวลากลับมาบ้างไหม”โทนี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “การที่ผมมาที่นี่เพราะคุณในอนาคตได้บอกผมเอาไว้ว่าให้ตัวคุณในตอนนี้ช่วยแก้ไขเส้นกาลเวลาในช่วงนี้ให้เป็น 016.18 ไม่ได้ให้ผมเอาเครื่องนี้มาช่วยคุณ ในการเอาชีวิตใครซักคนกลับมา”

          “งั้นผมขอถามหน่อย คุณมาที่นี่ก็เพราะตัวผมในตอน 55 บอกให้คุณมา แสดงว่าคุณก็น่าจะเคยเจอตัวผมในวัย 55 ใช่ไหม คุณช่วยบอกผมทีสิว่า ภรรยาของผมในอนาคตนั้นคือใคร ใช่ฟ้ารึเปล่า”

          “ภรรยาของคุณผมเคยเห็นนะ แต่ผมไม่รู้ว่าเธอคือใคร และถึงผมรู้ผมก็คงบอกคุณไม่ได้เพราะคำพูดของผมอาจจะทำให้เส้นกาลเวลาในอนาคตเปลี่ยนไป”

          “งั้นคุณเอารูปนี้ไป แล้วกลับไปอนาคตที่คุณเดินทางมา แล้วช่วยมาบอกผมทีว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่”

          โทนี่ยิ้มแบบแห้งๆ เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเข้ายิ้ม ไม่สิเป็นครั้งแรกที่เห็นเขาแสดงอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจนแบบนี้

          “ผมจะกลับไปได้ยังไงหล่ะ ในเมื่อเครื่องข้ามเวลามันใช้การไม่ได้”

          ถูกของเขา

          “อ้อ จริงสิผมลืมบอกเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่งนะตั้งใจฟังให้ดี” โทนี่พูดขึ้นและหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา “นี่คือจดหมายที่ตัวคุณในอนาคตเขียนถึงคุณ ถึงตัวเราเองในอดีตถ้านายได้อ่านข้อความนี้แสดงว่านายได้ทำการข้ามเวลามาแล้วครั้งหนึ่ง นายอาจจะสงสัยว่าทำไมนายถึงได้รับการช่วยเหลือจากบุคคลที่นำจดหมายนี้มาให้นายอ่าน ขอให้นายรู้ไว้ว่าในอนาคตตัวนายจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก

          “ผมเนี่ยนะนักวิทยาศาสตร์ ผมจบนิเทศมานะ”ผมแย้งขึ้นมา

          โทนี่เงยหน้าจากกระดาษแล้วมองหน้าผม“ขอร้องเวลาผมพูดอย่าเพิ่งขัด อ่านต่อเลยนะ อนาคตของนายในอีกหลายปีข้างหน้าจะพลิกผันก็เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ หลายสิ่งหลายอย่างที่นายทำในวันนี้จะก่อให้เกิดเส้นเวลาที่แตกออกมากมาย เหตุผลที่โทนี่กับนายได้เจอกันมันมากเกินกว่าฉันจะอธิบายจบในกระดาษแผ่นเดียว แต่ตอนนี้ในเส้นเวลาที่ฉันอยู่เครื่องข้ามเวลาไม่สามารถใช้การได้ เนื่องมาจากสาเหตุในตอนที่ฉันอายุ 25 ซึ่งถ้าเป็นตามปัจจุบันแล้วไม่มีทางเลยที่ฉันจะไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ ดังนั้นโทนี่เลยต้องกลับมาเพื่อช่วยแก้ไข จะไม่ขอเล่านะว่าในอนาคตตัวของนายจะต้องเจอกับอะไร และผลสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เข้าใจดีว่าในตอนนี้นายกำลังรู้สึกสิ้นหวังและเป็นทุกข์มากแค่ไหน แต่อยากจะขอให้นายอดทนเอาไว้แล้วผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ป..อายุเท่ากันเมื่อไหร่อย่าลืมส่งจดหมายนี้ไปในอดีตละกัน

          “แล้วทำไมตัวผมในอนาคตถึงไม่ยอมบอกวิธีแก้ไขเรื่องนี้ให้ผมในตอนนี้ฟัง เผื่อผมจะได้ทำอะไรให้มันง่ายขึ้น”

          โทนี่สบตาผมและพูดออกมา“คุณฟังนะ ตั้งใจฟังให้ดีและอย่าขัดขึ้นมา คำพูดที่ตัวคุณในอนาคตเขียนนั้นมีผลต่อเส้นเวลาที่คุณจะต้องเผชิญในอนาคต ดังนั้นการจะพูดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นมันก็เป็นเหมือนบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดเหมือนกับว่ามันถูกกำหนดไว้แล้ว เช่น ถ้าเขาบอกคุณว่า อนาคตข้องหน้าคุณช่วยภรรยาคุณได้และมีชีวิตสุขสันต์และวิธีการแก้ไขก็คือทำอย่างนี้ แล้วคุณทำตามชีวิตคุณก็จะดำเนินไปอย่างมีความสุข งั้นผมขอถามหน่อยว่า ตัวคุณที่อยู่ในอนาคตได้รับวิธีการแก้ไขมากจากไหน ตอนที่ตัวคุณในอนาคตนั้นตอนที่เขาอายุ 25 ไม่มีทางรู้แน่นอนว่าจะมีจดหมายเฉลยวิธีการแก้ไขส่งมาแต่ถ้าตัวคุณในตอนนี้เห็นเฉลยแล้ว

           คุณอย่าลืมสิว่าคุณคือคนๆเดียวกันนะ เพราะฉะนั้นแล้วคุณที่ได้รับคำเฉลยก็จะเติบโตไปแล้วไปอยู่ในคนละเส้นกาลเวลากับตัวของคุณนิพนธ์ที่อายุ 55 ปีและส่งจดหมายนี้กลับมาในอดีต ในทางกลับกันถ้าเกิดเขาบอกว่าคุณจะช่วยคนรักของคุณไม่ได้ และโตไปคุณจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่คุณเกิดอ่านแล้วถอดใจฆ่าตัวตายขึ้นมา แล้วตัวคุณในอนาคตจะคงอยู่ได้อย่างไร ดังนั้นจดหมายนี้จึงบอกเล่ามาเพียงเท่านี้แหละ อนาคตทุกอย่างไม่มีใครลิขิต มันขึ้นอยู่กับตัวคุณเองนั่นแหละ คุณนิพนธ์”

          จากที่ฟังมาคร่าวๆผมก็พอเข้าใจได้ว่า อนาคตผมจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องทฤษฎีย้อนเวลาแล้วจากนั้นผมก็จะยื่นมือเข้าไปช่วยผู้ชายที่ชื่อโทนี่ บังเอิญเกิดการพลิกผันในช่วงเวลาตอนที่ผมอายุ 25 และเพื่อเป็นการตอบแทนของโทนี่ เขาจึงย้อนเวลากลับมาเพื่อทำให้เส้นเวลาที่เขาและผมซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ ได้โคจรมาเจอกัน เป็นความจริง เพราะถ้าผมไม่ได้เจอโทนี่ผมคงจะไม่เป็นนักวิทยาศาสตร์ และเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น

          แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าผมพบโทนี่ที่ช่วงเวลานี้ก่อน หรือโทนี่พบกับผมในช่วงเวลา 30 ปีข้างหน้าก่อนกันแน่แต่สิ่งที่ต้องการความแน่ใจก็คือ

          “สรุปก็คือ ฟ้าจะรอดหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณใช่ไหม”

          “นั่นคือคำพูดที่ผมอยากจะหลีกเลี่ยงซะเหลือเกินแต่ถ้าคุณพูดขึ้นมาแล้วผมก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่จะต้องบอกว่า ใช่”   โทนี่พูดเพื่อตอกย้ำความสิ้นหวังให้กับผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #17 Aerng (@aerngaaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 00:28
    อ่านถึงตรงย้อนเวลารู้สึกคล้ายๆ กับ source code เลยครับ แต่ the time machine ไม่เคยดู เพราะหนังมันก่อนผมเกิดตั้ง 30 กว่าปี แต่รู้สึกมีเวอร์ชั่นรีเมกอยู่ เดี๋ยวค่อยลองหามดู
    นอกเรื่องมากเลยผม 55

    ตรงนี้คือคอมเมนต์นะครับ
    ส่วนของเนื้อเรื่องถือว่าดำเนินเร็วมาก เกรงว่าจะจบไวหรือเปล่าครับ
    ชอบตรงชื่อเรื่องเขียนเป็นคำคมแล้วก็บอกว่าผู้พูดคือ นิรนาม
    คล้ายๆ กับพวกหนังสือวิทยาศาสตร์หลายๆ เล่มทีมักเอาคำพูดของ ศ.อัลเบิร์ต ไอสไตน์มาเขียนไว้น่ะครับ
    แต่ตรงที่เป็นคำพูดยาวๆ ผมว่าน่าจะเอาอะไรมาคั่นบ้าง จะได้ดูไม่ยืดจนเกนไป เช่น ท่าทางของตัวละครผู้ฟัง อันนี้แค่ความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ต้องเชื่อก็ได้
    แต่การอธิบายตรงส่วนของเส้นเวลา ตรงนั้นถือว่าดีมากครับ อ่านก็พอเข้าใจได้ไม่ยาก
    ยังไงก็สู้ๆ ครับ ผมเองก็เพิ่งหัดแต่งเหมือนกัน แต่อ่านมาเยอะก็พอรู้รูปแบบของนิยายบ้างพอสมควรก็ช่วยๆกันครับ
    ^^
    #17
    0
  2. #16 Lymsleia (@godzilla3000) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 10:52
    ทำการบ้านเรื่องทฤษฎีการย้อนเวลามาพอสมควร

    เนื้อเรื่องดี ภาษาโอเค แม้บ้างช่วงจะรวบรัดไปนิด แล้วก็ตัวเอก เอ่อ... วู่วามไปหน่อย (โดยส่วนตัว ไม่ชอบคนวู่วาม ^ ^')
    แต่ถ้าเป็นลักษณะคาแรกเตอร์ของเขาอยู่แล้วก็ไม่ต้องแก้อะไร เพราะเป็นความคิดของเราเอง

    สรุปว่าที่ให้ย้อนเวลา ไม่ใช่เพือช่วยแฟน แต่เพื่อแก้ไขอะไรสักอย่างสินะ อืม ๆ
    #16
    0
  3. #15 Consilium (@Willeam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 12:24
    หนุกครับ นิยายแบบนี้ค่อนข้างหายากพอดูครับ แต่ถ้าจัดรูปหน้าให้เหมือนในหนังสือจะได้อารมณ์มากกว่านี้มากเลยครับ และก็ค่อนข้างคาใจกับตัวเลขเส้นเวลาเหลือเกินครับ ที่ตัวเลขหลักเยอะๆ สงสัยจังว่ามันนับยังไง

    อัำพต่อไปนะครับ จะติดตามไปเรื่อยๆ สู้ๆเน้อ ^ ^

    ป.ล.เรื่องไทม์แมชชีนก็ได้ดูเหมือนกัน ชอบมาก!
    #15
    0