Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 8 : Chapter 6: The Magic Always Ended by Midnight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    25 ก.ค. 62

Chapter 6 The Magic Always Ended by Midnight

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเงือกตนหนึ่ง… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าชาย

มีปราสาท มีพระราชวัง มีหาดทราย

และมีจุดจบที่เป็นโศกนาฏกรรม


ในวันหนึ่งพายุโหมกระหน่ำ ซัดสาดเรือสำเภาลำใหญ่ที่ลอยอยู่กลางท้องทะเล

เรืออับปางลง แทบไม่มีใครรอดจากความพิโรธของท้องทะเล 

ทว่าขณะที่เจ้าชายกำลังร่วงลงสู่ก้นสมุทร นางเงือกตนหนึ่งได้ช่วยเขาเอาไว้จากความตาย


ที่ชายหาดในยามค่ำคืน เจ้าชายได้เอ่ยคำสัญญาบางประการ


ทว่าในยามที่พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า เขาก็ลืมเลือนทุกสิ่งจนหมดสิ้น...


ภาพประกอบของนางเงือกท่ามกลางคลื่นทะเลถูกวาดเก็บรายละเอียดอย่างบรรจง หนังสือปกแข็งปั๊มลายสีทองปรากฎชื่อนักเขียนนิทานชื่อดังอยู่บนปก… หากลอร์ดลูเชียนอ่านเพียงหน้าแรกแล้วก็ปิดมันลง ไม่ได้สนใจอีก

“นั่นงานของนักเขียนชื่อดังชาวนอร์ธแลนด์เลยนะ พี่ชอบไหม” ไบรอนที่เพิ่งเข้ามาในห้องสมุดทันเห็นพี่ชายปิดหนังสือเล่มนั้นพอดี ลอร์ดลูเชียนเงยหน้าขึ้น คิ้วสีทองเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากถาม

“เธอซื้อมา?”

“ใช่ครับ มันเป็นนิทานขายดีน่ะครับ ผมอยากศึกษาภาพประกอบก็เลยซื้อมา บล็อกพิมพ์นี่สุดยอดไปเลยนะ สามารถพิมพ์ภาพออกมาเหมือนกันเป๊ะได้ทีละมากๆ แบบนี้” 

จะว่าไปแล้วไบรอนแม้จะไม่ชอบขี่ม้า ยิงปืนไม่เอาไหน เรียนหนังสือก็ได้ยินจากครูของเขาว่าชอบแอบหลับในคาบบ่อยๆ แต่พอเป็นเรื่องวรรณกรรมและศิลปะก็จะให้ความสนใจขึ้นมาทันที ในบางวันที่อากาศดีลูเชียนก็เคยเห็นน้องชายถือกระดาษไปนั่งวาดรูปอยู่ในสวนหลังบ้านอยู่เหมือนกัน


“ถ้าสนใจขนาดนั้นก็ลองวาดรูปส่งไปที่สำนักพิมพ์ดูสิ” 

“ไม่ดีหรอกมั้ง งานผมยังใช้ไม่ได้” ไบรอนรีบปฏิเสธ

“ลองดูหน่อยเป็นไร ถ้าเขาซื้อก็ดี ถ้าไม่ซื้อก็ไม่เสียอะไรนี่” ชายหนุ่มหยิบหนังสือปกแข็งสอดกลับเข้าไปในชั้น ไม่ได้นึกใส่ใจมันอีก “ตอนนี้นิยายหลายเรื่องก็กำลังเป็นกระแสในกลุ่มโอเมก้ากับเบต้าหญิง สำนักพิมพ์ต้องการคนวาดภาพประกอบอยู่แล้ว” 

“ผมว่าส่งไปก็ขายหน้าเขาเปล่าๆ…” น้องชายคนนี้มีปัญหาเรื่องความมั่นใจ อาจเพราะถูกเปรียบเทียบมาตั้งแต่เล็ก จนบางทีก็อดนึกสงสารและอดเทศน์สักหน่อยไม่ได้

“หากไม่กล้าที่จะขายหน้าบ้าง แล้วจะมีวันได้งานหรือเปล่าล่ะ” 

“ผมไม่เหมือนพี่ที่เป็นอัลฟ่าสักหน่อย… ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จไปทุกอย่าง”


คำพูดประโยคนั้นทำให้ผู้ฟังขมวดคิ้ว อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ นึกอยากเอ็ดอีกฝ่ายให้มากกว่านี้สักหน่อย แต่ชายหนุ่มไม่มีเวลาจะมาทะเลาะด้วย…

เป็นความคิดฝังหัวผู้คนไปแล้วว่าอัลฟ่าต้องเก่งกาจในเกือบทุกเรื่อง แข็งแกร่ง ว่องไว ฉลาด เป็นนักบริหารและนักปกครอง แต่เอาเข้าจริงนั่นก็แค่สิ่งที่อัลฟ่าผู้กำหนดกฎเกณฑ์สังคมอยากให้ทุกคนคิด ภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นบดบังสายตาจากความเป็นจริงหลายๆ ประการ พอโดนฝังหัวไปเช่นนี้เบต้ากับโอเมก้าก็เลิกพยายามที่จะต่อต้าน และผันตัวเป็น ‘ผู้ตาม’ ไปจริงๆ

‘ทำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอก ก็ไม่ใช่อัลฟ่าสักหน่อย’

‘เป็นแค่เบต้ายังไงซะก็ไปไกลกว่านี้ไม่ได้หรอก’

‘หน้าที่มีแค่อยู่บ้านดูแลลูกเท่านั้น เรื่องอย่างอื่นไม่เห็นต้องไปสนใจสักนิด’

เป็นความคิดของคนทั่วไปที่เป็นผลจากการปลูกฝังมาหลายชั่วอายุคน… และนั่นทำให้พวกเขาถูกควบคุมได้ง่าย

กฎเกณฑ์ของสังคมระบุไว้ว่าอัลฟ่าเป็นนักปกครอง เป็นผู้นำ เป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ โอเมก้าอ่อนแอบอบบาง เสมือนสมบัติที่ต้องดูแลทะนุถนอม มีหน้าที่เพียงให้กำเนิดและอยู่บ้านเลี้ยงลูก ส่วนหน้าที่ของเบต้าก็แค่เป็นผู้ตาม ผู้ฟังและทำงานของพวกเขาให้ดีที่สุด แต่อันที่จริงนั่นก็แค่สิ่งที่พวกเขาอยากให้ทุกคนเชื่อเพื่อยึดครองอำนาจต่อไปไม่ใช่หรือ

ทั้งที่แท้จริงแล้วเบต้าก็ทำได้… โอเมก้าก็ทำได้ แต่พวกเขาขาดความเชื่อมั่นเพราะโดนกดทับด้วยมือที่มองไม่เห็นเท่านั้นเอง

และนั่นคือสาเหตุว่าทำไมสภาสูงที่มีแต่อัลฟ่าเป็นสมาชิกจะไม่มีวันปล่อยให้โอเมก้ากลายเป็นผู้ปกครอง และไม่มีวันให้สังคมเห็นว่าโอเมก้าก็สามารถทำทุกอย่างได้เท่าๆ กับพวกเขา หรืออาจจะดีกว่า เพราะนั่นจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่


...เช่นนั้นแล้วความลับนี้อย่างไรก็รั่วไหลออกไปไม่ได้ทั้งนั้น มันอันตรายเกินไป และลูเชียนก็ไม่คิดอยากเรียกร้องสิทธิให้อัลฟ่าและเบต้าทั่วราชอาณาจักรเช่นเจ้าชายไอวาเสียด้วย

เขาก็แค่ต้องการปกป้องคนสองคนที่ตนรัก… มันก็เรียบง่ายแค่นั้นเอง


“พี่ไปสมาคมฟันดาบก่อนล่ะ” เป็นเวลาใกล้บ่าย ลูเชียนตัดบทเท่านั้นก่อนจะเดินถอยออกมาจากห้องสมุด แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่ใคร่จะชอบการโต้เถียงกับผู้เป็นน้องชาย


พี่เป็นอัลฟ่าก็ทำได้อยู่แล้ว

ก็พี่เป็นอัลฟ่านี่นาเลยเก่งทุกอย่าง

ถ้าผมเป็นอัลฟ่าก็คงทำได้แบบพี่เหมือนกัน


ช่างน่าเวียนหัวนัก…


………………….


“อองการ์ด!”


วันนี้ที่สมาคมฟันดาบก็ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศเดิมๆ ผู้คนจำนวนมากยืนมุงล้อมคู่ที่กำลังดวลดาบกันอย่างสนอกสนใจ และเหมือนจะสู้กันอย่างสูสีจนไม่มีใครทันสังเกตลอร์ดลูเชียนที่เพิ่งมาถึง

...วันนี้ลอร์ดเอ็ดเวิร์ดดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งก็เก็บสีหน้าไม่ทันเมื่อสหายมาถึง

“เป็นวันที่ไม่ค่อยดีรึไง ลอร์ดเอ็ดเวิร์ด?” ชายหนุ่มในชุดมาร์นิ่งโค้ตยืนข้างๆ อีกฝ่าย ที่พยายามเก็บสีหน้าหงุดหงิดของตนอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่อาจยิ้มออกมาได้อยู่ดี

“ใช่… วันที่ไม่ค่อยดี”


หันไปมองตามดวงตาสีเขียวของเอ็ดเวิร์ดแล้วก็ไปหยุดยังร่างสูงใหญ่ที่ถอดหมวกป้องกันออกหลังการดวลดาบเพิ่งจบลงพอดี คนผู้นั้นมีใบหน้าค่อนไปทางธรรมดา ไม่แสดงออกถึงอารมณ์ยินดีกับชัยชนะเลยสักนิด เรือนผมสีดำตัดสั้นชื้นเหงื่อติดต้นคอ แล้วดวงตาคู่นั้นก็หันมองมาทางเอ็ดเวิร์ด


ลูเชียนอ่านอารมณ์ของชายผู้นั้นไม่ออก แต่รู้สึกได้ว่าสหายข้างกายกำลังหงุดหงิดมาก

“นั่นน้องชายบุญธรรมของผมเอง… เอซีเคียล”

“อ้อ…” เอซีเคียล ฟาร์เรลส์ คนนั้นที่ลอร์ดอีธานรับมาเลี้ยงเป็นบุตรชายบุญธรรมแต่ยังเล็กนี่เอง มิน่าเล่า ได้ข่าวว่าอีกฝ่ายไปเรียนเตรียมทหารและเข้ากองทัพไปประจำเสียไกลบ้าน จึงไม่เห็นเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา


มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับตระกูลฟาเรลส์ที่โด่งดัง... บิดาของเอ็ดเวิร์ดคือลอร์ดอีธาน ดยุคแห่งอันเซ็กซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ผู้ซึ่งค่อนข้างมีชื่อเสียงที่ดีสืบเนื่องมาจากนโยบายการเลิกทาสในเมนแลนด์โดยใช้ทุนของรัฐบาลซื้อตัวทาสมาเพื่อปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องเมื่อสิบปีที่แล้ว..

ว่ากันว่าหลังจากการตายของเลดี้แมรี่ผู้เป็นภรรยา ลอร์ดอีธานก็อาลัยอาวรณ์ภรรยาจนไม่แต่งงานใหม่ อยู่บ้านดูแลน้องชายที่ป่วยหนักและบุตรชายเบต้า ในภายหลังเขารับเลี้ยงเด็กกำพร้าอัลฟ่ามาคนหนึ่งเพื่อให้เป็นผู้สืบทอด เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่สังคมชนชั้นสูง…

อันที่จริงแล้วเพราะอัตราการกำเนิดต่ำและอัลฟ่าก็ค่อนข้างหายาก ในครอบครัวที่ชนชั้นสูงพยายามอย่างไรก็ไม่อาจมีทายาทเป็นอัลฟ่าจงมีการอนุโลมให้สามารถรับอัลฟ่ามาเลี้ยงดูสั่งสอนเป็นบุตรเพื่อให้สืบทอดยศขุนนางต่อไป ซึ่งในหลายๆ ครั้งก็ดีกว่าปล่อยให้ยศตกเป็นของญาติลำดับที่เท่าใดก็ไม่รู้ซึ่งไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน

เช่นนั้นแล้วหลังจากยืนยันเพศสภาพเมื่ออายุได้ครบสิบปี เด็กกำพร้าที่เป็นอัลฟ่ามักจะถูกรับเลี้ยงอย่างรวดเร็วโดยครอบครัวที่มีฐานะ และโอเมก้าก็เช่นกันเพราะอย่างไรก็เป็นที่ต้องการในการให้กำเนิดทายาท กรณีของเอซีเคียลผู้นี้ก็เป็นเช่นนั้น

จริงอยู่ที่เขาไม่ได้มีสายเลือดขุนนาง แต่เขาเป็นอัลฟ่า… และผู้ที่ครองโลกใบนี้ก็คืออัลฟ่า บ่อยครั้งที่ความเป็น ‘อัลฟ่า’ ถืออภิสิทธิ์เหนือความเป็นขุนนาง


ลอร์ดเอ็ดเวิร์ดไม่ได้กล่าวอะไร เพียงถือหมวกป้องกันของตนเดินไปโดยไม่สนใจจะมองหน้าน้องชายเสียด้วยซ้ำ ชนไหล่ของอีกฝ่ายโดยแรงและก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก

“ระวังหน่อย เอซีเคียล” 


ลูเชียนเป็นแค่ผู้ชมเท่านั้นจึงไม่คิดจะสอดปาก เห็นได้ชัดว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นฝ่ายชนก่อน… แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขานี่นา

 

“...ขอโทษครับ” ชายร่างสูงใหญ่ค้อมหัวลงเล็กน้อย ทั้งที่ไม่ได้ผิดยังกล่าวคำขอโทษและดูจะไม่ถือสา แต่นั่นเหมือนจะยิ่งทำให้เอ็ดเวิร์ดไม่พอใจเข้าไปอีก เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรและเพียงสวมหมวกป้องกันสีขาวของตนก่อนจะไปตั้งท่าฟันดาบกับคู่ซ้อม


“เพิ่งย้ายเข้ามาแถวเมืองหลวงรึครับ” ลูเชียนทักทายคนตัวโตที่สายตามองตามเอ็ดเวิร์ดทั้งหน้านิ่งสนิทตามมารยาทสังคมที่ดี แน่ล่ะว่าเพื่อนของเขาเกลียดน้องชายบุญธรรมคนนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้จำเป็นว่าลูเชียนจะต้องตั้งตนเป็นศัตรูกับใครด้วยเหตุผลแค่นั้น

“ครับ เพิ่งถูกย้ายเข้าหน่วยทหารของพระราชินีได้ไม่นาน… ลอร์ดลูเชียน”

“อา… คุณรู้จักผมด้วย?” ก็น่าแปลกใจอยู่บ้าง ที่คนที่ไม่อยู่เมืองหลวงเสียนานจะรู้จักเขาด้วย


เรียวปากบางยกยิ้มจางจนแทบมองไม่เห็น แต่ดวงตาสีเขียวไม่ได้แสดงอารมณ์ใด

“...คุณเป็นคนดัง”

“ก็คงแบบนั้น” ดัง? ก็คงพอสมควรละมั้ง แต่คนสนิทของพระราชินีคนใดบ้างที่ไม่โดดเด่นเล่า…”ลอร์ดอีธานสบายดีหรือ”

“ก็เหมือนเคยครับ” เหมือนว่าเอซีเคียลคนนี้จะไม่ใช่คนช่างเจรจาเหมือนพี่ชาย กลับดูเป็นคนเงียบๆ ที่แผ่บรรยากาศสงบที่ดูพร้อมจะหายตัวไปในเงาตลอดเวลาเสียมากกว่า…

“ลอร์ดอีริคล่ะ” อีริคก็คือน้องชายที่ป่วยคนนั้นของลอร์ดอีธาน เป็นคนไม่ค่อยชอบออกงานสังคมและเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน แต่ด้วยมารยาทที่ดีลูเชียนก็ต้องจดจำสมาชิกในครอบครัวของคนสำคัญให้ได้ และถามถึงในเวลาที่ไม่มีใครถาม เพื่อแสดงถึงความใส่ใจ

“...เขา… ก็ยังป่วยเหมือนเดิมครับ” ครั้งนี้คล้ายเกิดระลอกคลื่นในผิวน้ำที่นิ่งสนิท ชายหนุ่มร่างสูงขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนจะแฝงความกังวลใจอยู่บ้าง แต่ว่าก็ว่า… อีกฝ่ายป่วยเรื้อรังมานานปีขนาดนี้จะเป็นกังวลก็คงไม่แปลกอะไร

“ฝากความห่วงใยไปให้เขาด้วยแล้วกัน ผมไม่ได้พบเขานานแล้ว”

“ครับ ผมจะส่งต่อข้อความให้” 

“จริงสิ แล้วก่อนหน้านี้คุณประจำการที่ไห--”


ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ชายหนุ่มก็ชะงักเสียก่อนเมื่อเห็นใครบางคนที่ประตูทางเข้า ผู้ซึ่งเขาไม่เห็นหน้าค่าตามาหลายอาทิตย์แล้ว

คู่สนทนาไม่ได้ตอบคำถาม เลิกคิ้วและมองตาม ทว่าก็ตอบอย่างสุภาพว่าตนเคยประจำการอยู่เมืองชายแดนติดทะเลทางเหนือ และไม่ได้ถามคำถามอะไร


“ผมขอตัวก่อน… ลอร์ดเอซีเคียล” ลูเชียนตัดบทหลังจากนั้น ซึ่งคู่สนทนาได้ฟังแล้วก็เพียงค้อมหัวน้อยๆ ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจแต่อย่างใด แล้วจึงเบือนสายตากลับไปมองพี่ชายต่างสายเลือดของตนที่กำลังเสือกแทงดาบใส่คู่ต่อสู้อย่างรุนแรงแต่สะเปะสะปะไร้กระบวนท่า อาจเพราะอารมณ์หงุดหงิดทำให้สมองไม่ปลอดโปร่งจนแพ้ยับเยินแบบนี้

เอ็ดเวิร์ดเดินถือหมวกป้องกันมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนักแต่ยังพยายามเก็บอาการ เอ่ยปากบอกน้องชายหนึ่งประโยคว่าให้กลับบ้านได้แล้ว

ลูเชียนเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายศีรษะ เอ็ดเป็นเช่นนี้เสมอ พอเป็นเรื่องของน้องชายบุญธรรมก็มักจะเก็บอารมณ์ไม่ค่อยอยู่เหมือนเสี้ยนหนามที่ยอกอก แต่เรื่องสหายคนนั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เพราะเขามีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องจัดการ…


สองขาก้าวเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้มาใหม่ คนคนนั้นวันนี้แต่งดำ ไม่ได้ดูแปลกตาสำหรับสุภาพบุรุษในยุคนี้ แต่ปกติแล้วลอร์ดเฮคเตอร์จะนิยมสวมใส่มอร์นิ่งโค้ตสีเทาเข้มเสียมากกว่า ริมฝีปากแห้งผาก ด้วยไม่แน่ใจว่าควรเอ่ยสิ่งใด

อีกฝ่ายจะรู้ไม่ได้ว่าคนในจดหมายคือเขา...

ตลอดสามอาทิตย์ที่ผ่านมานับตั้งแต่ส่งจดหมายไป ดวงตาสีฟ้าสอดส่องหาเงาร่างที่คุ้นเคยทุกครั้งที่มายังสมาคมฟันดาบ ทั้งกระวนกระวายใจและร้อนรนที่เฮคเตอร์ไม่ปรากฎตัวสักที…

เขาจะเชื่อไหม

จะเสียใจมากหรือเปล่า

จะปล่อยให้มันจบเท่านี้หรือจะตามหาคนที่ไม่มีอยู่จริงคนนั้น

ในใจเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียใจ แต่ก็ไม่อยากถูกวางทิ้งและลืมเลือดอย่างง่ายดายขนาดนั้น… รู้สึกผิด แต่ก็อดดีใจลึกๆ ไม่ได้

เห็นสีหน้าที่ดูอมทุกข์นั่นแล้วก็คล้ายจะได้คำตอบบางอย่าง... ลูเชียนนึกสงสารจนอดร้องเรียกอีกฝ่ายไม่ได้

“ลอร์ดเฮคเตอร์--” ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรมากกว่านั้นอีกฝ่ายก็เดินผ่านเขาไปเลย... ถูกมองข้ามอย่างสิ้นเชิง แต่ท่านเอิร์ลก็ยังไม่ยอมแพ้ ก้าวขาตามไป พยายามทำตัวตามปกติเท่าที่จะทำได้ “ไม่เห็นคุณมาตั้งหลายอาทิตย์ ช่วงนี้งานยุ่งรึครับ แต่เอ… บริษัทคุณแพ้ประมูลไม่ใช่เหรอ?” 

ดวงตาสีเทาเหลือบมองอย่างไม่เป็นมิตร สีหน้าท่าทางน่ากลัวจนลอร์ดลูเชียนอดก้าวถอยไม่ได้ เห็นแล้วคล้ายจะใจหายไปวูบหนึ่ง

“.....” ชายหนุ่มถึงกับสะอึกในใจ แต่ก็ยังรักษาสีหน้าดังเดิมเอาไว้ ริมฝีปากเหยียดยิ้ม ดวงตาสีฟ้ามองอีกฝ่ายด้วยแววขบขัน เสแสร้งทำเป็นไม่ทราบเหตุผล “ไม่เอาน่า… ถึงคุณแพ้ประมูลให้ทางผมก็ไม่เห็นต้องหัวเสียขนาดนั้นสักหน่อย” 


พอยกมือขึ้นจะวางบนบ่าอีกฝ่ายก็ถูกจับข้อมือเอาไว้ทันทีและบีบโดยแรง

“วันนี้ผมไม่มีอารมณ์สำหรับเรื่องไร้สาระของคุณ”

ลูเชียนเม้มปาก สูดลมหายใจเข้าลึกกลั้นความเจ็บปวด แล้วยิ้มออกมา เหมือนไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ขณะที่ฝืนดึงมือกลับ

“เราล้วนเป็นคนมีอารยะ จะทำอะไรก็ใช้คำพูดไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ลอร์ดเฮคเตอร์” ลูเชียนกล่าวเสียงเบา พอที่จะให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“รู้อะไรไหม… ลอร์ดลูเชียน” ดวงตาสีเทามองตรงมาอย่างเย็นชา ใบหน้าขยับเคลื่อนเข้าใกล้แผ่ท่าทางคุกคามอันตราย จนริมฝีปากเคลื่อนเข้าใกล้ใบหู มือที่บีบข้อมือยิ่งรัดแน่นจนทำให้รู้สึกเจ็บ “หุบปากไปซะ” 

พูดจบเจ้าของมือใหญ่ก็ปล่อยข้อมือนั้น หมุนตัวกลับไปทางห้องเปลี่ยนชุดโดยไม่ได้สนใจลูเชียนอีกเลย… ไม่แม้แต่จะชายสายตามอง

ดวงตาสีฟ้ามองตาม ลูบข้อมือตนเองเบาๆ ซุกซ่อนสีหน้าผิดหวังเอาไว้ภายใต้รอยยิ้ม

วันนั้นทั้งวันลอร์ดเฮคเตอร์ไม่ได้มองหน้าหรือสนทนากับเขาอีกแม้สักคำ… สุดท้ายแล้วก็อยู่นอกสายตาโดยสิ้นเชิง


………………………...

บ่ายแก่ของวันนั้นลอร์ดลูเชียนจากสมาคมฟันดาบมาด้วยท่าทางปกติ ชายหนุ่มเก็บกิริยาอย่างแนบเนียนไม่ให้อารมณ์เล็ดลอดออกไปแม้เพียงสักนิด กระทั่งหลังขึ้นรถม้าโบรกแฮมแล้วเขาถึงถอดถุงมือออก มองรอยช้ำที่ข้อมือขวาซึ่งเริ่มออกสีแดงตัดกับผิวขาว และลูบมันเบาๆ 

ในอกบีบรัดจนเจ็บปวด… พอเป็น ‘ลูเชียน’ แล้ว อย่างไรเสียก็ไม่อาจคุยกันเหมือนแต่ก่อนได้จริงๆ… แต่จะโทษอีกฝ่ายก็ไม่ได้ ในเมื่อตัวเขาหาเรื่องเอง

บางทีชายหนุ่มก็นึกสงสัยว่าตนเองทำอะไรอยู่กันแน่… ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าโดนเกลียดยังดีกว่าโดนเมินเฉย ก็ยังดันทุรังส่งจดหมายไปหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเอง แล้วยังทำร้ายอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจอีก

ลอร์ดเฮคเตอร์แต่งดำตลอดทั้งเดือน ทั้งช่วงนี้ยังไม่ค่อยออกงานสังคม.. เขาทั้งรู้และเห็น

กับแค่คนในจดหมายที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาด้วยซ้ำ… ไม่จำเป็นต้องให้ค่าขนาดนั้นหรอก

แหวนสีทองวงหนึ่งถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อมอร์นิ่งโค้ต ยกส่องกับแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างรถม้าและมองมันอย่างเหม่อลอย

ถ้าหากคุณพ่อไม่ตายก่อนวัยอันควร...

ถ้าหากเขาไม่ใช่ ‘ลอร์ดลูเชียน’ แต่เป็นเพียงโอเมก้าธรรมดาคนหนึ่ง…

ถ้าหากเฮคเตอร์จำได้…

การต้องการในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้มักนำมาซึ่งความลำบากใจเสมอ… แต่แม้จะรู้ว่าไม่มีทางให้ไปต่อมนุษย์เราก็ยังดันทุรังอยู่ดี

และสุดท้ายก็มีแค่คำว่า ‘ถ้าหาก’ เท่านั้นเอง...


“...เฮคเตอร์เกิดอุบัติเหตุรถม้าคว่ำ?” เด็กหนุ่มย้ำถ้อยคำในปีนั้นของมารดาที่ฟังแล้วชวนให้ใจหาย ข่าวมาถึงหูช้าไปเป็นเดือนเพราะระหว่างเกิดเรื่องเป็นช่วงเวลาระหว่างเปิดเทอมซึ่งเขาใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประจำ

ลูเชียนวัยสิบสามปีรบเร้าอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ เขาไม่เคยทำตัวดื้อดึงถึงขนาดนี้ จนสุดท้ายเลดี้ฟลอเรนซ์อ่อนอกอ่อนใจทนไม่ไหว ต้องพาเด็กหนุ่มไปเยี่ยมเพื่อนที่หายจากอาการเจ็บแล้ว…


นาฬิกาตั้งโต๊ะสีทองตีบอกเวลาเที่ยงวัน…  ภาพวาดของดอกคาร์เนชั่นสีชมพูในแจกันสีขาว… คนคนเดิมที่คุ้นตา และแววตาที่ไม่คุ้นเคย

รอยแผลเป็นยาวถูกสลักไว้ที่หางคิ้วอย่างถาวรเป็นสิ่งที่หลงเหลือจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น ชั่วขณะที่ได้พบกันอีกครั้งดวงตาสีเทาคู่นั้นสะท้อนภาพของเขา ทว่ากลับดูว่างเปล่าต่างจากฤดูร้อนปีนั้นโดยสิ้นเชิง


“คุณเป็นใคร?” 

เพียงประโยคเดียว และเวทมนตร์กลางฤดูร้อนก็จางหายไปเมื่อต้นฤดูหนาวมาเยือน...


……………………


สละเสียงเพื่อสิ่งใด สละหางเพื่อสิ่งใด

เจ้าชายไม่อาจจดจำนางเงือกได้ ไม่รับรู้ว่านางคือผู้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้…

ทุกย่างก้าวช่างเจ็บปวดแต่ก็ดันทุรังที่จะเดิน

สุดท้ายเขาก็ไม่เคยจำได้ ว่าได้เอ่ยสิ่งใดเอาไว้ในค่ำคืนนั้น…

และเจ้าชายก็แต่งงานกับเจ้าหญิง อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป


ช่างโง่เง่าเสียจริง… ว่าไหม?

เทพนิยายมักจะมีจุดจบที่เลวร้าย

เวทมนตร์มักจะสูญสลายยามเที่ยงคืน


แต่มนุษย์ก็มักจะเลือกทำในสิ่งที่โง่เง่าเสมอ… ลอร์ดลูเชียนก็เช่นกัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #499 nongning5657 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 18:18
    เจ็บไปหมด เป็นเรา เราคงทนไม่ได้ อยากกอดน้องจริงๆ
    (っ˘̩╭╮˘̩)っ
    #499
    0
  2. #434 erasererr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 23:46
    เจ็บไปหมดเลยอะ บรรยายดีมากๆ
    #434
    0
  3. #396 marjolaine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:51
    สงสารลูเซียนเลย ชอบเขามาตั้งแต่เด็กเลยใช่มั้ย พอเขาจำไม่ได้แถมตอนนี้เกลียดเข้าไส้อีก ฮือ ;-;
    #396
    0
  4. #357 pearle (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:31
    แงงง อินมากจาร้องห้าย
    #357
    0
  5. #337 ブーム (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:08
    อ่า ถ้าเป็นอย่างนี้เฮคเตอร์ก็ไม่ต้องปฏิเสธไอวา เท่ากับดูจะยุ่งยากกว่าเดิมมาก ลูเชียนก็ต้องตามไปลงแข่ง อ่าก55555
    #337
    0
  6. #323 callmemkn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:21
    อยากโอ๋น้อง อยากจุ๊บเหม่งแล้วบอกว่าหนูอยากได้อะไรพี่จะหามาให้หนูทุกอย่าง หนูเหมาะกับโลกที่เต็มไปคนที่รักหนูมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #323
    0
  7. #303 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:26
    แงงงงงงจำไม่ได้นี่เอง ไม่เหนทางที่เค้าจะรักกันเลย;-;
    #303
    0
  8. #295 baamviva (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 16:46
    สงสารลูเชียนฮือ
    #295
    0
  9. #289 poshyyyy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 04:06
    ง้าาาาา
    #289
    0
  10. #245 mmnichh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 21:19
    ฮือ มาม่าสุดๆ T^T
    #245
    0
  11. #224 Bibidiz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 21:47
    เศร้าเลยนะคะเนี่ย
    #224
    0
  12. #203 _bedgasm_2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 04:56
    แง้ สงวารรร
    #203
    0
  13. #184 D-Dindin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 00:21
    อมก. ตอนแรกก็เอะใจว่าทำไมคนเขียนถึงออกตัวว่าจะน้ำเน่านะ พออ่านถึงตอนนี้ก็จุกในอกว่า น้ำเน่าจริงๆด้วย ขุ่นคลั่กๆเลยอ่ะแก แงงง ลูเชียนนนน มาให้กอดปลอบหน่อย เด็กดีของแม่ กว่าจะรักกันได้ต้องฝ่าอุปสรรคอีกนานัปการแน่ๆ อดทน เข้มแข็งเข้าไว้นะครับ
    #184
    0
  14. #153 Vitchayada (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 22:12
    อมก.TT
    #153
    0
  15. #115 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 14:28
    สงสารลูเชียน ทำอะไรไม่ได้เลย ฮือออ
    #115
    0
  16. #51 MinRos (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 06:22
    ลืมจริงๆแบบสูญเสียความทรงจำเลยนี่นา ไม่ใช่แกล้งลืม
    ถ้าจำได้จะเกิดอะไรขึ้น
    หรือต้องให้ลูเชียนร้องไห้ตรงหน้าถึงจะจำได้
    ฮืออสงสาร ถ้าหากเป็นแค่โอเมก้า ก็ไม่ต้องเจ็บหัวใจเป็นคนนอกสายตาอยู่แบบนี้ :'(
    #51
    0
  17. #42 Mizza (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 22:01
    ฮืออ​ สงสารลูเซียนอะ
    #42
    0
  18. #33 Kuroyasha_SS (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 19:50
    จุดยืนของลูเชียนน่าลำบากใจมากจริง...
    #33
    0
  19. #31 saitgong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 19:58
    น้องงงงงงง
    #31
    0
  20. #30 Tahnya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 19:51
    เอ็ดเวิร์ดกับคุณน้องชายของเขาเคมีดูเข้ากันดีจัง
    ส่วนลูเชียนก็น่าสงสารอะนะ ด้วยสังคมตรงนั้นนางจะพูดความจริงออกมาก็ไม่ได้ด้วย อยากให้นางได้คุยเปิดอกกับเฮคเตอร์เร็วๆจัง
    #30
    0
  21. #29 Nelwadar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 19:16
    แบบ...โว้ย รู้สึกคู่นี้คงยาก แบบคงไม่ได้คู่กันง่ายๆอ่ะ
    #29
    0
  22. #28 Lalilalia (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 19:09
    ฮือออออ ;-;
    #28
    0