Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 7 : Chapter 5: The End of the Fairy Tale

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    23 ก.ค. 62

Chapter 5: The End of the Fairy Tale


ซองจดหมายพ่วงกล่องใส่พัสดุที่มาถึงก่อนวันเกิดประมาณหนึ่งอาทิตย์ทำให้ลอร์ดลูเชียนนึกประหลาดใจในทีแรก

ครั้นเมื่อแกะเชือกเพื่อเปิดกล่อง ในนั้นก็พบกับแหวนรูปงูขดรอบนิ้ววงหนึ่ง บนหัวของมันฝังมุกเม็ดใหญ่เอาไว้ ไม่น่าเชื่อว่าเฮคเตอร์จะเลือกเครื่องประดับแบบนี้ส่งให้ใคร

อันที่จริงแล้วแหวนแบบนี้เป็นที่นิยมขึ้นมาหลังจากพระราชินีทรงมอบมันแก่พระสวามีระหว่างพิธีแต่งงานเมื่อหลายปีที่แล้ว… งูนั้นสื่อความหมายถึง ‘ตลอดกาล’ ทว่าก็ยังมีอีกความหมายแฝงหนึ่งเช่นกัน ซึ่งคงไม่มีใครรู้ดีกว่าที่ปรึกษาคนสนิทอีกแล้วว่าแท้จริงพระนางต้องการสื่อว่าอะไร

คนที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้คนนั้นหากให้เดาก็คงเดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับอย่างอึมครึมแล้วถามว่าอะไรขายดีเหมาะแก่การเป็นของขวัญบ้างแล้วก็โดนหลอกขายของแพงสุดในร้านให้เป็นแน่ แค่คิดลูเชียนก็อดยิ้มขบขันไม่ได้

ชายหนุ่มลองสวมแหวนเข้าที่มือข้างซ้าย แอบเล็กไปหน่อยแต่ก็นำไปแก้ไขที่ร้านขายเครื่องประดับได้ไม่ยากนักหรอก


ลอร์ดลูเชียนนั่งยิ้มขณะอ่านจดหมาย พับเก็บมันอย่างบรรจงแล้วเอาไปใส่ลิ้นชักโต๊ะทำงาน ไขกุญแจปิดไม่ให้ผู้ใดมาสอดรู้


หวังว่าเมื่อเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงผมจะสามารถเดินทางไปหาคุณที่อีสต์แลนด์ได้เสียที’

คิดถึงประโยคนั้นแล้วสีหน้าก็หมองลงเล็กน้อย… ใช่ ลูเชียนรู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ซึ่งเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป และตอนเริ่มก็ไม่ได้คิดว่าการแกล้งคนของตนเองจะมาไกลถึงขนาดนี้

ท่านเอิร์ลยกมือที่สวมแหวนไว้บนนิ้วก้อยขึ้นส่องกับแดด มันเป็นของใหม่ แกะสลักลายเกล็ดงูสีทองได้อย่างละเอียดลออ ฝังไข่มุกลูกกลมสวยสองเม็ด นับเป็นงานฝีมือชั้นดี…


เขาดีใจ แต่ก็หนักใจไปพร้อมๆ กัน

ชายหนุ่มเริ่มนั่งร่างจดหมาย เขียนเสร็จแล้วก็ยังไม่ส่งทันที จดหมายฉบับนี้ไม่อาจถึงมืออีกฝ่ายเร็วเกินไป ไม่เช่นนั้นจะเกิดความสงสัยว่าไม่ได้ข้ามชายแดนมาจากอีสต์แลนด์ นั่นทำให้เขามีเวลาไปหาดอกคามีเลียสีชมพูมากดทับทำเป็นที่คั่นหนังสือส่งกลับไป

มันหมายความถึงความคิดถึงและต้องการ…


ทุกครั้งที่ส่งจดหมายออกไปคล้ายมีตุ้มหนักถ่วงอยู่ในใจ ชายหนุ่มโกหกครึ่ง เล่าความจริงอีกครึ่ง จนไม่รู้จะแก้ไขได้อย่างไร…

ครั้งแรกที่เฮคเตอร์ต้องการพบก็ทำเอาเขาใจหาย ต้องคิดหาข้ออ้างสารพัดที่ฟังดูสมเหตุสมผล สุดท้ายก็ได้เรื่องที่ต้องไปดูแลญาติที่ป่วยถึงอีสต์แลนด์ และก็ไม่นึกว่าคนคนนั้นจะดึงดันไปที่นั่นจริงๆ…

ดวงตาสีฟ้ามองดอกคาร์เนชั่นที่จัดวางอย่างสวยงามอยู่ในกระถางมุมห้อง… 


อันที่จริงแล้วทั้งบ้านมีเพียงห้องของลูเชียนเท่านั้นที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ชนิดนี้...

ปลายนิ้วเอื้อมออกไปสัมผัสกลีบบอบบาง ดึงดอกไม้ออกมาดอกหนึ่งด้วยสองนิ้ว และก้มลงประทับจูบแผ่วเบา

ความหมายของคาร์เนชั่นสีขาวลายแดงก็คือ... ‘ขอโทษ ที่ผมไม่อาจอยู่กับคุณได้’

… และในวันนั้นที่ชายหนุ่มส่งมันไปให้อีกฝ่าย เขาก็หมายความตามนั้นทุกประการ


……………………


14 ปีที่แล้ว


คืนที่ฝนพรำ เปลวเทียนที่ดับมอด กับเข็มนาฬิกาบ่งบอกเวลาเที่ยงคืน


“เสียใจด้วยครับ เลดี้ฟลอเรนซ์… สามีของคุณ….”

เสียงกรีดร้อง ถ้วยชาที่ร่วงหล่น สายฟ้าผ่าลงบนไม้ใหญ่


สิ้นสุดเวลาของเทพนิยาย ถูกฉุดขึ้นมารับความจริงอันโหดร้ายเมื่อเวทมนตร์ของนางฟ้าแม่ทูนหัวเสื่อมสลาย


เด็กชายแต่งชุดดำล้วน ยืนอยู่หน้าหลุมศพหินสลักชื่อบิดาบังเกิดเกล้า ฝนตกพรำเปียกชุ่มใบหญ้า มารดาในชุดสีดำล้วนและหมวกตาข่ายช่วยปิดบังใบหน้าที่กำลังสะอึกสะอื้น

เบื้องหลังคือน้องชายวัยเพียงหกปีที่ร้องไห้จ้า กอเวอร์เนสสาวจับมือเล็กๆ นั่นไว้ พยายามปลอบใจให้ไบรอนไม่ส่งเสียงรบกวนพิธีฝังศพไปมากกว่านี้


ลูเชียนยืนอยู่ ณ ที่ตรงนั้น ก้มหน้ามองพื้นหญ้าเฉอะแฉะ ไม่ร้องไห้ งอแง หรือโวยวาย เลยสักนิด เขาพยายามจะเป็นเด็กดี พยายามไม่ก่อเรื่อง… พยายามไม่ทำให้เรื่องราวเลวร้ายไปกว่านี้

ทางซ้ายก็มารดาที่ร้องปิ่มจะขาดใจ ทางขวาก็น้องชายที่ยังเล็ก ส่วนเบื้องหน้าก็คือหลุมศพและโลงไม้ขัดเงาที่ค่อยๆ ถูกหย่อนลงไป ดินสีดำกลบทับจนไม่เห็นอีก

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รวดเร็วเกินไปมาก…


เมื่ออาทิตย์ที่แล้วบิดาเพิ่งลูบหัวชมเขาอยู่ไม่ใช่หรือ บอกว่าถ้าเด็กชายเป็นอัลฟ่าจะต้องเป็นทายาทที่ดีแน่ๆ

เขาถามบิดา… หากผลตรวจในปีหน้าออกมาเป็นโอเมก้าหรือเบต้าเล่า?

คุณพ่อตอบว่าไม่ว่าจะเป็นอะไร ลูเชียนก็คือลูเชียน เป็นบุตรชายที่อีกฝ่ายรักที่สุดอยู่ดี

เสมือนช่วงเวลานั้นคือความฝัน และเวลานี้คือความจริง

อีกไม่กี่เดือนลูเชียนจะอายุครบสิบปีเต็ม และนั่นคือเวลาที่เด็กในเมนแลนด์ต้องตรวจสอบว่าตนเป็นอัลฟ่า เบต้า หรือโอเมก้ากันแน่ ระหว่างนี้ทรัพย์สินทั้งหมดจะอยู่ในความดูแลของทนายความประจำตระกูลซึ่งเป็นผู้ดูแลมรดก

หากลูเชียนไม่ใช่อัลฟ่า ทั้งยศ ทรัพย์สิน และคฤหาสน์จะตกเป็นของญาติอัลฟ่าที่มีสิทธิในลำดับถัดไป นั่นเป็นกฎที่ได้บัญญัติเอาไว้


มีเพียงอัลฟ่าเท่านั้นที่สามารถเป็นทายาทรับสืบทอดยศขุนนางและทรัพย์สินตกทอดของตระกูล...

ก่อนหน้านี้เด็กชายไม่เคยใส่ใจ จะเป็นอัลฟ่า เบต้า หรือโอเมก้า คุณพ่อคุณแม่ก็ยังรักเขาเหมือนเดิม… แต่ในยามนี้ต่างออกไปแล้ว


นับตั้งแต่งานศพมารดาสวมแต่ชุดดำ ไม่ร่าเริงแจ่มใสเหมือนแต่ก่อน ในบางเวลาก็จะร้องไห้ฟูมฟาย ขว้างปาถ้วยชา แล้วก็ทรุดลงร่ำไห้ต่อ…

หญิงสาวทำได้เพียงเท่านั้น เธอไม่เคยถูกสอนว่าในสถานการณ์เช่นนี้ต้องรับมืออย่างไร เลดี้ฟลอเรนซ์เป็นโอเมก้า แต่เล็กมาก็ร่ำเรียนเพียงระเบียบมารยาท วิธีการเป็นภรรยาที่ดี และมารดาที่ดีเท่านั้น

ในเวลานั้นท่านดยุคแห่งวอเตอร์ฟอร์ดแวะมาเยี่ยมเยียนครอบครัวของพวกเขาบ่อย… อีกฝ่ายสนิทกับบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว จึงมาช่วยดูแลและจัดการในเรื่องต่างๆ ที่เลดี้ฟลอเรนซ์รับมือไม่เป็น


เวลาผ่านพ้นไป.. จนอีกไม่กี่วันลูเชียนก็ต้องไปตรวจเพศสภาพของตน ยิ่งใกล้เส้นตายเท่าใดบรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งกดดัน 

“ฉันจะทำยังไงดี… หากเขาไม่ใช่อัลฟ่าล่ะ ลอร์ดแฮโรล์ด!”

“คุณต้องใจเย็นๆ ก่อน ผมรู้จักคนที่จะช่วยคุณได้”

บทสนทนาที่เกิดขึ้นอย่างลับๆ… เสียงของตุ้มนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แกว่งไกว… เงาของคนสองคนที่ทอดยาวในบ่ายวันฤดูร้อน

…. และเด็กชายที่ยืนอยู่ด้านหลังประตูบานใหญ่


ต้องเป็นอัลฟ่า… เป็นอัลฟ่าเท่านั้น

เป็นอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้ว นอกจากอัลฟ่า

“ลูเชียน” เสียงเรียกทำให้เด็กชายสะดุ้ง เงยหน้ามองเด็กชายอีกคน

“...เฮคเตอร์” ในปีนั้นเฮคเตอร์อายุได้สิบสองปี มากกว่าเขาสอง นับตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วที่ผลตรวจออกมาเป็นอัลฟ่า อีกฝ่ายก็ไปเข้าโรงเรียนประจำนานครั้งถึงจะกลับ 

...เฮคเตอร์มองเห็นประตูที่เปิดแง้มอยู่ จากนั้นก็ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากส่งสัญญาณให้เงียบ แล้วถึงจูงมือพาเด็กชายออกไปทางสวน ให้พ้นสายตาที่คอยสอดส่องกับหูที่คอยฟังของเหล่าคนรับใช้

“คุณพ่อบอกว่านายดูไม่ค่อยดี ก็เลยอยากให้ฉันมาด้วย” 

“...ดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ” ลูเชียนหัวเราะแห้งแล้ง 

“เสียใจด้วย” 

“ไม่… เป็นไร” เด็กชายตอบ พยายามฝืนยิ้มตามมารยาทเจ้าบ้านที่ดี

“ลูเชียน”

“....หืม”

“จะร้องไห้ก็ได้นะ” ดวงตาสีเทาคู่นั้นมองนิ่ง กล่าวแค่ประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย

“........”

...น้ำตาร่วงลงมาโดยไม่ทันรู้ตัว จากดวงตาหล่นลงกระทบใบหญ้าบนพื้นดิน

ลูเชียนแตะแก้มที่เปียกชุ่ม พอเริ่มแล้วก็ไหลลงไม่หยุด ราวเขื่อนที่พังลง


เขาไม่อยากทำให้คุณแม่กลุ้มใจไปกว่านี้... อยากเข้มแข็งเพื่อเป็นตัวอย่างให้น้องชาย

ไม่อยากจะร้องไห้… ไม่อยากจะเป็นภาระ


เฮคเตอร์ลูบหลังเด็กชายเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร คล้ายว่าไม่รู้ว่าควรพูดอะไร

“หากฉันไม่ใช่อัลฟ่าขึ้นมา… จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี” เด็กชายวัยเพียงสิบปีทรุดลงกุมหัว ร้องไห้ตัวสั่น ความกังวลใจตลอดหลายเดือนที่ถูกซุกซ่อนไว้แสดงออกมาในที่สุด “เฮคเตอร์ จะทำยังไงดี”

เจ้าของชื่อยังคงยืนอยู่เช่นนั้น ท่าทางรับมือกับสถานการณ์ไม่ถูก

อยู่ๆ มือที่ลูบหลังก็ยกขึ้นมาขยี้หัวลูเชียนแทน

“เฮคเตอร์?”

“ถ้านายไม่ใช่อัลฟ่า _______________”


ดอกแมริโกล์ดสีสว่างสดใส… เด็กชายสองคน … ผีเสื้อหนึ่งคู่ที่บินผ่าน

…. และหนึ่งความทรงจำที่ถูกลืมเลือนในฤดูร้อนปีนั้น


………………………….


“เสียใจด้วย ...ลูกชายของคุณเป็นโอเมก้า เลดี้ฟลอเรนซ์” ถ้อยคำนั้นของแพทย์ที่ถูกเชิญมาตรวจสอบดังสะท้อนเต็มสองหู 


ช่างเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย…


กระเป๋าหนังที่ใส่เงินเต็มใบถูกยื่นออกไป ซึ่งชายวัยกลางคนก็รับมันไปจากของหญิงสาว

“คุณหมอคงตรวจผิดแล้วละมั้งคะ” เลดี้ฟลอเรนซ์ขยับยิ้มหวาน แพทย์ผู้นั้นมองแล้วก็ขยับแว่นตาเพียงเล็กน้อย

“ผิดไปจริงๆ ผมจะออกใบรับรองให้ ว่าเด็กคนนี้เป็นอัลฟ่า”


แม้คุณแม่จะกำลังยิ้ม แต่มือของเธอสั่น… เธอเองก็กำลังพยายามอยู่เหมือนกัน ที่จะทำให้ครอบครัวสามารถอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ต่อไป

พวกเขาส่งคุณหมอออกไปหลังจากได้รับเอกสารยืนยันเพศสภาพ เท่านี้ยศขุนนางของคุณพ่อก็ปลอดภัย ทรัพย์สมบัติมหาศาลก็ปลอดภัยแล้ว...


ลูเชียนเอื้อมมือออกไป จับมือของมารดาที่ยังสั่นเอาไว้ บีบมันเบาๆ และพยายามยิ้มออกมา

“คุณแม่… ผมเป็นอัลฟ่า”

“ลูเชียน….”

“สบายใจได้แล้วนะครับ ต่อไปนี้ผมจะดูแลคุณแม่กับไบรอนเอง”


หญิงสาวทรุดตัวลงกอดบุตรชาย ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่คุณพ่อเสีย เธอร้องไห้ไปมากมายเท่าใด หลายเดือนผ่านไปก็ยังคงสวมใส่ชุดดำไว้ทุกข์ ไม่ยอมเปลี่ยนเสียที

“แม่ขอโทษ… แม่คงเป็นแม่ที่แย่มากใช่ไหม ลูเชียน… แม่ขอโทษ” เธอร่ำไห้สะอึกสะอื้น ตัวเด็กชายก็ได้แต่ยกสองแขนน้อยๆ กอดมารดาเอาไว้

“ผมรักคุณแม่” เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่บอกรักแทน “รักไบรอน รักคุณพ่อด้วย”

“....ลูเชียน”

“อย่าร้องไห้เลยนะครับ”


เพื่อให้ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลต่อไป ลอร์ดลูเชียนจะเป็นอัลฟ่า

เพื่อรักษาสิ่งที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้ เขาจะเป็นเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่…

...ไม่ว่าจะต้องสูญเสียอะไรก็ตาม


และความทรงจำในฤดูร้อนปีนั้นก็ถูกวางทิ้งเอาไว้… โดยไม่มีผู้ใดพูดถึงมันอีกเลย


………………..


“นี่ ลูเชียน ดูสิจ๊ะ แม่ซื้อพรมใหม่มาล่ะ เป็นของนำเข้าจากทางอาณานิคมตะวันตกเชียว” ชายหนุ่มถูกทักทันทีที่ก้าวเข้าไปยังห้องรับแขก เขาก้มมองเหล่าคนรับใช้ที่กำลังกุลีกุจอกางพรมลายใหม่จากอีกทวีป


“....ไม่ใช่พรมจากประเทศนี้เรามีแล้วรึครับ?”

“นั่นลายทาบริซ เป็นลายดอกไม้ ส่วนนี่ลายเฮริซ เห็นทรงเรขาคณิตนี่ไหมจ๊ะ มันต่างกันนะ!” ฟังแล้วท่านเอิร์ลก็ยิ้มอย่างอ่อนใจ ไม่อยากนึกถึงราคาของมันเลยจริงๆ กระนั้นก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรมารดา

เธอยิ้มก็ดีแล้ว..


“ผมจะไปทำงานที่ห้องหนังสือ ถ้ามีอะไรไปเรียกได้นะครับ” กล่าวทิ้งท้ายแล้วก็เร่งฝีเท้าก้าวหนีไปทันที เพราะลูเชียนยังไม่อยากมาชมความงามของพรมผืนใหม่เป็นเพื่อนเจ้าหล่อน ของแบบนั้นมีผืนเดียวก็เกินพอแล้วจะเอามาเยอะๆ ทำไมกันนะ…

หนีเข้าห้องหนังสือได้แล้วก็เดินไปทางโต๊ะทำงานที่มีกองจดหมายวางอยู่เต็มไปหมดทันที ชายหนุ่มหยิบซองเหล่านั้นขึ้นมาไล่ดูผ่านๆ ทั้งบัตรเชิญไปร่วมงานสังคม จดหมายจากสมาคมต่างๆ จดหมายแจ้งเรื่องงาน ไปจนถึงจดหมายฉบับที่เขารอ…


ลอร์ดลูเชียนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้บุผ้าปักลาย ใช้มีดเปิดจดหมายทำจากเงินเปิดซองออกอย่างบรรจง และหยิบจดหมายฉบับล่าสุดขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ

แรกเริ่มดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง จากนั้นก็ขบขันเอ็นดู และตามด้วยเป็นกังวล…


ตอนแรกเขาคิดว่าตนเองมีเวลามากกว่านี้เสียอีก… เกรงว่าการกดดันจากพระราชินีจะทำให้เจ้าชายไอวาตัดสินใจระงับทุกอย่างไว้ก่อน ลอร์ดเฮคเตอร์ที่เปรียบเสมือนหนึ่งในมือเท้าก็เลยพลอยขยับตัวมากไม่ได้ตามไปด้วย

หากจะหาโอเมก้าหนุ่มสักคนกับหญิงชราไปจัดฉากอยู่อาศัยที่บ้านหลังนั้นของเขาในอีสต์แลนด์จะดีไหมนะ… แต่หากถูกตรวจสอบสักหน่อยว่าเจ้าของที่ดินตรงนั้นเป็นใครก็จะถูกสาวถึงตัวได้ง่ายๆ แล้ว


ใจหนึ่งชายหนุ่มยังอยากจะโกหกต่อไป เป็นเพื่อนทางจดหมายเช่นนี้ต่อไป ยื้อเวลาให้นานเท่าที่จะยื้อได้…

ลูเชียนหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาดู ลูบเม็ดไข่มุกบนศีรษะเจ้างูสีทองตัวนั้นเบาๆ

หากอีกฝ่ายรู้ความจริง เขาน่าจะถูกเกลียดยิ่งกว่าเดิม… แต่อย่างน้อยโดนเกลียดก็ดีกว่าอยู่นอกสายตากระมัง?

ความเกลียดชังทำให้คนจำบางสิ่งบางอย่างได้ดี เป็นการจดจำและความผูกพันในอีกรูปแบบหนึ่ง 

แต่ว่าอย่างไรการจะสารภาพความจริงสุดท้ายแล้วมันก็เสี่ยงเกินไป เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ครอบครัวของลอร์ดลูเชียนทำผิดกฎหมายบ้านเมือง หากความแตกไม่ใช่แค่เขาที่จะต้องขึ้นศาล แต่มารดาและไบรอนก็ด้วย

โทษสถานหนักคือเข้าคุก สถานเบาก็คือถอดยศ ยึดทรัพย์ และไร้จุดยืนในสังคมชนชั้นสูงไปตลอดชีวิต เรื่องนั้นลูเชียนเชื่อว่าตนเองรับได้ แต่มารดาและน้องชายเล่า?

พระราชินีสามารถปกป้องเขาให้พ้นจากคุกได้... แต่อย่างไรก็ไม่อาจปกป้องจากคำครหาของสังคม

...ก็ตัดสินใจไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ… เพื่อรอยยิ้มของเธอ ไม่ว่าจะให้จ่ายด้วยสิ่งใดก็ยอม

ชายหนุ่มมองจดหมายฉบับนั้นอีกครั้งด้วยสายตาอาวรณ์

เทพนิยายที่จบไปตั้งแต่ในอดีตถูกนำมารื้อฟื้น ทว่ามันก็จะเป็นต้องจบลงแบบเดิมอยู่ดี

ดวงตาสีฟ้าปิดลง… อย่างไรเสียเรื่องนั้นก็ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อเรื่องในฤดูร้อนปีนั้นมีเพียงเขาที่ยังจำได้ไม่ใช่หรือ?

ลูเชียนตัดสินใจแล้ว

…. คนในจดหมายต้องตาย

อันที่จริงก็ควรตายไปตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิที่เพิ่งผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังยืดยาวมาจนถึงป่านนี้เพราะความเอาแต่ใจของตนเอง

ปากกาในมือหนักอึ้ง ส่วนปลายแตะบนกระดาษแผ่นหนาแต่ไม่ยอมขยับเสียที จนหมึกสีเข้มซึมลงเป็นวงใหญ่

… จะทำให้เสียใจหรือเปล่านะ

ไม่น่าโกหกแต่แรกเลยจริงๆ

คิดได้ป่านนี้ก็สายไปแล้ว ลอร์ดลูเชียนเปลี่ยนเอากระดาษอีกแผ่นขึ้นมาใช้แทน เขียนลงไปด้วยลายมือหวัดต่างจากลายมือบรรจงในทุกครั้ง


‘ถึงลอร์ดเฮคเตอร์


เป็นเรื่องน่าเสียดายที่หลานชายของดิฉันเพิ่งตายจากไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขามีไข้ขึ้นสูง ทางเราเรียกหมอมาแล้วแต่ก็ไม่อาจยื้อเอาไว้ได้ สุดท้ายเขาจากไปในเช้าวันนั้น

ก่อนตายเขาได้ฝากฝังเอาไว้ให้ดิฉันเขียนจดหมายแจ้งข่าวทางบ้านและแจ้งแก่คุณ เมื่อคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้พิธีศพก็คงจะเสร็จสิ้นแล้ว โปรดอย่ารอคอยการกลับไปของเขาอีกเลย

ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง

ลงชื่อ อิซาเบล มอร์มอนต์’


อิซาเบลจริงๆ แล้วก็คือกอเวอร์เนสของลูเชียนและไบรอนผู้เป็นน้องชาย หลังจากที่สองพี่น้องตระกูลวิทล็อกโตพอที่จะเข้าโรงเรียนประจำแล้วหล่อนก็ลาออก แต่งงาน และย้ายไปใช้ชีวิตที่อีสต์แลนด์ เดิมทีลูเชียนลังเลใจว่าควรใช้ชื่อคนที่มีอยู่จริงหรือชื่อปลอม แต่หากใช้ชื่อปลอมของคนที่ไม่มีตัวตนนั่นยิ่งไม่ทำให้มีพิรุธยิ่งกว่าเดิมหรอกหรือ.. อีกทั้งอย่างไรเสียอิซาเบลก็เป็นคนของเขา หากขอให้เธอช่วยโกหกอะไรเล็กๆ น้อยๆ แลกกับค่าตอบแทนสักก้อนก็น่าจะพอเอ่ยปากขอได้

เช่นนั้นใช้คนรู้จักที่ไว้ใจได้นับว่าปลอดภัยกว่า…

เขียนจดหมายเสร็จแล้วชายหนุ่มก็วางเอาไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ เริ่มร่างจดหมายอีกฉบับถึงกอเวอร์เนสของเขาที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายปี เขาไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพียงแค่บอกเธอว่าต้องตอบยังไงหากมีคนมาสอบถามตามหาคนถึงอีสต์แลนด์

ลูเชียนไม่อาจประมาท แม้ลอร์ดเฮคเตอร์จะทึ่มทือในบางเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่อง ในเรื่องการใช้เส้นสายขุดหาข่าวสารอีกฝ่ายก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย แถมเป็นคนประเภทกัดไม่ปล่อยเสียด้วย


อา… นี่เขาคิดอะไรอยู่กันนะถึงหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้…

ลอร์ดลูเชียนวางซองจดหมายซองนั้นทิ้งเอาไว้บนโต๊ะ ปลายนิ้วแตะส่วนขอบกระดาษเรียบกริบไร้รอยยับ แล้วถึงค่อยๆ ละมือออกมาถอดแหวนวงสีทองที่ใส่ไม่ค่อยพอดีบนนิ้วก้อยซ้าย

ชายหนุ่มลังเลว่าควรส่งมันคืนหรือไม่… แต่สุดท้ายเขาก็หักใจไม่ลง

เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงวัน... ฤดูร้อนที่ไม่อบอ้าว... กับดอกคาร์เนชั่นขาวลายแดงที่เริ่มเฉาจนกลีบดอกร่วงลงบนพื้นไม้

สุดท้ายแล้วคนที่ลืมก็จะมีเพียงผู้อื่น… และคนที่วางมันไม่ลงเสียทีก็หลงเหลือเพียงเขาคนเดียว

ลูเชียนเก็บแหวนลงไปในกระเป๋าเสื้อ ซุกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น


อย่างน้อยขอเก็บไว้แค่ความทรงจำ… เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #433 erasererr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 23:29
    เศร้ามากเลยอะ สงสารลูเซียน ชีวิตยากลำบากมาก ทำไมต้องมีกฎบ้าๆนี่ด้วบ แค่-ก็ใช้ชีวิตต่อไปกันลำบากจะแย่ พอเป็นแบบนี้ก็เหมือนไม่เหลืออะไรเลย มันเกินไปแล้ว อย่างนี้เป็นใครก็คงต้องเลือกโกหกอย่างหลีกเลี่ยงไมาได้แน่นอน
    #433
    0
  2. #376 Pinpin Waranu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:50
    โอ๊ยยย จะร้อง สงสาร
    #376
    0
  3. #356 pearle (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:20
    ฮืออ เศร้าอ่า อึดอัดใจแทนเลย
    #356
    0
  4. #333 Nashi = Pear (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:59
    ฮืออออ สงสารลูเชียนมาก อยากเข้าไปกอดปลอบเลย
    #333
    0
  5. #302 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:51
    ตอนเด็กน้องพูดอะไรกัน
    #302
    0
  6. #288 poshyyyy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 03:45
    ง่าาาาาาาาา
    #288
    0
  7. #280 bambybamby (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 03:25
    เศร้าอ่ะฮือ แต่อารมแบบเศร้าแบบสวยๆ ประทับใจ
    #280
    0
  8. #244 mmnichh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 21:03
    แต่สงสัยอย่างนึงได้มั้ยคะ ทำไมลูเชียนถึงต้องเป็นอัลฟ่าเท่านั้นถึงจะได้รับยศและทรัพย์สมบัติต่างๆ ไม่อย่างนั้นจะตกเป็นของญาติคนอื่นทั้งๆที่น้องชาย ณ ตอนนั้นเองก็ยังไม่ได้ตรวจสอบเพศสภาพคะ
    #244
    0
  9. #243 mmnichh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 21:00
    เศร้าจัง
    #243
    0
  10. #223 Bibidiz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 21:36
    ก็ดูมีใจ ใช่มั้ยนะ
    #223
    0
  11. #213 Koma8 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:07
    ความรู้สึกมันตันในใจ
    #213
    0
  12. #202 _bedgasm_2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 04:51
    ฮือออออ จะยังไงต่อ
    #202
    0
  13. #191 nkhcandy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 17:01
    เส้าเรย;_;
    #191
    0
  14. #183 D-Dindin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 00:12
    โฮออออออ ดีมากอ่ะ ช่วงย้อนเวลาไปวัยเด็กคือน่าสงสารมาก ส่วนตอนนี้ไม่รู้จะสงสารฝ่ายไหนดี เฮคเตอร์ต้องสืบจนรู้ความจริงแน่ๆ เข้มแข็งกันไว้นะทุกคน
    #183
    0
  15. #152 Vitchayada (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 22:03
    น้องเก่งมากเลยฮือออ
    #152
    0
  16. #147 คาดิโอ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 11:00
    สงสารมาก ;_; น้ามตาไหลแล้ว ฮืออออ
    #147
    0
  17. #114 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 14:01
    สงสารทั้งลอร์ดเฮคที่ไม่รู้เรื่องอะไร กับสงสารทั้งลอร์ดเชียนที่รู้และจะจำทุกอย่างได้ตลอดไป
    #114
    0
  18. #50 MinRos (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 06:02
    เขาสัญญาว่าจะดูแล ไม่ก็สัญญาจะแต่งงานกันแน่ๆ โอ๊ยยย ชอบอารมณ์นี้
    ปล.อยากให้นักเขียนใส่ดอกจันอธิบายความหมายคำศัพท์ด้วยค่ะ ถึงจะบรรยายให้เห็นภาพว่าคืออะไร แต่ถ้าใส่ก็จะได้รู้ความหมายคำตรงตัวไปด้วย

    อันนี้แค่ลองเสนอเฉยๆนะคะ ^^
    #50
    0
  19. #27 [เสพศิลป์] (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 00:20
    น่ารัก สงครามพี่น้องนี้มัน
    #27
    0
  20. #24 Kuroyasha_SS (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 22:05
    เฮคเตอร์คงช็อคมาก คุยอยู่ดีๆก็มีข่าวว่าตาย
    #24
    0
  21. #23 Nelwadar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 21:56
    เฮคเตอร์ลืมจริงดิ?
    #23
    0
  22. #22 Tahnya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 19:35
    อยากเข้าไปปลอบยัยน้องจังเลย โอ๋ๆนะ
    #22
    0
  23. #21 saitgong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 19:16
    โอ้ยสยยยยวยน้อง สงสาร คนที่เจ็บที่สุดคือคนที่พูดอะไรไม่ได้อะ แง้
    #21
    0