Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 6 : Chapter 4: The Life of Lord Hector Harrison

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    21 ก.ค. 62

Chapter 4: The Life of Lord Hector Harrison


ด้วยเหตุผลที่ว่าลอร์ดเฮคเตอร์เป็นบุตรชายคนโตซึ่งเป็นทายาทของท่านดยุคทำให้ภาระหลายๆ อย่างตกลงบนบ่าเขาตั้งแต่จำความได้ 

เมื่อไม่กี่ปีก่อนบิดาติดหนี้พนัน ค่าใช้จ่ายในบ้านก็มีมากมาย ที่ดินไม่อาจปล่อยขายทันเวลา… จำเป็นต้องหาเงินมาชดใช้อย่างเร่งด่วน

เรื่องนี้ถือเป็นความอัปยศซึ่งไม่มีใครในบ้านพูดถึง… พวกเขากลบเกลื่อนว่ามันเป็นแค่ ‘การลงทุน’ ที่ผิดพลาดเท่านั้น


แรกเริ่มก็ขอยืมญาติและคนรู้จัก จากนั้นก็ยืมตระกูลที่ติดหนี้บุญคุณเช่นตระกูลวิทล็อก สุดท้ายเจ้าชายไอวาก็ยื่นมือเข้าให้ความช่วยเหลือ แต่ความช่วยเหลือที่ให้ครั้งนั้นไม่ได้ให้กันเปล่าๆ แบบไม่มีราคาที่ต้องจ่าย

และเฮคเตอร์ก็ต้องเป็นผู้ใช้หนี้สินที่ไม่รู้เมื่อใดจะหมด ตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาเป็นคนจัดการเรื่องต่างๆ ให้แก่เจ้าชายไอวา ทั้งเรื่องการค้าเหล็ก ประมูลโครงการขยายเส้นทางรถไฟ จดทะเบียนสวมชื่อ และอีกหลายๆ เรื่อง แน่นอนว่าตระกูลแฮร์ริสันก็ได้ผลประโยชน์ พระราชินีก็ยังทรงหลับตาข้างหนึ่งทำเป็นไม่รู้เห็น แต่หากวันใดที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกันขึ้นมาก็เกรงว่าจะจบไม่สวยนัก ยิ่งเจ้าชายไอวาเป็นพวกชอบหาเรื่องใส่ตัวด้วยแล้ว…


วังฤดูร้อนมีขนาดเล็กกว่าพระราชวังเซนต์ลูเซีย เป็นที่ซึ่งพระราชินีทรงพระราชทานให้เจ้าชายผู้เป็นพระปิตุลาได้อาศัย อยู่ห่างจากเมืองหลวงประมาณสองชั่วโมงหากเดินทางด้วยรถม้า

สาเหตุที่ส่งน้องชายมาอยู่ตรงนี้เกรงว่าก็เพื่อให้อยู่ให้ห่างจากศูนย์รวมการปกครองและให้วางคนจับตาดูได้ง่ายๆ ทว่าเจ้าชายไอวาก็ไม่ได้สนใจจะทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ แต่อย่างใด อาจเพราะเจ้าตัวคิดว่าเปล่าประโยชน์ที่จะปิดบังจากหูตาของพี่สาวก็เป็นได้

คล้ายว่าพระราชินีกำลังส่งสัญญาณบอกแก่น้องชายตน ว่าตราบใดที่ไม่ทำอะไรเกินเลยล้ำเส้นพระนางก็จะยังทรงหลับตาให้ข้างหนึ่ง… 


เรื่องการจะส่งไปแต่งงานที่อีสต์แลนด์ก็ไม่แน่ว่าเพราะเจ้าชายไปล้ำเส้นอะไรพระนางหรือเปล่า และที่เรียกเขามาก็คงเกี่ยวกับเรื่องนี้


ทหารองครักษ์นำชายหนุ่มไปจนถึงห้องรับรอง ที่ซึ่งเจ้าชายนั่งรออยู่แล้ว อีกฝ่ายไม่ใช่คนถือพิธีรีตองมากนัก อีกทั้งนี่ก็ไม่ใช่พระราชวังใหญ่ที่พระราชินีทรงประทับ จึงไม่ได้จำเป็นต้องสวมชุดเข้าเฝ้าอะไรให้วุ่นวาย

เวลาล่วงเข้าบ่ายแล้วด้วยการเดินทางจากเมืองหลวงมาถึงที่นี่ค่อนข้างกินเวลา 

เจ้าชายไอวาเป็นชายหนุ่มรูปร่างบอบบาง สวมเสื้อลูกไม้แขนกว้างรัดด้วยคอร์เซตทำให้เอวที่เล็กบางนั่นดูเล็กลงไปอีก กางเกงเอวสูงพอดีตัวตามกระแสนิยม ทั้งชุดเป็นโทนสีอ่อนที่เข้ากัน ส่วนบูทเป็นบูททรงสูง ไม่ได้สวมกระโปรงเพื่อซ่อนรองเท้าเช่นพวกโอเมก้าและเบต้าหญิง

อันที่จริงแล้วโอเมก้าชายเป็นเพศสภาพที่ค่อนข้างหายากในเมนแลนด์ เพราะส่วนมากแล้วโอเมก้ามักจะเกิดมาเป็นสตรี ทำให้เครื่องแต่งกายของพวกเขาค่อนข้างพิเศษ

เรือนผมสีเงินถูกถักเป็นเปียหลวม ผิวขาวราวกระเบื้องเนื้อดี ดวงตาคู่โตดูสดใสน่าเข้าหา ทว่านั่นก็แค่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น

“สวัสดียามบ่าย ลอร์ดเฮคเตอร์... นั่งสิ” เมื่อเจ้าชายผายมือเชิญ อีกฝ่ายก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาว การตกแต่งของที่นี่จะเป็นโทนสีที่อ่อนกว่าในพระราชวังเซนต์ลูเซีย เน้นสีขาว ทอง และโทนเย็น แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ศิลปะแนวบาโรค


ชายหนุ่มค้อมกายคำนับเล็กน้อย กล่าวทักทายตามมารยาทและนั่งลงตามคำเชิญ แต่ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น คล้ายกำลังรอคอยสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดมากกว่า

“เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาเราเข้าวังไปพบพี่หญิง…” เจ้าชายคนงามเริ่มเอ่ยปาก ริมฝีปากอิ่มผละจากถ้วยชาแล้วก็ยกยิ้มอ่อนโยน “ท่านทายสิว่านางบอกเราว่ายังไง”

“พระนางคงทรงอยากให้ท่านแต่งงาน… ตามคาด” 

“ใช่ ที่ส่งทูตไปอีสต์แลนด์เพื่อเกริ่นเรื่องการแต่งงานจริงๆ… แต่ยังไม่ได้กำหนดตัวเจ้าสาวแน่นอน” ดวงตาสีทองมองชาเอิร์ลเกรย์สีออกน้ำตาลในถ้วยอย่างสงบนิ่ง 

“แล้วท่านมีแผนอย่างไร” สิ้นคำถาม ริมฝีปากอิ่มก็ยกยิ้มขบขัน แพขนตาหนาสีเงินขยับเบาคล้ายปีกผีเสื้อ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวผ้ากำมะหยี่

“แน่นอนว่าย่อมต้องหลบเลี่ยง ไปต่างแดนไหนเลยจะสบายเหมือนอยู่บ้าน จะมีที่ไหนที่มีคนก้มหัวให้เราได้มากเท่าที่นี่อีกเล่า” เจ้าชายหันมองออกนอกหน้าต่างทรงสูง ยังสวนกุหลาบสวยสบายตาที่ภายนอก “เราเลยยื่นข้อเสนอที่นางจะไม่ปฏิเสธไป”

“ซึ่งนั่นก็คือ…”

“เราจะจัดงานเลี้ยงเลือกคู่… นั่นหมายความเช่นไรรู้หรือไม่”


ลอร์ดเฮคเตอร์ขมวดคิ้ว นิ่งเงียบไม่ตอบ 

“หมายความว่าเราเริ่มเล่น ‘เกม’ กับพี่หญิงอย่างไรเล่า” เบื้องนอกคนสวนตัดแต่งพุ่มกุหลาบ ดูแลกุหลาบสีขาวดอกโตอย่างบรรจงและระมัดระวัง “เราจะไม่ไปอีสต์แลนด์ แต่พี่หญิงมีสิทธิที่จะส่งคนที่นางเลือกมาแต่งงานกับเราได้… ถ้าเธอชนะ” 

“แล้วท่านคิดจะทำอย่างไรต่อ”

“เกมที่น่าสนใจย่อมต้องมีกติกาที่ยุติธรรม ดังนั้นพี่หญิงไม่ยอมให้เราเล่นตุกติกแน่” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ท่าทางราวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่น้อย “พวกเราก็แค่ต้องชนะ”

“พวกเรา?” ลอร์ดเฮคเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย

“ใช่ ‘พวกเรา’ เพราะท่านต้องลงเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน” เจ้าชายคนงามหันกลับมายิ้มให้ผู้ฟังด้วยสายตาขบขัน

“....”

“ทำหน้าเช่นนั้นทำไม หรือท่านมีคนในใจ” ปลายนิ้วแตะส่วนหูของถ้วยชาเบาๆ ดวงตาสีทองใต้แพขนตาสีเงินเหลือบมองชายหนุ่มอัลฟ่าร่างสูงใหญ่ “อา ...เหมือนจะมีจริงๆ ด้วย”

เฮคเตอร์ไม่ได้ตอบคำ เพียงมุ่นคิ้วลงขณะฟัง

“เราไม่เร่งรัดจะเอาคำตอบทั้งไม่บังคับอะไร กว่าจะถึงงานเลี้ยงก็อีกนาน… แต่ในฐานะเพื่อนเราขอเตือนท่าน เรื่องนี้เราคิด ว่าท่านควรคิดให้ดี ความรักเพียงชั่ววูบจะมีค่าเทียบเท่าเกียรติยศและความร่ำรวยของวงศ์ตระกูลหรือ”

ชายหนุ่มเองก็คิดว่าช่างน่าหัวร่อ กับคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ไม่รู้แม้กระทั่งว่าอีกฝ่ายเป็นใคร มีค่ามากพอจะทำให้เขาปฏิเสธเรื่องนี้เชียวหรือ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรการได้เกี่ยวดองกับเชื้อพระวงศ์ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่ดี

“ท่านไปทำอะไรให้พระนางไม่พอใจ ถึงได้ทรงจะส่งท่านไปอีสต์แลนด์” แม้พี่น้องคู่นี้จะไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไรทว่าพระราชินีก็ไม่ได้ทรงโหดเหี้ยมขนาดจะสังหารสายเลือดเดียวกัน ก่อนหน้านี้พระนางยังหลับหูหลับตาช่วยปกปิดการลงทุนของเจ้าชายด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ

“.... ศาสนจักรส่งทูตมาคุยกับเราแบบลับๆ”

“อา…” เพียงประโยคเดียวลอร์ดเฮคเตอร์ก็กระจ่าง ในสองรัชสมัยก่อนอดีตราชาได้สร้างนิกายใหม่ขึ้นซึ่งชื่อว่านิกายเมนแลนด์และแต่งตั้งตนเองเป็นผู้นำศาสนา ชาวเมนแลนด์ก็นับถือนิกายนี้สืบเรื่อยมาตั้งแต่สมัยนั้น ทว่าพวกคนของศาสนาเก่ายังคงจ้องจะยึดอำนาจคืนเรื่อยมา 

พระราชินีไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ศาสนจักรกลับมามีอิทธิพลในประเทศ... การพบกับทูตจากศาสนจักรนับว่าเจ้าชายไอวาได้ล้ำเส้นเกินไปจริงๆ

“พวกเขาเสนอว่าจะสนับสนุนเรา แก้กฎมณเฑียรบาลให้โอเมก้าและเบต้ามีสิทธิในการปกครอง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบา เรือนผมสีเงินสลวยที่ถักเป็นเปียหลวมดูแล้วคล้ายเส้นไหมที่ร้อยเรียงอย่างเป็นระเบียบ 

“แล้วท่านตอบไปว่าอย่างไร” มือนิ่มที่แทบจะไร้ร่องรอยใดยกถ้วยชาลายดอกกุหลาบขึ้นจิบเล็กน้อย ผ่านไปพักหนึ่งถึงเอ่ยปาก

“เราตอบไปว่าเราจะไม่ทำร้ายพี่หญิงของเรา” ดวงตาสีทองโค้งขึ้นเล็กน้อยขณะที่พูดยิ้ม “ตาแก่พวกนั้นเชื่อได้ที่ไหนกัน มีแต่พวกมือถือสากปากถือศีลกันทั้งนั้น... ท่านดูสิ พระเจ้าทรงรับสั่งว่าโลกนี้จะต้องปกครองด้วยอัลฟ่าเท่านั้น อัลฟ่าจำเป็นต้องคู่กับโอเมก้าเพื่อให้กำเนิดบุตร การไม่ทำตามพระประสงค์ถือเป็นบาปใหญ่หลวงที่สมควรถูกปาก้อนหินทั้งเป็นจนตาย… ปากบอกมีศรัทธา แต่ลับหลังกลับมายื่นข้อเสนอกับเราเช่นนี้ บาทหลวงพวกนี้เชื่อถือได้ที่ไหนกัน”

เจ้าชายวางแก้วลงบนจานรองเข้าชุดกัน น้ำชาในนั้นพร่องไปครึ่งถ้วยแล้ว

“ศาสนานำมาซึ่งอิทธิพล อิทธิพลนำมาซึ่งอำนาจ อำนาจนำมาซึ่งเงินทอง… แล้วเราจะแบ่งเค้กกับพวกเขาไปเพื่ออะไร เทียบกันแล้วอย่างไรเสียพี่หญิงก็หักใจสังหารเราไม่ลง เราไม่ต้องใช้ความคิดเลยด้วยซ้ำว่าจะเลือกฝั่งใด”

“แต่พระนางก็ทรงไม่ไว้วางใจท่านไปแล้ว” ลอร์ดเฮคเตอร์ออกความเห็นทั้งสีหน้าไม่เปลี่ยน ชาในถ้วยของชายหนุ่มแทบไม่พร่องเลยสักนิด

“พี่หญิงโมโหเราไม่นานก็หาย แต่ระหว่างนี้จะทำอะไรก็คงต้องระวังหน่อย.. เหมือนห้องเสื้อของเราจะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังแล้วใช่หรือไม่”

  “...ใช่” นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้ชายหนุ่มปวดหัวมาสักพักแล้ว เพราะชื่อที่ใช้สวมในกิจการห้องเสื้อพวกนี้ก็ชื่อเขา และคาดว่าอีกไม่นานโรงงานทำเหล็กก็จะถูกตรวจสอบเช่นเดียวกัน ทำให้ช่วงนี้ยิ่งต้องทำงานอย่างรัดกุมและขยับตัวไม่ได้มาก

“ที่จะประมูลสิทธิในการก่อสร้างทางรถไฟให้เลื่อนออกไปก่อนก็แล้วกัน ในปีนี้เราไม่ต้องลงทุนทำอะไรเพิ่มแล้ว”

“ทราบแล้ว” ชายหนุ่มตอบรับอย่างเรียบง่ายและได้ใจความ 

คาดว่าธุระของวันนี้ที่อีกฝ่ายเรียกเขามาสนทนาถึงนี่คงหมดแล้ว ลอร์ดเฮคเตอร์จึงขอตัวกลับ หากก่อนจะได้ก้าวขาออกจากบานประตู น้ำเสียงอ่อนหวานก็กล่าวขึ้นอย่างไม่รีบไม่ร้อนเสียก่อน


“เรื่องงานเลี้ยง… ท่านก็ลองเก็บไปคิดดู”


……………..


ชายหนุ่มในหมวกทรงสูงก้าวขึ้นรถม้าคันใหญ่ ในมือถือไม้เท้าหัวงูฝังอัญมณีสีเขียวซึ่งเป็นของขวัญที่ได้รับจากบิดาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ลำพังตัวเฮคเตอร์เองไม่ค่อยมีความใส่ใจในเรื่องการเลือกเครื่องแต่งกาย จึงเป็นคนรอบตัวที่จัดการแทนให้หลายครั้ง

เขาถอดหมวกวางไว้ด้านข้าง เหม่อมองทุ่งหญ้าสีเขียวที่กว้างสุดลูกหูลูกตาคล้ายกำลังต้องการให้ใบไม้เหล่านั้นให้คำตอบบางประการ


ชายหนุ่มอยากจะขอคนในจดหมายแต่งงาน หลังจากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นปี ชายหนุ่มก็คิดว่าคนคนนี้คือคนที่ใช่

การตกหลุมรักคนที่ไม่เคยพบเป็นเรื่องโง่เขลาเกินกว่าจะหาคำพูดมาอธิบาย แต่นับตั้งแต่เกิดมายี่สิบห้าปี ลอร์ดเฮคเตอร์ไม่เคยเจอโอเมก้าที่ทำให้เขารู้สึกคุยด้วยแล้วสบายใจมาก่อน… นี่นับเป็นครั้งแรก


แต่ก็เพราะไม่เคยพบหน้า ที่ทำให้กังวล... แต่อย่างไรเสียเขาก็เลือกแล้ว

ลอร์ดเฮคเตอร์ไม่ใช่คนโลเล เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำอะไรก็ทำไปตามนั้น เห็นทีว่าคงต้องรีบไปพบเธอที่อีสต์แลนด์ให้เร็วที่สุด อย่างน้อยก็ก่อนที่บิดาจะรู้เรื่องงานเลี้ยงของเจ้าชายไอวาแล้วรบเร้าให้เขาลงแข่งเพื่อขอเจ้าชายแต่งงาน


ชื่อเสียง อำนาจ ความฟุ้งเฟ้อ ของเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่อัลฟ่าหนุ่มให้ความสำคัญเลยสักนิด แต่จะทำอย่างไรได้เล่าเมื่อเขาเป็นบุตรชายคนโต… แม้จะมีน้องที่เป็นอัลฟ่าเหมือนกันแต่น้องชายคนหนึ่งเป็นทหารยศพันเอก นานวันจะกลับบ้านสักทีตอนนี้ประจำอยู่ที่ทางเหนือ ส่วนอีกคนก็ยังคงศึกษาอยู่ในสถาบัน

สุดท้ายแล้วก็ต้องมีใครสักคนหนึ่งรับผิดชอบเรื่องทางบ้านไม่ใช่หรือ โดยเฉพาะเมื่อบิดาเป็นคนที่พึ่งพาไม่ได้เลยสักนิด

บางทีเฮคเตอร์ก็รู้สึกว่าการเป็นทายาทท่านดยุคช่างเป็นภาระมากกว่าเกียรติยศ เรื่องของเจ้าชายไอวา ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มต้องมาชดใช้หนี้ที่ตนเองไม่ได้ก่อหรอกหรือ


สิ่งแรกที่ลอร์ดเฮคเตอร์ทำหลังกลับถึงบ้านคือเริ่มร่างจดหมาย ปากกาหมึกซึมถูกหยิบออกมาจากในกระเป๋าเสื้อตัวนอก เขานั่งลง ครุ่นคิดสักพัก แล้วถึงเริ่มเขียนตัวอักษรด้วยลายมือหวัดที่ขาดความบรรจง


‘ ถึงคนที่ผมไม่ทราบชื่อ


ในวันนี้ผมเพิ่งได้รับข่าวดี อันที่จริงก็ไม่แน่ใจว่าควรเรียกว่าข่าวดีหรือไม่ งานที่คิดว่าจะทำให้ยุ่งวุ่นวายในอีกช่วงหลายเดือนข้างหน้าถูกยกเลิก เท่ากับว่าผมสามารถเดินทางไปอีสต์แลนด์ได้เร็วที่สุดคือในอีกสองอาทิตย์หลังสะสางงานทั้งหมดแล้ว ไม่ทราบว่าคุณเห็นอย่างไร

มีอะไรที่คุณอยากได้จากเมนแลนด์หรือไม่ หากคุณขาดเหลือหรือต้องการอะไรคุณสามารถบอกผมได้ ผมจะได้นำติดไปด้วย 

คิดว่าที่นั่นในตอนนี้ดอกไม้คงกำลังบานสวย แต่ไม่รู้ว่าพอผมไปถึงมันจะเริ่มร่วงโรยหรือยัง กว่าจะเดินทางไปถึงที่นั่นก็คงหน้าร้อนพอดีกระมัง ได้ยินว่าที่นั่นมีแม่น้ำสีมรกตสวยงาม ได้ไปล่องเรือก็คงไม่เลวเหมือนกัน คุณเคยบอกว่าที่นั่นอาหารอร่อยและไวน์คุณภาพดีเยี่ยม เห็นทีจะต้องไปลองเสียหน่อยแล้ว

ผมอยากให้คุณรู้เอาไว้ว่าผมทั้งตื่นเต้นและกังวลใจ และไม่ว่าคุณจะเป็นใคร รูปร่างหน้าตาแบบไหน ความตั้งใจของผมก็ไม่เปลี่ยน


หวังว่าจะได้รับคำตอบจากคุณในเร็ววัน

เฮคเตอร์’


…………..


สูทต้องตัดเย็บใหม่ทุกปีเพราะรูปร่างที่เปลี่ยนไปในแต่ละปีของสุภาพบุรุษ เครื่องแต่งกายในยุคนี้เน้นสวมใส่พอดีตัว ให้รับกับรูปร่างและช่วงไหล่ หากน้ำหนักขึ้นเสื้อผ้าก็จะรัดแน่น หากผอมลงมันก็จะหลวมโพรกดูไม่สง่างาม


เฮคเตอร์มีนัดลองชุดกับช่างตัดสูทในเมืองหลวง สูทเช้าที่สวมใส่แม้ยังดูไม่เก่าแต่ก็ใกล้ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว ชายหนุ่มจึงมุ่งหน้าเข้าเมืองแต่เช้าเพื่อไปให้ทันเวลา

เสื้อผ้าของเขาทุกตัวยังใช้ช่างตัดเสื้อประเภทเย็บมือ นับตั้งแต่เริ่มยุคการเติบโตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าถูกย้ายไปผลิตในโรงงานมากขึ้นทำให้มีราคาถูกลง แต่ความละเอียดของชุดที่ตัดเย็บตามไซส์มาตรฐานจากโรงงานเทียบกับของที่ทำมือตามขนาดร่างกายไม่ได้เลยสักนิดเดียว เช่นนั้นชนชั้นร่ำรวยถึงยังนิยมใช้บริการร้านตัดสูทอยู่มาก 

อันที่จริงเฮคเตอร์ไม่ได้เป็นคนฟุ้งเฟ้อ แต่หากเขาใช้ของผลิตจากโรงงานก็จะถูกมองว่าไร้รสนิยมและคงตกเป็นขี้ปากชาวบ้านไประยะหนึ่งว่าตระกูลแฮร์ริสันใกล้ล้มละลายแล้วเป็นแน่...

เจ้าของร่างสูงเหน็บไม้เท้าหัวงูไว้กับแขนขณะเปิดประตูร้าน กระดิ่งทองเหลืองที่แขวนไว้ตรงทางเข้าสั่นจนเกิดเสียง เรียกให้ช่างตัดเสื้อเงยหน้าขึ้นมามองลูกค้าผู้มาเยือน

มือในถุงมือสีเทายกขึ้นถอดหมวกทรงสูง และในจังหวะนั้นเองที่เขาเห็นคนอีกผู้หนึ่งยืนวัดตัวอยู่ในร้าน ไม่ไกลออกไปเท่าไร

“ลอร์ดเฮคเตอร์ บังเอิญจริง”

“....” เป็นความบังเอิญที่แย่เสียจริง “ลอร์ดลูเชียน” 


เขากล่าวทักอย่างไม่เต็มใจ เหมือนยิ่งหลบหน้าก็ยิ่งพบคนคนนี้อย่างไรชอบกล


ลูเชียนสวมเพียงเสื้อเชิ้ตคอสูงสีขาว กำลังยืนกางแขนอยู่หน้ากระจกเงาให้ช่างเสื้อวัดตัว เมื่อมองสังเกตดีๆ แล้วร่างกายของอีกฝ่ายดูผอมบางกว่าที่คิด อาจเพราะสูทเนื้อผ้าหนากับเสื้อกั๊กตัวในที่ทำให้ดูตัวใหญ่ขึ้น

ลอร์ดเฮคเตอร์ได้กลิ่นชาอัสสัมจาง… ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมีกลิ่นนี้ติดตัวอยู่ตลอดเวลา อาจจะชอบดื่มชาอัสสัมทุกเช้าละมั้ง ยิ่งวันก่อนที่สมาคมฟันดาบก็ยิ่งได้กลิ่นใบชาดำชัดเจน

คนอื่นมีกลิ่นน้ำหอมหรือดอกไม้ติดตัว แต่ผู้ชายคนนี้กลับมีกลิ่นชา ออกจะประหลาดเสียหน่อย

“มาตัดสูทใหม่รึครับ” ลอร์ดลูเชียนทักทั้งยิ้มแย้มอัธยาศัยดีแค่เปลือกนอก ไม่รู้ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“ไม่ใช่ธุระของคุณ” กับคนคนนี้ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทแล้ว ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาเป็นที่รู้กันแทบจะทั่วสังคมชั้นสูงแล้วกระมัง

“ก็ไม่ใช่จริงๆ นั่นละ ผมก็ว่าจะหวังดีเตือนสักหน่อยว่ามอร์นิ่งโค้ตสีเทาเข้มตัวนั้นกับกางเกงลายทางที่คุณชอบใส่ผมเห็นซ้ำมาหลายรอบแล้ว ตัดแบบอื่นเผื่อไว้บ้างก็ดีนะครับเดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดว่าคุณมีชุดเดียว”

เฮคเตอร์ไม่ตอบ ได้แต่ยืนรอให้ช่างตัดเสื้อเอาชุดใหม่ที่สั่งตัดเอาไว้มาให้เขาลอง…. ซึ่งก็เป็นมอร์นิ่งโค้ตสีเทาและกางเกงลายทางจริงๆ ชายหนุ่มหายไปในห้องแต่งตัวไม่นานก็ออกมาพร้อมกับชุดใหม่ที่หน้าตาไม่ได้ต่างจากชุดเดิมมาก ปล่อยให้ช่างตัดเสื้อมาตรวจขนาดว่าต้องแก้อะไรอีกบ้าง ชอล์กสีขาวถูกใช้ขีดเครื่องหมายไว้หลายจุดบนเนื้อผ้า

ร้านนี้มีช่างหลายคนและสามารถรับรองลูกค้าได้พร้อมกัน ทำให้ระหว่างที่เขาลองเสื้ออีกฝ่ายก็ถูกวัดตัวไปด้วย

ลอร์ดลูเชียนยกยิ้มขำ ซึ่งก็รู้ว่าขำอะไร… ก็ขำที่เขาสั่งตัดเสื้อซ้ำแบบเดิมอย่างไรเล่า

ชุดของสุภาพบุรุษไม่ได้มีกฎเกณฑ์เยอะเท่าของสุภาพสตรี และตัวชายหนุ่มเองก็ไม่ชอบที่จะต้องมาคิดหรือเลือกชุดแบบใหม่

“ช่วงนี้ฟร็อคโค้ตกับเลาจน์สูทก็กำลังเป็นที่นิยม ไม่ลองหน่อยเหรอครับ”

“ฟร็อคยาวเทอะทะ… เลาจน์เคยลองแล้วไม่เข้ากับรูปร่าง และผมไม่ชอบหมวกแบบนั้น” ชายหนุ่มลองขยับแขนเพื่อทดสอบว่าเสื้อชุดใหม่อึดอัดหรือไม่ และก็รู้สึกว่ายังรั้งอยู่เล็กน้อยจึงหันไปบอกช่างในจุดที่ต้องแก้งาน

ลอร์ดลูเชียนหัวเราะรับคำ เหมือนวันนี้อีกฝ่ายจะยิ้มแย้มทีเดียวไม่รู้ทำไม

“มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นหรือไง ลอร์ดลูเชียน”

“ครับ… มีเรื่องดีๆ วันเกิดผมเพิ่งผ่านไปไม่นานมานี้แล้วเพิ่งได้รับของขวัญที่ถูกใจ” ชายหนุ่มยิ้มรับ เจ้าตัวเหมือนจะวัดสัดส่วนเสร็จแล้วจึงหยิบฟร็อคโค้ตชายยาวของตนไปสวมใส่ในห้องแต่งตัว ไม่นานนักก็ออกมาทั้งชุดที่ติดกระดุมครบถ้วนแล้ว ส่วนเอวที่เก็บให้เข้ารูปช่วยเสริมให้ช่วงไหล่ของอีกฝ่ายดูกว้างกว่าความเป็นจริง และเสื้อกั๊กตัวในก็ช่วยพรางรูปร่างผอมบางได้ดีเยี่ยม ชุดแบบนี้เหมาะกับลูเชียนจริงๆ

ว่าไปแล้วท่านเอิร์ลผู้นี้ตัวเล็กกว่ามาตรฐานอัลฟ่าชายทั่วไปอยู่บ้าง แม้จะยังสูงกว่าพระราชินีแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

“ผมต้องขอตัวกลับก่อนล่ะ ไว้พบกันใหม่ ลอร์ดเฮคเตอร์” 


อีกฝ่ายกล่าวลา เดินไปหยิบหมวกและไม้เท้าจากที่หน้าประตูและก็ออกจากร้านไปในเวลาไม่นานด้วยท่าทางอารมณ์ดีที่เห็นแล้วชวนให้รู้สึกขัดหูขัดตาอย่างประหลาด และในจังหวะที่ท่านเอิร์ลหนุ่มเดินสวนออกไป เป็นอีกครั้งที่เฮคเตอร์ได้กลิ่นชาอัสสัม จากร่างกายของอีกฝ่าย ยิ่งเข้าใกล้เท่าใดกลิ่นนั้นก็ยิ่งชัดเจน...


ช่างเถิด… เขาไม่ควรจะไปใส่ใจให้มากนัก 


ลอร์ดเฮคเตอร์เดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กลับมาเป็นชุดเดิมของตนเองที่หน้าตาคล้ายคลึงกับชุดใหม่ยิ่งนัก… เขาตัดสินใจเดินไปบอกช่างเสื้อ สั่งตัดเพิ่มอีกตัวหนึ่งแต่ช่วยเปลี่ยนลายและสีผ้าเล็กน้อยก็แล้วกัน


ก็แค่คนนิสัยเสียคนหนึ่งเท่านั้นเอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #594 Dadaya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 23:20

    มันยังไง มันยังงายยยย

    #594
    0
  2. #346 kxy9190 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:29

    ชอบความแอบซนของน้อน
    #346
    0
  3. #301 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:01
    ไปกวนใจเค้าเก่งงงง
    #301
    0
  4. #287 poshyyyy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 01:10
    ลูเชียนคือสู่ขิตละ
    #287
    0
  5. #279 bambybamby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 03:08
    แนะๆ นิสัยเสียแต่แนะนำก็ทำตาม
    #279
    0
  6. #242 mmnichh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 20:26
    ชาอัสสัม หื้อออ
    #242
    0
  7. #222 Bibidiz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 21:22
    โอเมก้ากลิ่นชาอัสสัมหรือคะ??? ดูรักเค้าจริง แง
    #222
    0
  8. #212 Koma8 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 23:58
    บรรยายดีมาก นึกภาพตามได้เลยค่ะ
    #212
    0
  9. #201 _bedgasm_2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 04:45
    ชอบๆๆๆ น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆทุกตอนเลยจ้า
    #201
    0
  10. #182 D-Dindin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 00:05
    ซวยแล้วน้องงงง ชอบความอยู่คนละฝั่งของการเมืองจังเลย นี่แอบสงสารเฮคเตอร์แล้วอ่ะ โดนหลอกให้ตกหลุมรักไปแล้ว นี่ถ้ามารู้ว่าจริงๆเพื่อนทางจดหมายของลูเชียนจะดราม่าอะไรขนาดไหนนะ ชอบการผูกปมเอาไว้ตั้งแต่แรกมากๆ ทำให้น่าติดตามอยู่ตลอดเลย บรรยากาศการบรรยายก็ดี ตกหลุมรักนิยายเรื่องนี้ซะแล้วค่ะ แง
    #182
    0
  11. #102 LOTGRACE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 08:48
    สุนัขล่าเนื้อของราชินี vs แขนขาของพระปิตุลา อืมมมมม เป็นแมทซ์ที่มันหยดแน่ๆ ค่ะ
    #102
    0
  12. #49 MinRos (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 05:04
    น่ารักยังไงไม่รู้อ่า ลูเชียนึออยากหาเรื่องคุยก็เลยหยอกลอร์ดเฮกเตอร์แล้วก็แกล้งให้หงุดหงิดเล่นเรียกร้องความสนใจ
    ส่วนเฮกเตอร์ก็ไม่ได้เอะใจเล้ยว่าของขวัญตัวเองน่ะแหละทำให้ลอร์ดลูเชียนอารมณ์ดีแบบนี้ ^^
    #49
    0
  13. #19 akhonthiang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 22:20
    เอาแล้วเฮคเตอร์ซิไปหาแล้ว จะเบี่ยงยังไงหนอ
    #19
    0
  14. #18 Kuroyasha_SS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 17:33
    ลูเชียนซวยแล้ว จะแถไงดี55555
    #18
    0
  15. #17 saitgong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 17:12
    ชอบมากกก แต่งดีมาก เยอะแต่ไม่ฟุ้ง
    #17
    0
  16. #16 Nelwadar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 16:51
    นอกจากมีภาพลักษณ์ไม่ถูกกันแล้ว นายยังมีแนวโน้มเป็นอริกันอีก
    #16
    0
  17. #15 Tahnya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 16:38
    ขำ เฮคเตอร์จะไปหาแล้วจ้า นังน้องลูเชียนเตรียมเลิ่กลั่กได้เลย ดูซิว่าคราวนี้นางจะแถยังไง
    #15
    0
  18. #14 dokojung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 16:37
    ชอบฟีลวิคตอเรียมากค่ะ อ่านแล้วยิ้มตลอดดด
    #14
    0